Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

         เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 พ.ต.อ. อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธานกล่าวพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร”การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านพัสดุตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560”ของ สป.ดศ. ประจำปีงบประมาณ 2565 ณ โรงแรม ทีเค.พาเลซ & คอนเวนชั่น ทั้งนี้โครงการฝึกอบรมดังกล่าว เพื่อให้บุคลากร ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐมีความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ รวมทั้งเป็นการเพิ่มทักษะและความพร้อมในการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่   ____________

       “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ชูกฎหมายคุ้มครองข้อมูลฯ เครื่องมือสำคัญการแข่งขันของประเทศในเศรษฐกิจยุคใหม่ ขอให้คนกระทรวงดิจิทัลฯ ทั่วประเทศ ช่วยชี้แจง PDPA มุ่งคุ้มครองสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน             นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในการเปิดงานอบรม “PDPA ข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติสำหรับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ซึ่งจัดขึ้นวันนี้ (24 มิ.ย.65) ว่า ความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศในเศรษฐกิจยุคใหม่  หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลในประเทศ รวมทั้งการบริหารจัดการข้อมูลระหว่างประเทศ ดังนั้น การสร้างสภาพแวดล้อมที่เสริมสร้างให้เกิดความไว้วางใจในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และยกระดับมาตรฐานการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้ทัดเทียมระดับสากล จำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล            ทั้งนี้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่เริ่มการบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 65 ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร แต่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งแข่งได้กับนานาชาติ           “ขอให้คนกระทรวงดิจิทัลฯ ทั่วประเทศ ช่วยกันสร้างความเข้าใจ ชี้แจงกับประชาชนว่า PDPA มุ่งคุ้มครองสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยทุกคน ทั้งเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ ประวัติ รสนิยมทางเพศ เป็นต้น โดยประชาชนยังใช้ชีวิตเหมือนปกติ ถ่ายรูป โพสต์รูป ติดคนอื่นได้ ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่ไม่ไปสร้างความเสียหาย หรือ เอารูปคนอื่นไปหาผลประโยชน์” นายชัยวุฒิกล่าว             นายชัยวุฒิ กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจ และขับเคลื่อนเรื่องการคุ้มครองสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยเฉพาะกฎหมายฉบับนี้ มีทั้งโทษทางแพ่ง โทษทางอาญา และโทษทางปกครอง มุ่งลงโทษอาชญากรและคนร้าย ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทางผู้เข้าร่วมอบรมต้องรู้ ให้ครบถ้วน ถูกต้อง           โดยการดำเนินการเรื่อง PDPA เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการจัดทำกฎหมายลำดับรองที่สำคัญแล้วเสร็จ 4 ฉบับ เพื่อลดภาระสำหรับเอสเอ็มอี สร้างความชัดเจนในแนวทางปฎิบัติตามกฎหมาย ตลอดจนมีประกาศเรื่องโทษทางปกครอง ที่คำนึงถึงเจตนา และให้มีการไกล่เกลี่ย ตักเตือน เป็นต้น และคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลำดับรองอีก  4 ฉบับที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.นี้            นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า ยังมีความเข้าใจผิดในบางกลุ่มว่า ภายหลังจากที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลบังคับใช้แล้ว จะก่อให้เกิดอุปสรรคแก่องค์กรในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนสร้างปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป โดยในข้อเท็จจริงแล้ว PDPA มุ่งคุ้มครองสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน สร้างประโยชน์กับคนไทยทุกคน เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกนำไปใช้อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และได้รับการดูแลมิให้มีการนำข้อมูลไปใช้งานในทางที่ผิด           นอกจากนี้ PDPA ยังเป็นกฎหมายที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยให้ทัดเทียมนานาประเทศ การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ในประเทศไทย จึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง อันจะช่วยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจไทยและหน่วยงานต่างๆ มีมาตรฐานการใช้ข้อมูลเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ บนเวทีโลกได้อย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น             “กฎหมายนี้ มิได้ประสงค์จะขัดขวางการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล แต่กลับส่งเสริมให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นระบบ  PDPA กำหนดให้มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ข้อมูลในทางที่ไม่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิ ในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลมากจนเกินไป รวมถึงจะต้องรักษาความปลอดภัยในการใช้ข้อมูลอยู่เสมอ” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว              นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า การจัดอบรมในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ต้องการให้ PDPA เกิดประโยชน์กับประชาชน ในขณะเดียวกัน มุ่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีภาระในการปฏิบัติตามกฎหมายน้อยที่สุด สะท้อนการเริ่มบังคับใช้ในช่วงแรก และการอบรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง จัดโดยกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล                โดยเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 65 มีกฎหมายลำดับรองภายใต้ PDPA 4 ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วประกอบด้วย 1. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การยกเว้นการบันทึกรายการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก พ.ศ. 2565             2.ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565           3. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 และ  4. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2565            ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก PDPC Thailand หรือสอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 1111   ______________



      “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส แนะประชาชนรู้ทันภัยหลอกลวงทางโซเชียล อย่าเชื่อ อย่าโอน เผยยอดผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์แตะหลักหมื่นรายต่อเดือน เชื่อการบังคับใช้ PDPA ช่วยลดปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปิดช่องทางการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวประชาชน เพราะมีข้อกฎหมายชัดเจนเอาผิดองค์กร-ร้านค้าที่ปล่อยข้อมูลให้มิจฉาชีพ            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ปัจจุบันการฉ้อโกง หลอกลวง และการกระทำผิดกฎหมายออนไลน์ ถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศและประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก โดยมิจฉาชีพเข้าถึงเหยื่อได้มากขึ้น จากการที่โครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตเข้าถึงครอบคลุมทุกหมู่บ้านทุกชุมชน และประชาชนมีการใช้มือถือสมาร์ทโฟนแตะหลัก 100 ล้านเครื่อง เข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว่าร้อยละ 70 ทำให้มิจฉาชีพใช้ช่องทางนี้หลอกลวงต้มตุ๋นข่มขู่ด้วยกระบวนการต่างๆ มากมาย            ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งกระทรวงดิจิทัลฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดแก้ไขปัญหา โดยในส่วนของกระทรวงฯ ได้นำเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform) และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 64 โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการทำธุรกิจออนไลน์มีการซื้อขาย มีการโอนเงิน ต้องมาจดแจ้งการประกอบธุรกิจ และจะมีมาตรการกำกับดูแลที่ต้องปฏิบัติตาม           “เช่น ลูกค้าที่มาใช้บริการต้องมีการพิสูจน์ตัวตน ยืนยันตัวตนทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย ระบบการจ่ายเงิน การโอนเงินก็ต้องใช้ระบบการยืนยันตัวตน 2 ชั้น เพื่อป้องกันการเอาข้อมูลลูกค้าไปตัดบัญชีโดยเจ้าตัวไม่รู้ เพื่อคุ้มครองประชาชนในการซื้อขายออนไลน์ เสริมสร้างความน่าเชื่อถือและยอมรับในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเพื่อป้องกันความเสียหายแก่สาธารณชนหรือประชาชนที่ใช้บริการ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้” นายชัยวุฒิกล่าว           ขณะที่ ในส่วนของประชาชนที่เป็นผู้เสียหายทางโซเชียล ด้วยหลักการของกฎหมาย สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ หรือปัจจุบันสามารถแจ้งตามออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com ซึ่งมีจำนวนผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความผ่านออนไลน์แล้วหลักหมื่นรายต่อเดือน           “มีคดีความจำนวนมากเพราะกรณีออนไลน์เกิดการหลอกลวง ฉ้อโกงต่างๆ ในคดีออนไลน์ มันง่ายไม่เหมือนสมัยก่อน เมื่อก่อนการจะหลอกขายของก็ต้องไปเปิดร้าน หลอกลงทุน เดี๋ยวนี้ไม่ต้อง เพราะหลอกลวงผ่านออนไลน์ บางเคสสืบสวนสอบสวนหลายพันล้านเปิดบริษัทหลอกลงทุน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกระทรวงดีอีเอสพยายามแก้ปัญหาอยู่” นายชัยวุฒิกล่าว          ทั้งนี้ มองว่าปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ต่างๆ มีเกิดขึ้นทุกวัน ทางกระทรวงดิจิทัลฯ เน้นบังคับใช้กฎหมายและปราบปราม  แต่ที่สำคัญที่สุดคือการให้ความรู้กับประชาชน ต้องให้ประชาชนมีภูมิต้านทานป้องกันการถูกหลอกลวง  อย่าเชื่อ อย่าโอนเงิน         นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประกาศบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ตั้งแต่วันที่1 มิ.ย. 65 สามารถช่วยลดปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ในระดับหนึ่ง เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้ได้ชื่อ ได้เบอร์ไปจากร้านค้าหรือกิจกรรมที่ประชาชนไปติดต่อ เช่น ส่งของออนไลน์ ซื้อของออนไลน์ ดังนั้นเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ก็ต้องจัดเก็บให้ดี องค์กรธุรกิจต่างๆ จะไปถ่ายโอนหรือส่งต่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้ มีความผิด เพราะถือเป็นข้อมูลส่วนตัว           นอกจากนี้ ที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้ประกอบการที่มีข้อมูลของลูกค้าหรือผู้มาติดต่อ หรือบริษัทที่มีข้อมูลของผู้มาสมัครงาน หรือแม้แต่พรรคการเมืองเองก็จะมีข้อมูลของคนที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ข้อมูลเหล่านี้จะต้องเก็บให้ดี ไม่ให้รั่วไหล และคนที่จะเปิดดูข้อมูลได้ก็ต้องมีความรับผิดชอบที่ชัดเจน หากข้อมูลรั่วไหลออกไปจะเป็นความผิด ถูกดำเนินคดีถูกฟ้องร้องได้ ดังนั้นจะต้องมีระบบป้องกันให้ดี เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่จะต้องจัดทำระบบ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะออกระเบียบและประกาศไว้   _____________  

       กระทรวงดิจิทัลฯ สร้างทีมเสริมกำลังเครือข่ายสื่อสารสำรองแห่งชาติ ฝึกอบรมพนักงานวิทยุสมัครเล่นกว่า 1,000 คนยกระดับสู่การเป็นอาสาสมัครพนักงานสื่อสารในยามฉุกเฉิน ปูพรมปฏิบัติหน้าที่ทุกจังหวัด เชื่อมั่นศักยภาพสนับสนุนภารกิจการสื่อสารในสถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉินของประเทศ              นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวระหว่างเป็นประธานในการมอบนโยบาย การสรุปโครงการพัฒนาและฝึกอบรมพนักงานวิทยุสมัครเล่น อาสาสมัครสื่อสารฉุกเฉินทำหน้าที่เครือข่ายสื่อสารสำรองแห่งชาติ วันนี้ (25 มิ.ย.65) ว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับพนักงานวิทยุสมัครเล่น ให้เป็นอาสาสมัครพนักงานสื่อสารในยามฉุกเฉิน ทำหน้าที่เครือข่ายสื่อสารสำรองแห่งชาติ ของกระทรวงดิจิทัลฯ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเป็นระบบสื่อสารแบบคู่ขนานในการสั่งการประสานงาน ที่พร้อมทำงานได้ในเวลาที่รวดเร็วเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน หรือภัยพิบัติ             ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ขับเคลื่อนโดยสหพันธ์สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประเทศไทย ซึ่งได้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)             โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ได้สนับสนุนวิทยากร และเจ้าหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อจัดการอบรมพนักงานวิทยุสมัครเล่นจำนวน 4 ครั้ง ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค มีพนักงานวิทยุสมัครเล่นเข้าร่วมรับการอบรมจำนวนมากกว่า1,000 คน             “เป้าหมายของเรา ต้องการพัฒนาศักยภาพของพนักงานวิทยุสมัครเล่นซึ่งเป็นบุคลในพื้นที่ และรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้สามารถแจ้งข้อมูลในพื้นที่ ที่เป็นประโยชน์ในระหว่างเกิดภัย และจะเป็นกลไก และกำลังสำคัญยิ่ง ในการสนับสนุนภารกิจการสื่อสารในภาวะวิกฤต และภาวะฉุกเฉินของประเทศ สอดคล้องกับการที่กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นหน่วยงานหลักด้านการสื่อสาร ตามแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว            ทั้งนิ้ การถอดบทเรียนจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย หลายครั้งพบว่าในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ระบบสื่อสารโดยทั่วไปไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว แต่เครือข่ายสื่อสารวิทยุสมัครเล่นยังสามารถใช้งานได้ ช่วยสนับสนุนในการประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย วิทยุสมัครเล่นจึงเป็นระบบสื่อสารแบบคู่ขนาน ที่พร้อมทำงานได้ในเวลาที่รวดเร็วเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน หรือภัยพิบัติ             ดังนั้น วิทยุสมัครเล่นจึงเป็นเครือข่ายสื่อสารอาสาสมัคร หรือเครือข่ายสื่อสารสำรองของชาติที่มีคุณภาพสามารถใช้งานได้ทุกเวลา และถือเป็นความร่วมมือของภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมสนับสนุนหน่วยงานราชการในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญนักวิทยุสมัครเล่นมีอยู่ทุกพื้นที่ของประเทศไทย อีกทั้งในยามปกติ ยังสามารถทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังภัยรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่ ภัยทางสังคม ภัยทางข่าวสาร รวมทั้งภัยผ่านสื่อสังคมในรูปแบบต่างๆ   ________________

      นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า  ปัจจุบันนี้มีแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการจากทางภาครัฐได้ง่าย สะดวก ไม่ต้องจองคิว และไม่ต้องเดินทางไปที่หน่วยงานที่จะติดต่อ           แอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” จะให้บริการประชาชนตรวจสอบสิทธิต่างๆ อาทิ สิทธิรักษาพยาบาล ,สิทธิประกันสังคม, สิทธิหลักประกันสุขภาพ, ข้อมูลเครดิตบูโร, ตรวจสอบทะเบียนราษฎร์, ตรวจสอบใบสั่งจราจรและชำระค่าปรับ, ตรวจสอบเงินสะสม กบข. ฯลฯ รวมถึงบริการค่าน้ำ ค่าไฟ ที่สามารถชำระค่าบริการผ่าน QR Code  ถือเป็นศูนย์รวมบริการภาครัฐที่ให้บริการกับประชาชน           “ทางรัฐ แอปพลิเคชันพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน สำหรับอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมออนไลน์ภาครัฐพร้อมตรวจสอบสิทธิ จ่ายบิล ติดตามสถานะการขอใช้บริการภาครัฐได้อย่างสะดวกในแอปพลิเคชันเดียว ทุกที่ ทุกเวลา ทุกธุรกรรมรัฐ ผ่านช่องทางเดียว บัญชีเดียว “สะดวก ง่าย ไม่ต้องรอ” โฆษกดีอีเอสกล่าว             ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ผ่านทั้งระบบ iOS และ Android โดยลงทะเบียนผ่านการสแกนบัตรประจำตัวประชาชนและสแกนใบหน้า ตั้งค่าผู้ใช้พร้อมรหัสผ่าน เพียงเท่านี้สามารถใช้บริการต่างๆของทางภาครัฐได้   ________________

       ดีอีเอส เตือนระวังมิจฉาชีพ ปล่อยข่าวปลอมหลอกลงทุน ปั้นโพรไฟล์ให้น่าเชื่อถือ แอบอ้างชื่อแพลตฟอร์มโซเชียลระดับโลก ก.ล.ต. และบริษัทใหญ่           นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่  17-23 มิ.ย.65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบจำนวนข้อความที่เข้ามา 11,715,307   ข้อความ หลังการคัดกรองแล้วมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 274 ข้อความ รวมจำนวนเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 127 เรื่อง          โดยพบว่ามีมิจฉาชีพออนไลน์ เริ่มหันมาใช้ข่าวปลอมเพื่อหลอกลวงคนมาลงทุน มีทั้งการอ้างชื่อแพลตฟอร์มโซเชียลระดับโลก อ้างชื่อ ก.ล.ต. และบริษัทใหญ่ หวังสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งอยากขอความร่วมมือจากประชาชนว่าเมื่อพบข่าวลักษณะนี้ที่ส่งต่อๆ กันมาทางโซเชียล อย่าหลงเชื่อ เพื่อจะได้ไม่เกิดความสูญเสียทรัพย์สิน           ทั้งนี้ ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เรื่อง Facebook และ Line เชิญชวนเปิดพอร์ตลงทุน ได้รับใบรับรอง/อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงาน ก.ล.ต. อันดับ 2 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ โฆษณาบนFacebook เชิญชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง อันดับ 3 บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เตรียมรับเงินพิเศษ 1,000 บาท กดเงินสดใช้ได้ เงินเข้า 18 มิ.ย. 65 อันดับ 4 ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน ได้รับเงินเยียวยา 15,000 บาท อันดับ 5 เล่นมือถือในที่มืดนาน ทำให้เป็นมะเร็งตาหรือตาบอดถาวร           อันดับ 6 ใช้นิ้วนวดบริเวณรอบดวงตา ช่วยทำให้สายตาดีขึ้น อันดับ 7 กระเทียมโทน สามารถรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร อันดับ 8 กรมสรรพากรเริ่มเก็บภาษีทุกวัด อันดับ 9 มัสยิดเกิน 100 แห่ง ทั่วเมืองเชียงใหม่ และอันดับ10 ธ. ออมสินปล่อยสินเชื่อเพื่อคุณ ให้ยืม 30,000 บาท ผ่อนเดือนละ 1,500 บาท ผ่านไลน์ @667etrrp          “เมื่อได้รับข้อมูลผ่านโซเชียล อย่าหลงเชื่อในทันที ไม่ส่งหรือแชร์ ควรตรวจสอบให้รอบด้านก่อน หรือแจ้งข้อมูลมายังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เพื่อช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป รวมทั้งสามารถติดตามข่าวที่มีการตรวจสอบและเผยแพร่แล้วผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   ______________

              เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ลงพื้นที่ถนนสุขุมวิท พร้อมด้วย นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ประธานภาค ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ และส.ส.เขตบางพลัด-บางกอกน้อย น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี-พญาไท-จตุจักร น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง  น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต-บางซื่อ ตรวจการจัดระเบียบสายสื่อสารของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และของผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายอื่นๆ โดยมีนายสมจิตต์ ธีระชุติกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและปฏิบัติการลูกค้า 2 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ  หลังจากนั้นคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจสภาพความเรียบร้อยสายสื่อสารในเขตกรุงเทพชั้นใน บริเวณถนนสุขุมวิท 36 หน้าอาคารชุดและแหล่งสัญจรหนาแน่นเพื่อช่วยปรับทัศนียภาพให้สวยงามมีความปลอดภัยต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน โดยปี 2565 ตั้งเป้าหมายการดำเนินการในโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณกรุงเทพฯชั้นในตามถนนสายหลัก โดยเฉพาะย่านธุรกิจที่มีประชาชนสัญจรผ่านเป็นจำนวนมากก่อน และขยายสู่พื้นที่รอบนอกต่อไป การจัดระเบียบสายสื่อสารโดย NT กฟน. ร่วมกับผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนบูรณาการจัดระเบียบสายสื่อสารในเส้นทางหลักและเส้นทางวิกฤตทั้งในกรุงเทพฯ จำนวน 39 เส้นทาง รวมระยะทางทั้งหมด 104.83 กิโลเมตร   ******************

         “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส รับเรื่องร้องเรียน “เดียร์น่า” นางเอกช่อง 3 ถูกแฮกไอจีร้านชานม เตือนไม่ควรให้ชื่อและรหัสผ่านบัญชีโซเชียลกับใคร ไม่ควรคลิกลิงก์-กรอกข้อมูลส่วนตัวในลิงก์ที่ไม่รู้จัก ฝากคนในวงการบันเทิงระมัดระวังอย่าตกเป็นเหยื่อ             วันนี้ (27 มิ.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมทั้งนายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลฯ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการ รมว.ดีอีเอส ร่วมกับ พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.2 บก.สอท.1 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) แถลงข่าว “การรับเรื่องร้องเรียนจากนางเอกช่อง 3 ถูกแฮกไอจีร้านชานม” กรณีนางสาวเดียร์น่า ฟลีโป ถูกแฮกไอจีร้านชานม IG: @erte_cafe และถูกนำข้อมูลไปเรียกค่าไถ่              โดยหลังจากทราบว่า ไอจีถูกแฮก นางสาวเดียร์น่า ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขอให้เพื่อนๆ และแฟนคลับช่วยกันกด Report ไอจีร้านชานมที่ถูกแฮกไป พร้อมกันนี้ ได้ติดต่อร้องเรียนผ่านช่องทางของศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ (1212 OCC)               “หลังจากเราได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณเดียร์น่า จึงได้แนะนำและประสานงานจนสามารถกู้ IG ดังกล่าวกลับมาใช้งานได้อย่างปกติแล้ว สำหรับกรณีถูกแฮก IG ขอเรียนว่าอย่างเพิ่งตกใจ แต่ให้ตั้งสติตรวจสอบว่าสถานะของบัญชีเราเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้ทำการแก้ไขได้ถูกจุดและทันต่อสถานการณ์ โดยเข้าไปศึกษาวิธีการตรวจสอบและสังเกตตามข้อแนะนำของ IG ได้ที่เว็บไซต์ทางการของอินสตาแกรม https://help.instagram.com/368191326593075 และหากดำเนินการไม่สำเร็จหรือไม่เข้าใจสามารถขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ได้ที่ 1212 OCC” นายชัยวุฒิกล่าว              นายชัยวุฒิ กล่าวว่า อยากแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการใช้โซเชียล ปีนี้มีการร้องเรียนปัญหาการถูกแฮกเข้ามาแล้ว 208 ราย ทั้งไอจี เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์  ผู้ที่ถูกแฮกส่วนใหญ่ จะโดนหลอกให้คลิกลิงก์ที่ไม่รู้จักซึ่งเป็นลิงก์หลอกลวง (Phishing) หลอกแจ้งเตือนว่าถูกรายงาน เมื่อคลิกลิงก์ฟิชชิ่ง และใส่ข้อมูลต่างๆ ก็ถูกแฮกเกอร์นำไปเข้าถึงและยึดบัญชีนั้นไป และขอเตือนว่า ถ้าเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตัวจริง จะไม่ขอชื่อและรหัสผ่าน              นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เพื่อป้องกันการถูกแฮกบัญชีโซเชียล ควรตั้งรหัสผ่าน หรือ password ให้คาดเดาได้ยากใช้ตัวอักษรใหญ่เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษผสมกัน ไม่ควรตั้ง password แบบง่าย เช่น 1234 เพราะแฮกเกอร์สามารถใช้โปรแกรมคาดเดา password และแฮกบัญชีได้ง่าย               นอกจากนี้ ควรใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละบัญชี เพราะโดยส่วนใหญ่ แฮกเกอร์มักเข้าถึงบัญชีโซเชียลมีเดียหลังจากแฮกบัญชีอีเมลของเหยื่อได้แล้ว ดังนั้น หากไม่สร้าง password ที่แตกต่างกัน แฮกเกอร์จะสามารถเข้าถึงบัญชีโซเชียลมีเดียของผู้เสียหายรายนั้นๆ ได้ทั้งหมด               อีกทั้ง ควรตั้งค่าระบบยืนยันตนแบบ 2 ชั้น (2 factor authentication : 2FA) เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้นการใช้งาน 2FA ในการเข้าถึงบัญชีโลกออนไลน์ เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเมื่อมีคนพยายามจะแฮกบัญชี ระบบส่งส่งsms แจ้งเตือนให้ทราบเพื่อที่สามารถเข้าไปจัดการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที              สำหรับขั้นตอนการเปิดใช้งาน 2FA สำหรับโทรศัพท์มือถือ ทำได้ดังนี้ 1.เปิดเมนู ตั้งค่า เลือก ความปลอดภัย2. จากนั้นเลือก “ การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น” 3.กด เริ่มต้นใช้งาน 4. บัญชีจะให้ผู้ใช้งานเลือกวิธียืนยันตัวตนแบบสองชั้นว่า ใช้แอปฯ ยืนยันตัวตน หรือ ข้อความ SMS 5.กรณ๊เลือกใช้การยืนยันผ่าน SMS ให้ใส่เบอร์โทรศัพท์เพื่อให้ส่งรหัสผ่านยืนยัน 6 หลักจากนั้นกด ถัดไป              6.จะมีข้อความ SMS ส่งหมายเลข OTP จำนวน 6 หลัก โดยจะต้องนำรหัส OTP ไปใส่ในช่อง จากนั้นกด ต่อไป 7. เสร็จสิ้น (หากผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือหายและไม่สามารถรับรหัสผ่านทาง SMS ได้ สามารถใช้รหัสผ่านที่อินสตาแกรมกำหนดมาให้ และใช้รหัสผ่านเหล่านี้เข้าสู่ระบบได้เช่นกัน)             นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การที่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เจ้าของแอบเข้า IG หรือ facebook ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยเจ้าของไม่ยินยอม อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของบัญชีผู้ใช้งานจริง โดยผู้นั้นอาจทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลไปในทางร้าย หรือนำ IG หรือ facebook นั้น ไปสร้างความเสียหายทั้งต่อชื่อเสียง หรือใช้หลอกลวงผู้อื่นอันทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของบัญชีผู้ใช้งานจริง การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยมิชอบ ตามมาตรา 420  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากผู้เสียหายได้รับความเสียหาย ก็มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนได้จากผู้กระทำความผิดได้              พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.2 บก.สอท.1 บช.สอท. กล่าวว่า การแฮกโซเชียล ยังเข้าข่ายการเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบซึ่งมีรหัสป้องกัน ก็อาจจะมีโทษทางอาญาด้วย ซึ่งระวางโทษถึงจำคุกตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ            “กระบวนการ Fishing เป็นรูปแบบการแฮกข้อมูลที่ทำกันมานานแล้ว ดังนั้นเราต้องระวังไม่ไปกดลิงก์ เพราะในส่วนของแพลตฟอร์มจะมีระบบป้องกันชั้นหนึ่งอยู่แล้ว มิจฉาชีพ มักใช้ล่อหลอกว่าเราทำผิด หรือผิดกฎหมาย ให้เรากลัว ดังนั้นต้องมีสติ รวมทั้งมีการล่อหลอกผ่านการตอบคอมเม้นท์ ดังนั้นควรปรึกษาคนรอบข้าง ก่อนตอบเพื่อความปลอดภัย”             นางสาวเดียร์น่า ฟลีโป กล่าวว่า ไอจีร้านที่ถูกแฮกไป มียอดผู้ติดตามอยู่ 118,000 คน วิธีการของแฮกเกอร์คือทักข้อความมาบอกว่าบัญชีไอจีนี้ถูกรายงาน ให้คลิกลิงก์เข้าไปกรอกข้อมูลยืนยันตัวตน หลังจากกรอกแล้วอีก 2-3 วันต่อมา ไม่สามารถเข้าไปใช้งาน IG ได้ และได้ข้อความจาก แฮกเกอร์ได้ให้ตอบรับการจ่ายเงินค่าไถ่ อย่างไรก็ตามตัดสินใจว่าไม่จ่ายเพราะไม่ต้องการสนับสนุนมิจฉาชีพ และเตรียมใจที่จะปล่อยให้ IG นั้นปลิว จึงแจ้งให้เพื่อนและแฟนคลับเข้าไปกด Report อย่างไรก็ตาม เมื่อตัดสินใจแจ้งผ่าน 1212 ของกระทรวงดิจิทัลฯ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยกู้คืนบัญชีกลับมาให้ได้โดยเร็ว คาดว่าส่วนหนึ่งเพราะเป็นบัญชีทางการ ที่มีเครื่องหมาย verify สีฟ้า ทำให้ง่ายต่อการประสานยืนยันตัวตน            ทั้งนี้ ระหว่างที่ IG ร้านถูกแฮก ไม่กล้าโปรโมทแบรนด์สินค้า เพราะแพคเกจจิ้งต่างๆ ก็ใช้ไอจีนี้ ดังนั้นเมื่อได้คืนกลับมาจึงดีใจมาก และอยากแนะนำศิลปินคนอื่นๆ ในวงการ ถ้าถูกแฮกโซเชียล ห้ามคลิกลิงก์เด็ดขาด ให้รีบมาแจ้งที่กระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อที่จะได้คืน หรือแจ้งมาที่ 1212 ก่อนที่ผู้ที่ไม่หวังดีจะนำไปใช้อย่างอื่นในทางที่ไม่ถูกต้องนอกจากนี้ยังฝากเตือนคนวงการบันเทิงให้ระมัดระวังก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อ   ________________

      นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมร่วมกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายหลัก และสำนักงาน กสทช.ในวันที่ 28 มิ.ย. 65 เพื่อหาแนวทางปิดกับเว็บไซต์ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่มีคำสั่งศาลแล้ว แต่พบว่าบางกรณียังไม่สามารถปิดกั้นเว็บไซต์ได้          ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ดำเนินการและได้รับคำสั่งศาลให้ปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายมากกว่า7,000 + Urls แต่ยังพบว่าในบางกรณียังไม่ปิดกั้น จึงเชิญผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมาเพื่อรับฟังข้อปัญหาติดขัดและข้อเสนอแนะ ในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการประชุมผู้แทนสำนักงาน กสทช. แจ้งว่าการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว เป็นเรื่องที่ทางสำนักงานได้ช่วยให้การสนับสนุนมาตลอด สำหรับ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายเช่นกัน           นายเวทางค์ กล่าวขอบคุณผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และ สำนักงาน กสทช. ที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการมาตลอด อย่างไรก็ตาม หากพบเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย ขอให้ช่วยเร่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ”   _______________

รับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายในระดับชำนาญการ  ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีระดับ ปฏิบัติการ/ชำนาญการ  และตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน (ลงวันที่ 28/06/65)




icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.