Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

        เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ คณะผู้บริหาร เข้าร่วมงานฉลองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ครบรอบ 45 ปี ณบริเวณลานหน้าอาคารแสดงประเทศไทยอย่างพร้อมเพรียง เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธี โดยมี นายวราวุธ ภู่อภิญญาเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี นายชัยรัตน์ ศิริวัฒน์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ให้การต้อนรับ              นายสุชาติ ประธานในพิธีได้กล่าวแสดงความยินดีถึงความสัมพันธ์อันดี ระหว่าง ไทย-ยูเออี ที่มีมั่นคงและราบรื่นในทุกๆ ด้าน พร้อมทั้งกล่าวถึงความนิยมของอาคารแสดงประเทศไทยที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่มาเยี่ยมชมในงาน Expo 2020 Dubai ซึ่งผลตอบรับอันดีเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมืออย่างเต็มที่ของไทยและยูเออีเช่นกันหลังจากนั้น เป็นพิธีมอบเกียรติบัตรสำหรับผู้ชนะการประกวดตราสัญลักษณ์งาน ฉลองความสัมพันธ์ ไทย-ยูเออี ครบรอบ 45 ปี พร้อมทั้งได้ร่วมชมการแสดงอันถ่ายทอดถึงวัฒธรรมของประเทศไทยและยูเออี              นอกจากนี้ การฉลองความสัมพันธ์ดังกล่าวอาคารแสดงประเทศไทยได้มีการจัดนิทรรศการฉลองครบรอบ 45 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้านหน้าอาคาร มีนิทรรศการเป็นบอกเล่าประวัติความเป็นมาของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีพิธีเปิดนิทรรศการเมี่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยจะจัดแสดงจนถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2564            ประเทศไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม2518 โดยไทยเปิดสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบก่อนเป็นลำดับแรก เมื่อเดือนมกราคม 2535 และต่อมาเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2537   _________________  

      เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2564 นาย Dato Lim Jock Hoi เลขาธิการอาเซียน และคณะ เยี่ยมชมอาคารแสดงประเทศไทยในงาน Expo 2020 Dubai เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  โดยมี นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายชัยรัตน์ ศิริวัฒน์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ดร.กษิติธร ภูภราดัยรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ให้การต้อนรับพร้อมนำชมนิทรรศการภายในอาคารแสดงประเทศไทย            ทั้งนี้ เลขาธิการอาเซียน กล่าวชื่นชมอาคารแสดงประเทศไทย ที่นำเสนอให้เห็นถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยไปสู่สากล ชูความเป็นไทยให้โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่งดงาม และยังมีแผนการพัฒนาประเทศไปสู่อนาคตโดยคนรุ่นใหม่ที่ชัดเจน หลังจากนั้น Dato Lim Jock Hoi ได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้บริหารของประเทศไทยที่ The Taste of Thai ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารแสดงประเทศไทย และมีความโดดเด่นที่ได้รับความนิยมจากผู้เยี่ยมชมอาคารแสดงประเทศประเทศไทยเป็นอย่างดีเสมอมา    __________

       นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านสภาพอากาศ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ประเทศไทย เตรียมรับอากาศร้อน ช่วงวันที่ 9-18 ธ.ค. ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ              ทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า สภาวะอากาศในระยะนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูหนาว (ซีกโลกเหนือยังหันขั้วออกจากดวงอาทิตย์) ซึ่งสภาพภูมิกาศโดยปกติของประเทศไทยโดยเฉพาะทางตอนบน (ภาคเหนือ ภาคอีสาน) ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าได้ต่อเนื่องไปถึงมกราคม และอาจจะมีบางช่วง เช่นวันที่ 13-15, 21-24 ธ.ค. 64 และช่วงต้นเดือนมกราคม ทางตอนบนยังมีอากาศเย็นถึงหนาวได้ เนื่องจากยังมีมวลอากาศเย็นหรือบริเวณความกดอากาศสูงแผ่เสริมลงมาปกคลุมเป็นระลอกๆ มีบางช่วงเท่านั้นที่อากาศอุ่นขึ้นเนื่องจากมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับ กทม. ยังมีอากาศเย็นตอนเช้าต่อเนื่อง              โดยพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 9-15 ธันวาคม 2564 พบว่าบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางยังคงปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียสแต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าหลังจากนั้น ในช่วงวันที่ 14-15 ธ.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่อีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส  ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 13-15 ธ.ค. 64 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณเกาะบอร์เนียวจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ตลอดช่วงทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง               ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์http://www.tmd.go.th, Facebook: กรมอุตุนิยมวิทยา, Application: Thai weather หรือติดต่อสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง)               นอกจากนี้ประชาชนสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ______________




        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า  กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เรื่อง อาการเจ็บป่วยเมื่ออยู่ใกล้บริเวณเสาส่งสัญญาณ 5G จะมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หูอื้อ ความดันโลหิตสูง ใจสั่น มีอาการสั่นสะเทือนที่ศีรษะและคอ มีแรงดันในศีรษะ  ซึ่งอาการเจ็บป่วยคล้ายการติดเชื้อไวรัสนั้น  ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ  ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงาน หรือผลการศึกษาจากสถาบันใดที่ระบุว่าเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่เสาสัญญาณ 5G ก่อให้เกิดอันตราย  โดยองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าจากผลการศึกษายังไม่พบว่า คลื่นความถี่จากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งนักวิชาการโทรคมนาคมหลายคนในประเทศก็ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า คลื่น 5G 4G 3G 2G ต่างก็เป็นคลื่นวิทยุเหมือนกันแต่ต่างกันที่เทคโนโลยีเท่านั้น ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ว่า เมื่ออยู่ใกล้เสาส่งสัญญาณ 5G จะมีอาการเจ็บป่วยคล้ายการติดเชื้อไวรัสจึงไม่เป็นความจริง  ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ               ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันแก้ไขปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   __________



             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ตามที่ได้มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ต่างๆ ในประเด็นเรื่อง การรับทำเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโควิด 19 ทางออนไลน์ ซึ่งระบุว่าแม้ไม่ได้ฉีดวัคซีนก็สามารถออกเอกสารให้ได้ เป็นของแท้ที่ได้รับการรับรองนั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า เอกสารดังกล่าวที่มีการรับทำทางออนไลน์เป็นเอกสารปลอม โดยเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโควิด 19 ของจริงจะต้องออกโดยสถานที่ฉีดเท่านั้น ซึ่งผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจึงไม่สามารถได้รับเอกสารดังกล่าวได้แต่อย่างใด และขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเพราะการปลอมเอกสารราชการมีความผิดทางกฎหมาย ต้องระวางโทษทั้งจำ และปรับ                ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย และวิธีการป้องกันตนเอง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.ddc.moph.go.th หรือโทร. 1422                นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันแก้ไขปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ******************  

กิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center : AFNC) ในวันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 เวลา 08.30 - 13.00 น. ณ โรงแรม The Impress Nan Hotel (โรงแรม ดิอิม เพรส น่าน) ต.ดู่ใต้ อ.เมือง จ.น่าน

        “พล.อ.ประวิตร” ประธานประชุมบอร์ดกองทุนดิจิทัลฯ เคาะวันที่ 14 ก.พ. ปีหน้า เปิดรับโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนทุนประจำปีงบฯ 65 ครั้งที่ 1 กรอบวงเงิน 2,500 ล้านบาท เน้นส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 4 ด้านครอบคลุม การเกษตร บริการภาครัฐ การศึกษา/พัฒนาคน และ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล               วันนี้ ( 15 ธันวาคม 2564 ) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 5/2564 พร้อมด้วย นายชัยวุฒิธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประวิตรฯ กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ให้ความเห็นชอบประกาศและหลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อการเปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรม ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1 ภายใต้กรอบวงเงิน 2,500 ล้านบาท โดยโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการส่งเสริม สนับสนุนต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการให้ทุนสนับสนุนใน 4 ด้าน ได้แก่  1. Digital Agriculture ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการบริหารการจัดการเกษตรแบบเชิงรุก 2. Digital Government & Infrastructure ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการออกแบบบริการภาครัฐ 3. Digital Manpower ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษาตลอดช่วงอายุ 4. Digital Technology ส่งเสริมและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมดิจิทัล  มาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation)              พลเอกประวิตรฯ กล่าวต่อไปว่า การเปิดรับข้อเสนอโครงการของกองทุนพัฒนาดิจิทัลได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานของรัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไป ที่มีแนวคิดในการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นประโยชน์ต่อการให้บริการสาธารณะ และไม่เป็นการแสวงหากำไร โดยไม่เป็นการทำลายการแข่งขันอันพึงมีตามปกติวิสัยของกิจการภาคเอกชน มายื่นรายละเอียดโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับการสนับสนุน ซึ่งจะเตรียมประกาศเปิดรับทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถึงนี้              ขณะที่ นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องขอเน้นย้ำถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการหรือกิจกรรมที่เสนอขอรับการส่งเสริมสนับสนุน จะต้องมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม มีการเชื่อมโยงเป้าหมายความสำเร็จของโครงการกับวัตถุประสงค์หรือกิจกรรม ระยะเวลา และงบประมาณที่ใช้ในโครงการมีความเหมาะสม การดำเนินการให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ อีกทั้งจะต้องเกิดประโยชน์ในวงกว้าง รวมทั้งมีความยั่งยืนหลังจากเสร็จสิ้นโครงการด้วย             “โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การพัฒนาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สามารถพัฒนาไปในทิศทาง ที่นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำหนด เพื่อมุ่งสู่การเป็น “ดิจิทัลไทยแลนด์” ต่อไป” นายภุชพงค์ กล่าว             พร้อมกันนี้ นายภุชพงค์ฯ ยังกล่าวเสริมถึงประเด็นอื่น ๆ ในการประชุมครั้งนี้ว่า คณะกรรมการฯ ได้รับทราบผลการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารทุนหมุนเวียน โดยที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการที่ได้รับอนุมัติทั้ง 4 ครั้ง ในภาพรวมเฉลี่ยแล้วมากกว่าร้อยละ 88 รวมทั้งมีการพิจารณาอนุมัติโครงการตามมาตรา 26 (3) ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดก่อนลงนามในสัญญาของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564              “ที่สำคัญอีกประการ คณะกรรมการฯ ยังพิจารณายกเว้นการหักเงินหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ร้อยละ 5 ของวงเงินตามสัญญาฯ สำหรับหน่วยงานของรัฐ และปรับแก้ (ร่าง) สัญญารับการส่งเสริม สนับสนุนความช่วยเหลือในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฯ เพื่อให้การบริหารสัญญาโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากองทุนพัฒนาดิจิทัลเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายภุชพงค์ฯ กล่าวทิ้งท้าย   ___________

       ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ หนุนวาระขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ย้ำความสำคัญเรื่องการจัดการการสื่อสารอย่างมีส่วนร่วมในวิกฤตสุขภาพ เผยผลงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม 2 ปีที่ผ่านมา พบเฟคนิวส์ข่าวหมวดสุขภาพที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบ 6,704 เรื่อง           นางสาวชมภารี  ชมภูรัตน์  ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในโอกาสร่วมเปิดการประชุมและรับรองระเบียบวาระสมัชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 14 พ.ศ. 2564 ว่า กระทรวงดิจิทัลฯ และคณะกรรมการจัดการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 14 มีบทบาทร่วมกันในการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในประเด็น การจัดการการสื่อสารอย่างมีส่วนร่วมในวิกฤตสุขภาพ            ทั้งนี้ การสื่อสารในภาวะวิกฤตสุขภาพ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นการสื่อสารที่สร้างความสับสนในสังคม เช่น ข่าวลวง ข่าวปลอมและการบิดเบือนข้อเท็จจริง ที่สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อการสื่อสารและล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลฯ มีหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ วิเคราะห์ และรับแจ้งเบาะแสข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอไม่ตรงข้อเท็จจริงที่ถูกเผยแพร่อยู่ในสังคมและนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้ทุกหน่วยงาน รวมถึงภาคประชาชนรับทราบโดยตรงอย่างทันท่วงที          โดยนับตั้งแต่จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 62 ปัจจุบันพบเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ(Verify) ในหมวดข่าวสุขภาพ จำนวนรวม 6,704 เรื่อง (อัพเดท ณ วันที่ 30 พ.ย. 64) “เราขอสนับสนุนร่างมติระเบียบวาระการจัดการการสื่อสารอย่างมีส่วนร่วมในวิกฤตสุขภาพ  ในทุกประเด็น โดยเฉพาะในข้อ 3 เรื่องการสื่อสารในภาวะวิกฤตอย่างมีส่วนร่วมที่ครอบคลุม  และทั่วถึง และข้อ 6 เรื่องการให้ความสำคัญกับการกำกับทิศทาง และความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารวิกฤตสุขภาพในสังคม โดยบังคับใช้ระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม เป็นธรรม รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์” นางสาวชมภารีกล่าว          โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเฝ้าระวัง จัดการกับข่าวลวง ข่าวปลอม และการบิดเบือน ที่สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อการสื่อสารของภาครัฐ และการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในสังคม ตลอดจนประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานและช่องทางรับข้อมูลจากประชาชน ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบันด้วย           นางสาวชมภารี กล่าวว่า นอกจากนี้ต้องสร้างให้เกิดความเข้าใจ ในกระบวนการตรวจสอบข่าวปลอมได้ด้วยตนเอง วิธีเช็คแหล่งที่มา วิธีสังเกต การพาดหัวข้อข่าว การแจ้งเบาะแสให้กับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี การชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบอย่างรวดเร็วกรณีปัญหาข่าวปลอม ในสื่อต่างๆ เน้นความรวดเร็ว และทุกจังหวัดอาจต้องเตรียมพร้อมในการจัดให้มีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมจังหวัด เพื่อตรวจสอบข่าวปลอม ที่เกี่ยวข้องและต้องมีการชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ           ขณะเดียวกัน กระทรวงดิจิทัลฯ มีแผนการดำเนินการอย่างต่อเนื่องของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ที่มุ่งเน้นสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันปัญหาข่าวปลอมให้กับประชาชน และสร้างเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมและประชาชน   ______________

           รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม เผย ฝรั่งเศสชวนไทยทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อผลักดันไทยเป็นHUBการขนส่งในภูมิภาคอินโดจีน                                                                        นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์คัดแยกพัสดุไปรษณีย์  "Le Thillay Sorting Centre" ของ Colissimo ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้  La Poste  Groupe ของการไปรษณีย์ฝรั่งเศส พร้อมด้วย นายรัฐพล ภักดีภูมิ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เเละ นายดนันท์  สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยมี นาย Christophe Demailly, Director, International and Overseas Territories, Parcel BU และนาง Yan JIN ZHUANG, Head of Asia Pacific, Middle East, Africa and Americas ของการไปรษณีย์ฝรั่งเศสให้การต้อนรับ ทั้งนี้ รมว.ดิจิทัลฯ เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมกระบวนการปฏิบัติงาน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยรวดเร็วของศูนย์คัดแยกดังกล่าว ทางการไปรษณีย์ฝรั่งเศสได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเสริมสร้างโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกันในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นพันธมิตรกับไทยเพื่อขยายโอกาสทางตลาดของฝรั่งเศสมายังภูมิภาคอินโดจีนและการผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลาง (HUB) ในการกระจายสินค้าและพัสดุไปยังภูมิภาคดังกล่าวซึ่งประกอบด้วย ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม                                        ทั้งนี้ การไปรษณีย์ฝรั่งเศสหรือ La Poste Groupe จัดเป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก เเละเป็นอันดับ 1 ของยุโรป จากยอดการส่งสินค้าในยุโรป ทำให้มีกำไรต่อปี อยู่ประมาณ 3,100 ล้านยูโร  มีพนักงาน 249,000 คน เเละเจ้าหน้าที่นำจ่าย 64,000 คน   ********************


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.