Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

              เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การต้อนรับ Mr. Yutaka Ueno ประธานแผนกไอซีทีและอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากหอการค้าญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (Japanese Chamber of Commerce in Bangkok: JCC) และผู้แทนองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan External Trade Organization: JETRO) ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม                 โดยที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทย – ญี่ปุ่น รวมทั้งแนวทางและโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและบริษัทญี่ปุ่น โดยเฉพาะกับบริษัทด้านอุตสาหกรรมไอซีทีและเทคโนโลยีดิจิทัลที่มาลงทุนในไทย รวมถึงขอรับความเห็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของไทยเพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้น ที่ประชุมได้มีการหารือถึงประเด็นอื่น ๆ ร่วมกัน ได้แก่ Big Data คลาวน์ ศูนย์ข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การใช้ 5G ในภาคการผลิต ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เป็นต้น   **********************


           “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ชื่นชมความสำเร็จไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน ในงาน “World Expo 2020 Dubai” ได้รับความนิยมอันดับ 4 ตัวเลขผู้เข้าชมทะลุ 2.35 ล้านคน พร้อมขอบคุณ 4 ภาคส่วนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ              นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวระหว่างเป็นประธานงานแถลงข่าวความสําเร็จของ Thailand Pavilion ในงาน “World Expo 2020 Dubai” วันนี้ (20 เม.ย.65) ว่า อาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion) ประสบความสำเร็จในการดึงดูดใจผู้เข้าชมงาน ด้วยตัวเลขผู้เข้าชมตลอดการจัดงานกว่า 2.35 ล้านคน หรือ 9.8% จากจํานวนผู้เข้าชมงานทั้งหมด โดยได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4 รองจากซาอุดิอารเบีย ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากการเก็บข้อมูลสถิติของ Google Public รวมทั้งได้รับรางวัล Honorable Mention ประเภท Editor’s Choice Award จากนิตยสาร Exhibitor Magazine ที่ได้รับการยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ทั่วโลก               ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าว เกิดจากปัจจัยความสำเร็จและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนผู้อยู่เบื้องหลัง 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่  1.ความตั้งใจและความทุ่มเทของ นักแสดง เยาวชนคนรุ่นใหม่และทีมงานอาคารแสดงประเทศไทยกว่า 60 ชีวิต ที่ไปปฏิบัติหน้าที่เป็น ตัวแทนของประเทศไทยที่เมืองดูไบเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน รวมทั้งการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจาก หน่วยงานไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การต้อนรับ การบริหารจัดการอาคาร ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความ ประทับใจให้เกิดการบอกต่อกันจนเป็นกระแสใน Social media                  2.พันธมิตรภาครัฐกว่า 30 หน่วยงาน พร้อมทั้งการสนับสนุนจากภาคเอกชน ในการจัดแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยีดิจิทัล หรือสินค้าฝีมือคนไทย เพื่อนําเสนอศักยภาพในทุกมิติของประเทศไทย                 3.การดําเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง การเข้าร่วมงาน World Expo 2020 Dubai ของประเทศไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วย กระชับความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับ“สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” เจ้าภาพการจัดงาน ที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยมายาวนานกว่า 45 ปี ยังเป็นเวทีระดับโลกที่เปิด โอกาสให้ประเทศไทยได้เจรจาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือถึงโครงการความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ กับประเทศสมาชิกอื่นที่เข้าร่วมการจัดงาน ระดับผู้นํา ภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ผู้บริหารจากองค์กรธุรกิจชั้นนําต่างๆ                 “การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน World Expo 2020 Dubai  ยังมีส่วนเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ นานาประเทศได้เห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนวัตกรรมดิจิทัลของไทย รวมทั้งศักยภาพของผู้ประกอบการวิสาหกิจดิจิทัล เริ่มต้น และผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการปี 2565 ตามกรอบนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลเพื่อพัฒนาประเทศไทย อาทิ เทคโนโลยีดิจิทัลในโลก อนาคต (Digital Technology) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสังคมเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนสู่ยคุดิจิทัล(DigitalTransformation)ที่จะนําไปสู่โอกาสใหม่ในการ พลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทย” นายชัยวุฒิกล่าว                และ 4.ความร่วมมือของคนไทยทั้งประเทศ เพราะการบริหารจัดการงานใหญ่ระดับโลกอย่าง World Expo 2020 Dubai ให้สําเร็จลุล่วง โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 กลายเป็นความท้าทายที่เกือบทําให้ประเทศไทยหมดหวังในการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มบรรเทาลง กระแสความร่วมมือที่หลั่งไหลมาจากทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ทําให้อาคารแสดงประเทศไทยสามารถเปิดตัวในงาน World Expo 2020 Dubai ได้อย่างเต็มภาคภูมิ               นายชัยวุฒิ กล่าวย้ำว่า ความสําเร็จในครั้งนี้ จึงเป็นภาพสะท้อนของความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เชื่อในศักยภาพของคนไทยที่จะร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศก้าวต่อไปข้างหน้า และความสําเร็จนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ในฐานะที่กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นผู้แทนอาคารแสดงประเทศไทย ในงานWorld Expo 2020 Dubai จึงขอส่งต่อกําลังใจให้ทีมงานประเทศไทย เพื่อสานต่อความสําเร็จและสร้างชื่อให้ประเทศอีกครั้งใน Expo 2025 Osaka Kansai   _____________

ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ และนิติกรปฏิบัติการ

ประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่สอบแข่งขันฯ ในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ และนิติกรปฏิบัติการ

               นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม ร่วมกับพลเอก ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ,นาวาอากาศเอก อมร  ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติและผู้อำนวยการศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ แถลงข่าว เรื่องเว็บไซต์สํานักงานป.ป.ช.มีข้อมูลรั่วไหล                 โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์กรณีที่มีนําเสนอข่าว มีข้อมูลทรัพย์สิน 780 บัญชี-เรื่องชี้มูล 1,366 คดี รั่วไหลไปยังเว็บไซต์ของหน่วยงานอื่น ของภาคเอกชน ซึ่งทำให้คนเข้าใจผิดว่า เว็บไซด์ถูกแฮก ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และ สํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้ร่วมกับ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบแล้วพบว่า เรื่องนี้ไม่ได้ถูกแฮก ไม่ได้ถูกโจมตี ระบบของป.ป.ช.ยังมีความมั่นคงปลอดภัย  โดยข้อมูลที่รั่วไหลออกไปเป็นข้อมูลที่ป.ป.ช.เป็นข้อมูลที่เปิดเผยอยู่แล้วตามกฎหมาย บัญชีทรัพย์สิน ข้อมูลมติชี้มูลความผิดซึ่งป.ป.ช.เปิดเผยอยู่แล้ว แต่มีบุคคลบางกลุ่ม นำข้อมูลนี้ไปเผยแพร่ต่อในเว็บไซด์ของกลุ่มบุคคลนั้นซึ่งทำให้เกิดความสับสน ข้อมูลอาจมีความคลาดเคลื่อน บิดเบือน เปลี่ยนแปลง ทาง ป.ป.ช. จึงได้มีการแจ้งเตือน ไม่ให้นำข้อมูลจากเว็บไซต์ดังกล่าวไปใช้ ให้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆจากเว็บไซต์ของป.ป.ช.เท่านั้นเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่ได้ถูกแฮก หรือโจมตี                  ด้านนาวาอากาศเอกอมร  ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติและ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ กล่าวว่า ในกรณีต่างๆเราได้ตรวจสอบพบเจอเหตุการณ์นี้ครั้งแรก วันที่ 13 มกราคม และหลังจากนั้นก็ได้ดำเนินการตรวจสอบร่วมกับทาง ปปช. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าจากข้อมูลที่พบเจอนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเปิดเผยอยู่แล้ว แล้วก็ตัวเว็บรวมทั้งระบบต่างๆของ ปปช.ยังมีความมั่นคงปลอดภัย แต่ในสิ่งที่ถูกสื่อออกไปว่ามีการถูกแฮกนั้นมันไปเกิดขึ้นกับตัวระบบของหน่วยงานอื่นที่ได้ดูดข้อมูลนี้ไปแล้วก็ก่อให้เกิดการเข้าใจผิด เพราะฉะนั้นในส่วนประเด็นนี้คือ ตัวองค์กรที่เกี่ยวข้องยังมีความมั่นคงปลอดภัย แต่ถึงอย่างไรก็ตามทาง สกมช กับทาง ดีอี ก็จะเตรียมการและเฝ้าระวังเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งประเด็นนี้และก็ประเด็นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในอนาคต                   นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และทางสำนักงานคณะกรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เราจะเฝ้าระวังติดตามปัญหาภัยคุกคามในโลกไซเบอร์อยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้มีการถูกโจมตีในหน่วยงานของรัฐทั้งหมด โดยต่อจากนี้ทางหน่วยงานหรือทางพี่น้องประชาชนถูกโจมตีหรือมีปัญหาถูกแฮ็กต่างๆก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางศูนย์เตือนภัยเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เจ้าหน้าที่ NCERT และ ncsa.or.th เรามีหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน และคอยช่วยประสานงานอยู่ตลอดเวลา   *************************

             เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2565 พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับการศึกษาเรื่องเยียวยาจิตใจ (Healing Workshop) จัดโดยมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (IYF) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานในประเทศไทย มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนระหว่างกันในเรื่อง “การศึกษาเรื่องการเยียวยาจิตใจ” บรรยายโดย ดร.(กิตติศักดิ์) ฮีจิน พาร์ค ผู้เชี่ยวชาญด้าน Mind Education จากสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มอบหมายให้ผู้แทนข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างเหมาเอกชน จำนวน 4 ท่าน เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา ในโอกาสเดียวกันนี้ ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ในเสนอแนวคิด มุมมอง และพัฒนาโครงการจิตใจที่ส่งผลต่อบุคลากรในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งกิจกรรมวิเคราะห์และแยกแยะความคิดที่อยู่ในจิตใจของเหยื่อหรือผู้เสียหาย รวมถึงกลุ่มบุคคลเปราะบางหรือเยาวชนที่น่าจะมีโอกาสถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกต้อง พร้อมแนะนำวิธีการออกจากอาการซึมเศร้า อาการติดปัญหาด้านยาเสพติด ปัญหาการเรียน รวมถึงปัญหาในการใช้ Social Media ในทางที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น   ***********************




รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๖๕)



      โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมรายสัปดาห์ พบมีการอ้างชื่อ ก.ล.ต. รับรองโฆษณาชวนลงทุนบนเฟซบุ๊ก และแบงก์ชาติ เปิดบริการสินเชื่อเงินด่วน จูงใจให้คนสนใจจำนวนมาก เตือนประชาชนเสพข่าวอย่างรอบคอบ ควรเช็คให้ชัวร์ ก่อนเชื่อและแชร์            นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 15-21 เม.ย. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 11,726,786 ข้อความ จากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน263 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 126 เรื่อง             ทั้งนี้ จากการประสานงานเพื่อตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 60 เรื่องโดยพบว่าในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอม/บิดเบือน จำนวน 20 เรื่อง ครอบคลุมประเด็นข่าวทั้งสุขภาพ โควิด-19 ข่าวสารราชการและข่าวเชิงนโยบาย รวมทั้งข่าวปลอมเรื่องการให้สินเชื่อและชักชวนลงทุน ซึ่งสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบชื่อหน่วยงานที่น่าเชื่อถือถูกนำมาอ้างถึงเพิ่มเติม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้มีคนหลงเชื่อ และติดอยู่ใน 10 อันดับข่าวที่ได้รับความสนใจมากสุด             สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 ป้องกันโควิด 19 ด้วยผ้าอนามัยประกบกับหน้ากาก อันดับ 2 รัฐบาลเก็บภาษี 30% สำหรับบุคคลที่ไม่มีสามี อันดับ 3 กินฟ้าทะลายโจร 3 แคปซูล ก่อนออกจากบ้าน สามารถป้องกันเชื้อโควิด 19 ได้ 12 ชม. อันดับ 4 กรุงไทยเปิดให้ทุกคนยืมเงิน 10,000 บาท สมัครผ่านบัตรATM ที่ตู้ทุกแห่ง อันดับ 5 แพทย์ศิริราชแนะวิธีรักษาโควิด 19 ด้วยการกินกระเทียม              อันดับ 6 โฆษณาบน Facebook เชิญชวนลงทุนผลตอบแทนสูง โดยได้รับการรับรองจากสำนักงาน ก.ล.ต. อันดับ 7 ดื่มน้ำยางจากกล้วย รักษาโรคกระเพาะและกรดไหลย้อนได้ อันดับ 8 ธปท. ให้บริการสินเชื่อเงินด่วน Epay Cash แบบไม่ต้องมีคนค้ำ อันดับ 9 รัฐบาลเก็บภาษีรถกระบะ 2 ประตู หรือกระบะแค๊ป เท่า 4 ประตู และอันดับ 10 กล้วยสุกช่วยรักษาโรคไมเกรนได้               นางสาวนพวรรณ กล่าวว่า ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันทำงานแก้ไขปัญหาข่าวปลอม และเมื่อประชาชนได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   _____________


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.