Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

       โฆษกกระทรวงดิจิทัลฯ ฝ่ายการเมือง สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์สุดท้าย ก.พ. 65 พบหัวข้อข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ และเศรษฐกิจการเงิน ได้รับความสนใจจากประชาชนมากสุด              นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 18-24 ก.พ. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมีข้อความเข้ามาทั้งสิ้น 11,514,668 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 222 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 107 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 39 เรื่อง            โดยมีข่าวปลอมที่คนสนใจสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.รู้เบอร์มือถือที่ผูกพร้อมเพย์ สามารถรู้ยอดเงินในธนาคารได้ 2.ธ.ก.ส. ส่ง SMS เข้ามือถือเบอร์ส่วนตัว เพื่อให้คลิกลิงก์เข้าระบบ 3.ใช้ปัสสาวะหยอดตา ช่วยแก้อาการปวดตาได้ 4. ดื่มน้ำต้มสมุนไพร 7 อย่าง ช่วยรักษาโรคมะเร็งในกระดูก 5. ธ.กรุงไทย  ให้ยืมเงินปิดหนี้ตามนโยบายรัฐ ดอกเบี้ยต่ำ ยืมได้ทุกอาชีพ            6. แถบสีท้ายหลอดยาสีฟัน บอกถึงส่วนประกอบที่ใช้ผลิต 7. ธ.ออมสิน ร่วมกับบริษัทเอกชน ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท 8.ชี้แนะเครื่องดื่มสมุนไพร ช่วยรักษาโรคหลอดเลือดในหัวใจ 9.น้ำเกลือ Normal Saline ใช้แช่คอนแทคเลนส์ได้ และ 10.ต้นบานเย็น มีสรรพคุณรักษาโรคมะเร็ง            “ข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็นลำดับต้นๆ ในรอบสัปดาห์ล่าสุดนี้ เกาะกลุ่มอยู่ที่ 2 หมวดข่าว ได้แก่ ประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพ และเศรษฐกิจการเงินภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชน ดังนั้นควรรอบคอบ และตรวจสอบอย่างรอบด้านถ้าพบการส่งต่อ หรือการโพสต์ข่าวประเด็นเหล่านี้บนโซเชียล เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อข่าวปลอม” นางสาวนพวรรณกล่าว            ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตาม รวมทั้งช่วยกันแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ________________





            “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส เปิดห้องต้อนรับ กมธ.ไอซีที เร่งหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผลักดันงานเร่งด่วนประสานร่วมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการหลอกลวงออนไลน์ ให้เห็นผลคืบหน้าเป็นรูปธรรมโดยเร็ว                นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (2 มี.ค.56) คณะผู้บริหารของกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา (กมธ.ไอซีที) ในการเข้ามาพบปะหารือ เพื่อเสนอแนะ และแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย โครงการ แผนงานที่สำคัญของกระทรวงฯ                ทั้งนี้ ยังได้ร่วมหารือแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน เกี่ยวกับเรื่องการหลอกลวงออนไลน์ และภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์  รวมถึงเรื่องบัญชีม้า ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน โดยพูดคุยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการ ซึ่งทางกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันให้กระบวนการบัญชีม้าหรือบัญชีปลอม เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งกฎหมายฟอกเงินและกฎหมายอาญา                นอกจากนี้ มีการขยายความร่วมมือในการประสานงานแก้ไขปัญหาและปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ข้ามเขตแดนไทยและกัมพูชา โดยได้มีการหารือเพื่อจัดทำ MoU เกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะการปราบปรามแก๊ง Call Center/Hybrid Scam/หลอกลงทุน                  “ผมขอเน้นย้ำว่าประเด็นเร่งด่วนเหล่านี้ ต้องดำเนินการให้มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะในบริบทที่ประเทศไทยมีการใช้งานโซเชียล การทำกิจกรรมและธุรกรรมต่างๆ ผ่านออนไลน์อย่างแพร่หลาย” นายชัยวุฒิกล่าว                  นอกจากนี้ ในระหว่างการพบปะกับ กมธ.ไอซีที ยังได้มีการพูดคุยและนำเสนอถึงโครงการสำคัญ  ภายใต้ภารกิจกระทรวงดิจิทัลฯ ได้แก่ โครงการเน็ตประชารัฐ แนวทางการบริหารจัดการดาวเทียมสื่อสาร แนวทางการบริหารจัดการขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทยด้วย 5G การดำเนินการตามบทบัญญัติต่าง ๆ ของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 แนวทางการแก้ไขปัญหาข่าวปลอมอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) เป็นต้น                 “นโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของดีอีเอส ที่ใช้เป็นกรอบการดำเนินงานมาโดยตลอด เน้นให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม” นายชัยวุฒิกล่าว                 โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน สร้างงานในพื้นที่ต่างจังหวัด พื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มฐานราก เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย คนด้อยโอกาส เน้นการส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล การจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ ให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก 5G และการสนับสนุนให้ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในอินเทอร์เน็ต                 รวมทั้ง การพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเข้าสู่โลกดิจิทัล โดยเฉพาะเรื่อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การส่งเสริมธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการปกป้องคุ้มครองประชาชนจากการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย และอินเทอร์เน็ต ในทางมิชอบ                  ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้จัดทำยุทธศาสตร์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในหลายๆ มิติ โดยกำหนดยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อสร้างให้ประชาชนอยู่ดี มีสุข ประเทศทันสมัย และแข่งขันได้ในเวทีโลก มีการทำงานประสานกันระหว่างกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้สังกัดอย่างเข้มแข็ง   ******************

        ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เชิญชวนนิสิตนักศึกษาทุกสถาบันทั่วประเทศ และหน่วยงานของรัฐ ส่งคลิปสั้นความยาวไม่เกิน2 นาที ร่วมกิจกรรมการจัดประกวดสื่อสร้างสรรค์ ชิงทุนการศึกษาและรางวัลมูลค่ารวมกว่า 250,000 บาท ด้านผู้ชนะประเภทหน่วยงานจะได้รางวัลโล่เกียรติยศและเกียรติบัตร              นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กล่าวว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม อยู่ระหว่างจัดกิจกรรมการประกวดสื่อสร้างสรรค์ เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์การสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ในรูปแบบการประกวดคลิปวิดีโอสั้นความยาวไม่เกิน 2 นาที โดยแบ่งหัวข้อการประกวด และกลุ่มผู้สนใจร่วมกิจกรรมเป็น 2 กลุ่ม                ได้แก่ 1.นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 - 2) และระดับอาชีวศึกษา(ปวส. ชั้นปีที่ 1 - 2) หรือเทียบเท่า มีสมาชิกในกลุ่ม 2-5 คน สำหรับการสร้างสรรค์คลิปวิดีโอ ภายใต้หัวข้อ “คนรุ่นใหม่ กับการต่อต้าน Fake News” เพื่อชิงทุนการศึกษาและรางวัลมูลค่ารวมกว่า 250,000 บาท               และ 2.หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่ หน่วยงานภาครัฐรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่ ภายใต้หัวข้อ “ป้องกัน ปกป้อง ประชาชนให้พ้นภัยข่าวปลอม” ทีมละไม่เกิน 2-5 คน และสมาชิกในทีมต้องเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานเดียวกัน คลิปที่ได้รับรางวัล จะได้โล่เกียรติยศประเภททีม และเกียรติบัตรรายบุคคลสำหรับสมาชิกในทีม               ทั้งนี้ ผู้สนใจส่งเอกสารใบสมัครและผลงานที่อีเมล์ : antifakenewscenter@mdes.go.th ปิดรับผลงานในวันที่ 25 มี.ค. 65 เวลา 17.00 น. ตามเวลาที่ประทับในอีเมล์ antifakenewscenter@mdes.go.th เบื้องต้นกำหนดวันประกาศผลไว้ในวันที่ 30 พ.ค. 65 และผลงานที่ได้รับรางวัลจะมีการนำไปเผยแพร่ทางสื่อโทรทัศน์ด้วย ตั้งแต่เดือนก.ค. 65 เป็นต้นไป               “โครงการนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง ในการขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชน สร้างการรับรู้ เท่าทันข่าวปลอม และรณรงค์ต่อต้านการเผยแพร่ข่าวปลอมเพื่อให้ประชาชนได้ใช้งานบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างปลอดภัย และรู้เท่าทันสื่อในยุคดิจิทัล สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับสังคม” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว              สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ และกติกาของกิจกรรม สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่าน 4 ช่องทางหลักของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ทางการ @antifakenewscenter เฟซบุ๊กเพจ Anti-Fake News Center Thailand ทวิตเตอร์ @AFNCTHAILAND และเว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com   ___________


            วันนี้ (4 มี.ค. 65) เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2565 ผ่านทางระบบการประชุมออนไลน์ โดยมีนายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วม                  พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ ได้พิจารณาให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำนโยบายการดำเนินงานดาวเทียมแห่งชาติ โดยมีภารกิจเร่งด่วนลำดับแรกคือ จัดทำข้อเสนอดาวเทียมแห่งชาติ เพื่อนำมาเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติการดำเนินการโครงการดาวเทียมแห่งชาติต่อไป                    ปัจจุบันข้อมูลดาวเทียมประเภทต่างๆ มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การจัดทำนโยบายเกี่ยวกับดาวเทียมของประเทศจึงมีความจำเป็น ที่จะต้องกำหนดทิศทางทั้งการจัดสร้างเพื่อให้ประเทศมีดาวเทียมเป็นของตนเอง การสร้างความร่วมมือในการใช้งานข้อมูลดาวเทียม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ร่วมกับข้อมูลดาวเทียม เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของประเทศ                  สำหรับองค์ประกอบในคณะทำงานฯ ชุดดังกล่าว จะมีเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานคณะทำงาน เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เป็นรองประธานคณะทำงาน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมเป็นคณะทำงาน                  ด้าน นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้มีการจำแนกข้อมูลดาวเทียมตามประเภทของดาวเทียมได้ 5 ประเภท ได้แก่ 1.ดาวเทียมสื่อสาร 2.ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร 3.ดาวเทียมระบุพิกัด 4.ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา (พยากรณ์อากาศ) และ 5.ดาวเทียมเพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งข้อมูลดาวเทียมมีความสำคัญกับการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ สามารถนำมาใช้ประกอบการวางแผน จัดทำนโยบายต่าง ๆ ให้ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประเทศไทยได้เป็นอย่างดีในทุกมิติ                  โดยหลังจากภารกิจเร่งด่วนจัดทำข้อเสนอโครงการดาวเทียมแห่งชาติ คณะทำงานฯ ชุดดังกล่าว ยังมีหน้าที่จัดทำข้อมูลการใช้ข้อมูลดาวเทียมประเภทต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนจัดทำนโยบายและแผนการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมแต่ละประเภท เพื่อสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ และส่งเสริมการพัฒนาประเทศ   *********************

        กระทรวงดิจิทัลฯ เผยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้รับผลตรวจสอบสัปดาห์นี้แล้ว 45 เรื่อง โดย 9 เรื่องเป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด และเป็นข่าวจริง ส่งสัญญาณคนไทยตระหนักรู้เท่าทันข่าวสารบนโซเชียลเพิ่มขึ้น            นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 25 ก.พ.-3 มี.ค. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่ามีข้อความเข้ามาทั้งสิ้น 11,456,915 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 185 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 94 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 25 เรื่อง            ด้านความคืบหน้าในการประสานงานเพื่อตรวจสอบ ล่าสุดได้รับผลตอบกลับมาแล้ว 45 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิดโดยตรง 9 เรื่อง ซึ่งทุกเรื่องยืนยันแล้วว่าเป็นข่าวจริง ผลลัพธ์ดังกล่าว สะท้อนว่า ประชาชนมีความตื่นตัวมากขึ้น ในการแจ้งเบาะแส การตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่อยู่ในช่องทางออนไลน์ก่อนส่งต่อ โดยเฉพาะในประเด็นข่าวที่เป็นเรื่องใกล้ตัว            “ข่าวจริงเหล่านี้นับเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์กับประชาชน ช่วยบรรเทาความหวาดวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 เพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากภาครัฐสู่ประชาชน ได้แก่ เรื่องผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องกินยาฟาวิพิราเวียร์  เรื่อง สธ. เตรียมจัดบริการเพิ่มสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด 19 แบบผู้ป่วยนอกเจอ แจก จบ เริ่ม 1 มี.ค. นี้  เรื่อง สปสช.เปิดรับสมัครจิตอาสา ช่วยตอบคำถามผ่านไลน์ สปสช. ประสานผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าระบบการรักษาที่บ้าน เรื่องศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เปิด Walk in ฉีดวัคซีนเข็ม 1, 2, 3 และ 4 ทั้งคงไทยและชาวต่างชาติ อายุ 12 ปีขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 65 เป็นต้น” นางสาวนพวรรณกล่าว              ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยังต้องการความร่วมมือจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในการทำงานแก้ไขปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   _____________


       “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส เผย นายกรัฐมนตรีสนใจให้ เยี่ยมชมบริษัท บิทคับ สตาร์ทอัพไทยมูลค่าหลักพันล้านดอลล์ศึกษาแนวทางหนุนไทยเกาะติดเทคโนโลยีบล็อกเชน ส่งเสริมโอกาสประเทศในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ ท๊อป จิรายุส ปลื้ม นายกรัฐมนตรีสนใจ บิทคับ             นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (7 มี.ค. 65) ได้เดินทางไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่กลุ่มบริษัท บิทคับ (Bitkub) พร้อมกับคณะผู้บริหารกระทรวงฯเนื่องจากเห็นถึงความสำเร็จของ Bitkub ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย ที่เติบโตจากการเป็นสตาร์ทอัพด้าน Crypto Currency จนก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น ด้วยมูลค่าธุรกิจหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐ               ทั้งนี้ ในระหว่างการเยี่ยมชม นายวิชัย ทองแตง  ประธานกรรมการบริษัท  บิทคับ เวิลด์เทค จำกัด      กล่าวว่าเราเชื่อใน Blockchain หรือสิ่งที่คณะกรรมการไซเบอร์ในไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมคิดว่ามันโดนใจคนทั้งประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผมผมมองในเชิงธุรกิจ พร้อมๆกันเราต้องปลูกฝังคุณธรรมลงไปด้วยเวลาเราสอนคนรุ่นใหม่ให้เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี วันนี้ก็เลยเดินสายร่วมกับบิทคับ ในคราวที่แล้วได้มีโอกาสได้เล่าให้กับท่านรัฐมนตรีฟังแล้วท่านก็ว่าน่าจะเป็นแนวทางที่จำทำให้ประเทศ นอกจากจะเน้นความเจริญรุ่งเรือง ยังช่วยรักษาระบบคุณธรรมของบ้านเราไว้                นอกจากนี้ นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา  ผู้ก่อตั้ง เเละประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบิทคับ เเคปปิตอล กรุ๊ปโฮดดิ้งส์ จำกัด เปิดเผยว่าแผนธุรกิจระยะยาวว่า ภายในไม่ถึงอีก 5 ปีข้างหน้า จะพยายามก้าวไปสู่การสร้างให้เกิดเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่จะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัล และรู้สึกยินดีที่ รัฐบาล โดย ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ รมว.ดีอีเอส เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีด้านบล็อกเชน ที่จะเป็นโครงสร้างสำคัญทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมายในอนาคต ได้แก่ เมตาเวิร์ส รวมถึงเทคโนโลยีเสมือน อย่างเช่น AR และVR เป็นต้น                “วันนี้ได้มาพูดคุยกับผู้บริหารของ Bitkub ทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะเป็นธุรกิจที่เติบโต และสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างดีเยี่ยมในอนาคต และรัฐบาลก็ต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้แพลตฟอร์มต่างๆ ในด้าน  Blockchain, NFT, Crypto Currency เป็นรากฐานที่สำคัญที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เจริญเติบโตต่อไปในอนาคต” นายชัยวุฒิกล่าว   __________




icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.