Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

               “ชัยวุฒิ” มั่นใจ “สตาร์ทอัพ” เป็นกำลังสำคัญนำเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างธุรกิจ – บริการรูปแบบใหม่ทันสมัย สร้างรายได้ หนุนเศรษฐกิจประเทศเติบโต สนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0                   เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส เป็นประธานเปิดงาน โครงการ Chiangmai Web3 City and Metaverse เปิดสปอตไลต์ส่องหา UNICORN  ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ จ.เชียงใหม่  ซึ่งเป็นการส่งเสริม สนับสนุนสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล เพราะเทคโนโลยีและ นวัตกรรมทันสมัย คือแกนหลักของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต                   สตาร์ทอัพเป็นสิ่งที่รัฐบาลส่งเสริม เพราะเชื่อว่ารากฐานสำคัญของเศรษฐกิจอนาคตก็คือสตาร์ทอัพ เพราะคนรุ่นใหม่ทำธุรกิจที่ทันสมัย นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ แล้วก็ทำให้เกิดบริการที่ดีๆในประเทศ แล้วก็สร้างรายได้ทั้งผู้ประกอบการ รวมทั้งทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโต ซึ่งเป้าหมายของเราอยากให้ Digital GDP การทำธุรกิจเศรษฐกิจต่างๆขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ภายในอีก 5 ปี ข้างหน้า                   “วันนี้เราคิดว่าเราทำได้แน่นอน โครงสร้างพื้นฐานของไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งเรื่องอินเทอร์เน็ต สื่อสารไร้สาย มือถือ ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการใช้อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ มีความพร้อมมาก รัฐบาลมีนโยบายเร่งพัฒนาส่งเสริมนักธุรกิจสตาร์ทอัพ ให้มาทำธุรกิจดิจิทัลให้มากขึ้น พร้อมกันนี้ด้านองค์กรต่างๆบริษัทเก่าบริษัทใหญ่ๆหรือว่า SME จำเป็นต้องปรับตัว นำเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆมาใช้ให้มีประสิทธิภาพแข่งขันได้ในธุรกิจเติบโตต่อไป วันนี้เมืองไทยต้องเป็น Digital hub of Asia Digital Valley” นายชัยวุฒิกล่าว                      ที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯ โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้เหล่าวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ สตาร์ทอัพ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องผ่านมาตรการขับเคลื่อนต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนเพื่อการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล (depa Digital Startup Fund) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนหรือประกอบกิจการร่วมกับดิจิทัลสตาร์ทอัพให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้   **************************

          เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2565  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมติดตามการดำเนินงานด้านการพัฒนากำลังคนดิจิทัล โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ดีป้า ให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้เร่งบูรณาการการทำงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สานต่อ การพัฒนาทักษะดิจิทัลแก่เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยร่วมแชร์ไอเดียพัฒนาโซลูชันบริการคนไทยทุกมิติ หวังกระจายความเจริญอย่างเท่าเทียมทุกพื้นที่ รองรับเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล นำพาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ ปฏิรูปประเทศไทยสู่ ดิจิทัลไทยแลนด์ ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ เล็งเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนดิจิทัลในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะดิจิทัลที่สำคัญอย่าง โค้ดดิ้ง ควบคู่ไปกับการยกระดับทักษะครูผู้สอน ก่อนต่อยอดไปสู่ STEM, AI และ IoT รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้ และการส่งเสริมดิจิทัลสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (EdTech Startup) ในการพัฒนาโซลูชันแก่แวดวงการศึกษาของไทย อีกทั้งรัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในทุกมิติ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ   _________________  

                  วันนี้ (30 มิ.ย.65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นางสมจิตต์ ธีระชุติกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมเเห่งชาติ จำกัด (มหาชน )หรือ NT ลงพื้นที่ตรวจสภาพความเรียบร้อยสายสื่อสาร บริเวณถนน วังสิงห์คำ อำเภอเมือง จ. เชียงใหม่ หลังจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากสายไฟเเละสายสื่อสารรกรุงรังเเละกังวลว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้                      โดยนายชัยวุฒิ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งจังหวัดหัวเมืองที่กระทรวงฯมีโครงการที่จะจัดระเบียบสายสื่อสาร ในพื้นที่เกือบทุกจุดที่มีปัญหา สำหรับพื้นที่ ณ ถนนวังสิงห์คำ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาสายสื่อสาร ไม่เป็นระเบียบ อยู่ระเกะระกะรกรุงรัง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในแผนงานการจัดระเบียบสายสื่อสาร ของบริษัท NT ในจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งหมด 47 เส้นทาง ที่ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในสิ้นปี ขณะนี้ ณ จุดที่วังสิงห์คำได้ประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครอให้เอาไม้คอนมาติดตั้ง พอเอามาติดเรียบร้อย เราก็จะจัดระเบียบสายมัดรวมให้เรียบร้อยและลื้อสายเก่าทิ้ง ทาง NT จะเร่งดำเนินการให้ดีที่สุดเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน                       “วันนี้ผมเดินทางมาถนนวังสิงห์คำซึ่ง พบว่ามีสายสื่อสาร สายไฟ เก่าจำนวนมาก และอยู่ในสภาพที่รกรุงรังมาก ซึ่งทางบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ NT ก็มีโครงการที่จะจัดระเบียบสายภายในสิ้นปีนี้  ผมจะเร่งรัดให้ทำให้เร็วที่สุด โดยจะร่วมมือและประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน” นายชัยวุฒิกล่าว                      ทั้งนี้ รัฐมนตรีดีอีเอส ย้ำว่า  ในการทำงานทุกกระทรวงมีโครงการและแผนงานทุกเรื่องโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและการพัฒนาบ้านเมืองช่วงที่ผ่านมาประชาชนอาจจะไม่ค่อยได้รับรู้ เราต้องพยายามประชาสัมพันธ์เพื่อให้ทราบว่ารัฐบาลได้ทำอะไรบ้างที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และเร่งแก้ปัญหาต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม การลงพื้นที่เป็นสิ่งที่ดีที่ได้มาติดตามการทำงานให้ดีขึ้น ที่สำคัญเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการดีๆที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน                       ด้านนายสุรีย์ ฉอสันเทียะ ชาวบ้านในชุมชนวังสิงห์คำ เจ้าของร้านตะวันสูท กล่าวว่า ตนมาร้องเรียนเเละอยากให้ภาครัฐช่วยเหลือเพราะเกรงว่าสายไฟ สายสื่อสารดังกล่าวอยู่ใกล้กับหมอเเปลงไฟฟ้าเเละเคยเกิดเสียงดังหลายครั้งชาวบ้านเลยกังวลว่าอาจจะระเบิดและไฟไหม้ได้   ***********************

                  เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการฝึกการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี 2565 (กรส. 65) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานประลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  ที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้เข้าร่วมตามแผนดำเนินการ ที่กรมการสรรพกำลัง ได้จัดเตรียมไว้ ทั้ง 7 ขั้นตอน จากทั้งสิ้น 10 ขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้น ส่วนอีก 3 ขั้นตอนที่เหลือ คือ ขั้นตอนที่ 7 คือการสัมมนาและประชุมวางแผนการฝึกขั้นสุดท้าย ขั้นตอนที่ 8 การฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX : Command Post Exercise) ขั้นตอนที่ 9 การฝึกภาคสนาม (FTX : Field Training Exercise) และขั้นตอนที่ 10 การสรุปบทเรียนจากการฝึกฯ โดยการประชุมในวันนี้ เป็นการหารือเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่จะเข้าร่วมการฝึก ทั้งนี้เพื่อให้การฝึกการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี 2565 (กรส. 65) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีความพร้อม และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน   ***********************    

             เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ อจ. ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษา เลขาธิการฯ บรรยายพิเศษ เรื่องกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับศาลปกครอง” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และสาระสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ รวมทั้งแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎหมาย และผลกระทบที่มีต่อศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง มีขอบเขตเนื้อหา ประกอบด้วย หลักการของ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลฯ ประเภทของข้อมูล เหตุผลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขอบเขตการบังคับใช้ ผลกระทบต่อองค์กรศาล แนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมายและกรณีศึกษาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยรองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและตอบข้อซักถาม ระหว่างการบรรยายพิเศษ   **************************

                หลังจากที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) ลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนเรื่องสายสื่อสารที่ ถ.วังสิงห์คำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่  ล่าสุด ภายหลังการลงพื้นที่ไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสายสื่อสารจากที่ห้อยรกรุงรังก็มีการเก็บเรียบร้อยเเละฝาท่อที่เปิดทิ้งไว้จากการดำเนินการเรื่องสายสื่อสาร ก็ถูกโบกปูนปิดอย่างดี โดยบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งลงพื้นที่บริการประชาชนทันที โดยเมื่อวานมาจัดการโบกปูนปิดท่อ เเละเช้าวันนี้ มาเก็บสายไฟ ที่รกรุงรัง จนเป็นระเบียบเรียบร้อย สร้างความดีใจให้กับชาวบ้านที่มาร้องเรียนเป็นอย่างมาก                    โดย นายสุรีย์ ฉอสันเทียะ ชาวบ้านในชุมชนวังสิงห์คำ เจ้าของร้านตะวันสูท ผู้ร้องเรียน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กของตนเองขอบคุณ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม  โดยระบุว่า "ขอบคุณท่านจากใจ ไม่คิดว่าจะเเก้ปัญหาได้เร็วขนาดนี้ ชาวบ้านวังสิงห์คำทุกคนดีใจมากครับ"   ************************

             เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปฏิบัติราชการแทน ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การบูรณาการระบบอํานวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง ร่วมกับ 9 หน่วยงาน สํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สํานักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)                ในการนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีภารกิจและหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นผู้รับผิดชอบ นําไปสู่การพัฒนาระบบเว็บท่า (Web Portal) ในชื่อ “Entry Thailand” (www.entrythailand.go.th) เพื่ออํานวย ความสะดวกให้กับผู้เดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในการเดินทางเข้าประเทศ ตลอดจนสร้างกลไก การดําเนินงานที่เชื่อมโยงสอดรับกับแนวนโยบายรัฐบาล                สำหรับวัตถุประสงค์การบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เพื่อบูรณาการความร่วมมือร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาระบบที่มีความครบถ้วนในการบริหารจัดการที่จะสามารถอํานวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว นับตั้งแต่ก่อนเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยระหว่างพํานัก จนกระทั่งเดินทางกลับออก จากราชอาณาจักรไทย เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและแอปพลิเคชันการให้บริการด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญตรงตามข้อกําหนดในมาตรการการควบคุมโรคของรัฐบาลและความต้องการของนักท่องเที่ยว  ตั้งแต่ก่อนเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ระหว่างพํานัก จนกระทั่งเดินทางกลับออกจากราชอาณาจักรไทย                เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูลได้ทุกกระบวนการเกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออก ราชอาณาจักรไทย  และเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการในการเพิ่มช่องทางการเสนอขายที่พักที่ได้รับการ รับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety & Health  Administration) ให้กับนักท่องเที่ยว               ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ออกแบบแพลตฟอร์มข้อมูลกลาง รวบรวมลิงค์ก์เว็บไซต์ และข้อมูลสำคัญซึ่งมีการเชื่อมโยงของระบบต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ แอปพลิเคชัน Thailand Pass เรื่องการตรวจสอบและออกใบรับรองการได้รับวัคซีนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แอปพลิเคชันหมอชนะของกรมควบคุมโรค เรื่องของการขอ e-Visa ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรม การกงสุล เรื่องการซื้อประกันสุขภาพและการตรวจสอบประกัน COVID ก่อนเข้าประเทศของสํานักงาน คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่องการค้นหาข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ในราชอาณาจักรไทยจากเว็บไซต์ Thailand Tourism Directory และ TAT News ของการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย เรื่องตารางเที่ยวบินของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องการขอคืนภาษีสินค้า (Tax Refund) ของกรมสรรพากร และแอปพลิเคชัน Tourist Police l Lert U ของกองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีผลใช้บังคับเป็นระยะเวลา ๓ ปี นับแต่วันที่ทั้งเก้าฝ่ายลงนามร่วมกัน   ***********************

      ดีอีเอส สรุปผลการมอนิเตอร์สถานการณ์รอบสัปดาห์สุดท้าย มิ.ย. 65 พบ 8 ใน 10 อันดับข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจมากสุด อยู่ในกลุ่มนโยบายรัฐ/ข่าวสารทางราชการ             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 24-30 มิ.ย.65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม  มีจำนวนข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 11,677,059 ข้อความ คัดกรองแล้วพบข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน243 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 130 เรื่อง             สำหรับจำนวนเรื่องที่เกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบในสัปดาห์ส่งท้ายกลางปี 65 หลักๆ อยู่ในกลุ่มนโยบายรัฐบาล/ข่าวสารทางราชการ/ความสงบเรียบร้อยของสังคม และกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ โดยมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเชิงลึก (Insight) พบว่ามีการเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับข่าวสารราชการและนโยบายรัฐ โดยใช้หัวข้อที่คนส่วนใหญ่สนใจหรือคิดว่าตนจะได้ประโยชน์ เพื่อหลอกลวงให้คนสนใจคลิกเข้ามาอ่านและแชร์ จนทำให้มีจำนวน 8 ข่าวที่ติดอยู่ใน 10 อันดับข่าวปลอมคนสนใจสูงสุด               ทั้งนี้ ข่าวที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับแรกในรอบสัปดาห์ ประกอบด้วย อันดับ 1 เว็บไซต์จากกรมบัญชีกลางใช้เช็คสิทธิลงทะเบียนรับเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง อันดับ 2 หนังสือเรียนวิชาอิสลาม ระบุห้ามไหว้ผู้มีพระคุณเพราะผิดหลักศาสนา อันดับ 3 ไปรษณีย์ไทย ส่งจดหมายถึงลูกค้าให้สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อกรอกแบบสอบถาม อันดับ 4 กรุงไทย ส่ง SMS ให้ประชาชนให้สามารยื่นกู้ได้จำนวน 210,000 บาท ผ่านลิงก์ อันดับ 5 ธ.ออมสิน เปิดตัวสินเชื่อไทรทอง ให้กู้ 1 แสนบาท ผ่อน 700 บาท             อันดับ 6 ออมสินปล่อยกู้ผ่านเฟซบุ๊ก Gthtfjfh อันดับ 7 บริษัท H.P.A Thailand ร่วมกับ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย รับสมัครงานเพื่อสร้างการลงทุนถูกต้องตามกฎหมายชารีอะฮ์ อันดับ 8 ออมสิน ปล่อยสินเชื่อประชาชนสุขใจ วงเงินกู้ 200,000 บาท ไม่ต้องใช้คนค้ำ อันดับ 9 เรื่อง D-Kout ผลิตภัณฑ์รักษาโรคเก๊าท์ ช่วยลดภาวะกรดยูริกในเลือดสูง และอันดับ 10 สลากออมสินซื้อผ่านเพจหวยออนไลน์ได้แล้ว             “ประชาชนต้องรู้เท่าทันข่าวปลอม และมีความรอบคอบในการบริโภคข้อมูลข่าวสารที่ถูกส่งต่อกันมาทางโซเชียล เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   _____________


      โฆษกดีอีเอส เผย กสทช. ขอความร่วมมือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ กำหนดหมายเลข +697  นำหน้าเบอร์โทร เพื่อเป็นจุดสังเกตให้ประชาชน ป้องกันถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหามิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงประชาชน ขณะนี้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ประสานความร่วมมือกับกสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อแก้ไขปัญหามิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงประชาชนดังกล่าว  โดยกำหนดเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย +697  ซึ่งการโทรเข้ามาจากต่างประเทศด้วยการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต  เกือบทั้งหมดจะเป็นมิจฉาชีพ เนื่องจากการโทรผ่านอินเทอร์เน็ตนั้น ไม่ต้องมีการลงทะเบียนเบอร์โทรหรือการยืนยันตัวตนเหมือนอย่างการเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถือ จึงทำให้เป็นช่องทางของมิจฉาชีพใช้ช่องว่างนี้ในการหลอกลวง              “ต้องขอบคุณทาง กสทช. ที่ออกมาตรการให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ใส่เครื่องหมาย + นำหน้าเบอร์ที่โทรมาจากต่างประเทศ เพื่อให้เป็นที่สังเกตของประชาชน เพื่อให้ประชาชนระมัดระวัง อย่ารับสาย ป้องกันการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง” โฆษกดีอีเอส กล่าว             หากแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหรือส่งข้อความเข้ามา ประชาชนสามารถแจ้งหมายเลขโทรศัพท์กับทางเครือข่ายมือถือของท่านเพื่อตรวจสอบพร้อมบล็อคเบอร์ดังกล่าว   __________________  

             “ชัยวุฒิ” เอ็มโอยูความร่วมมือด้านไอซีทีและเทคโนโลยีดิจิทัลไทย-ฟินแลนด์ เล็งเพิ่มแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือใหม่ๆ และขยายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ                 วันนี้ (4 ก.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และนายยูริ ยาร์วียาโฮ (H.E. Mr. Jyri Järviaho) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ได้ร่วมพิธีลงนามหนังสือเห็นชอบการต่ออายุ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างไทยกับฟินแลนด์                 สำหรับการลงนามครั้งนี้ เป็นการขยายความร่วมมือด้านไอซีทีและเทคโนโลยีดิจิทัล ระหว่างไทยกับฟินแลนด์ ต่อเนื่องจากระยะเวลา 3 ปีก่อนหน้า (ปี 2561-2564) โดยขอบเขตความร่วมมือจะครอบคลุม 9 ด้าน ได้แก่ 1. นโยบายและกฎระเบียบการปฏิบัติด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร ไอซีที และเทคโนโลยีดิจิทัล 2. การพัฒนาและส่งเสริมด้านไอซีทีและอุตสาหกรรมดิจิทัล อาทิ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ดิจิทัล คอนเทนต์ และเทคโนโลยีเพื่อการบริการต่างๆ 3. การพัฒนาการบริการด้านโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์                4. ความร่วมมือด้านนวัตกรรมดิจิทัล อาทิ Big Data, Internet of Things และ AI 5. ระบบนิเวศด้านดิจิทัล รวมถึงสมาร์ทซิตี้ 6. โอกาสทางดิจิทัล อาทิ Digital Literacy, Digital Inclusion and Digital Technology 7. การส่งเสริม Digital Startups ผู้ประกอบการ และ SMEs 8. การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและความร่วมมือต่างๆ และ 9. ความร่วมมืออื่นๆ ที่เป็นที่สนใจร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย                    นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ในโอกาสนี้ทั้ง 2 ฝ่าย ยังได้มีการหารือทวิภาคีในประเด็นหลักๆ ได้แก่ แนวทางการส่งเสริมความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ความร่วมมือด้านเมืองอัจฉริยะ/การหารือโต๊ะกลมด้านเมืองอัจฉริยะ และการเดินทางเยือนสาธารณรัฐฟินแลนด์ของคณะผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ระหว่างวันที่ 8-9 ส.ค. 65 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรผู้นำการ่างเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 5                    ทั้งนี้ ดีป้า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้จัดการอบรมหลักสูตร Digital CEO ต่อเนื่องมาเป็นรุ่นที่ 5 เพื่อเป็นการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุค New Normal หลังวิกฤตโควิด-19 และนําไปประยุกต์ใช้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่วนหนึ่งของหลักสูตร CEO รุ่นที่ 5  จะมีกิจกรรมศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ ประเทศฟินแลนด์และเอสโตเนีย เพื่อให้ผู้เรียนได้มีความรู้ และเรียนรู้เกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของโลกในด้านต่างๆ และเพื่อให้มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล ช่วยส่งเสริมประสิทธิผลของความรู้และวิสัยทัศน์ ตลอดจนภาวะผู้นําการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล   **********************

                     เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บรรยายพิเศษ เรื่อง “PDPA ข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติสำหรับสื่อมวลชนผู้ผลิตข่าวออนไลน์” โดยมี นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านกฎหมาย ในคณะกรรมการการรักษาคามมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ร่วมบรรยาย ผ่านระบบออนไลน์ การจัดอบรมครั้งนี้ ร่วมจัดโดยสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และกระทรวงดิจิทัลฯ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้รับเกียรติจาก พล.อ.เดชา พลสุวรรณ ประธานกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และสาระสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ รวมทั้งแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎหมาย และผลกระทบที่มีต่อผู้ประกอบการด้านสื่อมวลชนผู้ผลิตข่าวออนไลน์ อย่างไรก็ตาม รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวย้ำว่า PDPA หรือ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรแต่อย่างใด แต่ในทางกลับกันจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งทัดเทียมกับนานาชาติ และสำหรับสื่อมวลชน PDPA มาตรา 4 (3) พรบ.ไม่บังคับใช้แก่ กิจการสื่อมวลชน.../ อันเป็นไปตามจริยธรรม/แห่งการประกอบวิชาชีพ/ หรือประโยชน์สาธารณะ   ***********************  

         รัฐมนตรีดีอีเอส เปิดนิทรรศการดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อสังคมที่ยั่งยืน ณ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เทคโนธานี เชิญชวนผู้ปกครองพาลูกหลาน เยี่ยมชมนิทรรศการฯ เรียนรู้พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลจากเทคโนลยีสมัยใหม่                 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส เป็นประธานเปิดนิทรรศการดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อสังคมที่ยั่งยืน ณ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เทคโนธานี โดยนายชัยวุฒิ กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับอนาคตของประเทศไทย ในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเราต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ โดยเฉพาะปัจจุบัน ถ้าเรามีการสร้างการเรียนรู้กับลูกหลานเยาวชน ให้หันมาสนใจเรียนรู้เรื่องต่างๆเกี่ยวกับดิจิทัลอย่างจริงจัง  จะเป็นประโยชน์มาก ยิ่งทำให้เด็กเกิดความรักเกิดความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล แล้วนำมาปรับใช้ อีกทั้งสร้างสรรค์พัฒนาต่อยอดในการทำงาน และการเรียนรู้ในมิติต่างๆในอนาคตได้ เชื่อว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประโยชน์มากต่อการพัฒนาทักษะความรู้ของคนไทย ด้านดิจิทัล  “พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดได้ดีมาก ขอเชิญชวนให้ผู้ปกครองพาลูกหลานมาเที่ยวชม รับรองว่าเด็กๆ จะได้รับความรู้และความสนุกสนานควบคู่ไปด้วย” รัฐมนตรีดีอีเอส กล่าว                 สิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ใช้การทำนิทรรศการใหม่ๆ ให้มีการเรียนรู้ และที่สำคัญเมื่อต้องการส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรม เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ด้านดิจิทัลต้องครบถ้วน เรื่องเหล่านี้ทางกระทรวงดีอีเอสพร้อมให้การสนับสนุน   ________________  

                 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2565 ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านการประชุมออนไลน์ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาวาระที่น่าสนใจ อาทิ เรื่องการประเมินองค์กรคุณธรรม ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการคัดเลือกองค์กรคุณธรรมต้นแบบที่มีความโดดเด่น จำนวน 1 องค์กร ทั้งนี้ องค์กรภายในสังกัดได้มีการประเมินองค์กรคุณธรรม โดยประเมินตนเองตามเกณฑ์การประเมินคุณธรรม 3 ระดับ ได้แก่ 1) ระดับองค์กรส่งเสริมคุณธรรม 2) ระดับองค์กรคุณธรรม และ 3) ระดับองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาผลการประเมินตนเองของหน่วยงานในสังกัด จำนวน 8 องค์กร โดยมี สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT ได้คะแนนนำสูงสุด ซึ่งทั้ง 2 องค์กร จะเข้าสู่เกณฑ์การคัดเลือกองค์กรคุณธรรมต้นแบบที่มีความโดดเด่นจำนวน 1 องค์กร ต่อไป และองค์กรอื่นๆ ซึ่งมีคะแนนรองลงมาเป็นระดับองค์กรคุณธรรม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด                    นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการขับเคลื่อนคุณธรรมภายในหน่วยงานให้เป็นรูปธรรมสอดคล้องกับคุณธรรม 4 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา โดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ระเบิดจากข้างใน โดยบุคลากรในองค์กรร่วมกันกำหนดคุณธรรมเป้าหมาย “ปัญหาที่อยากแก้” และ “ความดีที่อยากทำ”   *********************    


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.