Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

        เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  เดินทางพบปะเยี่ยมเยียนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่จ.สิงห์บุรี ในระหว่างเป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา “รู้รักสามัคคี รักษ์สิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพชีวิต”ณ ห้องประชุม โรงเรียนสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี  โดยกล่าวย้ำว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ได้กำชับให้รัฐมนตรีและคณะ ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและดูแลพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ช่วงที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ดูแลปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ซึ่งทุกฝ่ายก็ร่วมกันดูแลแก้ไขปัญหาเป็นอย่างดี ซึ่งรัฐบาลมองการแก้ปัญหาในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ปัญหาหลักคือพี่น้องประชาชนขาดน้ำในการทำเกษตร ประสบภัยแล้วมาตลอดช่วง 2-3 ปี กรณีนี้รัฐบาลได้มีการศึกษาโครงการผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวิน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล เพื่อให้เพียงพอต่อการทำนา ทำเกษตรในพื้นที่ภาคกลาง  คาดว่าอีกไม่นานโครงการนี้จะเป็นรูปธรรม จะทำให้เรามีต้นทุนน้ำในเขื่อนมากขึ้น ด้านสถานการณ์โควิด-19 ใน จ.สิงห์บุรีเองก็ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี ในการเข้ารับการฉีดวัคซีน ซึ่งตรงนี้เราต้องดำเนินชีวิตแบบใหม่ที่ต้องเข้มงวดป้องกันตัวเองตามมาตรฐานด้านสาธารณสุข เพื่อพร้อมรับมือกับการเปิดประเทศตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป    ______________  

         เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา “รู้รักสามัคคี รักษ์สิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพชีวิต” ภายใต้โครงการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564 และเนื่องในวันรู้รักสามัคคี 4 ธันวาคม 2564  พร้อมด้วยนายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่กระทรวงดิจิทัลฯ นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลฯ และนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวรายงานและมีนายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมด้วย พร้อมกันนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากศิลปินดาราชื่อดังมาร่วมสร้างสีสัน ความสนุกสนาน อาทิ  (น้องไมค์) ภัทรเดช สงวนความดี (น้องลีนา) ลลินา ชูเอ็ทท์ (น้องเบส) อนาวิล ชาติทอง (น้องกัส) สุระ รพีสิริรัตน์ ณบริเวณสนามกีฬาฟุตบอล โรงเรียนสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี  ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเพื่อสร้างความรักความสามัคคี การมีส่วนร่วม ของคนในชุมชนด้วย   ______________  

             เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมกล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการจัดการ สมัยที่ ๔๕ ขององค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน – ๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ ในรูปแบบการประชุมทางไกล โดยที่การประชุมคณะกรรมการจัดการ เป็นการประชุมประจำปีของ APT เพื่อพิจารณาโครงการและกิจกรรมของ APT และรายงานผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา โดยการประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วม ๒๒๔ คน จากประเทศสมาชิก ๓๑ ประเทศ รวมถึงสมาชิกสมทบ สมาชิกในเครือ และองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ซึ่งไทยในฐานะประเทศสมาชิกที่ร่วมก่อตั้ง APT จะให้ความร่วมมือและสนับสนุน APT ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก   ********************

          เมื่อวันที่ 30 พ.ย.64 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อจัดทำแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการติดตาม ชี้แจง แนะนำหรือทำความเข้าใจกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ รวมทั้งเร่งรัดการดำเนินงานแผนงาน/โครงการตามนโยบายรัฐบาลและนโยบายกระทรวง ตลอดจนการปฏิบัติงานตามภารกิจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยได้พิจารณากำหนดแผนงาน/โครงการสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์กระทรวงฯ ทั้ง 7 ยุทธศาสตร์ เพื่อบรรจุในแผนการตรวจราชการฯ ดังกล่าว ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ได้แก่ โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน ยุทธศาสตร์ที่ ๒ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ได้แก่ โครงการยกระดับเมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย เพื่อคนไทยเท่าเทียมและเท่าทัน ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ โครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ส่งเสริมการให้บริการแก่ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชนในรูปแบบดิจิทัล ได้แก่ โครงการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) ยุทธศาสตร์ที่ ๕ พัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัล ได้แก่ โครงการเรียนโค้ดดิ้งพัฒนา STEM ยุทธศาสตร์ที่ ๖ สร้างและส่งเสริมความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ โครงการพัฒนาบริการโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงปลอดภัยด้านดิจิทัล กิจกรรม ให้บริการเฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ให้กับบริการออนไลน์ภาครัฐ และจัดการเหตุการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ให้กับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการให้บริการ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐ/เอกชน และ ยุทธศาสตร์ที่ ๗ ส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ โครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวัดข้อมูลอุตุนิยมวิทยาระดับอำเภอให้เป็นระบบอัตโนมัติ   ***************************

              เมื่อวันที่ 30 พ.ย.64  โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า  ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ถูกลอตเตอรี่ ต้องขึ้นรางวัลที่กองสลากเท่านั้น และเสียภาษี 5% ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการคลัง พบว่าข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ  ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า ผู้ที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล สามารถติดต่อขอรับเงินรางวัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ  โดยการขึ้นเงินรางวัลที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กรณีเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล ต้องชำระค่าอากรแสตมป์ ในอัตรา 1 บาท ของเงินรางวัลทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท หากเป็นสลากการกุศล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล แต่หากขึ้นเงินรางวัลที่ธนาคาร สามารถขึ้นเงินรางวัลงวดปัจจุบันได้ทุกรางวัล ยกเว้นรางวัลที่ 1 ซึ่งธนาคารจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการจากผู้ขอรับเงินรางวัลในอัตราร้อยละ 1 ของมูลค่ารางวัล               ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลสามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 02 5289999   นอกจากนี้ประชาชนสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ********************


             เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา – อาเซียน (United States – ASEAN Business Council: USABC) นำโดย Ambassador Ted Osius ประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา – อาเซียน ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือในลักษณะกึ่งออนไลน์ (Hybrid) โดยมีนายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่กระทรวงดิจิทัลฯ นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลฯ และนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ และนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม                 ในโอกาสนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้นำเสนอนโยบายสำคัญของกระทรวงฯ และร่วมหารือกับ คณะผู้แทน USABC เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการความร่วมมือระหว่างไทยและภาคเอกชนของสหรัฐอเมริกาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และความร่วมมือด้านดิจิทัลต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาโครงการ GDCC ของภาครัฐ  การผลักดันการใช้เทคโนโลยี 5G การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงฯ และภาคเอกชนของสหรัฐอเมริกา การเชิญชวนบริษัทต่าง ๆ ที่สนใจในเข้ามาลงทุนในโครงการ Digital Valley ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ EECd อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะหารือเพิ่มเติมเพื่อร่วมพัฒนาความร่วมมือต่าง ๆ ให้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป   *****************                

            เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาการขอรับการจัดสรรหมายเลขโทรคมนาคมพิเศษ (แบบสั้น 4 หลัก) และการขอจัดตั้ง Sub Call Center เพื่อให้บริการตอบข้อซักถามและข้อร้องเรียนของประชาชน โดยผ่านบริการโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน  (Government Contact Center : GCC 1111 ) ครั้งที่ 6/2564 ณ ห้องประชุม 701 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยที่ประชุมได้พิจารณาการขอรับจัดสรรหมายเลขโทรศัพท์แบบสั้น 4 หลัก ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โดยที่ประชุมเห็นชอบให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพใช้งานหมายเลข 1426 จาก กสทช.ต่อเนื่องอีก 1 ปี เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีช่องทางอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการให้บริการข้อมูลอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้จากสถิติการให้บริการตั้งแต่ตุลาคม 2563 จนถึง กันยายน 2564 มีผู้ใช้บริการทั้งสิ้น 21,282 ครั้ง   ********************  


           “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ส่องกระแส New Normal ขับเคลื่อน 4 เทรนด์ความเปลี่ยนแปลงใหม่ ภายใต้แรงหนุนของเทคโนโลยี ย้ำรัฐบาลเกาะติดโอกาส 5G ชิงความได้เปรียบในพัฒนาเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลกให้กับประเทศไทย               นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในงานสัมมนา “5G THAILAND BIG MOVE” วันนี้ (2 ธ.ค. 64) ว่า การเปลี่ยนผ่านวิถีการดำเนินชีวิตสู่รูปแบบ New Normal ที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี ทำให้เกิดเทรนด์ความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนใน 4 ด้าน ได้แก่ การเฝ้าระวัง ติดตาม และจัดเก็บข้อมูลเข้าสู่โลกดิจิทัลมากยิ่งขึ้น, เกิดโอกาสในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างคาดไม่ถึงมากมาย, ธุรกิจและผู้บริโภคถูกเร่งให้ปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีดิจิทัลและกลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวัน และเศรษฐกิจดิจิทัลมีการขยายตัวสูงขึ้น ธุรกิจมีการเชื่อมต่อกับโลกมากยิ่งขึ้น และมีการให้บริการรูปแบบ Cross border / Globalized Service ที่ไม่มีข้อจำกัดในเชิงภูมิศาสตร์อีกต่อไป                ทั้งนี้ เพื่อเกาะติดกระแสความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และชิงความได้เปรียบในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน 5G เพราะมองเห็นโอกาสและศักยภาพด้วยเทคโนโลยี 5G ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก                 โดยมีผลการศึกษา พบว่า ในปี 2570 ความต้องการใช้งาน 5G ของผู้บริโภคมีแนวโน้มสูงขึ้นเห็นได้ชัดโดยคนไทยจะใช้งาน 5G ไม่ต่ำกว่า 70 ล้านราย (หรือประมาณ 73%) และปี 2573 ตลาด 5G ในประเทศจะมีมูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านบาท และสร้างการจ้างงานใหม่ด้านดิจิทัลกว่า 130,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นผลจากการประยุกต์ใช้ประโยชน์ 5G   ขณะที่ ในปี 2575 ประเทศไทยจะมีการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้ 5G อยู่ที่ 2.3 - 5 ล้านล้านบาท รวมถึง ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลจะลดลงอย่างน้อย 38,000 ล้านบาท/ปี และในปี 2578 ด้านการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม และการค้าการลงทุนในพื้นที่ EEC โดย 5G จะช่วยเพิ่มมูลค่าจีดีพี ให้กับประเทศไทยได้ไม่ต่ำกว่า 5.5 เท่า                 “นี่เป็นเรื่องสำคัญ เราเชื่อว่าการขับเคลื่อน GDP ของประเทศต้องเกิดจากเทคโนโลยี 5G และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ถ้าเราไม่ขับเคลื่อน 5G ให้พร้อมกับการแข่งขันเวทีโลก ความสามารถในการแข่งขันเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ และทำให้เกิดการเสียโอกาสไปหลายแสนล้านบาท” นายชัยวุฒิกล่าว                  ด้านความคืบหน้าของการพัฒนา 5G ในประเทศไทย ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดอันดับให้ติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองที่มี 5G ที่ดีที่สุดในโลก และไทยเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ในการวางโครงสร้างพื้นฐาน 5G ทั้งนี้เป็นผลจากการที่ประเทศไทยมีการลงทุนพัฒนาโครงข่าย 5G และขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จาก 5G ที่รวดเร็วมาก                  ล่าสุด จากการจัดอันดับใน Opensignal 5G Global Awards 2021 ซึ่งจัดทำโดยบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ผู้ใช้งานมือถือระดับโลก ได้ยกให้ประเทศไทยเป็น 5G Global Leader ใน 5 หัวข้อ ได้แก่ 1.การใช้งานจริง  (5G Availability) 2.ความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูล (5G Download Speed)  3.ความเร็วในการอัพโหลดข้อมูล (5G Upload Speed) 4.ให้ประสบการณ์ดีที่สุดในการเล่นเกม (5G Games Experience) และ 5.ประสบการณ์ความเร็วในการดาวน์โหลดวิดีโอ (5G Video Experience)                 “ในส่วนของภาคของประชาชน ซึ่งเป็นผู้ใช้งานก็จะได้รับประโยชน์โดยตรง จากการที่ภาครัฐเดินหน้าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง รวมถึง การผลักดันให้ขยายเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้มีแบนด์วิธเพิ่มขึ้น มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการใช้บริการสื่อสารข้อมูลต่ำลง และรองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ได้มากขึ้น ทำให้คนไทยสะดวกสบายขึ้น ในการติดต่อสื่อสาร” นายชัยวุฒิกล่าว                   ปัจจุบัน กระทรวงดิจิทัลฯ ได้เร่งดำเนินการผลักดันการนำร่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ทั้งหมด 6 ด้าน ได้แก่ การเกษตร สาธารณสุข อุตสาหกรรม การศึกษา คมนาคม และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) รวมทั้งสิ้น 9 โครงการ ที่กระจายครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ อีกทั้งอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G ของประเทศไทย ระยะที่ 1 ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนและการใช้ประโยชน์จาก 5G เพิ่มขึ้น ตลอดจนผลักดันแนวทางการส่งเสริมการพัฒนาเมืองเทคโนโลยี 5G (5G City Guidance) เพื่อผลักดันให้เมืองอัจฉริยะทั่วประเทศ มีบริการ 5G ในด้านต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ อย่างน้อย 1 บริการ ต่อ 1 เมืองอัจฉริยะ   *******************


         “เนวินธุ์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลฯ เผยข่าวปลอมกลุ่มนโยบายรัฐ/ข่าวสาราชการ พุ่งต่อเนื่อง ล่าสุดครองสัดส่วน 60% ของภาพรวมจำนวนเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ             นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 26 พ.ย. – 2 ธ.ค.64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข้อความที่เข้ามาจำนวน 11,593,001 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 217 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 108 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 21 เรื่อง             ทั้งนี้ ในภาพรวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 108 เรื่อง ประมาณ 60% อยู่ในกลุ่มข่าวเกี่ยวกับโยบายรัฐบาล/ข่าวสารทางราชการ โดยมีจำนวน 63 เรื่อง ตามมาด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ จำนวน 33 เรื่อง กลุ่มเศรษฐกิจ11 เรื่อง และกลุ่มภัยพิบัติ 1 เรื่อง             นอกจากนี้ เริ่มเห็นแนวโน้มว่ามีการใช้วิธีการอ้างชื่อหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนเชื่อถือข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือน ดังนั้น กรณีได้รับข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียล ก็อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ต่อ แต่ควรตรวจสอบกับช่องทางสื่อสารต่างๆ ขององค์กรที่ถูกอ้างชื่อ หรือแจ้งข้อมูลมายังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเพื่อช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ และยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป            สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 3 อันดับแรก ในรอบสัปดาห์ล่าสุดนี้ ได้แก่ อันดับ 1 เรื่อง กินถั่วลิสงวันละ 1 กำมือ ช่วยรักษาอาการวัยทอง อารมณ์แปรปรวน อันดับ 2 หน่วยงานภายใต้ ธ.อิสลาม ส่งข้อความชักชวนสร้างรายได้เสริม และ 3 กินเผ็ดช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้น้ำหนักลด ผอมเร็ว           “ประชาชนถือเป็นภาคส่วนสำคัญในการทำงานร่วมกับรัฐ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาการแพร่กระจายข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ขอให้ตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นายเนวินธุ์กล่าว   __________

          เมื่อวันที่ ๓  ธันวาคม ๒๕๖๔ นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการจัดการ สมัยที่ ๔๕ ขององค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน – ๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ ในรูปแบบการประชุมทางไกล โดยวันที่ ๓ธันวาคม ๒๕๖๔ เป็นวันสุดท้ายของการประชุมฯ เพื่อรับรองรายงานการประชุมฯ รวมทั้งแผนงาน/โครงการของ APT และงบประมาณ สำหรับการดำเนินโครงการของ APT  สำหรับ ปี ค.ศ. ๒๐๒๒ สำหรับการประชุมคณะกรรมการจัดการ สมัยที่ ๔๕ ขององค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) มีผู้เข้าร่วม ๒๒๔ คน จากประเทศสมาชิก ๓๑ ประเทศ รวมถึงสมาชิกสมทบ สมาชิกในเครือ และองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ซึ่งไทยในฐานะประเทศสมาชิกที่ร่วมก่อตั้ง APT จะให้ความร่วมมือและสนับสนุน APT ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก   __________

        “อัจฉรินทร์” ปลัดดีอีเอส ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เผยสถานการณ์ข่าวปลอมปี 64 หมวดนโยบายรัฐตัวเลขพุ่ง เพราะถูกโยงกับการบิดเบือนข้อมูลนโยบายเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ตั้งธงปีงบฯ 65 มุ่งกิจกรรมสร้างการรับรู้ต่อเนื่อง ผนึกกำลังภาคประชาชนขยายผลการเฝ้าระวัง และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องในวงกว้าง             นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กล่าวว่า จากการวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ข่าวปลอมตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา (1 ม.ค. - 30 พ.ย. 64) พบว่า หมวดหมู่นโยบายมีแนวโน้มจำนวนการพูดถึงที่สูงที่สุดเฉลี่ย 46,885 ต่อวัน คิดเป็น 51.03% ของภาพรวมจำนวนข่าวที่เข้าเกณฑ์ต้องดำเนินการตรวจสอบ โดยพบข่าวปลอมสูงในช่วงรัฐบาลมีการออกนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อเยียวยาให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  จึงทำให้มีการบิดเบือนข้อมูลนโยบายนั้นๆ เกิดขึ้น              รองลงมาเป็น หมวดหมู่สุขภาพมีแนวโน้มจำนวนการพูดถึงเฉลี่ย 21,534 ต่อวัน คิดเป็น 23.44% ช่วงเวลาที่มีการแพร่กระจายข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนในหมวดหมู่นี้จำนวนมาก สอดคล้องกับช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ในวงกว้าง และจำนวนค่อยๆ ลดลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้            หมวดหมู่เศรษฐกิจมีแนวโน้มจำนวนการพูดถึงเฉลี่ย 13,922 ต่อวัน คิดเป็น 15.15% โดยพบข่าวปลอมสูงในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าอุปโภคและบริโภค อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมของข่าวในหมวดหมู่นี้เรื่องส่วนใหญ่จะมีการพูดถึงจะเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไป แต่ไม่พบประเด็นที่เข้าข่ายเป็นข่าวปลอม              หมวดหมู่ภัยพิบัติ มีแนวโน้มจำนวนการพูดถึงเฉลี่ย 9,537 ต่อวัน คิดเป็น 10.38% โดยพบข่าวปลอมสูงในบางช่วง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นข่าวการคาดการณ์สถานการณ์ทั่วไป แต่จะพบได้มากขึ้นหากพื้นที่โดยรอบประเทศเกิดภัยพิบัติ              นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ข่าวปลอมในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา (1-30 พ.ย. 64) ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้รวบรวมสถิติ 10 อันดับข่าวที่มีคนสนใจมากที่สุด ดังนี้ 1.ถ่ายคลิปจักรยานยนต์ทำผิดกฎหมายส่งตำรวจ ลุ้นรับเงินรางวัลสูงสุด 2 หมื่นบาท 2.ยกเลิกบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิต ขอคืนค่าธรรมเนียมรายปีจากธนาคารได้ 3. ขึ้นทางด่วนฟรี ทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ จนถึงปี 2578 4. รางจืด สามารถช่วยเลิกยาบ้าได้แบบไม่ทรมาน ไม่ลงแดง  5.ครม. อนุมัติการสร้างบ้านเช่า 1 แสนหลัง สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนโสด และครอบครัวใหม่ จ่ายขั้นต่ำ1,500 บาท/เดือน และ 6.เรื่อง สธ. เตรียมออกมาตรการไปที่สาธารณะ ต้องแสดงหลักฐานฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 1 เข็ม โดยทั้ง 6 อันดับแรกเป็นข่าวจริง             7.โรคงูสวัด หากขึ้นวนรอบตัวจะทำให้เสียชีวิต (ข่าวปลอม) 8.ลาป่วยไม่ถึง 3 วัน ไม่ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ต่อนายจ้าง (ข่าวบิดเบือน) 9. ครม. อนุมัติร่างกฎกระทรวง ป้ายทะเบียนรถพิเศษ ใส่ข้อความ หรือชื่อคน คู่กับเลขได้ไม่เกิน 4 หลัก  และ 10. กระทรวงแรงงาน เปิดรับแรงงานไทยไปทำงานเกาหลี ประเภทกิจการเกษตร/ปศุสัตว์ ซึ่งทั้งสองอันดับหลังนี้เป็นข่าวจริง              ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ตลอดเดือน พ.ย. 64 จากการรับแจ้งเบาะแส และติดตามการสนทนาบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับข่าวปลอม พบข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมดกว่า 49 ล้านข้อความ มีข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 914 ข้อความ โดยหลังจากคัดกรองพบข้อความข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ480 เรื่อง              ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ยังคงให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 17 ธ.ค. นี้ จะมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวที่ จ.น่าน สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษา วัยทำงาน ผู้สูงอายุ หน่วยงานต่างจังหวัดและภาคประชาชน             “สำหรับในปีงบฯ 65 เราหวังผลกับกลุ่มเป้าหมายภาคประชาชน เพื่อช่วยต่อยอดขยายผลสร้างการรับรู้ วิธีสังเกตข่าวปลอม ช่องทางการแจ้งเบาะแส และขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่เผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนและปัญหาข่าวปลอม อันจะช่วยภาครัฐสามารถชี้แจงทำความเข้าใจ และเผยแพร่ความถูกต้องให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความมั่นคง และประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและสารสนเทศได้” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว   __________

         กระทรวงดิจิทัลฯ จัดการประชุมรับฟังความเห็นหรือข้อเสนอแนะ ต่อร่างแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Guideline) รองรับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ ครอบคลุมบริการ 7 ด้านที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก และมีผลกระทบสูง                 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการประชุมรับฟังความเห็นหรือข้อเสนอแนะ ต่อร่างแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Guideline) ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล  ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยมีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เป็นที่ปรึกษาดำเนินโครงการฯ                 ที่ผ่านมา ทีดีอาร์ไอ ได้มีการรวบรวม ศึกษาวิเคราะห์ และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเรียบร้อยแล้วจำนวน 2 รอบ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการปรับปรุงร่างแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Guideline) ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าว จากนี้จะเป็นขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากสำนักงานสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ทำหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำไปปรับปรุงร่างแนวปฏิบัติฯ ฉบับสมบูรณ์ต่อไป                 สำหรับการจัดทำร่างแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ดังกล่าว จะครอบคลุมบริการ 7 ด้านที่มีผลกระทบสูงต่อประชาชนจำนวนมาก ประกอบด้วย 1.ด้านสาธารณสุข ทั้งโรงพยาบาลและร้านขายยา 2.ด้านค้าปลีก และอี-คอมเมิร์ซ 3.ด้านการศึกษา 4.ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ 5.ด้านการท่องเที่ยว 6.ด้านอสังหาริมทรัพย์และการบริหารทรัพย์สิน และ 7.หน่วยงานของรัฐ                โดยการออกแนวปฏิบัติดังกล่าว เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินการตามกฎหมายหรือหลักการใดๆ ที่กำหนดขึ้นเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลในทางปฏิบัติ เช่น การกำหนดและแยกแยะข้อมูลส่วนบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ และการจัดทำนิรนามข้อมูล เป็นต้น                “แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Guideline ที่เรากำลังจัดทำฉบับนี้ เน้นสร้างความตระหนัก และการเตรียมพร้อมขององค์กร รวมทั้งให้ความสำคัญกับประเด็นวงจรการใช้ข้อมูล (Data Cycle) เพราะจะได้ไม่ต้องทำการจัดเก็บข้อมูลบางประเภท หรือของบางบริการไว้นานเกินไป” นายเวทางค์กล่าว   ____________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.