Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


               เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย และชั้นต่ำกว่าสายสะพาน ประจำปี 2564 ให้แก่ข้าราชการและบุคลากรกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวรายงาน มีผู้เข้ารับพระราชทานทั้งสิ้น จำนวน 24 ราย ประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี 1 ราย สำนักงานปลัดกระทรวง 3 ราย กรมอุตุนิยมวิทยา 8 ราย สำนักงานสถิติแห่งชาติ 12 ราย ณ หอประชุม บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ในการนี้มีนางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วมงานด้วย   **************************    


เป็นการกำหนดสิทธิ ปิดเปิดการแสดงเมนู ข่าวจัดซื้อจัดจ้างเชื่อมโยงจากระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) โดยยืดจาก สถานะ (status_id)

                เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ อจ. ไพบูลย์  อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษา เลขาธิการฯ บรรยายพิเศษ PDPA และ พรรคการเมือง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ (PDPA) รวมทั้งแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎหมาย และผลกระทบที่มีต่อ พรรคการเมืองและ สำนักงาน กกต. มีขอบเขตเนื้อหา ประกอบด้วย  หลักการของ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลฯ ขอบเขตการบังคับใช้ ผลกระทบต่อพรรคการเมือง และ สำนักงาน กกต ตลอดจน แนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมายและกรณีศึกษา โดยรองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและตอบข้อซักถาม ระหว่างการบรรยายพิเศษ   *************************      

             “พล.อ.ประยุทธ์” ประธานมอบโล่ผลงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ประจำปี 65 ดีอีเอส-สตช. คัดเลือกผลงานเด่น 4 สาขา เน้นย้ำการทำงานร่วมกันสร้างสรรค์สังคมดิจิทัลที่ดีและปลอดภัย สำนักข่าว/รายการข่าว/เพจข่าว ได้รับรางวัล 18 สื่อ                 วันนี้ (8 ก.ค. 65) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสเป็นประธานการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ผลงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ประจำปี 2565 ว่า การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล เพื่อรับมือแนวโน้มอาชญากรรมยุคใหม่ที่มีรูปแบบเป็นภัยทางออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้ จึงมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อน และสร้างประโยชน์สุขให้แก่ประชาชน                   โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้ มีสื่อมวลชนที่ทำงานอย่างโดดเด่นและต่อเนื่องในด้านนี้ ทั้งที่เป็นรายการข่าว/สำนักข่าว/เพจข่าว จำนวน 18 สื่อ เข้าร่วมรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณผลงานดีเด่น                   พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหา และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดตั้งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) และล่าสุด ครม. มีมติเมื่อวันที่ 5 ก.ค. นี้ อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ไปร่วมลงนามกับรัฐมนตรีกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ใน MOU เรื่องความร่วมมือด้านการปราบปรามแก๊ง Call Center และ Hybrid Scam เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันปราบปรามปัญหานี้ ซึ่งมีรูปแบบเป็นอาชญากรรมที่ไร้พรมแดนในยุคปัจจุบัน                  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่าวัตถุประสงค์ของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการจัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณฯ ครั้งนี้  เพื่อการสร้างขวัญกำลังใจ และเผยแพร่เกียรติคุณให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งได้ทำการส่งเสริม สนับสนุน ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการร่วมกันสร้างสรรค์สังคมดิจิทัลที่ดีและปลอดภัย อันเป็นผลให้การดำเนินการในภาพรวมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด                   ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนงานด้านนี้ เสนอรายชื่อบุคลากรผู้ประพฤติปฏิบัติตนด้วยความรับผิดชอบ เสียสละ และมีผลงานดีเด่น ประจำปีงบประมาณ 65 เพื่อรับมอบโล่เชิดชูเกียรติ 4 สาขา                     ได้แก่ 1.ด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ด้านสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3.ด้านการส่งเสริมการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  และ 4. ด้านการบริหารงานการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ                     “ปัจจุบันการใช้สื่อสังคมออนไลน์และระบบอินเทอร์เน็ต มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแพร่หลาย ในขณะเดียวกัน ภัยจากอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ตในสังคมไทยก็เพิ่มมากขึ้น อาทิ ภัยจากการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ การหลอกลวงให้โอนเงินในรูปแบบต่างๆ การโจรกรรมข้อมูล หรือมีการหลอกลวงเพื่อเอาข้อมูลส่วนตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานและตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีเพื่อรับโทษทางอาญาและทางแพ่ง บรรเทาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย และสร้างความสงบสุขและความเชื่อมั่น ให้แก่ประชาชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในสังคม” นายชัยวุฒิกล่าว   ______________

       ดีอีเอส จับตาสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์แรก ก.ค. 65 เฟคนิวส์บิดเบือนนโยบายรัฐ/ข่าวสารราชการ/ความสงบเรียบร้อยของสังคมพุ่งเฉียด 80% ของจำนวนเรื่องที่ต้องตรวจสอบ ครองทั้ง 10 อันดับข่าวปลอมคนสนใจสูงสุด            นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 1-7 ก.ค.65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 11,603,203 ข้อความ จากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 300 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 115 เรื่อง และเป็นน่าจับตาว่าสัดส่วนเกือบ 80% อยู่ในกลุ่มข่าวนโยบายรัฐบาล /ข่าวสารทางราชการ/ความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยมีจำนวน 78 เรื่อง            ขณะที่ เมื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก (Insight) พบว่าข่าวปลอมที่คนสนใจสูงสุด 10 อันดับในสัปดาห์ล่าสุดนี้กระจุกตัวอยู่ที่ข่าวในกลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มข่าวนโยบายรัฐฯ ทั้ง 10 ข่าว ตามลำดับดังนี้ 1.ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตราฮาลาลผิดกฎหมาย 2.แอปเป๋าตัง ให้กู้เงิน 1 หมื่นบาท ลงทะเบียนได้ทุกอาชีพ 3. DSI แจ้งให้ดาวน์โหลดแอปฯ ป้องกันการฉ้อโกงของ DSI สามารถล็อกข้อมูลการฉ้อโกงได้ทั้งหมด 4. มุสลิมไทยได้เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารอิสลามทุกคนสามารถกู้เงินโดยไม่ต้องใช้หนี้คืนได้ 5.เพจ Facebook และ  Line เชิญชวนเปิดพอร์ตลงทุน โดยได้รับการรับรองหรืออยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงาน ก.ล.ต.             6.มุสลิมสามารถซื้อที่ดินได้ไม่จำกัด ส่วนชาวพุทธซื้อที่ดินได้แค่ 50 ไร่ เท่านั้น 7.ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อโครงการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน สำหรับผู้รับผลกระทบจากโควิด 19 จำนวน 50,000 - 100,000 บาท 8. ผู้อื่นรู้ยอดเงินในธนาคารได้ หากรู้เบอร์มือถือที่ผูกพร้อมเพย์ 9. สธ. เตือนไข้หวัดใหญ่ครั้งนี้มีความร้ายแรงมาก ให้งดการเดินทางและกิจกรรมทุกประเภท และ 10.เพจเฟซบุ๊กสำนักงาน ก.ล.ต. มีลิงก์เชื่อมไปเว็บไซต์ที่เสนอแจก Airdrop เหรียญคริปโต             “อยากขอความร่วมมือประชาชนอย่าหลงเชื่อ ตื่นตระหนก หรือแชร์ข่าวที่ได้รับผ่านโซเชียลโดยไม่ได้มีการตรวจสอบให้รอบด้าน หรือติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่ถูกอ้างชื่อในข่าว ขอให้มีความรอบคอบในการรับข้อมูลข่าวสาร เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม มาที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่าน ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   _______________

สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ดำเนินการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 8 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562   📣 บัดนี้ การรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดให้ผู้สมัครมาแสดงวิสัยทัศน์ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2565 📅   โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 👇  ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง รายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดการแสดงวิสัยทัศน์ <<ดาวน์โหลด>>  พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 <<ดาวน์โหลด>>   ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 📞 02 141 6993 หรือ 02 142 1033

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรและการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรร ในการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายในและตำแหน่งนิติกร

                วันนี้ (11 ก.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายเจีย วันเดค (Mr. Chea Vandeth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ร่วมหารือทวิภาคีและลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการปราบปรามแก๊ง Call Center และ Hybrid Scam ณ กระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคม กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีคณะทำงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศเข้าร่วม                    นายชัยวุฒิ กล่าวว่า หลังจากการลงนาม MOU ครั้งนี้ จะมีการตั้งคณะทำงานที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีกระบวนการทำงานจากตรวจสอบจากข้อร้องเรียนว่ามีคนร้ายขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่จุดไหน จะมีการร่วมกันเข้าจับกุมปราบปรามคนร้าย ส่งกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทราบพิกัดการกระทำผิดจะมีการปิดกั้นสัญญาณและเข้าจับกุม                    “การตั้งคณะทำงานร่วมจะทำให้การระบุพิกัด การดำเนินคดี การส่งผู้ร้ายข้ามแดนทำได้เร็วขึ้น เชื่อว่าถ้ากระบวนการนี้สำเร็จ แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะทำงานได้ยากขึ้นและจะหมดไปในที่สุด” นายชัยวุฒิ กล่าว                     นอกจากนี้ นายชัยวุฒิ ยังกล่าวขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมของกัมพูชา ที่ให้ความร่วมมือและใส่ใจในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอย่างมาก ทำให้ไทยสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับได้ เป็นผลมาจากความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมของทั้งสองประเทศ                      นายชัยวุฒิ ย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่ในระดับกระทรวงระหว่างประเทศเท่านั้น แต่เป็นการประสานงานกันตั้งแต่ในระดับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และทางนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ขอความร่วมมือให้ช่วยกันแก้ปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดไปให้ได้ เชื่อว่าความร่วมมือของทั้ง 2 รัฐบาลจะทำให้งานนี้สำเร็จแน่นอน                       Mr.Chea Vendeth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการไปรษณีย์ฯ กัมพูชา กล่าวว่า เป้าหมายของการลงนาม MOU ครั้งนี้เพื่อทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์และกิจกรรมผิดกฎหมายทั้งหมดในกัมพูชาและหมดไป เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการทำงานร่วมกันหลังจากนี้จะมีประสิทธิภาพและสามารถปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายได้จริง                        นอกจากนี้ Mr.Chea ยังย้ำว่า ผู้นำของทั้งสองประเทศ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฉันเซน นายกรัฐมนตรีของทั้ง2ประเทศ ได้เน้นย้ำให้ทำงานร่วมกัน เพราะเราต่างมีความสัมพันธ์ที่แน่นเฟ้นเป็นอย่างดียิ่ง จะทำให้การปราบปรามอาชญากรรมครั้งนี้ราบรื่นได้ตามเป้าประสงค์อย่างแน่นอน                         ซึ่งการลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นผลลัพธ์สำคัญจากการหารือและดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 หลังจากที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากจากการถูกหลอกลวงจากคนร้ายแก๊ง Call Center แก๊งหลอกชักชวนให้ร่วมลงทุน และแก๊งพนันออนไลน์หลายเว็บไซต์ โดยปัญหาดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงและสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชนชาวไทยและหน่วยงานภาครัฐที่ถูกแอบอ้าง ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มคนร้ายได้ดำเนินการจากประเทศกัมพูชา จึงนำมาสู่การหารือแบบทวิภาคีและการลงนาม MOU ร่วมกันในวันนี้   ***********************



              เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  และ อจ. ไพบูลย์  อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษา เลขาธิการฯ บรรยายพิเศษ " PDPA และ สภาผู้แทนราษฎร" เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ (PDPA) รวมทั้งแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎหมาย และผลกระทบที่มีต่อ สภาผู้แทนและ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร                   มีเนื้อหา ประกอบด้วย หลักการของ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลฯ   ขอบเขตการบังคับใช้  ผลกระทบต่อ สภาผู้แทน และ สำนักงานฯ ตลอดจน แนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมายและกรณีศึกษา                   นอกจากนี้ได้มีการอภิปรายเรื่อง PDPA และ พรบ ข้อมูลข่าวสาร  ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นและตอบคำถามที่เกี่ยวข้อง   ************************      

         เริ่มแล้ว!! กองทัพหุ่นยนต์ 45 ชาติบุกไทย สีสันใหม่แห่งวงการกีฬา และโซลูชันด้านอุตฯ เปิดประสบการณ์ความอัจฉริยะสุดว้าวพร้อมกัน 13 – 17 ก.ค.นี้ ณ ฮอลล์ EH 98 -100 ไบเทคบางนา                  กรุงเทพฯ 13 กรกฎาคม 2565 – มหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส พร้อมด้วยสหพันธ์โรโบคัพ และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดฉากการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลกในรายการ World RoboCup 2022 โดยมี 45 ชาติ ร่วมนำหุ่นยนต์ในหลากหลายโซลูชันข้าร่วมการแข่งขัน และอวดโฉมความอัจฉริยะพร้อมกันนี้ ยังได้มีการเผยถึงมาตรการส่งเสริมหุ่นยนต์ในประเทศไทยเพื่อตอบโจทย์กับภาคการลงทุน ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเมืองอัจฉริยะ อาทิ การยกเว้นการเก็บภาษี Capital Gains Tax เป็นเวลา 10 ปี การส่งเสริมหลักสูตรทางด้านสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และเทคโนโลยี การผลักดันผู้ที่มีความสามารถและบุคลากรสมรรถนะสูงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยการจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลกในรายการ World RoboCup 2022 ประกอบด้วยการแข่งขันทั้งหมด 2 ประเภทหลัก คือ หมวด Major League 4 ประเภท ได้แก่ การแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ การแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัย การประกวดหุ่นยนต์ในบ้านเพื่อการบริการส่วนบุคคล และการจัดประกวดหุ่นยนต์และแขนกลเพื่องานอุตสาหกรรม และ หมวด Junior League (RCJ) สำหรับเยาวชนอายุ 14 - 19 ปี รวมถึงเวทีการแสดงผลงานสินค้าสิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมหุ่นยนต์ 13 – 17 กรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนาHall EH98-100                 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่กระทรวงฯ มุ่งขับเคลื่อนและส่งเสริมให้เกิดขึ้นตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งมีเป้าหมายสร้างพื้นที่และเมืองที่ทันสมัย ตอบโจทย์กับความก้าวล้ำของโลกยุคใหม่ที่เน้นการพึ่งพาดิจิทัลและเทคโนโลยี และนำโซลูชั่นที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คลาวด์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือแม้แต่กระทั่งหุ่นยนต์เข้ามาช่วยพัฒนาเรื่องการเดินทาง การขนส่ง ความปลอดภัย การจ้างงานตลอดจนคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งเสริมหุ่นยนต์ ที่นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยทั้งในแง่ของการเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพที่จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มหาศาลให้กับประเทศ การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรม ต่อเนื่องไปถึงการสร้างแรงจูงใจเพื่อรับการลงทุนจากทั่วโลก โดยขณะนี้ประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพในด้านหุ่นยนต์ที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต และจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้เติบโตมากกว่าในด้านการแข่งขันหรือเพียงต้นแบบที่พัฒนากันในปัจจุบัน               “รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ด้วยการยกเว้นการเก็บภาษี Capital Gains Tax เป็นเวลา 10 ปี แก่นักลงทุนไทยและต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในสตาร์ทอัพไทย ภายใต้ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ซึ่งมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมสตาร์ทอัพ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้สตาร์ทอัพไทย รวมถึงในด้านหุ่นยนต์ เพิ่มขีดความสามารถการระดมทุนจากนักลงทุนได้เพิ่มขึ้น โดยสภาดิจิทัลฯ คาดการณ์ว่ามาตรการCapital Gains Tax จะทำให้ไทยมีเงินลงทุนในสตาร์ทอัพภายในปี 2569 เพิ่มขึ้น 320,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานทั้งทางตรง และทางอ้อมเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 แสนตำแหน่ง รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจประเทศคิดเป็นมูลค่า 790,000 ล้านบาท”   ______________

      ดีอีเอส สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์ พบข่าวปลอมเกี่ยวกับเทศกาลกรุงเทพฯ กลางแปลง ติด 2 อันดับแรกที่มีคนสนใจมากสุด           นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่  8-14 ก.ค.65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 11,814,437 ข้อความ จากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 374 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 186 เรื่อง โดยพบว่าสัดส่วนกลุ่มข่าวสุขภาพเริ่มขยับสูงขึ้น มีจำนวนถึง78 เรื่อง เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 17 เรื่อง           อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากข้อมูลเชิงลึก (Insight) พบว่า ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุดประจำสัปดาห์ เป็นข่าวเกี่ยวกับกระแสกิจกรรมการฉายหลังกลางแปลงของ กทม. ซึ่งจะจัดขึ้นตลอดเดือน ก.ค.นี้ในชื่องานเทศกาล “กรุงเทพฯกลางแปลง” โดยติดอยู่ในอันดับ 1 และ 2           สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับในรอบสัปดาห์ล่าสุดนี้ ได้แก่ อันดับ 1 กทม. จัดเทศกาลกรุงเทพฯกลางแปลง ราคาจัดจ้างจอละ 8 ล้านบาท อันดับ 2 ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปิดข่าวและห้ามสื่อลงข่าว การเกิดฟ้าผ่าลงบริเวณลานกิจกรรมหนังกลางแปลง อันดับ 3 กรุงไทยปล่อยสินเชื่อกรุงไทยใจปล้ำ ผ่อน 300 บาท รู้ผล 5 นาที ผ่านไลน์  อันดับ 4 ไลน์ของอธิบดีกรมควบคุมโรค อันดับ 5 กรมอุตุฯ เตือน 4 ภาค เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง 70-80% และระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้น           อันดับ 6 ออมสินเปิดสินเชื่อ QR รายวัน กู้ได้ 50,000 บาท อนุมัติทุกอาชีพ อันดับ 7 กรมอุตุฯ เตือน 17 จังหวัดระวังพายุลูกใหม่ วันที่ 12 ก.ค. 65 - 18 ก.ค. 65 อันดับ 8 พพ. รับรองการใช้สายพลังงานประหยัดน้ำมัน อันดับ 9 ยาแอสไพริน พอกหน้าช่วยให้ขาวใส และอันดับ 10 วิธีตรวจเช็กโรคหลอดเลือดสมองด้วยตนเอง          “ขอความร่วมมือจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ในการช่วยกันทำงานแก้ไขปัญหาข่าวปลอมและขอให้ประชาชนรอบคอบในการรับข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม มาที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่าน ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   ________________  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.