Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ประจำเดือนธันวาคม ๒๕๖๔)

       รมว.ดิจิทัล อาการดีขึ้น กักตัว ร่วมประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลเน้นย้ำความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ของภูมิภาคอาเซียน            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม หลังจากที่ติดโควิดเข้ารับการรักษาวันนี้ได้ออกมาพักรักษาตัวในระบบโฮมไอโซเลชั่น เเละล่าสุดได้เข้าร่วมประชุม รัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัลครั้งที่ 2 (The 2nd ASEAN Digital Ministers Meeting หรือ ADGMIN) ผ่านทางออนไลน์ด้วยสีหน้าที่สดใส ซึ่งการประชุมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 มกราคม 2565 ผ่านระบบโดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ประกอบด้วย รัฐมนตรีและผู้แทนของประเทศสมาชิกอาเซียนที่กำกับดูแลด้านดิจิทัลจากประเทศสมาชิกอาเซียน รัฐมนตรีจากประเทศคู่เจรจา ได้แก่ จีน และ อินเดีย รวมทั้งเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมการประชุม             โดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านดิจิทัล ภายใต้หัวข้อหลักของการประชุม ADGMIN ครั้งที่ ๒ “Digital Transformation: The Engine for ASEAN Economic Recovery from COVID-19”   นายชัยวุฒิ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อข้อริเริ่มและยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการยกระดับศักยภาพ การแข่งขันด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและพัฒนาด้านความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ของภูมิภาคอาเซียน เพื่อเป็นรากฐานของการปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำถึงแนวทาง 4 มิติ เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมในการก้าวข้ามความปกติใหม่  ได้แก่ 1) การยกระดับการพัฒนาด้านข้อมูลสำหรับ digital platform 2) การสร้างโอกาสในการเสริมสร้างการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล 3) การสนับสนุนภาคเอกชนและผู้บริโภค และ 4) การส่งเสริมการอำนวยความสะดวกและการบริการข้ามพรมแดนไร้รอยต่อ             สำหรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 2 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ การปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลเพื่อเป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนจากโรคโควิด – 19 (Digital Transformation: The Engine for ASEAN Economic Recovery from COVID – 19 โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียนให้บรรลุวิสัยทัศน์ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และแผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล ค.ศ. ๒๐๒๕            รวมทั้งแนวทางการดำเนินงานของอาเซียนที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับภาคีภายนอก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินความร่วมมือด้านดิจิทัลให้บรรลุการเป็นประชาคมชั้นนำด้านดิจิทัลและกลุ่มประเทศทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี บริการดิจิทัล และระบบนิเวศที่มีความปลอดภัยและปรับเปลี่ยนได้   _____________

การอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้งานระบบสำหรับผู้ประสานงานการตรวจสอบข่าวปลอม เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ปฏิบัติงาน และวิธีการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ภายใต้โครงการ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake New Center) ในวันพุธที่ 26 มกราคม 2565 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 13.00 น. ณ โรงแรมทีเค พาเลช แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

      นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม เปิดเผยถึง การประชุมฯรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 2 (The 2nd ASEAN Digital Ministers Meeting หรือ ADGMIN) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่27-28 มกราคม 2565 โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุม ทั้งนี้ในวันที่ 28 มกราคม 2565 รัฐมนตรีอาเซียนดิจิทัลได้มีการหารือร่วมกับคู่เจรจาของอาเซียน เพื่อรับรองแผนงานความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างอาเซียนกับจีนและอินเดีย ประจำปี 2565  โดยให้ความสำคัญในประเด็นอาทิ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การสร้างความเชื่อมั่นด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล การพัฒนา 5G  นวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน สำหรับเอกสารผลลัพธ์สำคัญในการประชุม ADGMIN ครั้งที่ 2 นี้ ได้แก่ ปฏิญญาเนปิดอว์ และแผนปฏิบัติการว่าด้วยการดำเนินงานหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างอาเซียน – จีน ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ปี ค.ศ. 2021 – 2025             ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการประชุมฯ รัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัลพร้อมเข้าร่วมพิธีการมอบรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศการประกวด ASEAN ICT Awards 2021 โดยในปีนี้ไทยได้รับรางวัลจำนวน 4 รางวัล (1) รางวัล Gold หมวด Research and Development ผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ICT ที่ถูกค้นคว้า วิจัยและสร้างขึ้นใหม่ด้วยความรู้ กระบวนการ ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด โดย ทีม T-NET CO.,LTD. (2) รางวัล Silver หมวด Private Sector ผลิตภัณฑ์หรือบริการด้าน ICT ที่มีความเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม  โดย Tellscore (3) รางวัล Silver หมวด Start-up Company นวัตกรรมด้าน ICT ที่พัฒนาขึ้นโดยผู้ประกอบการด้าน ICT ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้ง โดย ทีม Robolingo Co., Ltd. (4) รางวัล Bronze หมวด Digital Content ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรวบรวมข้อความเสียง รูปภาพและวิดีโอ ในรูปแบบมัลติมีเดีย เพื่อสร้างความสนใจ (ความบันเทิง) สาระบันเทิง และปฏิสัมพันธ์ โดยทีม Blue Ocean Technology   _____________

         เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดงานวันข้าราชการพลเรือนสามัญ ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผ่านการประชุมทางไกล โดยที่ประชุมพิจารณารูปแบบการจัดกิจกรรมวันข้าราชการพลเรือนประจำปี พ.ศ.2565 ร่วมกับคณะอนุกรรมการจัดงานฯ ซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวกับรูปแบบ การจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร  หรือกิจกรรมอื่นๆเนื่องในวันช้าราชการพลเรือน อาทิ งานเลี้ยงแสดงความยินดีและเป็นเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น เป็นต้น   ______________

      “นพวรรณ” โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง เตือนประชาชนรอบคอบรับข่าว-ชัวร์ก่อนแชร์ข่าว หลังพบล่าสุดมีการรีโพสต์ข่าวปลอมเก่าหมวดสุขภาพ ดันเฟคนิวส์เรื่อง “น้ำโซดา ช่วยทำให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้น” ขึ้นแท่นข่าวปลอมที่คนสนใจสูงสุดประจำสัปดาห์           นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่  21-27 ม.ค. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 11,434,208 ข้อความ จากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน203 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 98 เรื่อง            โดยข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือเรื่อง น้ำโซดา ช่วยทำให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้น ซึ่งข่าวนี้ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เคยเผยแพร่ไปตั้งแต่ปลายปี 2563 จากการที่ศูนย์ฯ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ          “ข่าวปลอมหลายข่าว มักมีการเผยแพร่และแชร์ซ้ำๆ โดยผู้ไม่หวังดี เพื่อหวังสร้างความตื่นตระหนกและหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อ หรือเกิดความเสียหาย ดังนั้นขอให้ประชาชนช่วยกันระวังการรับข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์/โซเชียล ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ ก่อนเชื่อ ก่อนแชร์ข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือนโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยอาจตรวจสอบผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข่าวเรื่องนั้นๆ” นางสาวนพวรรณกล่าว           สำหรับจำนวนข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบในรอบสัปดาห์นี้มีทั้งหมด 98 เรื่อง แบ่งเป็น กลุ่มนโยบายรัฐบาล/ข่าวสารทางราชการ 55 เรื่อง กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ 33 เรื่อง กลุ่มภัยพิบัติ 3 เรื่อง และกลุ่มเศรษฐกิจ 7 เรื่อง           ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ______________

       “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส หารือร่วม รมว.กระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เดินหน้าจัดตั้งความร่วมมือ 4 ด้าน ผลักดันการประสานงานแก้ไขปัญหาและปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ข้ามแดน           วันนี้ (28 ม.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ให้การต้อนรับนายเจีย วันเดค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ในโอกาสพบหารือทวิภาคีผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีประเด็นหารือร่วมกันครอบคลุม 4 หัวข้อหลัก เพื่อนำทางไปสู่การขยายความร่วมมือในการประสานงานแก้ไขปัญหาและปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีการข้ามเขตแดนเพื่อก่อการละเมิดกฎหมายของไทยและกัมพูชา สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน และความเสียหายต่อรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ            สำหรับประเด็นการหารือร่วมกันครั้งนี้ ประกอบด้วย  1.การแต่งตั้ง Contact point ในการประสานงานในการตรวจค้นพยานหลักฐานที่พบในกัมพูชา และการขยายการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำความผิด เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นการส่งพยานหลักฐานให้ทางฝ่ายไทยอย่างเดียว และนำไปขยายผลในการจับกุมผู้กระทำความผิดที่กัมพูชาไม่ได้           2.การประสานงานในการขอข้อมูลผู้ใช้บริการ VOIP ฝั่งกัมพูชา, IP Address และข้อมูลการโทรศัพท์ที่คนร้ายใช้ในการกระทำความผิด เพื่อใช้ในการสืบสวนจากฝั่งไทย – กัมพูชา และกัมพูชา - ไทย           3.การจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของทั้งฝ่ายไทย – กัมพูชา และ 4. การจัดทำ MoU ระหว่างไทยและกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือในการปราบปรามแก๊ง Call Center/ Hybrid Scam           นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การหารือความร่วมมือครั้งนี้ เป็นความคืบหน้าจากที่ได้มีโอกาสต้อนรับ นายซกกรัดทะยาซก ที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จอัครมาหเสนาบดี เดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมได้หารือความร่วมมือที่ประสงค์ผลักดันร่วมกัน เมื่อเดือนสิงหาคม 2564 ในประเด็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างไทยและกัมพูชา และการปราบปรามแก๊ง Call Center/ Hybrid Scam/ หลอกลงทุน และการจัดทำ MoU ระหว่างกันในเรื่องดังกล่าว           โดยที่ผ่านมาพบปัญหามิจฉาชีพและกลุ่มอาชญากรรมข้ามเขตแดนไทย-กัมพูชา และใช้เป็นฐานในกระทำผิดกฎหมายข้ามแดน และหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมดำเนินคดีจากหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ได้รับแจ้งจากการกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งถูกหลอกลวงจากคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งหลอกชักชวนให้ร่วมลงทุนและแก๊งพนันออนไลน์หลายเว็บไซต์ มูลค่าความเสียหายกว่าหลายร้อยล้านบาท           จากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายบางส่วนใช้วิธีโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VOIP) ทราบ IP Address ที่คนร้ายใช้กระทำความผิด เมื่อตรวจสอบกับสถานที่ทำธุรกรรมการเงินของคนร้ายพบว่าตั้งอยู่ที่กรุงพนมเปญ และเมืองพระสีหนุประเทศกัมพูชา ซึ่งเงินที่คนร้ายได้จากการกระทำความผิดจะฟอกเงินผ่านร้านรับแลกเงินในประเทศกัมพูชา หรือเงินสกุลดิจิทัล          ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงและสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากจำนวนคดีที่เหยื่อได้แจ้งความ ซึ่งรัฐบาลของทั้งสองประเทศเห็นความสำคัญของปัญหานี้ และเตรียมแนวทางขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันเพื่อปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ข้ามประเทศ           “ที่ผ่านมา เรายังมีการหารือการส่งเสริมความร่วมมือการต่อต้านข่าวปลอม เนื่องจากปัจจุบันมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเดินทางข้ามมายังเขตแดนไทย เพื่อโพสต์ข้อความเพื่อโจมตีรัฐบาลกัมพูชาผ่านเฟซบุ๊ก ทั้งนี้เพื่อหลบหลีกจากการที่รัฐบาลกัมพูชามีนโยบายสอดส่อง (เซ็นเซอร์) การโพสต์เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามแฟลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ” นายชัยวุฒิกล่าว   ____________


ประกาศการขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ สร. (28/01/65)






icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.