Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

          เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565 พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและจัดการปัญหาและข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางออนไลน์ ครั้งที่2/2565 ณ ห้องประชุม MDES2 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญ อาทิกระบวนการดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องเรียนของ ของ ศปอส.ตร.ที่มีการรับเรื่องต่อจากศูนย์ช่วยเหลือ  และจัดการปัญหาออนไลน์  (1212 ETDA) รวมถึงหารือการวางแผนงานด้านกลยุทธ์ แนวทางการดำเนินงานแก้ปัญหาโดยที่ประชุมได้ระดมข้อคิดเห็นต่อกลยุทธ์และแผนงานดังกล่าว ซึ่งประเด็นหลักที่หยิบยกมาพิจารณาในการวางกลยุทธ์ และแนวทางแก้ปัญหา อาทิ  ปัญหาซื้อขายออนไลน์ ประเภทซื้อของไม่ได้ของ ประเภทสินค้าล่าช้ากว่ากำหนดสินค้าไม่ตรงปก ได้รับสินค้าชำรุด ประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายบนสื่อออนไลน์ รวมทั้งกำหนดนโยบายแนวทาง มาตรการป้องกันการับจ้างเปิดบัญชีม้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ เกิดการบูรณาการความร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้อินเทอร์ในการทำธุรกรรมของคนไทยในปัจจุบันอีกด้วย             โดยแต่ละหน่วยงานได้ตกลงร่วมกันในการลดขั้นตอนการทำงานและแนวทางในการให้บริการรับแจ้งความทางออนไลน์ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในเรื่องการร้องเรียน การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหาออนไลน์ รวมถึงพยายามใช้มาตรการและแนวทางที่จะดำเนินการแก่ผู้กระทำความผิด อาทิการรับจ้างเปิดบัญชีม้า ปัญหาซื้อขายออนไลน์ โดยใช้มาตรการในการตรวจสอบทางภาษี การอายัด ยึดทรัพย์ และมาตรการฟอกเงิน เพื่อที่จะดำเนินการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการแก้ไขปัญหาต่อพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอรูปแบบการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ เพื่อเตือนภัยและไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพในรูปแบบออนไลน์ต่างๆ   ______________



              เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ ได้ให้การต้อนรับ Mr. Stephen Bereaux รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาโทรคมนาคมของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และ Ms. Atsuko Okuda ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ ITU ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยฝ่าย ITU ได้แสดงความขอบคุณที่ประเทศไทยให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ ITU และโดยเฉพาะกระทรวงฯ ที่สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานภูมิภาคฯ มาโดยตลอด ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและ ITU ซึ่งไทยได้เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ พ.ศ. 2426 ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยินดีสนับสนุนและเข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมต่าง ๆ ของ ITU ในปี ค.ศ. 2022 ได้แก่ การประชุม WSIS Forum 2022 ในเดือนพฤษภาคม 2565 การประชุมใหญ่ระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาโทรคมนาคม (WTDC) ในเดือนมิถุนายน 2565 และการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็ม (PP) ในเดือนกันยายน 2565               นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงฯ ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและการดำเนินงานด้านนโยบายดิจิทัลของไทย โดยเน้นย้ำการนำโทรคมนามและ ICT พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่ง ITU ได้กล่าวชื่นชมว่า ประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดีของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ทั้งในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และการมีส่วนร่วมกับองค์การระหว่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ               นอกจากนี้ ในเดือนเมษายน 2565 ITU จะจัดงาน Girls in ICT Day 2022 เพื่อสนับสนุนและผลักดันเด็กหญิงและสตรีให้มีบทบาทในด้าน ICT มากขึ้น ในเบื้องต้น ปลัดกระทรวงฯ กล่าวยินดีและตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวของ ITU ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การอภิปรายแลกเปลี่ยน การกล่าวสร้างแรงบันดาลใจ และการจัดฝึกอบรม ช่วงระหว่างเดือนเมษายน – มิถุนายน 2565   ************************

              เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน THMMASAT EECmd Vision “Now and Next” (EECmd)  ซึ่งเป็นโครงการขับเคลื่อน “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ธรรมศาสตร์พัทยา” พร้อมก้าวสู่ต้นแบบ Medical Valley แห่งแรกของประเทศ  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มีการผลักดัน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) หรือ New Engine of Growth มีแผนยุทธศาสตร์ในการผลักดัน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในภูมิภาค ยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพและด้านสาธารณสุข พัฒนาบุคลากรและมาตรฐานการให้บริการเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล                “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมสนับสนุนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพันธมิตร EECmd ทั้ง 25 องค์กร ขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ใน แผนปฏิบัติราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี สร้างสังคมแห่งอนาคต พัฒนาระบบนิเวศน์ที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ การวิจัย ค้นคว้า และต่อยอดเทคโนโลยีทางการแพทย์ นำระบบดิจิทัลมาสนับสนุนบริการทางสุขภาพ สู่เป้าหมายเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมได้อย่างแท้จริง”                 โดยภายในงานมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) กับองค์กรด้านการแพทย์และวิศวกรรมกลุ่ม Health Tech  ชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 25 หน่วยงาน รวมทั้งยังมีการจัดแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมสุขภาพที่ล้ำสมัย ณ อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต    ***********************

          “พล.อ.ประวิตร” ประธานประชุม กมช. เร่งขับเคลื่อนการสร้างความตระหนัก ตื่นตัว หนุนผนึกความร่วมมือกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศ ลดความเสี่ยงและรับมือการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีมากขึ้น               วันนี้ (7 เม.ย. 65) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุม              พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้ย้ำกับที่ประชุมถึงการเตรียมความพร้อม และการปฏิบัติป้องกันและรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากปัจจุบัน ที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและภาคประชาชน ต้องตระหนักรู้ ตื่นตัว เตรียมความพร้อมรองรับรัฐบาลและสังคมดิจิทัล  การผลักดันความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาด้านหลักสูตรทางไซเบอร์ และการจัดทำบันทึกความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถและความเข้มแข็งทางด้านไซเบอร์ของประเทศ               โดยขอให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เร่งกระตุ้นภูมิคุ้มกันภัยทางไซเบอร์ กับหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานในกำกับ และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงานและกฎหมายที่กำหนด เพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบด้านความมั่นคงและความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีมากขึ้น              นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานของ สกมช.ที่สำคัญ ประกอบด้วย การขับเคลื่อนนโยบายและแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การจัดทำกฎหมาย ประกาศ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง  การส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานองค์กรทั้งภายในและต่างประเทศ  การเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมทั้งการพัฒนาบุคลากร ตลอดจนสร้างการตระหนักรู้ รวมทั้งการยกระดับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศและหน่วยงานของรัฐ               นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ยังรับทราบการปฏิบัติในภารกิจป้องกัน รับมือและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ รอบ 6 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค.64 - มี.ค.65 )  พบมีการแฮกเว็บไซต์ 52 เหตุการณ์ ข้อมูลรั่วไหล 26 เหตุการณ์ จุดอ่อนช่องโหว่ 23 เหตุการณ์ และอื่นๆ 32 เหตุการณ์               นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ การจัดทำ (ร่าง) บันทึกความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กับองค์กรหรือหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน การลดความเสี่ยงของอาชญากรรมทางไซเบอร์ การสนับสนุนนวัตกรรมเทคโนโลยี ตลอดจนเสริมสร้างการเปิดกว้าง เสมอภาค โปร่งใส ยุติธรรมและไม่เลือกปฏิบัติของการแข่งขันในกลไกตลาด                รวมทั้งเห็นชอบการจัดทำ (ร่าง) บันทึกความร่วมมือกับกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและยกระดับการดูแล รับมือแก้ไข และป้องกันสถานการณ์ด้านภัยคุกคามไซเบอร์ต่อราชอาณาจักร   __________  



              เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2565 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานภาครัฐ (ITA) ครั้งที่ 2/2565 โดยที่ประชุมพิจารณาวาระสำคัญ อาทิ หลักฐาน/เอกสารเบื้องต้นในการตอบแบบตรวจสอบการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ ประกอบด้วย ตัวชี้วัดของการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปี 2565 นอกจากนี้ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการดำเนินงานในการกรองข้อมูลและการตอบแบบสำรวจฯ ในระบบ ITAS  แบ่งเป็น แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในองค์กร และแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกองค์กร โดยมีเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ***********************


        โฆษกดีอีเอส เปิดข้อมูลสรุปสถานการณ์ข่าวปลอมรายสัปดาห์ พบข่าวแบงก์กรุงไทยและออมสิน ถูกอ้างชื่อปล่อยสินเชื่อ มีคนสนใจติดอันดับท็อปเท็น              นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 1–7 เม.ย.65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ยังพบการแอบอ้างชื่อธนาคารใหญ่ว่ามีแคมเปญปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปรับเพิ่มวงเงิน หรือเปิดให้ลงทะเบียนสินเชื่อผ่านแอปธนาคาร ซึ่งข่าวปลอมในประเด็นนี้ มักได้รับความสนใจจากประชาชน              โดยในรอบสัปดาห์นี้ ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 กรุงไทยร่วมกับบริษัทเอกชนปล่อยสินเชื่อเงินกู้โครงการคลินิกแก้หนี้ ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท อันดับ 2 ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนประจำปี 2565 ช่วงสงกรานต์ เพราะมีปรากฏการณ์พายุ 3 ลูก อันดับ 3 กรุงไทยและออมสิน ร่วมกับบริษัทเอกชน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ 24 เดือน วงเงิน 5,000-500,000 บาท อันดับ 4 อากาศที่เย็นลงในไทยช่วง เม.ย. 65 นี้ เป็นปรากฏการณ์ Polar Vorteดx อันดับ 5 มะเร็งรักษาหายได้ ด้วยต้นกาฝากทับทิม              อันดับ 6 ผู้ที่ทานเนื้อวัว นมวัวเป็นประจำ จะทำให้เลือดเป็นกรดและเชื้อไวรัสโควิด 19 เจริญเติบโตได้ง่ายอันดับ 7 ฃนมวัวมีสารไดออกซิน ทำให้เกิดโรคมะเร็ง อันดับ 8 ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ในการจัดตั้งนาโต้ 2 ส่งผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนไทย อันดับ 9 ธ.ออมสินเปิดให้ลงทะเบียนสินเชื่อเสริมพลังฐานราก ปรับวงเงินเป็น 100,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo และอันดับ 10 โฆษณาบน Facebook ใช้ชื่อ และ โลโก้สำนักงานก.ล.ต.               ด้านภาพรวมของการมอนิเตอร์โดยศูนย์ฯ พบข้อความที่เข้ามาจำนวน 11,692,183 ข้อความ ภายหลังการคัดกรองแล้ว มีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 241 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ126 เรื่อง โดยเป็นเรื่องโควิด 20 เรื่อง               นางสาวนพวรรณ  กล่าวว่า ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียล/ออนไลน์ และขอความร่วมมืออย่าเชื่อในทันที อย่าส่งต่อโดยไม่ได้ตรวจสอบกับองค์กร หรือหน่วยอ้างที่ถูกอ้างชื่อในข่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ____________

              “เนวินธุ์” ผู้ช่วย รมว.ดีอีเอส เผยยอดร้องเรียนปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมายผ่าน 1212 OCC สัปดาห์เดียวพบประชาชนร้องปัญหาซื้อขายทางออนไลน์ 1,122 เรื่อง โดยราว 70% จ่ายเงินแล้วไม่ได้ของ เปิดชื่อ 5 จังหวัดมีการแจ้งปัญหามากสุด ได้แก่ กรุงเทพ บุรีรัมย์/นนทบุรี เชียงใหม่ นครปฐม และกาฬสินธุ์ ตามลำดับ                 นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ 1212 OCC ได้สรุปผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 31 มี.ค. - 6 เม.ย. 65 มีจำนวนเรื่องร้องเรียนรวม 1,504 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนปัญหาซื้อขายทางออนไลน์ซึ่งมีจำนวน 1,122 เรื่อง โดยประมาณ 70% ของปัญหาคือ ไม่ได้รับสินค้า (หลอกลวง)                ทั้งนี้จังหวัด 5 อันดับแรก ที่มีการแจ้งเรื่องร้องเรียนเข้ามามากสุด ได้แก่ กรุงเทพ บุรีรัมย์/นนทบุรี เชียงใหม่ นครปฐม และกาฬสินธุ์ โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเรื่อง “ปัญหาซื้อขายออนไลน์” และช่องทางการซื้อสินค้าที่มีการร้องเรียนปัญหามากสุดคือ เฟซบุ๊ก               สำหรับการร้องเรียนปัญหาลำดับรองๆ ลงมา ได้แก่ ปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่เป็นการโทรสอบถาม/ขอคำปรึกษา/คำแนะนำเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบ แอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ และการดำเนินการหลังจากถูกหลอกให้โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบออนไลน์                 ทางด้านการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนผู้เดือดร้อนจากการซื้อขายสินค้าออนไลน์ รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเจรจาไกล่เกลี่ยแล้ว 279 เรื่อง โดยบางส่วนไกล่เกลี่ยสำเร็จได้รับสินค้า หรือได้รับเงินคืนไปแล้ว                 “จากสถิติการร้องเรียนปัญหาซื้อขายทางออนไลน์ เราพบเคสที่มีการแจ้งเข้ามาซ้ำๆ หลายรายที่มีผู้ขายเดียวกัน ประกาศขายสินค้าผ่านเพจเฟซบุ๊กในชื่อต่างๆ ที่ใกล้เคียงกัน เมื่อผู้ซื้อโอนเงินไปแล้ว ไม่ได้รับสินค้า ติดต่อผู้ขายไม่ได้เพราะมีการบล็อกเฟซบุ๊ก หรือปิดเพจหนี ดังนั้น ประชาชนผู้บริโภคควรรอบคอบ และตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนทำการสั่งซื้อ/โอนเงิน ได้แก่ 1.เข้าไปอ่าน Feedback ตามกระทู้เว็บบอร์ด เพจโซเซียล หรือเว็บไซต์ที่มีการรีวิวของลูกค้าที่เคยใช้บริการ 2.ต้องมีการยืนยันตัวตนและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น โดยดูจากเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียน หรือ "DBD Registered" ที่ออกโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 3.เปิดเพจหรือเว็บไซต์อย่างน้อย 1 ปี โดยเข้าไปตรวจสอบได้ที่ https://who.is/ โดยระบุชื่อเว็บไซต์นั้น ๆ ลงไป โดยส่วนมากหากเป็นร้านค้าออนไลน์ปลอมจะมีอายุไม่ถึง 1 ปี เป็นต้น” นายเนวินธุ์กล่าว                   ทั้งนี้ กรณีที่ประชาชนพบปัญหาจากการซื้อขายสินค้าออนไลน์ มีปัญหาในการใช้งานออนไลน์ หรือพบเนื้อหาข้อความที่ไม่ถูกต้องในโลกออนไลน์/โซเชียล สามารถร้องเรียน ขอคำปรึกษา หรือแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ ทางศูนย์ฯ จะประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยสามารถติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง ดังนี้ สายด่วนโทร. 1212 อีเมล์ 1212@mdes.go.th เว็บไซต์ 1212OCC.com เพจเฟซบุ๊ก : ข้อมูลข่าวสาร 1212 OCC และสำนักงานสถิติจังหวัดทั่วประเทศ   *****************

              “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส แถลงร่วมตำรวจไซเบอร์ จับกุมโกงออนไลน์ขายกระเป๋าแบรนด์เนม The Sandy Brand พร้อมอายัดบัญชี ผู้เสียหายเบื้องต้น 71 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 13 ล้านบาท เผยเร่งบูรณาการทำงานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี ดำเนินคดีให้เร็วที่สุด และติดตามเงินคืนประชาชน                 วันนี้ (11 เม.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมแถลงข่าวกับ พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.2 บก.สอท.1 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เกี่ยวกับ “ผลการดำเนินคดีกับเพจสั่งซื้อสินค้าแบรนด์เนมออนไลน์แต่ไม่ได้รับสินค้า” โดยล่าสุดติดตามตัวและจับกุมเจ้าของร้านขายสินค้าภายใต้ชื่อไอจี และเพจ The Sandy Brand มาดำเนินคดีได้แล้ว ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ” พร้อมตรวจยึดของกลางกว่า 60 รายการ และล่าสุดมีการอายัดบัญชีแล้ว                 นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เมื่อกลางเดือน ก.พ. 65 มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง รวมตัวเดินทางมาร้องเรียนกรณีสั่งซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากเพจ The Sandy Brand แล้วไม่ได้รับสินค้า ครอบคลุมตั้งแต่ราคาหลักหมื่นถึงหลักแสน พบมีผู้เสียหายอย่างน้อย 71 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 13 ล้านบาท โดยพฤติกรรมกระทำความผิด มิจฉาชีพเปิดเพจร้านขายผ่อนกระเป๋าแบรนด์เนม มีการถ่ายรูปออฟฟิศสร้างความน่าเชื่อถือ มีตัวอย่างสินค้าทำการไลฟ์สด แต่เมื่อจ่ายเงินไปแล้ว ปรากฏว่าไม่ได้รับสินค้า เมื่อติดต่อทวงถาม จะบ่ายเบี่ยง อ้างว่าไม่สามารถส่งสินค้าได้ เนื่องจากระบบขนส่งเป็นอัมพาตจากเหตุโควิดระบาด                 สำหรับคดีนี้ผู้เสียหายมีการแจ้งความไว้ และเดินทางมาร้องเรียนที่ดีอีเอส เบื้องต้นกระทรวงฯ ได้ดำเนินการแจ้งไปยังเฟซบุ๊ก ขอควาร่วมมือให้ดำเนินการปิดกั้นยูอาร์แอลของร้านค้าออนไลน์รายนี้ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 15 ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14 กรณีเป็นผู้ให้บริการ และหากยังไม่ได้รับความร่วมมือจะเร่งขอคำสั่งศาล ตามมาตรา 20 ที่ว่าด้วยการปิดกั้นเว็บไซต์ และที่เป็นความผิดกฎหมายอื่น /ลักษณะขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน                  “ผมได้สั่งการให้เร่งติดตามผู้กระทำเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เสียหายให้ได้เงินคืนโดยเร็ว อีกทั้งป้องกันไม่ให้ประชาชนรายอื่นๆ เป็นเหยื่อกลโกงของผู้ค้าออนไลน์ในลักษณะนี้โดยเป็นไปตามนโยบายของท่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีความเป็นห่วงเรื่องนี้ มอบหมายให้ดีอีเอส ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รีบปิดกั้น อายัดบัญชี และดำเนินคดีโดยเร็ว แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน อีกทั้งเพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นต่อธุรกิจออนไลน์” นายชัยวุฒิกล่าว                  รมว.ดีอีเอส กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้การแถลงข่าววันนี้ เป็นอุทาหรณ์ไปยังประชาชน ในการซื้อสินค้าราคาสูงทางออนไลน์ ต้องตรวจสอบผู้ค้าให้ดี ว่ามีความน่าเชื่อถือ และถ้าจะโอนเงินต้องมีหลักประกัน อย่าเชื่อแต่รูปภาพสินค้าบนหน้าร้านออนไลน์ เพราะอาจไม่มีสินค้าจริง หรือมีแล้วอาจไม่จัดส่งให้ โดยเมื่อเกิดความเสียหาย กระบวนการดำเนินคดีต้องใช้ระยะเวลารวบรวมหลักฐาน และกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อติดตามเอาเงินคืน ซึ่งปัจจุบันช่องทางการซื้อขายที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดมากกว่า 80% คือเฟซบุ๊ก                 สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ดำเนินการตามหมายจับศาลอาญา ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ในมาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำความผิดโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”                  นอกจากนี้ ยังมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ โดยการทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ                  ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และบช.สอท. เร่งบูรณาการทำงานแก้ไขปัญหาจากการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแส ปัญหา หรือขอคำปรึกษา เข้ามาได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ 1212 OCC ผ่านช่องทาง ดังนี้ สายด่วนโทร. 1212 อีเมล์ 1212@mdes.go.th เว็บไซต์ 1212OCC.com เพจเฟซบุ๊ก : ข้อมูลข่าวสาร 1212 OCC และสำนักงานสถิติจังหวัดทั่วประเทศ อีกทั้งยังสามารถแจ้งได้ผ่านกล่องข้อความของเพจอาสาจับตาออนไลน์ที่ https://m.facebook.com/DESMonitor/ หรือโทรสายด่วนของ บช.สอท.1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ***********************

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกดตกลงข้อความในไลน์ จะโดนแฮกข้อมูลทันที ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ              จากกรณีที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กโดยระบุว่าเจอแบบนี้ให้ออกจากหน้าจอนี้ หรือ ปิดโทรศัพท์เลยแล้วค่อยเปิดใหม่อย่ากดตกลง เพราะจะโดนแฮกทันที ทางสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อมูลกับทาง Line Thailand-Official แล้วพบว่าปัญหาข้อความแชทหรือเพื่อนหายไป เป็นปัญหาที่เกิดจากไลน์ สำหรับระบบ iOS ซึ่งเมื่ออัปเดตระบบปฏิบัติการหรือแอปพลิเคชัน ในกรณีที่พบข้อความแจ้งเตือนกรุณาเลือกที่ “ตกลง” ทั้งนี้ การดำเนินการกู้คืนรายการเพื่อนและประวัติการแชทข้อความแชทบางส่วนอาจไม่สามารถกู้กลับคืนมาได้ และประวัติการแชทที่ท่านกู้คืนไม่สำเร็จ หรือทีมงานก็ไม่สามารถกู้กลับมาได้เช่นกัน ขอแนะนำให้สำรองข้อมูลประวัติการแชทอย่างสม่ำเสมอ              ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สามารถสอบถาม โทร 02-141-6747    ____________

         โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง สรุปสถานการณ์ข่าวรอบสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมเกี่ยวกับสุขภาพกลับมาแรงอีกครั้งขณะที่ข่าวปลอมที่เกาะกระแสเทศกาลสงกรานต์พบประปราย            นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 8-14 เม.ย. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบจำนวนข้อความที่เข้ามา 11,629,137  ข้อความ หลังการคัดกรองแล้วมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ จำนวน  246 ข้อความ รวมจำนวนเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 128 เรื่อง โดย 2 อันดับแรก ได้แก่ ข่าวในหมวดข่าวสารราชการ/นโยบายรัฐ 59 เรื่อง และข่าวในหมวดสุขภาพ 57 เรื่อง            โดยตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวปลอมเกี่ยวกับสุขภาพเริ่มกลับมาแพร่กระจายมากอีกครั้ง ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ ข่าวบนโซเชียลที่เกาะกระแสเทศกาลนี้มีจำนวนหลายข่าวเช่นกัน แต่หลังการตรวจสอบแล้วพบว่ามีส่วนที่เป็นข่าวปลอม/บิดเบือนในสัดส่วนไม่มากนัก ได้แก่ ข่าวสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เผยเลขลับเฉพาะ งวดวันที่ 16 เม.ย. 65 ข่าวบขส. ลดราค่าโดยสารลง 10% สำหรับประชาชนที่บ้านไกลจากกรุงเทพฯ เกิน 200 กิโลเมตรตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. 65 และข่าวภาคเหนือ เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ในวันที่ 9 - 14 เม.ย. 65 เป็นต้น            ทั้งนี้ กระทรวงฯ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ต้องขอความร่วมมือประชาชน เมื่อได้รับข้อมูลผ่านโซเชียล อย่าเพิ่งหลงเชื่อในทันที ขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูล โดยสามารถแจ้งข้อมูลมายังศูนย์ฯ เพื่อช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ และยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.