Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา




        โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง เผยประเดิมต้นปี 65 มีคำสั่งศาลปิดกั้นและลบเนื้อหาผิดกฎหมาย 50 ยูอาร์แอล ย้ำกระทรวงดิจิทัลฯ ทำงานเชิงรุกต่อเนื่อง หวังขจัดปัญหาข้อความเท็จให้หมดจากสังคมโซเชียล             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากแนวโน้มปัญหาการโพสต์ข้อความเท็จ ที่ยังมีการแพร่กระจายบนช่องทางโซเชียลต่างๆ จำนวนมาก สร้างความตื่นตระหนก ความสับสนให้กับประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของชาติ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เร่งติดตามปัญหาเชิงรุก มีการมอนิเตอร์สถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศทุกวัน             ทั้งนี้ สถานการณ์ข่าวปลอมและการดำเนินการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.64 – 2 ม.ค.65 พบว่ามีการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำนวน 19 ยูอาร์แอล แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 11 ยูอาร์แอล ยูทูบ 6 ยูอาร์แอล และทวิตเตอร์ 2 ยูอาร์แอล              ทางด้านการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ดีอีเอส ได้ประสานหน่วยงานเจ้าของเรื่องมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดแล้ว โดยในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว ศาลสั่งปิดกั้นและลบเนื้อหาที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แล้ว 2 คำสั่ง จำนวน 50 ยูอาร์แอล โดยเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความมั่นคง               “ขอฝากความห่วงใยให้แก่พี่น้องประชาชน ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้ระมัดระวังและไตร่ตรองข้อมูลให้รอบด้าน  หากโพสต์ข้อความที่เป็นเท็จ สร้างข่าวปลอมในระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงผู้ที่แชร์ข้อความนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย” นางสาวนพวรรณกล่าว   ____________

           เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 ดาโต๊ะดร. ฮาจิ นูร์อัซมีบินกาซาลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข 1 ของประเทศมาเลเซียและคณะ พร้อมด้วยคุณนันทพร เหล่าบุญเจริญ รองกงสุลใหญ่ประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของประเทศไทย และรวมรับฟังการนำเสนอผลงานด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย  โดยมีนางสาวสิริน้อย  องค์ศิริวิทยา ผู้อำนวยการกองกลาง และนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับและนำเสนอการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบรับกับนโยบาย 4.0 ในฐานะที่กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมการจัดกิจกรรม Thailand Digital Innovation Festival ในงานWorld Expo 2020 Dubai ณ เมือง ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 5 - 11 มกราคม 2565 ภายในงานมหกรรมระดับโลก World Expo 2020 Dubai งานแสดงนวัตกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก                ในโอกาสเดียวกันนี้ผู้แทนจากกระทรวงดิจิทัลฯ ได้นำเสนองานเน็ตประชารัฐ และงานอาเซียนดิจิทัลฮับของไทย ซึ่งเชื่อมต่อหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกล ด้วย Wifi ฟรี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเพิ่มศักยภาพให้กับประชากร กว่า 24,700 หมู่บ้านทั่วประเทศ เพิ่มโอกาสค้าขาย ความรู้ และบริการภาครัฐต่าง ๆ พร้อมเครือข่ายอาสาสมัครให้ความรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด  “จากสายไฟเบอร์ สู่โอกาสของคนทั้งประเทศ” เป็นการนำเสนอกิจกรรมที่ให้มีความเข้าใจง่ายและสามารถเข้าถึงผู้ชมทุกเพศทุกวัย ผ่านการให้ข้อมูลแบบโมเดล AR , QR Code และมีกิจกรรมเกม Interactive ที่มีความน่าสนใจ ผู้เข้าชมสามารถเข้าดูตัวโครงข่ายการสื่อสารดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านแบบจำลองของชุมชนเน็ตประชารัฐและโครงข่ายเคเบิ้ลใต้น้ำ สามารถเลือกดูข้อมูลที่สนใจด้วยตนเอง ผ่าน AR Technology โดยใช้ smartphone หรือ Tablet มาสแกนบริเวณพื้นที่ที่กำหนด จะมีวีดีโอแสดงและบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนเน็ตประชารัฐของแต่ละภาคของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการใช้โครงข่ายเน็ตประชารัฐ สำหรับงานมหกรรมระดับโลก World Expo 2020 Dubai งานแสดงนวัตกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทางรัฐบาลประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทุ่มทุนการก่อสร้างมหาศาล ใช้งบประมาณกว่า 6,800 ล้านดอลลาร์ สร้างพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนรมิตสาธารณูปโภค ตลอดจนโครงการต่างๆ เพื่อรองรับการจัดงาน มีเป้าหมายผู้เข้าชมงานราว 25 ล้านคน               โดยจัดแสดงนิทรรศการตลอดทั้ง 6 เดือน (1 ต.ค. 2564 – 31 มี.ค. 2565) ของ World Expo 2020 Dubai จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก คือ “CONNECTING MINDS, CREATING THE FUTURE” หรือ"เชื่อมความคิด สร้างอนาคต” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าด้วยการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน องค์กร และประเทศต่างๆ รวมถึงแบ่งปันความรู้ความก้าวหน้าทางนวัตกรรม และกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการร่วมมือกันสร้างสรรค์อนาคตอย่างยั่งยืน และการจัดงานครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อย่อย ได้แก่ 1. โอกาส (Opportunity) 2.การขับเคลื่อน (Mobility) และ3.ความยั่งยืน (Sustainability)    ________________


       นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ดีอีเอส กล่าวว่า “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายชัยวุฒิ มีนโยบายให้อินเทอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน และเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมมอบหมายให้ทำโครงการฟรีอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้มีรายได้น้อยเสร็จโดยเร็ว”            เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานอินเทอร์เน็ต สำหรับผู้มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส ครั้งที่ 1/2565  ตามข้อสั่งการของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่มีนโยบายให้อินเทอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และให้เร่งจัดทำโครงการฟรีอินเทอร์เน็ตผู้มีรายได้น้อยเสร็จโดยเร็ว โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม mdes 2 ชั้น 9 ที่ประชุมได้พิจารณาโครงการฟรีไวไฟเพื่อผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และชุมชนเป้าหมาย โดยเป้าหมายของโครงการคือ (1) ลดภาระค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับ ผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และชุมชนเป้าหมาย (2) ส่งเสริมการสร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และอำนวยความสะดวกกลุ่มเป้าหมายผ่านอินเตอร์เน็ต (3) ลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการให้บริการและการให้ข้อมูลสำหรับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการโอนเงิน การสื่อสารเป็นต้น             ที่ประชุมได้ทำการพิจารณาเกณฑ์การคัดเลือกชุมชนสำหรับดำเนินการในระยะเร่งด่วน ตลอดจนข้อมูลชุมชนของหน่วยงานต่างๆ อาทิ ข้อมูลชุมชนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ข้อมูลชุมชนผู้มีรายได้น้อย ของการเคหะแห่งชาติ ข้อมูลชุมชนแออัดของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้คาดว่าในระยะแรก จะเร่งดำเนินการสำหรับชุมชนแออัดและชุมชนผู้มีรายได้น้อยได้มากกว่า2,000 ชุมชนทั่วประเทศ            ที่ผ่านมากระทรวงดิจิทัล เร่งผลักดันให้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน เนื่องจากปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคน ทั้งการทำงาน การศึกษา การติดต่อสื่อสาร และกระทรวงฯได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเสนอแนวทางผลักดันให้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนมีค่าบริการราคาถูกหรือไม่มีค่าใช้จ่าย   ___________

        โฆษกดีอีเอส หวั่นการแพร่ระบาดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ซ้ำเติมสถานการณ์เฟคนิวส์กลุ่มข่าวสุขภาพ หลังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเผยผลการมอนิเตอร์รอบ 7 วันที่ผ่านมา ข่าวปลอมเรื่องกองประชาสัมพันธ์ กทม. อัปเดตสถานที่เสี่ยงโควิด 19 จำนวน 36 แห่ง ได้รับความสนใจมากสุดในจำนวน 104 เรื่องที่เข้าหลักเกณฑ์ตรวจสอบ             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 64–6 ม.ค. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข้อความที่เข้ามาจำนวน 11,468,179 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ(Verify) ทั้งสิ้น 203 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 104 เรื่อง              ทั้งนี้ ในภาพรวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 104 เรื่อง โดยกลุ่มข่าวเกี่ยวกับโยบายรัฐบาล/ข่าวสารทางราชการ และกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย มีจำนวนกลุ่มละ 51 เรื่อง ครองสัดส่วนเกือบ 100% ตามด้วยกลุ่มภัยพิบัติ 2 เรื่อง             สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 กองประชาสัมพันธ์ กทม. อัปเดตสถานที่เสี่ยงโควิด 19 จำนวน 36 แห่ง อันดับ 2 คณะกรรมการบริหารธนาคารอิสลาม นับถือศาสนาอิสลาม 100% และบริหารโดยคนมุสลิมที่ไม่มีความรู้ด้านการเงินและการบริหาร และอันดับ 3 ใช้แผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ห่ออาหารที่ปรุงด้วยความร้อน ก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์            “จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าข่าวปลอมเริ่มกระจายการโจมตีมุ่งสร้างความเข้าใจผิดในประเด็นที่เป็น human interest ได้ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ข่าว ดังนั้นขอความร่วมมือประชาชน เมื่อได้รับข้อมูลผ่านโซเชียล อย่าเพิ่งหลงเชื่อในทันที ขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูล แต่ควรตรวจสอบกับช่องทางสื่อสารต่างๆ ขององค์กรที่ถูกอ้างชื่อหรือแจ้งข้อมูลมายังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเพื่อช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ และยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป” นางสาวนพวรรณกล่าว             ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ___________

        เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 64 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และนายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์  รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ร่วมให้การต้อนรับ นายวราวุธภู่อภิญญา เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของประเทศไทย ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมการจัดกิจกรรม Thailand Digital Innovation Festival ในงานWorld Expo 2020 Dubai ณ เมือง ดูไบ นำเสนอการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อตอบรับกับนโยบาย 4.0 ระหว่างวันที่ 5-11 มกราคม 2565 ภายใต้แนวคิด CONNECTING THAILAND, CREATING THE FUTURE “เชื่อมความคิด สร้างอนาคต”             ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตวราวุธ ได้กล่าวชื่นชมการนำเสนอผลงานของกระทรวงฯ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากโครงการเน็ตประชารัฐ ในด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านการเกษตร และด้านการค้าขายออนไลน์ รวมทั้งวิดีโอนำเสนอการทำงานด้านสร้างการรับรู้และรู้เท่าทันข่าวปลอม ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พร้อมกันนี้ ได้กล่าวฝากถึงประชาชนชาวไทย ถึงความสำคัญของการตระหนักรู้การใช้เทคโนโลยีสื่อโซเชียลอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่กระทำการละเมิดกฎหมายทั้งในส่วนของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง             สำหรับภาพรวมที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงาน World Expo 2020 Dubai ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ในการเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของประเทศไทย และกิจกรรม Thailand Digital Innovation Festival ซึ่งสร้างความมีส่วนร่วมกับผู้เข้าชมให้ร่วมเล่นเกมส์ ตอบคำถาม พร้อมรับแจกเข็มกลัดที่ระลึก ทำให้ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษกับกลุ่มครอบครัว และเด็กๆ   ______________

             เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การต้อนรับ และแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ของนายหาน จื้อเฉียง (H.E. Mr. Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ณ ห้องรับรอง ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  โดยได้ร่วมหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านดิจิทัล และความร่วมมือในการลงทุนด้านดิจิทัลระหว่างสองประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายยืนยันจะสนับสนุนความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่ผ่านมา อาทิ การส่งเสริมศักยภาพแรงงานด้านดิจิทัล อุตสาหกรรมดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งการหารือเรื่องการประชุมระดับรัฐมนตรี และการประชุมคณะทำงานร่วมไทย – จีน ด้านความร่วมมือในสาขาเศรษฐกิจดิจิทัล ครั้งที่ 2 หลังจากที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ครั้งที่ 1 ณ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2562                 ในโอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการดำเนินความร่วมมือใหม่ ๆ ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ความปลอดภัยของข้อมูล และความร่วมมือเรื่องดาวเทียมและกิจการอวกาศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ  โดยนายหาน จื้อเฉียง ได้แจ้งว่า ไทยและจีนมีความร่วมมือด้านดิจิทัลที่สามารถผลักดันให้เกิดรูปธรรมร่วมกันได้ต่อไป   *******************






icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.