Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

         เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ เป็นประธานในฐานะผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง CIO ของ สป.ดศ. ในการประชุมคณะทำงานด้านการคุ้มครองส่วนบุคคลของ สป.ดศ. ครั้งที่ 2/2565 เพื่อพิจารณาการกำหนดรูปแบบการทำงานอย่างบูรณาการภายใน สป.ดศ. เพื่อให้สอดรับกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จะมีการบังคับใช้ ในวันที่ 1 มิถุนายน2565 นี้ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีและเป็นประโยชน์ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมในทุกระดับ ประชาชนได้รับทราบวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บข้อมูล และสิทธิต่างๆที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลของตน  หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนมีมาตรฐานการจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย ประเทศมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสอดคล้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล   ________________


ประกาศรายชื่่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน (31/05/65)

Cookies Policy นโยบายคุกกี้ เมื่อท่านได้เข้าสู่เว็บไซต์ (https://www.mdes.go.th/)  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่เว็บไซต์ของท่านจะถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของคุกกี้ โดยนโยบายคุกกี้นี้จะอธิบายถึงความหมาย การทำงาน วัตถุประสงค์ รวมถึงการลบและการปฏิเสธการเก็บคุกกี้ เพื่อความเป็นส่วนตัวของท่าน โดยการเข้าสู่เว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ที่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ คุกกี้คืออะไร คุกกี้ คือ ไฟล์ขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ เช่น วันเวลา ลิงค์ที่คลิก หน้าที่เข้าชม เงื่อนไขการตั้งค่าต่าง ๆ โดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ/หรือ เครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของท่าน เช่น Laptop Tablet หรือ Smartphone ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ในขณะที่ท่านเข้าสู่เว็บไซต์ โดยคุกกี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ/หรือ เครื่องมือสื่อสารของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บเพื่อใช้เพิ่มประสบการณ์การใช้งานบริการทางออนไลน์ โดยจะจำเอกลักษณ์ของภาษาและปรับแต่งข้อมูลการใช้งานตามความต้องการของท่าน เป็นการยืนยันคุณลักษณะเฉพาะตัว ข้อมูลความปลอดภัยของท่าน รวมถึงบริการที่ท่านสนใจ นอกจากนี้คุกกี้ยังถูกใช้เพื่อวัดปริมาณการเข้าใช้งานบริการทางออนไลน์ การปรับเปลี่ยนเนื้อหาตามการใช้งานของท่านโดยพิจารณาจากพฤติกรรมการเข้าใช้งานครั้งก่อนหน้าและ ณ ปัจจุบัน และอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ www.allaboutcookies.org สป.ดศ. ใช้คุกกี้อย่างไร           สป.ดศ. ใช้คุกกี้ เพื่อบันทึกการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน และนำไปปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดความรวดเร็วในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน และในบางกรณี สป.ดศ. จำเป็นต้องให้บุคคลที่สามช่วยดำเนินการดังกล่าว ซึ่งอาจจะต้องใช้ อินเทอร์เน็ตโปรโตคอลแอดเดรส (IP Address) และคุกกี้เพื่อวิเคราะห์ทางสถิติ ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูล และประมวลผลตามวัตถุประสงค์ทางการตลาด                    คุกกี้ที่ สป.ดศ. ใช้ อาจจะแบ่งได้ 2 ประเภทตามการจัดเก็บ ดังนี้ 1.       Session Cookies เป็นคุกกี้ที่จะอยู่ชั่วคราวเพื่อจดจำท่านในระหว่างที่ท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ สป.ดศ. เช่น เฝ้าติดตามภาษาที่ท่านได้ตั้งค่าและเลือกใช้ เป็นต้น และจะมีการลบออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ของท่าน เมื่อท่านออกจากเว็บไซต์หรือได้ทำการปิดเว็บเบราว์เซอร์ 2.       Persistent Cookie เป็นคุกกี้ที่จะอยู่ตามระยะเวลาที่กำหนดหรือจนกว่าท่านจะลบออก คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สป.ดศ. จดจำท่านและการตั้งค่าต่าง ๆ ของท่านเมื่อท่านกลับมาใช้บริการเว็บไซต์อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้ท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น   วัตถุประสงค์ในการใช้งานคุกกี้ที่ สป.ดศ. ใช้ มีรายละเอียดดังนี้ ·         คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies) คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สป.ดศ. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สป.ดศ. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้ ·         คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance/Statistics Cookies) คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สป.ดศ. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ สป.ดศ.  รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สป.ดศ. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ สป.ดศ. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้ ·         คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional/Preferences Cookies) คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สป.ดศ. จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ·         คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting/Marketing Cookies) -> ข้อนี้ไม่น่าจะมีในส่วนของเว็บไซต์ สป.ดศ. เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ สป.ดศ. แต่อย่างใด หรือหากต้องมี ต้องชี้แจงได้ คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของหน่วยงานอื่น ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ สป.ดศ. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ สป.ดศ. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน ตารางนี้ให้อ้างอิงตามชนิดของ cookie ที่กำหนดไว้เมื่อมีการระบุวัตถุประสงค์ในข้างต้น ประเภทของคุกกี้ รายละเอียด ตัวอย่าง -> กรอกตามที่ใช้งานจริง คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies) คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สป.ดศ. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สป.ดศ. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้ ·      PHPSESSID ·      JSESSIONID คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance/ Statistics Cookies) คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สป.ดศ. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ สป.ดศ.  รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สป.ดศ. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ สป.ดศ. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้ ·      __utmc ·      _hjIncludedInPageviewSample ·      _hjTLDTest ·      _gid ·      __utma ·      __utmb ·      __utmt ·      __utmz ·      _hjid ·      _ga ·      _hjAbsoluteSessionInProgress ·      _hjFirstSeen   คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional/ Preferences Cookies) คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สป.ดศ. จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ·      fbsr_340486642645761 คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting/Marketing Cookies) -> หากมีให้ใส่ cookie ประเภทนี้มาไว้ด้วย คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ สป.ดศ. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ สป.ดศ. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน _ ·      gat_gtag_xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx ·      _utmv######### ·      TESTCOOKIESENABLED ·      YSC ·      NID ·      test_cookie ·      GPS ·      VISITOR_INFO1_LIVE         ท่านสามารถจัดการคุกกี้ได้อย่างไร บราวเซอร์ส่วนใหญ่จะมีการตั้งค่าให้มีการยอมรับคุกกี้เป็นค่าเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถปฏิเสธการใช้งานหรือลบคุกกี้ในหน้าการตั้งค่าของบราวเซอร์ที่ท่านใช้งานอยู่ ทั้งนี้ หากท่านทำการปรับเปลี่ยนการตั้งค่าบราวเซอร์ของท่านอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบและการใช้งานบนหน้าเว็บไซต์รวมถึงอาจไม่สามารถใช้บริการเว็บไซต์ได้ตามปกติ หากท่านประสงค์ที่จะทำการปรับเปลี่ยนการตั้งค่า ท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากขั้นตอนการดำเนินการของผู้ให้บริการ เช่น   - Android (Chrome) https://support.google.com/chrome/answer/95647?co=GENIE.Platform%3DAndroid&hl=en&oco=1   - Apple Safari https://support.apple.com/en-gb/guide/safari/sfri11471/mac   - Blackberry https://docs.blackberry.com/content/dam/docs-blackberry-com/release-pdfs/en/device-user-guides/BlackBerry-Classic-Smartphone-10.3.3-User-Guide-en.pdf   - Google Chrome https://support.google.com/chrome/answer/95647?co=GENIE.Platform%3DDesktop&hl=en   - Microsoft Edge https://support.microsoft.com/en-us/windows/microsoft-edge-browsing-data-and-privacy-bb8174ba-9d73-dcf2-9b4a-c582b4e640dd   - Microsoft Internet Explorer https://support.microsoft.com/en-us/topic/delete-and-manage-cookies-168dab11-0753-043d-7c16-ede5947fc64d   - Mozilla Firefox https://support.mozilla.org/en-US/kb/enhanced-tracking-protection-firefox-desktop?redirectslug=enable-and-disable-cookies-website-preferences&redirectlocale=en-US   - Opera https://help.opera.com/en/latest/web-preferences/   - Iphone or Ipad (Chrome) https://support.google.com/chrome/answer/95647?co=GENIE.Platform%3DiOS&hl=en&oco=1   - Iphone or Ipad (Safari) https://support.apple.com/en-us/HT201265 สป.ดศ. จะไม่รับผิดชอบและ สป.ดศ. ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ รวมทั้งเนื้อหาในเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งค่าคุกกี้ข้างต้น เนื่องจากเป็นข้อมูลจากผู้ให้บริการโดยตรง การเชื่อมโยงข้อมูลกับเว็บไซต์อื่น เว็บไซต์ของ สป.ดศ. อาจมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียซึ่งเป็นผู้ให้บริการภายนอก รวมถึงอาจมีการฝัง (Embed) เนื้อหาหรือวีดีโอที่มาจากโซเชียลมีเดีย เช่น YouTube Facebook หรือ เว็บไซต์สำนักงาน กสทช. เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ท่านเข้าถึงเนื้อหาและสร้างการปฏิสัมพันธ์กับบุคคล/หน่วยงานอื่นบนโซเชียลมีเดียผ่านเว็บไซต์ของ สป.ดศ. ได้ ซึ่งเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียดังกล่าวจะมีการกำหนดและตั้งค่าคุกกี้ขึ้นมาเอง โดยที่ สป.ดศ. ไม่สามารถควบคุมหรือรับผิดชอบต่อคุกกี้เหล่านั้นได้ และขอแนะนำให้ท่านควรกษานโยบายหรือประกาศการใช้คุกกี้ของผู้ให้บริการดังกล่าวด้วย การเปลี่ยนแปลงประกาศ   ประกาศนี้อาจมีการปรับปรุงให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์และตามการให้บริการจริง โดย สป.ดศ. จะมีการแจ้งประกาศที่มีการปรับปรุงใหม่บนเว็บไซต์นี้ ดังนั้น สป.ดศ. ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงตามข้อกำหนดดังกล่าว ติดต่อ สป.ดศ. ในกรณีที่ท่านมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายคุกกี้ของเรา ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่   สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม -   สถานที่ติดต่อ: 120 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 -   ช่องทางการติดต่อ: pr@mdes.go.th         Call Center : 02-141-6747


เอกสารไฟล์นโยบายคุกกี้ นโยบายคุกกี้           เมื่อท่านได้เข้าสู่เว็บไซต์ (https://www.mdes.go.th/) ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่เว็บไซต์ของ ท่านจะถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของคุกกี้ โดยนโยบายคุกกี้นี้จะอธิบายถึงความหมาย การทำงาน วัตถุประสงค์ รวมถึงการลบและการปฏิเสธการเก็บคุกกี้เพื่อความเป็นส่วนตัวของท่าน โดยการเข้าสู่เว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้ อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ที่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ คุกกี้คืออะไร           คุกกี้ คือ ไฟล์ขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์เช่น วันเวลา ลิงค์ที่คลิก หน้าที่เข้าชม เงื่อนไขการตั้งค่าต่าง ๆ โดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ/หรือ เครื่องมือสื่อสารที่ เข้าใช้งานของท่าน เช่น Laptop Tablet หรือ Smartphone ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ในขณะที่ท่านเข้าสู่ เว็บไซต์ โดยคุกกี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ/หรือ เครื่องมือสื่อสารของท่าน ในกรณี ดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บเพื่อใช้เพิ่มประสบการณ์การใช้งานบริการทางออนไลน์ โดย จะจำเอกลักษณ์ของภาษาและปรับแต่งข้อมูลการใช้งานตามความต้องการของท่าน เป็นการยืนยันคุณลักษณะ เฉพาะตัว ข้อมูลความปลอดภัยของท่าน รวมถึงบริการที่ท่านสนใจ นอกจากนี้คุกกี้ยังถูกใช้เพื่อวัดปริมาณการ เข้าใช้งานบริการทางออนไลน์การปรับเปลี่ยนเนื้อหาตามการใช้งานของท่านโดยพิจารณาจากพฤติกรรมการ เข้าใช้งานครั้งก่อนหน้าและ ณ ปัจจุบัน และอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งนี้ท่าน สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ www.allaboutcookies.org สป.ดศ. ใช้คุกกี้อย่างไร           สป.ดศ. ใช้คุกกี้ เพื่อบันทึกการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน และนำไปปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตรงกับ ความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดความรวดเร็วในการใช้งานเว็บไซต์ของ ท่าน และในบางกรณี สป.ดศ. จำเป็นต้องให้บุคคลที่สามช่วยดำเนินการดังกล่าว ซึ่งอาจจะต้องใช้ อินเทอร์เน็ต โปรโตคอลแอดเดรส (IP Address) และคุกกี้เพื่อวิเคราะห์ทางสถิติ ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูล และประมวลผล ตามวัตถุประสงค์ทางการตลาด คุกกี้ที่ สป.ดศ. ใช้ อาจจะแบ่งได้ 2 ประเภทตามการจัดเก็บ ดังนี้ Session Cookies เป็นคุกกี้ที่จะอยู่ชั่วคราวเพื่อจดจำท่านในระหว่างที่ท่านเข้าเยี่ยมชม เว็บไซต์ของ สป.ดศ. เช่น เฝ้าติดตามภาษาที่ท่านได้ตั้งค่าและเลือกใช้ เป็นต้น และจะมีการ ลบออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ของท่าน เมื่อท่านออกจากเว็บไซต์หรือได้ทำการ ปิดเว็บเบราว์เซอร์ Persistent Cookie เป็นคุกกี้ที่จะอยู่ตามระยะเวลาที่กำหนดหรือจนกว่าท่านจะลบออก คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สป.ดศ. จดจำท่านและการตั้งค่าต่าง ๆ ของท่านเมื่อ ท่านกลับมาใช้บริการเว็บไซต์อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้ท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ได้สะดวกรวดเร็ว ยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ในการใช้งานคุกกี้ที่ สป.ดศ. ใช้มีรายละเอียดดังนี้ คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies) คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สป.ดศ. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วน ต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภท นี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สป.ดศ. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้ คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance/Statistics Cookies) คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สป.ดศ. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ สป.ดศ. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้าน อื่น ๆ สป.ดศ. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของ ผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และ นำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ สป.ดศ. ไม่สามารถ ทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได ประเภทของคุกกี้ รายละเอียด รายการคุกกี้ คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies) คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการ เว็บไซต์ของ สป.ดศ. เพื่อให้ท่านสามารถเข้า ใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึง ช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สป.ดศ. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้ XSRF-TOKEN mdes_session cookiesession1 esview-current_ratio esviw-extra คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และ ประเมินผลการใช้งาน (Performance/Statistics Cookies) คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สป.ดศ. ทราบถึงการ ปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการ เว็บไซต์ของ สป.ดศ. รวมถึงหน้าเพจหรือ พื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สป.ดศ. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการ ทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรม ของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้ เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุ ตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติ เท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะ ส่งผลให้สป.ดศ. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้ เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมิน คุณภาพการให้บริการได้  AEC DV NID 1P_JAR _gat_gtag_UA_70244375_1 _gid __cfruid  __cf_bm  _ga  _hjAbsoluteSessionInProgress  _hjFirstSeen ท่านสามารถจัดการคุกกี้ได้อย่างไร           บราวเซอร์ส่วนใหญ่จะมีการตั้งค่าให้มีการยอมรับคุกกี้เป็นค่าเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถ ปฏิเสธการใช้งานหรือลบคุกกี้ในหน้าการตั้งค่าของบราวเซอร์ที่ท่านใช้งานอยู่ ทั้งนี้ หากท่านทำการปรับเปลี่ยน การตั้งค่าบราวเซอร์ของท่านอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบและการใช้งานบนหน้าเว็บไซต์รวมถึงอาจไม่สามารถ ใช้บริการเว็บไซต์ได้ตามปกติหากท่านประสงค์ที่จะทำการปรับเปลี่ยนการตั้งค่า ท่านสามารถตรวจสอบ รายละเอียดเพิ่มเติมได้จากขั้นตอนการดำเนินการของผู้ให้บริการ เช่น - Android (Chrome) https://support.google.com/chrome/answer/95647?co=GENIE.Platform%3DAndroid&hl=en&o co=1 - Apple Safari https://support.apple.com/en-gb/guide/safari/sfri11471/mac - Blackberry https://docs.blackberry.com/content/dam/docs-blackberry-com/release-pdfs/en/device-userguides/BlackBerry-Classic-Smartphone-10.3.3-User-Guide-en.pdf - Google Chrome https://support.google.com/chrome/answer/95647?co=GENIE.Platform%3DDesktop&hl=en - Microsoft Edge https://support.microsoft.com/en-us/windows/microsoft-edge-browsing-data-and-privacybb8174ba-9d73-dcf2-9b4a-c582b4e640dd - Microsoft Internet Explorer https://support.microsoft.com/en-us/topic/delete-and-manage-cookies-168dab11-0753-043d7c16-ede5947fc64d - Mozilla Firefox https://support.mozilla.org/en-US/kb/enhanced-tracking-protection-firefoxdesktop?redirectslug=enable-and-disable-cookies-website-preferences&redirectlocale=en-US - Opera https://help.opera.com/en/latest/web-preferences/ - Iphone or Ipad (Chrome) https://support.google.com/chrome/answer/95647?co=GENIE.Platform%3DiOS&hl=en&oco=1 - Iphone or Ipad (Safari) https://support.apple.com/en-us/HT201265          สป.ดศ. จะไม่รับผิดชอบและ สป.ดศ. ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ รวมทั้งเนื้อหาใน เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งค่าคุกกี้ข้างต้น เนื่องจากเป็นข้อมูลจากผู้ให้บริการโดยตรง การเชื่อมโยงข้อมูลกับเว็บไซต์อื่น          เว็บไซต์ของ สป.ดศ. อาจมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียซึ่งเป็นผู้ให้บริการภายนอก รวมถึงอาจมีการฝัง (Embed) เนื้อหาหรือวีดีโอที่มาจากโซเชียลมีเดีย เช่น YouTube Facebook หรือ เว็บไซต์สำนักงาน กสทช. เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ท่านเข้าถึงเนื้อหาและสร้างการปฏิสัมพันธ์กับบุคคล/หน่วยงาน อื่นบนโซเชียลมีเดียผ่านเว็บไซต์ของ สป.ดศ. ได้ ซึ่งเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียดังกล่าวจะมีการกำหนดและตั้งค่า คุกกี้ขึ้นมาเอง โดยที่ สป.ดศ. ไม่สามารถควบคุมหรือรับผิดชอบต่อคุกกี้เหล่านั้นได้ และขอแนะนำให้ท่าน ควรกษานโยบายหรือประกาศการใช้คุกกี้ของผู้ให้บริการดังกล่าวด้วย การเปลี่ยนแปลงประกาศ           ประกาศนี้อาจมีการปรับปรุงให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์และตามการให้บริการจริง โดย สป.ดศ. จะมีการแจ้งประกาศที่มีการปรับปรุงใหม่บนเว็บไซต์นี้ ดังนั้น สป.ดศ. ขอแนะนำให้ท่าน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงตามข้อกำหนดดังกล่าว ติดต่อ สป.ดศ. ในกรณีที่ท่านมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายคุกกี้ของเรา ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม - สถานที่ติดต่อ: 120 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 - ช่องทางการติดต่อ: โทร. 02-141-6747 อีเมล pr@mdes.go.th



            “นักร้องดัง “โจ นูโว” เข้าร้องเรียนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคมหลังถูกปลอมเฟซบุ๊ก มาหลายปี เจ้าตัวยืนยันมีเฟซบุ๊กส่วนตัวแค่บัญชีเดียว และไม่ได้เปิดสาธารณะ ดีอีเอส เร่งประสานตำรวจตามหามืออวตาร บทลงโทษตาม พ.ร.บ.คอมพ์ฯ คุกสูงสุด 5 ปี                 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก “โจ นูโว” ว่าได้รับความเสียหายจากการที่มีเฟซบุ๊กปลอมในชื่อ โจ นูโว และมีการโพสต์แสดงความคิดเห็นต่างๆ โดยที่ตัวจริงไม่รู้เรื่อง จึงต้องการให้กระทรวงฯ ช่วยดำเนินการปิดกั้นเฟซบุ๊กปลอมเหล่านั้น                 ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ดำเนินการประสานไปยังเจ้าของแพลตฟอร์ม Facebook ให้ปิดกั้นบัญชี เฟซบุ๊กปลอมเหล่านั้น เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้งได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ติดตามสืบสวนค้นหาตัวคนผิดที่สร้างบัญชีปลอมดังกล่าว เพราะสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของบัญชีตัวจริง โดยจะดำเนินคดีถึงที่สุด ซึ่งตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กำหนดโทษจำคุกไว้สูงสุด 5 ปี                 “ขอฝากเตือนไปยังดารานักแสดงนักร้องทุกคนที่พบเพจปลอม เฟซบุ๊กปลอมที่มาใช้ชื่อ ใช้รูปของเราทำให้เกิดความเสียหาย อยากให้รีบดำเนินการแจ้งมาที่กระทรวงฯ หรือมีช่องทางออนไลน์ด้วยในระบบของเรา หรือจะแจ้งความที่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยก็ได้ เพื่อรีบปิดกั้นก่อนที่จะกระทบต่อชื่อเสียงของดารานักแสดงด้วย” นายชัยวุฒิกล่าว                  ด้านโจ นูโว กล่าวว่า รู้สึกท้อใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา ถูกสังคมตั้งคำถาม ตลอดเวลา เเล้วตนเองต้องเป็นฝ่ายตอบ ถึงขนาด จ้างนูโว ขอไม่จ้างโจ ใครที่เกลียดผม ลงทุนทำขนาดนี้ มาคุยกันดีกว่า มาเป็นเพื่อนฝูงกันดีกว่า เราไม่ได้มีอะไรต่อกัน ผมไม่เคยทำอะไรให้คุณ คุณก็อย่าทำอะไรผมเลย อยู่กันอย่างสงบ ชีวิตผมก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้ วอนว่าอย่าทำเลย  วันนี้เลย ตัดสินใจ มาร้องที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม พร้อมทั้งระบุว่า บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวของจริงคือ www.facebook.com/khunjirayut  แต่พบช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีผู้สร้างบัญชีปลอมขึ้นมา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และของปลอมเขียนว่าของจริงด้วย เเละล่าสุด                  “แอคเคาน์ปลอม ก็มี การโพสต์ว่าคุณชัชชาติซึ่งส่วนตัวไม่รู้เรื่องเลย  เเละไม่ได้ทำ ร่วมถึงก็ถูกนำไป ลงความเห็นการเมืองตลอด จนทำให้ได้รับความเสียหาย คือคนที่ไม่เข้าใจเขาก็จะรังเกียจเรา วันนี้เลยตัดสินใจร้องขอให้ทางการช่วยเหลือ”   ********************

               นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า วันที่ 1 มิถุนายน 2565 นี้ ก็จะเป็นวันสำคัญที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะมีผลบังคับใช้  ข้อมูลส่วนบุคคลของเราก็คือข้อมูลที่เราไปติดต่อธุรกิจ ติดต่อร้านค้าต่าง ๆ เราก็จะให้ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ในการทำธุรกรรมที่เรามีกิจการ เช่นอาจจะมีบริษัทประกันภัยชีวิต ธนาคาร ร้านค้าออนไลน์ หรือการไปซื้อยา ไปร้านเสริมสวย เค้าจะมีข้อมูลของลูกค้าที่เราไปให้ไว้ ข้อมูลเหล่านี้จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย คือ ร้านค้าหรือธุรกิจที่เก็บข้อมูลร้านค้าจะต้องเก็บให้ดี ห้ามให้รั่วไหล หรือห้ามเอาไปขาย หรือเอาไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ ซึ่งอันนี้มีความผิดตามกฎหมายนี้                   ประชาชนก็จะมีสิทธิ์ในข้อมูลของตัวเอง ถ้าท่านไม่ให้ความยินยอมร้านค้าหรือธุรกิจที่เอาข้อมูลของท่านไป จะเอาข้อมูลนั้นไปใช้ไม่ได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์จริงๆในการคุ้มครองข้อมูลของประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการให้ข้อมูลกับกิจการร้านค้าต่างๆซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น                   ส่วนที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับ PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก็คือการถ่ายภาพ ก็เรียนว่า การที่เราไปถ่ายภาพแล้วไปติดบุคคลอื่นเข้ามาในภาพ ซึ่งเราไม่รู้จักแล้วติดโดยบังเอิญ อันนี้ไม่มีความผิด  แม้ว่าเราจะเอาภาพนั้นไปโพสต์ไปใช้ในเรื่องส่วนตัว ถ้าไม่ได้ไปทำให้เค้าเสียหาย ไม่ได้ตั้งใจไปให้เค้าเกิดความเสื่อมเสีย มันไม่มีความผิด อันนี้ไม่ถือว่าเป็นความผิดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  รวมถึงเรื่องกล้องวงจรปิดที่เราติดไว้ที่บ้าน แล้วไปติดภาพของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ถ้าเราไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์ในทางที่มิชอบ เป็นข้อมูลที่เราเก็บไว้เพื่อป้องกันอาชญากรรมก็ไม่มีความผิด                   อย่างไรก็ตาม นายชัยวุฒิ ยังย้ำด้วยว่า กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือที่เรียกย่อๆ ว่า PDPA เป็นกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของประชาชน ดูแลประชาชนในเรื่องข้อมูลข่าวสารของท่าน ไม่ใช่กฎหมายที่มุ่งจะไปเอาผิดหรือลงโทษใครเพราะงั้นไม่ต้องวิตกกังวล เพียงแต่ว่า ถ้าข้อมูลของท่านมีการรั่วไหล มีการนำไปใช้ที่ไม่ถูกต้อง ท่านก็ร้องเรียนติดต่อเข้ามาได้ ตามกฎหมายก็สามารถดำเนินคดีเอาผิดกับคนที่เอาข้อมูลไปใช้ได้ ก็ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของท่านได้รับความคุ้มครอง เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทุกคนแน่นอน     **********************

             ดีอีเอส หารือ กรมขนส่งทางบก จัดระเบียบแอปพลิเคชันวิ่งรถรับจ้าง ผิดกฎหมาย เร่งผู้ประกอบการ แพลตฟอร์มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามระเบียบของกรมขนส่งทางบก เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการ                วันนี้ (1 มิ.ย. 2565)  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยภายหลัง ให้การต้อนรับ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมคณะฯ ขอเข้าพบหารือแก้ปัญหาแอปพลิเคชันเรียกรถผิดกฎหมาย ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่า วันนี้ทางกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีโอกาสหารือ เรื่องเกี่ยวกับแอปพลิเคชันวิ่งรถรับจ้าง พบว่าในปัจจุบันยังมีแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลเกี่ยวกับบริการวิ่งรถรับจ้างยังไม่ได้ไปขออนุญาตให้ถูกต้อง               “ขอฝากถึงคนที่ดูเรื่องนี้ก็จะขอให้ทางแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือคนที่ทำธุรกิจรถรับจ้างให้ไปขอใบอนุญาตขึ้นทะเบียน และมีมาตรการกำกับดูแลทั้งผู้ขับทั้งรถ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและก็คุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองประชาชน เรื่องราคา การเดินทางให้ถูกทาง ไม่ให้ถูกทำร้ายเสื้อก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่รัฐบาลก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชน” รัฐมนตรีดีอีเอส กล่าว                ปัจจุบัน มีกฎหมายรองรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงอยากให้แอปพลิเคชันวิ่งรถรับจ้างที่เรารู้กันทั่วไป รวมถึงรายใหม่ที่ยังไม่ได้ขออนุญาต ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลส่งเสริมในการให้ใช้แอปพลิเคชัน เพื่ออำนวยความสะดวกของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในการเรียกรถรับจ้าง หรือว่าบริการส่งสินค้าต่างๆ อย่างไรก็ตาม หากแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มหรือรถรับจ้างเรียกแพลตฟอร์มต่างๆ ถ้ายังไม่มาขออนุญาต และทำตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายให้ถูกต้อง  ทางกรมขนส่งขอประสานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อส่งไปขออำนาจศาลในการปิดกั้นต่อไป                 ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร กล่าวว่า ถือเป็นการให้จัดระเบียบเรื่องของแอปพลิเคชันในการเรียกรถต่างๆเพื่อให้ทำให้ถูกต้อง ปลอดภัย และข้อสำคัญคือเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ออกกฎหมาย ออกกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว พร้อมเปิดให้ผู้ใช้แพลตฟอร์มมาลงเบียน และกฎกระทรวงดังกล่าว ก็มุ่งเน้นที่จะจัดระเบียบและให้แอปพลิเคชันที่ดำเนินการในเรื่องนี้มาขึ้นทะเบียนเพื่อที่จะจัดระเบียบคุ้มครองประชาชนให้เกิดความถูกต้อง ปลอดภัย และหลักฐานที่เป็นธรรม                 “ปัจจุบันก็มีบางรายที่ไม่ยอมยื่นรับรอง และยังไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจของคนไทยและยังให้บริการอยู่ ซึ่งถือว่า อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายด้วย วันนี้ก็เลยมานำเรียนท่านรัฐมนตรี ขอความอนุเคราะห์ให้รัฐมนตรีในการที่จะใช้กฎหมายของกระทรวงดิจิทัล ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป ช่วยคุ้มครองประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนและสามารถแจ้งทะเบียนรถเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้” อธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าว   ********************

            นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง ได้เดินทางเข้าร่วมงาน Asia Tech x Singapore (ATxSG) และการประชุม G2G Roundtable Ministerial ณ โรงแรม Ritz – Carlton, Millennia Singapore สาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓๐ พฤษภาคม – ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ โดยเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ระหว่างการเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์ในครั้งนี้ นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพญ์ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ และเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ นายเนวินธุ์ฯ ได้เข้าร่วมการประชุม ATxSG Summit และหารือทวิภาคีกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ กระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศของสิงคโปร์ และกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น รวมทั้งหารือและดูงานที่สำนักงานใหญ่บริษัท Meta (Facebook) และเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ ได้เข้าร่วมประชุม Roundtable ระดับรัฐมนตรี และร่วมสนทนาในหัวข้อ “การดำเนินการเพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่สาธารณชนในการใช้แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัล และจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากภัยคุกคามทางออนไลน์” ซึ่งในช่วงการประชุม Roundtable นี้มีผู้แทนระดับรัฐมนตรีจาก ๘ ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย บราซิล เอสโตเนีย สปป.ลาว มองโกเลีย และไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากเยอรมนี กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น และซาอุดิอาระเบีย เข้าร่วม   ************************


        นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะ โฆษกกระทรวง กล่าวว่า กรณีมีผู้เผยแพร่และส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ว่า  “คนอื่นโพสต์รูปภาพ – ข้อความใน facebook ของเขาแล้วผมหมั่นไส้ เลยเข้าไปคอมเม้นท์แล้วทำให้เขาเสียหาย ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง  ผิดกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ผมขอให้ข้อมูลว่า กรณี ดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา แต่ไม่เข้าข่ายผิด PDPA โดยเฉพาะเรื่องโทษจำคุก 6 เดือนตามมาตรา 79 ของ PDPA            ทั้งนี้ PDPA มีบทลงโทษอาญา เพื่อปกป้องประชาชนจาก มิจฉาชีพ หรือผู้ประสงค์ร้าย กรณีมีการนำข้อมูลอ่อนไหวดังนี้ ”เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ” ของประชาชนไปใช้ ทำให้เกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง หรือ หาผลประโยชน์แบบผิดกฎหมาย            กรณีใช้ข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โทษสูงสุดจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ             กรณีใช้ข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวหาผลประโยชน์แบบผิดกฎหมาย โทษสูงสุดจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ             การลงโทษอาญาต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและองค์ประกอบ อาทิ เจตนาของการกระทำ และการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลไม่ถูกต้องตามกฎหมาย              การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ เบอร์โทร ที่อยู่อาศัย หมายเลขประจำตัว ไม่เข้าองค์ประกอบโทษอาญา ตามมาตรา 79              ข้อมูลส่วนบุคคลสามารถถูกนำไปใช้หรือเปิดเผยได้ หากได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นไปตามกรณี ดังต่อไปนี้ (1) เป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้การทำตามสัญญาให้บริการ (2) เป็นการใช้ข้อมูลที่มีกฎหมายอื่นให้อำนาจไว้  (3) เป็นการใช้เพื่อรักษาชีวิตและ/หรือ ร่างกายของบุคคล  (4) เป็นการใช้เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ  (5) เป็นการใช้ตามหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ (6) เป็นการใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองโดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น            ทั้งนี้ การกำหนดบทลงโทษข้างต้น ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นกรณีๆไป  PDPA = พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล            มาตรา79 ผู้ควบคุมข้อมูส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือวรรคสองหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 28 อันเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหน้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ             ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติดตามมาตรา 28 อันเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคลคลตามมาตรา 26 เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฏหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ความผิดตามมาตรานี้เป็นความผิดอันยอมความได้             ติดต่อสอบถาม PDPA ได้ที่ 1111 หรือ  fb : PDPC Thailand   _____________

       ดีอีเอส แนะประชาชนศึกษาข้อมูล กม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ จากช่องทางสื่อสารของกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หลังพบมีข้อมูลบนโซเชียลเผยแพร่ 4 เรื่องไม่จริง-บิดเบือน รับการประกาศบังคับใช้กฎหมาย ห่วงประชาชนเข้าใจผิดและตื่นตระหนก             วันนี้ (2 มิ.ย. 65) นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง  กล่าวว่า จากที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน 4 เรื่อง เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 65 เป็นต้นไป สร้างความสับสนให้กับสังคม และอาจทำให้มีประชาชนหลงเชื่อ เกิดความเข้าใจผิดต่อประเด็นการให้ความคุ้มครองสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายฉบับนี้              โดยพบว่า มีการเผยแพร่และส่งต่อข้อมูล 4 เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับ PDPA ได้แก่  1. การถ่ายรูป-ถ่ายคลิป ติดภาพคนอื่นโดยเจ้าตัวไม่ยินยอมจะผิด PDPA  โดยในข้อนี้ ขอชี้แจงว่า กรณีการถ่ายรูป-ถ่ายคลิปโดยติดบุคคลอื่น โดยผู้ถ่ายรูป-ถ่ายคลิปไม่เจตนา และการถ่ายรูปถ่ายคลิปดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ถูกถ่าย สามารถทำได้หากเป็นการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว              2. ถ้านำคลิปหรือรูปถ่ายที่ติดคนอื่นไปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย โดยบุคคลอื่นไม่ยินยอมจะผิด PDPA  ในกรณีนี้ยืนยันว่าสามารถโพสต์ได้ หากใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว ไม่ใช้แสวงหากำไรทางการค้าและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล              3. ติดกล้องวงจรปิดแล้วไม่มีป้ายแจ้งเตือนผิด PDPA  ซึ่งในความเป็นจริงตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ การติดกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ไม่จำเป็นต้องมีป้ายแจ้งเตือน หากเพื่อป้องกันอาชญากรรม และรักษาความปลอดภัยกับตัวเจ้าของบ้าน  และ 4. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ความยินยอมทุกครั้งก่อนนำข้อมูลไปใช้  ซึ่งในประเด็นนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม หากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ใน 6 กรณีดังต่อไปนี้              ได้แก่ (1) เป็นการทำตามสัญญา  (2) เป็นการใช้ที่มีกฎหมายให้อำนาจ  (3) เป็นการใช้เพื่อรักษาชีวิตและ/หรือ ร่างกายของบุคคล  (4) เป็นการใช้เพื่อการค้นคว้าวิจัยทางสถิติ  (5) เป็นการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ และ (6) เป็นการใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ หรือสิทธิของตนเอง                “หลักการข้างต้น อาจเปลี่ยนแปลงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นกรณีๆ ไป สำหรับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 65 มีจุดมุ่งหมายเพื่อกำหนดมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศให้หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปได้ปฏิบัติตาม โดยนับเป็นหนึ่งในชุดกฎหมายดิจิทัล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ในการใช้บริการออนไลน์ในชีวิตประจำวัน” โฆษกดีอีเอสกล่าว                ทั้งนี้ เนื่องจาก PDPA นับเป็นกฎหมายใหม่ที่มีการบังคับใช้ เพื่อให้ประชาชนและสังคม รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เกิดความเข้าใจแนวทางปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎหมายฉบับนี้ อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง สามารถเข้าไปศึกษาและติดตามข้อมูลโดยตรง จากช่องทางสื่อสารของกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์และโซเชียลที่เข้าถึงได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.mdes.go.th/mission/82 และเพจเฟซบุ๊ก pdpcthailand ที่https://www.facebook.com/pdpc.th   _______________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.