Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

         เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2565 ณ ท้องสนามหลวง  ซึ่งรัฐบาลได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยา เป็นประธานในพิธีทางศาสนา มีพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เวลา 07.30 น. จำนวน 145 รูป ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม   _______________

       ดีอีเอส สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์ พบเรื่องที่เข้าเกณฑ์ต้องตรวจสอบกว่า 50% เป็นหมวดข่าวสุขภาพขณะที่กระแสความสนใจเกาะกลุ่มที่เฟคนิวส์ 2 แบงก์ใหญ่ปล่อยกู้ผ่านเอทีเอ็ม เอสเอ็มเอส ไลน์ และเฟซบุ๊ก             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ผลการมอนิเตอร์ระหว่างวันที่ 27 พ.ค.-2 มิ.ย. 65 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข้อความที่เข้ามา  11,712,505  ข้อความจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 222 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 116 เรื่อง โดยสัดส่วนหลักอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ จำนวน 67 เรื่อง              อย่างไรก็ตาม เมื่อวัดจากกระแสความสนใจของประชาชน ยังเกาะกลุ่มที่ข่าวเกี่ยวกับปากท้อง ส่งผลให้ข่าวปลอมที่มีการอ้างชื่อ 2 แบงก์ใหญ่ปล่อยกู้ผ่าน ATM เฟซบุ๊ก ไลน์ และเอสเอ็มเอส ได้รับความสนใจเป็นลำดับต้นๆจากผู้ที่ได้รับข่าวสารจากการแชร์ข่าวปลอมในโซเชียล              โดยข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่  1. ธ.กรุงไทย ให้ขอสินเชื่อผ่านบัตร ATM ได้ทุกอาชีพ 2. ธ.กรุงไทย ส่ง sms มอบสิทธิ์เงินกู้ผ่านไลน์โดยให้ลงทะเบียนผ่านลิงก์ 3. ธนาคารออมสินเปิดเพจเฟซบุ๊กสินเชื่อกู้เงินฉุกเฉิน 4.พบเจ้าหน้าที่อุทยานเกาะช้าง และเจ้าหน้าที่เกาะล้าน เป็นโรคฝีดาษลิง จำนวน 9 คน พาหะคือยุงก้นปล่องที่ไปกัดลิง 5. ไทยมีหลุมขุดเจาะน้ำมันและปิโตรเลียมจำนวนมาก แต่ราคายังแพงกว่าส่งออก              6. ผู้ที่มีอารมณ์ทางด้านลบบ่อย เศร้าหมอง ดื่มน้ำน้อย ความถี่ต่ำ ติดเชื้อโควิด 19 ได้ง่าย 7.อยู่ใกล้บริเวณเสาส่งสัญญาณ 5G ทำให้ป่วย คล้ายการติดเชื้อไวรัส 8. ไปรษณีย์ ประกาศรับสมัครพนักงานผ่านเฟซบุ๊ก 9. หน้ากากอนามัยที่ไม่ระบุ VFE จะไม่สามารถป้องกันไวรัสได้ และ 10. ธนาคารออมสินเปิดสินเชื่อภัยโควิด 19 วงเงิน 5,000-300,000 บาท ผ่านไลน์ @549puzfr              “อยากขอย้ำเตือนประชาชน ที่ยุคนี้ส่วนใหญ่ติดตามข่าวสารประจำวันผ่านช่องทางออนไลน์และโซเชียล เมื่อได้รับข่าวใดๆ แม้จะมีชื่อหน่วยงาน องค์กร ที่ดูน่าเชื่อถือ แต่ควรเข้าไปติดตามหาข้อมูลเพิ่มเติมจากช่องทางอย่างเป็นทางการ ได้แก่ เว็บไซต์ เพจเฟซบุ๊ก ของหน่วยงานที่ถูกอ้างชื่อ และที่สำคัญ อย่าคลิกลิงก์ หรือดาวน์โหลดลิงก์ หรือเข้าไป add ไลน์ไอดีที่ไม่รู้จัก ซึ่งถูกใส่ไว่ในข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนที่มีการส่งต่อกันผ่านโซเชียล” นางสาวนพวรรณกล่าว              นอกจากนี้ ยังต้องขอความร่วมมือประชาชน เมื่อได้รับข้อมูลผ่านโซเชียล อย่าเพิ่งหลงเชื่อในทันที ขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูล โดยสามารถแจ้งข้อมูลมายังศูนย์ฯ เพื่อช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ และยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   _____________

              นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในฐานะ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลย้ำอีกครั้ง PDPA มีเจตนา ไม่สร้างภาระ เอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน แต่กลับช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เตรียมคลอด กม.ลูกชุดแรก ให้ระยะผ่อนผัน 1 ปีบางหมวด                  นายเวทางค์ กล่าวว่า พ.ร.บ.คุ้มครองช้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)  ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.65 มีเจตจำนงชัดเจนในการให้ความคุ้มครองสิทธิเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ขณะเดียวกัน เป็นเครื่องมือสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล                  ดังนั้น ในส่วนของกฎหมายลูกที่จะทยอยประกาศออกมาชุดแรก จึงจะครอบคลุม (ร่าง) ประกาศเรื่องการยกเว้นในบางหมวดสำหรับกิจการขนาดเล็ก เพื่อบรรเทาข้อกังวลเรื่องภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบ...... ที่คาดว่าจะมีผลในสัปดาห์นี้                  สำหรับ (ร่าง) ประกาศชุดแรกที่ปิดรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว และจะทยอยใช้เป็นกฎหมายลูก ได้แก่  ได้แก่ 1.(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การยกเว้นการบันทึกรายการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก พ.ศ. ....   2.(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... และ 3.(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ....                    “ในร่างประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การยกเว้นการบันทึกรายการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก ซึ่งคาดว่าจะช่วยคลายข้อกังวลและลดภาระให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและเอสเอ็มอี” นายเวทางค์ กล่าว   ********************

                เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565 พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วม ประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมฯ ในการนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่อง การถวายพระราชสมัญญาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณี พีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี หอจดหมายเหตุแห่งชาติ (กรมศิลปากร) และเรื่องการนำเสนอ “นาค” เป็นสัตว์ประจำชาติประเภทตำนาน เทพนิยายและความเชื่อ นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับรายงานความก้าวหน้าเรื่องที่น่าสนใจ อาทิ ผลการเข้าร่วมการเสวนา “ประเด็นการแต่งตั้งศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศน์ศิลป์ (ภาพภ่าย)ประจำปี 2564   ********************      

             ชัยวุฒิ ปลื้มใจ สิงคโปร์สนใจดึงไทย MOU ดิจิทัล พร้อมชื่นชม start up คนไทย เป็นผู้นำอาเซียน  ขณะที่รมว.ไอซีที สิงคโปร์บอก PDPAดี จริง                                                     วันนี้ (6 มิถุนายน 2565) เวลา 9:00 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม  พร้อมด้วย นายชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ และนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรี ได้เดินทางไปพบ กับ นาย กาน คิม ยอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม  เพื่อหารือเกี่ยวกับการลงนามMOU Digital Economy partnership Agreement (DEPA)  ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการค้าเเละการลงทุน สิงคโปร์ได้เป็นเจ้าภาพในการเลี้ยงอาหารเช้าเเละพบปะพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในการผลักดันกรอบความร่วมมือทางด้านการค้าดิจิทัล เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนี้ 1.ความร่วมมือในการผลักดันนโยบายการปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล (Digital Transformation)  รัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นองค์ประกอบสำคัญ 2. พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบายด้าน e - Commerce ของไทย – หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.ศูนย์ข่าวปลอม 4.การดำเนินการระบบคลาวด์ การจัดตั้งบริการคลาวด์ กลางภาครัฐ (Government Data Center andCloud Service: GDCC)                 5.แนวทางความร่วมมือเกี่ยวกับกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล – หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  6.แนวทางความร่วมมือเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ 7.การลงทุน ณ Digital Valley และ IoT Institute ในเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (EEC) 8.การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล (Digital Skill / Literacy)                  จากนั้น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม ได้เดินทางไปพบนางโจเซฟิน เตียว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศ และรัฐมนตรีคนที่สองกระทรวงมหาดไทย ณ.ที่ทำการกระทรวงมหาดไทย มีการหารือกันเกี่ยวกับ เรื่อง PDPE  ซึ่งรัฐบาล สิงคโปร์ ได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าว มาเเล้วหลายปี  เเละพร้อมที่จะช่วยเหลือเเละให้ข้อมูลกับประเทศไทยภายหลังจากที่ทราบว่าประเทศไทยเพิ่งได้มีการนำพระราชบัญญัติดังกล่าว มาบังคับใช้                                      ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า ทางรัฐบาลสิงคโปร์ ให้ความสนใจในเรื่องการลงทุนด้านดิจิทัลเป็นอย่างมากเเละอยากให้ไทยลงนามกรอบความร่วมมือระหว่างกันเพื่อดึงดูดความสนใจนักลงทุนรุ่นใหม่ ให้หันมาลงทุนด้านดิจิทัลซึ่งสิงคโปร์มองว่าไทยมีศักยภาพด้านนี้ จึงอยากให้ผลักดัน กรอบความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมกับเรื่องPDPA โดย นางโจเซฟิน เตียว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศ และรัฐมนตรีคนที่สองกระทรวงมหาดไทย ก็เล่าให้ผมฟังว่า เรื่องPDPA เป็นเรื่องที่ดีมาก รัฐบาลสิงคโปร์ก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนหรือให้ข้อมูลเรื่องPDPA กับประเทศไทยเพราะสิงคโปร์ทำมาหลายปีเเล้ว                  ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ยังย้ำด้วยว่าจะนำเรื่องดังกล่าวรายงานเเละหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ เเละเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามส่งเสริมเเละสนับสนุน จึงเรียกได้ว่าเรื่องดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องจากขณะนี้ไทยได้รับการยอมรับเเละถูกจับตามอง ในฐานะ ผู้นำ ด้านดิจิทัลแห่งอาเซียน   *******************

      นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจง กิจการสื่อมวลชนได้รับการยกเว้นจาก PDPA ดังนั้น การถ่ายรูป อัดคลิป และเผยแพร่ ทำได้ ไม่ต้องขอความยินยอม แต่ต้องเป็นไปตามประมวลจริยธรรมของวิชาชีพ หรือ เป็นประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ การกระทำตามประมวลจริยธรรมของวิชาชีพ หรือ เป็นประโยชน์สาธารณะ ทำให้ไม่ผิด PDPA แต่ก็ควรระวังกฎหมายอื่นด้วย               พ.ร.บ.คุ้มครองช้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)  ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.65 มีเจตจำนงชัดเจนในการให้ความคุ้มครองสิทธิเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ขณะเดียวกัน PDPA มาตรา 4 (3) พรบ.ไม่บังคับใช้แก่ กิจการสื่อมวลชน... อันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ หรือประโยชน์สาธารณะ             อย่างไรก็ตาม หลายกรณี เป็นประโยชน์สาธารณะ แต่อาจจะไปละเมิดสิทธิบางประการของประชาชน ก็ต้องมีการตีความกันว่าได้หรือไม่ได้ จากประมวลจริยธรรมของสื่อมวลชน และองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ต้องไปคุยกัน             “PDPA มาตรา 4 (3) พรบ.ไม่บังคับใช้แก่ กิจการสื่อมวลชน... อันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพหรือประโยชน์สาธารณะ มีความชัดเจนว่า สื่อมวลชน สามารถถ่ายรูป อัดคลิป และเผยแพร่ ทำได้ ไม่ต้องเบลอ ไม่ต้องขอความยินยอม แต่ต้องเป็นไปตามประมวลจริยธรรมของวิชาชีพ หรือ เป็นประโยชน์สาธารณะ ” นายชัยวุฒิกล่าว             ข้อมูลเพิ่มเติม FB PDPC Thailand หรือ โทร 1111   ___________



                “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส รับเรื่องร้องเรียนจากนักแสดงชื่อดัง “เกรซ กาญจน์เกล้า” ถูกแอบอ้างชื่อเปิดเพจหลอกลวงแฟนคลับ หลอกลวงร่วมลงทุนธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์ทิพย์ ล่าสุดแจ้งเฟซบุ๊กเร่งปิดกั้นเพจปลอม และประสานงานตำรวจแกะรอยเส้นทางบัญชีโอนเงินมิจฉาชีพ กร้าวคดีนี้ผิดทั้ง กม.อาญา พ.ร.บ.คอมพ์ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ และกฎหมาย PDPA                   วันนี้ (8 มิ.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมกับ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (รองผบก.สอท.1) แถลงข่าว "เกรซ  กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า นักแสดง เดินทางมายื่นเรื่องต่อรมว.ดิจิทัลฯ พร้อมแจ้งความออนไลน์ กรณีถูกปลอม เฟซบุ๊ก” พร้อมเรียกร้องปิดเพจปลอมทันที                    นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ นักแสดงชื่อดัง นางสาวกาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า (เกรซ กาญจน์เกล้า) เดินทางมาร้องเรียนกรณีถูกแอบอ้างชื่อและรูปภาพ ไปสร้างเพจ 'เกรซ กาญจน์เกล้าFc!' และมีพฤติกรรมจ่ายเงินค่าโปรโมทโพสต์ (Boost Posts) กับเฟซบุ๊ก ให้มียอดคนจำนวนมากเห็นโพสต์ และหลอกลวงมาร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์กับเกรซ มีผู้เสียหายจำนวนมาก ขณะที่ตัวนักแสดงก็ได้รับผลกระทบจากการเสียชื่อเสียงด้วย                    โดยหลังรับทราบว่ามีมิจฉาชีพนำชื่อไปอ้างเปิดเพจ เมื่อวานนี้ (7 มิ.ย. 65) ทางเกรซ กาญจน์เกล้า ได้โพสต์ชี้แจงแฟนคลับว่า “เนื่องด้วยเกรซได้รับทราบข้อมูลจาก พี่บุ๋ม ปนัดดา ว่ามีบุคคลแอบอ้างสร้างเพจ 'เกรซ กาญจน์เกล้าFc!' โดยนำเพจดังกล่าวไปบูสท์โพสต์หลอกให้ร่วมลงทุน หลายล้านบาท โดยอ้างว่าทำธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์กับเกรซ จนมีผู้เสียหายหลายรายได้นำเรื่องราวทั้งหมดมาแจ้งให้ทางทีมพี่บุ๋มทราบ ทั้งนี้หลังทราบเรื่องเกรซไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงขอชี้แจงว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์นี้ รวมถึงจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุดค่ะ”                    นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ล่าสุดได้ประสานกับทางเฟซบุ๊ก เพื่อทำการปิดกั้นเพจปลอมดังกล่าวแล้ว ขณะเดียวกัน เตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยพฤติกรรมของมิจฉาชีพดังกล่าว อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 (2) และมาตรา 343 วรรคสอง กระทำความผิดฐานฉ้อโกง แสดงตนเป็นคนอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท                      มาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ                       และมาตรา 16 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท และ                        รวมทั้ง อาจเข้าข่ายฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 27  (2) เผยแพร่งานลิขสิทธิ์ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความรับผิดทางทางแพ่งมาตรา 77 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562                         ทั้งนี้ เกรซ กาญจน์เกล้า ได้ดำเนินการแจ้งความออนไลน์แล้ว ผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งเปิดให้มีการแจ้งความออนไลน์ในส่วนของคดีออนไลน์ตลอด 24 ชม. เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน                         พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผบก.สอท.1  กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนต้องเตรียมเพิ่มเติมไว้ล่วงหน้าเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการแจ้งความ ผ่านศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ดังนี้ 1.บัตรประจำตัว โดยในการลงทะเบียนจะต้องกรอกข้อมูล ทั้งหมายเลขบัตรและหมายเลขหลังบัตรประชาชน เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน 2.ใส่ email ส่วนตัว เพราะหลังจากกรอกรายละเอียดเบื้องต้นแล้ว ระบบจะส่งรหัส OTP ผ่านทาง email เพื่อจะนำมากรอกในระบบ ใช้ยืนยันตัวตนผู้แจ้ง เพื่อเข้าสู่กระบวนการถัดไป                        3. ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับคดี ทั้งข้อมูลส่วนตัวของผู้แจ้งและข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาเท่าที่ทราบ ได้แก่ ชื่อ นามแฝง เลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัญชีธนาคารที่ใช้ในการทำธุรกรรม ช่องทางติดต่ออื่นๆ เช่น Line, Facebook, Instagram, Twitter เป็นต้น รวมถึงรูปแบบคำโฆษณาของมิจฉาชีพ เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลคดีอื่นๆ ที่เคยแจ้งมาก่อน และจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบหาคนร้ายที่ทำในรูปแบบขบวนการ                        “หลังจากได้รับข้อมูลจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล และส่งเรื่องต่อไปยังสถานีตำรวจที่ผู้แจ้งสะดวกในการเดินทางไปแจ้งความ จากนั้นจะเริ่มดำเนินกระบวนการสืบสวนในทันที โดยพนักงานสอบสวนจะทำการโทรนัดหมายผู้แจ้งหรือผู้เสียหายมาสอบปากคำ อายัดบัญชี ทำการออกหมายเรียก และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทางคดีตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมทั้งจะรายงานความคืบหน้าคดีในระบบออนไลน์ ซึ่งผู้เสียหายสามารถติดตามความคืบหน้า ส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามปัญหาผ่านระบบได้ตลอดเวลา” พ.ต.อ.ทำนุรัฐกล่าว                        ด้านเกรซ กาญจน์เกล้า กล่าวว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่ เห็นโพสต์ชวนลงทุนจากเพจปลอมดังกล่าวที่มีการยิงแอด เมื่อผู้เสียหายทักเข้าไป แอดมินเพจจะให้ผู้เสียหายแอดไลน์ เพื่อคุยต่อทางไลน์ จากนั้นมิจฉาชีพ จะพูดหว่านล้อมผู้เสียหายจนเกิดความโลภ ลักษณะการจูงใจผู้เสียหาย โดยการส่งลิงก์ https://triplerouys.cc/tg/login/index.html เป็นลิงก์เว็บของมิจฉาชีพที่สร้างขึ้นมาหน้าตาคล้ายๆพวกแอปร้านค้าออนไลน์แพลตฟอร์มดัง                        “มิจฉาชีพจะอ้างว่า เป็นการลงทุนซื้อสินค้าขายในเว็บ แล้วอ้างว่าเว็บนี้ระบบได้ผูกเชื่อมโยงกับลาซาด้า ช้อปปี้ ลงทุน 100 บาท เมื่อผู้เสียหายโอนเงิน 100 บาท ระบบจะเติมเครดิต 100 บาท ในเว็บและให้ผู้เสียหายเข้าไปกดรับเลือกสินค้าลงตะกร้าเพื่อขาย กดรับสินค้าสัก 10 นาที ระบบจะแจ้งว่า สินค้าขายได้แล้ว มีผู้มากดซื้อไปแล้ว มีเงินเครดิตเข้าให้ผู้เสียหายในระบบ แต่ผู้เสียหายยังถอนเงินไม่ได้ แล้วมีการพูดจาโน้มน้าว จนผู้เสียหายหลงกลทยอยโอนเงินเข้าไปเป็นจำนวนมาก กว่าจะรู้ตัวก็โอนไปกันเยอะ”                          พร้อมกันนี้ ได้แนะนำแฟนคลับที่ถูกหลอกลวงให้ไปแจ้งความ ซึ่งมีผู้เสียหายแต่ละรายโอนเงินไปหลักหมื่น-หลายแสนบาท และแม้ประกาศผ่านช่องทางเฟซบุ๊กส่วนตัว   **********************



           เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้เกียรติเป็นวิทยากร โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การสร้างกรอบความคิดและเทคนิคการเขียนภาพแทนความคิด (Visual Thinking) ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้แก่ ข้าราชการพนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 30 คน ผ่านระบบออนไลน์  จัดขึ้นระหว่าง ในวันที่ 8 - 9  มิถุนายน 2565  ณ สถาบันวิชาการ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)               ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถฝึกคิดได้อย่างเป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ข้อมูล และเชื่อมโยงข้อมูลได้ให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถนำเครื่องมือคิดด้วยภาพไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน              สำหรับ การคิด (Thinking) หมายถึง การทำงานของกลไกสมอง ที่เกิดจากสิ่งเร้าตามสภาพต่างๆ เพื่อนำไปแก้ปัญหา หาคำตอบ ตัดสินใจ  ซึ่งในโลกการทำงานและการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนั้น มีความหลากหลายทั้งด้านข้อมูลข่าวสารจำนวนมหาศาล ซึ่งเกินกว่าความสามารถของสมองมนุษย์ทั่วไปจะรับรู้และจดจำได้หมด  จึงจำเป็นต้องหาวิธีการ หรือเครื่องมือ หรือเทคนิคที่สามารถเพิ่มการรับเข้าของข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น เป็นที่มาของการถ่ายถอดความคิดออกมาเป็นรูปภาพ หรือ Visual Thinking ซึ่งจะเป็นการใช้ภาพหรือสัญลักษณ์ เพื่อสื่อความหมายของการคิดแทนการเขียนเป็นตัวหนังสือ ประโยค หรือถ้อยคำ โดยการฝึกเขียน Visual Thinking จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้คิดอย่างเป็นกระบวนการ วิเคราะห์เห็นความสัมพันธ์ สร้างความไหลลื่น จดจำได้ดีขึ้น    _______________  

         เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2565 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการตรวจราชการ ครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบ Web Conference (Zoom Meeting) โดยมีวาระการพิจารณาที่สำคัญเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน และการสรรหาและแต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน ชุดที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2568) ทดแทนชุดเดิมซึ่งจะพ้นวาระในเดือนสิงหาคม 2565   __________________

           เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมงานวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครบรอบ 24 ปี ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยการจัดงานภายใต้แนวคิด “24 ปี กกต. มาตรฐานการจัดการเลือกตั้ง” ว่า ตลอดระยะเวลา 24 ปี สำนักงาน กกต.ไม่เคยหยุดนิ่ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์หรือภาวะวิกฤตินานับประการที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ ทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เป็นต้น   ____________


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.