Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา



           “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส นำคณะรายงานความสำเร็จอาคารแสดงประเทศไทย ในงาน World Expo 2020 Dubai แก่นายกรัฐมนตรี ติดอันดับอาคารแสดงยอดนิยมลำดับ 4 และส่งผลงานแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลน้ำ คว้ารางวัลชนะเลิศ และรางวัล Community Choice Award จากการแข่งขันแฮคกาธอนในงาน                วันนี้ (26 เม.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรายงานความสำเร็จอาคารแสดงประเทศไทย(Thailand Pavilion) ในงาน World Expo 2020 Dubai ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ต.ค.64 –31 มี.ค. 65 ณ เมืองดูไบประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แก่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล               พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ได้กล่าวชื่นชมและร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของทีมประเทศไทยในการสร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับโลกอย่าง World Expo 2020 Dubai พร้อมเยี่ยมชมอาคารแสดงประเทศไทยผ่านระบบ VR 360 องศา พร้อมฃมอบหมายให้ดีอีเอส และดีป้า บูรณาการการทำงานกับหน่วยงานรัฐและเอกชน ต่อยอดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อนำมาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหา อำนวยความสะดวก และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง                ด้านนายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 182 วัน อาคารแสดงประเทศไทย ได้ต้อนรับผู้เข้าชมรวมกว่า 2.35 ล้านคน ประกอบด้วย ราชวงศ์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และประเทศอื่นๆ ผู้นำรัฐบาลและองค์การระหว่างประเทศตลอดจนผู้บริหารจากองค์กรธุรกิจชั้นนำ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ได้รับคะแนนความนิยมจากสาธารณชนสูงที่สุดในโซนการจัดแสดง Mobility โดยการเก็บข้อมูลสถิติของ Google Public Review พบว่า อาคารแสดงประเทศไทยได้รับความนิยมอยู่ในลำดับที่ 4 ของงาน World Expo 2020 Dubai รองจากอาคารแสดงของประเทศซาอุดิอาระเบียปากีสถาน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์                  อีกทั้ง ได้รับรางวัล Honorable Mention ประเภท Editor’s Choice Award จากนิตยสาร EXHIBITOR Magazine นิตยสารที่ได้รับการยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ทั่วโลก                 สำหรับอาคารแสดงประเทศไทยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด การขับเคลื่อนสู่อนาคต (Mobility for the Future) โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นอกจากนี้ ดีป้า ยังเปิดโอกาสให้ดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทยร่วมกิจกรรม Innovation Week เพื่อแสดงศักยภาพและผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลสู่สายตานักลงทุนต่างชาติ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเปิดโอกาสสู่ตลาดโลกและตลาดตะวันออกกลาง ผ่านความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ                นอกจากนี้ ในงานดังกล่าว ประเทศไทยยังนำพาผลงาน ‘Hydrogence’ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลน้ำ คว้ารางวัลชนะเลิศ และรางวัล Community Choice Award ที่ตัดสินจากคะแนนโหวตของประชาชนทั่วไปจากการแข่งขันแฮคกาธอนในรายการ MindSphere Future World Series ภายใต้หัวข้อ อนาคตของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (Future Water Hack) ที่จัดขึ้นภายในงาน เหนือผู้เข้าร่วมแข่งขันซึ่งล้วนแต่เป็นสตาร์ทอัพชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 90 ทีม               ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง ฝ่ายนวัตกรรมสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และดีป้า โดย‘Hydrogence’ เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลน้ำ ก่อนประมวลผลคาดการณ์ปริมาณน้ำเพื่อควบคุมการไหลของน้ำแบบอัตโนมัติ เพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ   ________________

         วันอังคารที่ 26 เมษายน 2565 คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคมวุฒิสภา เดินทางรับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เกี่ยวกับโครงการเน็ตประชารัฐและโครงการการพัฒนาเครื่อข่ายอาสาสมัครดิจิทัล(อสด.) โดยสถิติจังหวัดอุดรธานีได้นำมาจัดกิจกรรมแนะนำองค์ความรู้ ที่จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ ณ หมู่ 2 บ้านห้วยบงตำบลหนองหว้า อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี   ________________


                เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 พ.ต.อ. อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์  กล่าวเปิดโครงการฝึกอบรม หลักสูตร “สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต” ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565  ในรูปแบบการฝึกอบรมออนไลน์ผ่านโปรแกรม Cisco Webex Meetings ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563  เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคล ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม เกิดความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ที่อาจเกิดขึ้น                   โดย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เน้นย้ำว่าการผลักดันหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปสู่การปฏิบัติ ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ขอความร่วมมือ นั้น เป็นเรื่องที่สำคัญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม มีจิตพอเพียงต้านทุจริต ละอายและเกรงกลัวที่จะไม่ทุจริต และไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ  เชื่อว่าการอบรมในครั้งนี้ จะเป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมในการต่อต้านการทุจริต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ บุคลากรของรัฐและทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วมและผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป ดังนั้น การฝึกอบรมฯ ครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง หากผู้เข้ารับการฝึกอบรม นำความรู้ความเข้าใจ ไปปฏิบัติและถ่ายทอดภายในกลุ่มงาน ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการต่อต้านการทุจริต จนนำไปสู่วัฒนธรรมที่ไม่ทนต่อการทุจริตภายในสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ********************

             เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565 พ.ต.อ. อัครพล บุณโยปัยฎัมภ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุมคณะกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติครั้งที่ 1/2565 ณ ห้องประชุมอาคารสิริภักดิ์ธรรม (ชั้น3) วัดประยูรวงศาวาส เขตธนบุรี กรุงเทพฯ โดยที่ประชุมมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” ซึ่งอยู่ในวาระเพื่อพิจารณา รวมทั้งวาระอื่นๆที่สำคัญ อาทิ การจัดอบรมพระนักเทศน์ทุนเล่าเรื่องหลวง การแต่งตั้งคณะกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัด การแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผล การจัดสัมมนาพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา โครงการบูรณาการแนวทางความร่วมมือทางศาสนาในการต่อต้านทุจริต โดยการประยุกต์หลักธรรมคำสอนกับหลักสูตรด้านทุจริตศึกษา และการจัดทำเว็บไซต์ศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นต้น   **************************        

               เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมกล่าวในพิธีเปิดงาน GC-ASP: Walk into ICT Industry โดยการจัดงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU)  เพื่อจัดฝึกอบรมให้กับเยาวชนของประเทศไทยซึ่งเป็นเยาวชนระดับอุดมศึกษาจากในกรุงเทพฯ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อฝึกทักษะด้านดิจิทัลและได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ฝึกฝน และแลกเปลี่ยนความสนใจของตนเองเกี่ยวกับการประกอบอาชีพในด้าน ICT และเทคโนโลยีดิจิทัล                 รองปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวยินดีและขอบคุณ บริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) และ ITU ที่จัดงานดังกล่าวและเห็นความสำคัญของการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลในประเทศไทย โดยเฉพาะเยาวชน ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและขับเคลื่อนสังคมในอนาคต ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้มีการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ Coding Thailand เพื่อพัฒนาทักษะเยาวชนไทยเพื่อรองรับและปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล                สำหรับงาน GC-ASP: Walk into ICT Industry จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 27 เมษายน 2565 ณ สำนักงานหัวเว่ย อาคาร G Tower Rama 9 กรุงเทพฯ  ในรูปแบบ Hybrid มีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การเสวนาของผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT นิทรรศการ และการฝึกอบรม   *********************

               เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับ นายสุทิน บัวตูม ผู้จัดการทีมฟุตซอลทีมชาติไทย พร้อมด้วยคณะนักฟุตซอลทีมชาติไทย ประกอบด้วย กัปตันช้าง กฤษดา วงษ์แก้ว กัปตันฟุตซอลทีมชาติไทย มูฮัมหมัด อุสมานมูซา เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ หลังจากพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ AFF Futsal Championship 2022 รวม ถึงได้ขอกำลังใจเพื่อไปแข่งขันในศึก ซีเกมส์ ที่กำลังจะจัดขึ้นที่เวียดนามในเดือน พ.ค.นี้ โดยมี นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการ รมว.ดีอีเอส นายปรพล อดิเรกสาร คณะที่ปรึกษา รมว.ดีอีเอส เเละ นายมงคล นฤนาทดำรงค์ คณะที่ปรึกษารมช.ศึกษาธิการ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เข้าร่วมให้การต้อนรับด้วย ณ ห้องรับรอง ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม   ************************

                เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ให้การต้อนรับ คณะผู้บริหารจากบริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย Mr. Ricky Corker ตำแหน่ง Chief Customer Experience Officer ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยที่ประชุมได้มีการหารือแนวทางเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่บริษัทโนเกียฯ มีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัล การเชื่อมต่อสายเคเบิลใต้น้ำ เครือข่าย 5G โทรคมนาคม คลาวน์ และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยกับบริษัท โนเกียฯ ในอนาคตต่อไป   ***********************


         เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 หน่วยงานกำกับดูแลภาคธุรกิจการเงิน ทั้ง 3 องค์กร ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของภาคธุรกิจการเงิน โดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้เกียรติเป็นประธานสักขีพยาน             บันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นการประสานความร่วมมือของ 4 องค์กร ในการดูแลให้นโยบาย และกรอบการกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีความสอดคล้องและมีกระบวนการในการกำกับดูแลที่สอดรับกัน รวมถึงให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดระหว่างกัน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในภาคการเงินและให้ความรู้แก่ผู้ใช้บริการทางการเงิน เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของภาคการเงินเป็นไปอย่างราบรื่น และเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง             นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “การคุ้มครองสิทธิของประชาชนในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการผลักดันเรื่องการสร้างสรรค์นวัตกรรมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพกฎหมายฉบับนี้เป็นหนึ่งในชุดกฎหมายดิจิทัลเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมในการใช้บริการออนไลน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรม ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากเพิ่มขึ้น เป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชนในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และในขณะเดียวกันเพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระเกินสมควรแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลภาคธุรกิจการเงิน จึงได้จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของภาคธุรกิจการเงินขึ้น”               ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ  ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า “การสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาภาคการเงินเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในระยะต่อไปที่ ธปท. มีนโยบายที่จะปรับภูมิทัศน์ในภาคการเงินให้เปิดกว้างขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจการเงินนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาต่อยอดการให้บริการ ควบคู่ไปกับการดูแลความเสี่ยงและการมีธรรมาภิบาลของการใช้ข้อมูลที่สอดรับกับเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ความร่วมมือครั้งนี้ ช่วยให้การกำกับดูแลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของภาคการเงินมีความสอดคล้องกัน ไม่ทับซ้อน ช่วยลดภาระหรือต้นทุนให้แก่ทั้งผู้ประกอบธุรกิจและประชาชน ให้สามารถนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ในการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาภาคการเงินและสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้ราบรื่น”                นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและส่งเสริมหน่วยงานในตลาดทุนมีพร้อมในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ มาโดยตลอด พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดทำแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละกลุ่มธุรกิจในตลาดทุนที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความชัดเจนในทางปฏิบัติ และจากการสำรวจความพร้อมของผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแล เมื่อเดือนมีนาคม 2565 พบว่า ผู้ประกอบธุรกิจมีความตื่นตัวในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและได้ดำเนินการตามข้อกำหนดต่าง ๆ ไปมากกว่า 90% แล้ว โดยส่วนใหญ่มั่นใจว่าจะแล้วเสร็จก่อน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ มีผลใช้บังคับ ดังนั้น ก.ล.ต. เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือของ 4 องค์กรในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในภาคการเงินและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยี รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ”              ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า “ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่มีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประกอบการดำเนินธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้สนับสนุนการพิจารณารับประกันภัย การปฏิบัติตามสัญญาประกันภัย และการให้บริการลูกค้า สำนักงาน คปภ. จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบริหารจัดการการได้มาและการปกป้องข้อมูลของลูกค้าทั้งข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของธุรกิจประกันภัย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ. ได้เตรียมความพร้อมสำหรับภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ การออกแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจประกันวินาศภัยและผู้ประเมินวินาศภัย การประเมินความพร้อมในด้านองค์กร ด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย และด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับภาคธุรกิจประกันภัย โดยความร่วมมือตาม MOU ฉบับนี้ จะสนับสนุนการกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้านการเงินให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป”               ดร. เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เป็นกลไกสำคัญทำให้ประชาชนสามารถรับทราบวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บ การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดแจ้ง  และมีสิทธิต่างๆ ที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ  และองค์กรเอกชนมีมาตรฐานการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้สามารถดำเนินการและทำธุรกิจเกี่ยวกับข้อมูลได้อย่างมั่นใจว่าถูกต้องตามกฎหมาย  ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สอดคล้องหลักการสากลและได้รับการยอมรับในการทำธุรกิจการค้าจากนานาชาติ รวมทั้งสามารถสร้างสังคมที่เข้มแข็ง เนื่องจากสามารถตรวจสอบการดำเนินงานภาครัฐและภาคธุรกิจเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความถูกต้องเหมาะสมได้”   _______________

         “อัจฉรินทร์” ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมเปิดงาน Girls in ICT Day Thailand and Asia and the Pacific 2022 ส่งเสริมเยาวชนสตรี เข้าสู่สายความรู้และวิชาชีพในสาขา STEM เกาะติดเทรนด์ยุคดิจิทัล              นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวระหว่างเข้าร่วมพิธีเปิดงาน Girls in ICT Day Thailand and Asia and the Pacific 2022 วันนี้ (28 เม.ย.65) ว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ให้ความสำคัญและส่งเสริมการเรียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ของเยาวชนสตรี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการประกอบอาชีพในยุคดิจิทัล และสร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศชาย-หญิง              ทั้งนี้ กระทรวงฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) จัดกิจกรรมดังกล่าว นับตั้งแต่ปี 2557 โดยมีเยาวชนสตรีเข้าร่วมฝึกอบรมในประเทศไทยแล้วมากกว่า 800 คน ในหลายหัวข้อ เช่นe-Farming, e-Commerce, AI, Big Data และ Cybersecurity เป็นต้น              โดยในปีนี้ กระทรวงฯ มีกำหนดจัดการฝึกอบรมหัวข้อ Digital Skills for Girls ร่วมกับศูนย์วิจัยการจัดการความรู้การสื่อสารและการพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (CCDKM) เพื่อพัฒนาทักษะด้านการใช้ ICT อย่างต่อเนื่องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กผู้หญิงสนใจการประกอบอาชีพในสาขา ICT มากขึ้น             ทั้งนี้ ITU ได้กำหนดให้วันพฤหัสบดีในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนเมษายนของทุกปีเป็นวัน International Girls in ICT Day เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายและเสริมสร้างศักยภาพสตรีด้าน ICT โดย ITU ได้ร่วมมือกับประเทศสมาชิกในทุกภูมิภาคทั่วโลกจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองวันดังกล่าว โดยปีนี้จะมีกิจกรรมจัดฝึกอบรมให้กับเยาวชนสตรีของไทยอย่างต่อเนื่อง ระหว่างเดือน พ.ค. - มิ.ย. 65   ___________

         เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 พ.ต.อ. อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกล่าวเปิด ประชุมชี้แจงโครงการ U Power Digital Idea Challenge Season 6 ผ่านการประชุมออนไลน์ ณห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุนในการบริหารจัดการและงบประมาณ สำหรับการจัดโครงการ U Power Digital Idea Challenge Season 6 กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นเจ้าภาพจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 เพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้ด้านดิจิทัลให้กับเยาวชนไทย ให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับยุคสมัยในปัจจุบันและยังเป็นการเพิ่มทักษะเชิงวิเคราะห์ เน้นความสามารถในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้กับเยาวชน ให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานจริงในอนาคต               ทั้งนี้ โครงการปี 2565 กำหนด เปิด-ปิดรับใบสมัคร ระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคม 2565 และช่วงระหว่าง 5 กันยายน จนถึง 12 ตุลาคม 2565 จะมีกิจกรรมหลักๆ อาทิ แจกโจทย์แบรนด์สินค้า Briefing  Student Day  ส่งผลงานเข้าประกวดรอบที่ 1 ปรับปรุงผลงาน ส่งผลงานรอบ 2 และนำเสนอผลงานรอบ Thailand The Winner ในวันที่30 พฤศจิกายน 2565  ที่ผ่านมาโครงการได้รับการตอบรับจากเยาวชน สถานศึกษาจากทั่วประเทศเป็นอย่างดี โดยมีทีมเข้าร่วมตลอดทั้ง 5 โครงการ เป็นจำนวน 3,608 ทีม มีนักเรียน เยาวชน เข้าร่วม 18,140 คน และสถานศึกษา 323 แห่ง   ______________


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.