Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

       กระทรวงดิจิทัลฯ แนะประชาชน-คนดัง พบถูกแอบอ้างชื่อ/รูปภาพไปสร้างบัญชีโซเชียลปลอม รีบแจ้งด่วนผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ กดรายงานไปที่เจ้าของแพลตฟอร์ม แจ้งผ่านโทร. 1212 และแจ้งความได้ทั้งเว็บไซต์แจ้งความออนไลน์/ตำรวจ ยืนยันดีอีเอส พร้อมประสานทุกภาคส่วนเร่งปิดบัญชีปลอม และติดตามผู้กระทำผิดเข้ามาดำเนินคดี               นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ที่ผ่านมายังพบแนวโน้มปัญหามิจฉาชีพแอบอ้างนำชื่อและรูปภาพคนอื่น ไปสร้างบัญชีโซเชียลปลอมทั้ง เฟซบุ๊ก เพจปลอมไลน์ปลอม และ IG  เพื่อนำไปหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง เสียชื่อเสียง โดยเฉพาะยิ่งถ้าผู้ที่ถูกแอบอ้างชื่อและโปรไฟล์เป็นดารา หรือคนมีชื่อเสียง ความเสียหายก็จะยิ่งขยายวงกว้าง เนื่องจากมักมีแฟนคลับหรือผู้ติดตามจำนวนมาก โอกาสที่จะมีเหยี่อหลงเชื่อก็ยิ่งเพิ่มจำนวนเช่นกันขณะที่เจ้าตัวก็เสี่ยงต่อการสูญเสียชื่อเสียง               สำหรับรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยจากบัญชีโซเชียลสวมรอยเหล่านี้ ได้แก่ หลอกยืมเงิน หลอกขายของหลอกลงทุน หลอกร่วมทุน โดยเหยื่อที่หลงเชื่อจะสูญเงินโดยไม่ได้รับสินค้าหรือผลตอบแทนใดๆ นอกจากนี้ ยังมีการหลอกลวงที่เป็น Romance Scam หรือหลอกให้หลงรักและสูบเงินเหยื่อผ่านทางออนไลน์ ขณะที่ บางกรณีจะเป็นการแอบอ้างตัวตนคนดัง สร้างเฟซบุ๊กปลอมเพื่อใช้เป็นพื้นที่โพสต์เนื้อหา หรือแสดงความคิดเห็นเพื่อหมิ่นประมาทผู้อื่นเป็นต้น              นางสาว นพวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายซึ่งถูกแอบอ้างชื่อไปสร้างบัญชีโซเชียลปลอม เข้าถึงช่องทางความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งยุติการขยายวงของความเสียหาย เร่งประสานงานเพื่อปิดบัญชีปลอม และติดตามมิจฉาชีพมาดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ขอให้ผู้ที่ถูกแอบอ้างตั้งสติ และดำเนินการผ่าน 3 ช่องทางดังต่อไปนี้ประกอบกัน เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการประสานการปิดบัญชีโซเชียลที่แอบอ้าง ได้แก่ 1.แจ้งรายงานไปที่แพลตฟอร์มโซเชียล โดยการ report ไปยังเว็บไซต์ผู้ให้บริการ Social Network ที่ถูกแอบอ้าง ซึ่งทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และIG มีเมนูให้รายงานบัญชีปลอมโดยตรงอยู่แล้ว จากนั้นรอขั้นตอนการตรวจสอบของทางแพลตฟอร์ม 2.ช่องทางของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่สายด่วน โทร.1212 OCC ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในสังกัดดีอีเอส  + ช่องทางอื่นๆ ภายใต้การดูแลของกระทรวงฯ และ 3.แจ้งตำรวจ ทั้งการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่ หรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) โดยให้รวบรวมหลักฐานไว้ เช่น capture จับภาพหน้าจอสนทนา หรือหน้ารูป Proflie ที่ถูกปลอมขึ้นมา             รวมทั้งสามารถแจ้งความออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยต้องลงทะเบียนจะต้องกรอกข้อมูลบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนด้วย ก่อนกรอกข้อมูลอื่นๆ ตามขั้นตอน ที่สำคัญคื่อข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับคดี ทั้งข้อมูลส่วนตัวของผู้แจ้งและข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาเท่าที่ทราบได้แก่ ชื่อ นามแฝง เลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัญชีธนาคารที่ใช้ในการทำธุรกรรม ช่องทางติดต่ออื่นๆ เช่น Line, Facebook, Instagram, Twitter เป็นต้น รวมถึงรูปแบบคำโฆษณาของมิจฉาชีพ เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลคดีอื่นๆ ที่เคยแจ้งมาก่อน และจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบหาคนร้ายที่ทำในรูปแบบขบวนการ              ที่ผ่านมากระทรวงดิจิทัลฯ มีการเร่งประสานกับแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างเช่น เฟซบุ๊ก เพื่อทำการปิดเฟซปลอม/ปิดกั้นเพจปลอม ภายหลังได้รับการแจ้งจากประชาชน ตลอดจนประสานการทำงานกับทางตำรวจ ในการช่วยรวบรวมและส่งมอบหลักฐานต่าง ที่เกิดขึ้นบนช่องทางโซเชียล/ออนไลน์ เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว   ___________


           นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ รับข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ซึ่งมีความห่วงใยต่อเด็กและเยาวชน กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าในขณะนี้มีการจำหน่ายสื่อลามกอนาจารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย               โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์มาโดยตลอด และได้ดำเนินมาตรการในการป้องกันด้วยการสร้างการตระหนักรู้ในการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ชี้ให้เห็นถึงอันตรายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเมื่อเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและวิธีการในการรับมือแต่ละสถานการณ์               รวมทั้งจัดให้มีหน่วยงานรับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาเมื่อประชาชนพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ ควบคู่ไปกับเข้มงวดในการปราบปรามด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ภายใต้หลักสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงสื่อบนโลกออนไลน์               ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อตรวจพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอันลามกอนาจาร กระทรวงดิจิทัลฯ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฯ เพื่อให้มีคำสั่งระงับการเผยแพร่ หรือ ลบข้อมูลออกจากระบบฯ ได้ และผู้นำเข้าหรือส่งต่อยังต้องได้รับโทษตามกฎหมายด้วย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ              “ทุกคนสามารถร่วมกันดูแลสังคมได้ เมื่อพบเนื้อหาที่เห็นว่าไม่เหมาะสม โดยเฉพาะสื่อลามก อนาจาร ยาเสพติด หรือ เนื้อหาที่มีความรุนแรง สามารถแจ้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการจัดเตรียมไว้ได้ทันที เพื่อที่ผู้ให้บริการจะได้ลบเนื้อหานั้นออกจากระบบได้ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเนื้อหาเหล่านี้จะผิดต่อมาตรฐานการให้บริการของแพลตฟอร์มอยู่แล้ว” นางสาวนพวรรณ กล่าว               สำหรับประชาชนเมื่อพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1212 หรือ เฟซบุ๊กเพจ อาสา จับตา ออนไลน์  หรือ m.me/DESmonitor ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   **************************          





             เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565  ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  และ อจ. ไพบูลย์  อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษา เลขาธิการฯ บรรยายพิเศษ " PDPA และ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ" เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ (PDPA) รวมทั้งแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎหมาย และผลกระทบที่มีต่อ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ                มีเนื้อหา ประกอบด้วย  หลักการของ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลฯ ขอบเขตการบังคับใช้ ผลกระทบต่อ สำนักงานฯตลอดจน แนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมายและกรณีศึกษา นอกจากนี้ได้มีการ แลกเปลี่ยนความเห็นและตอบคำถามที่เกี่ยวข้อง   ****************************      

            เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมวาระการประชุมพิเศษระดับรัฐมนตรี ภายใต้การประชุม APT Policy and Regulatory Forum ครั้งที่ 22 (PRF-22) ขององค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนระดับรัฐมนตรีได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์ และการดำเนินการเพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล โดยมีผู้แทนระดับรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิก APT ที่เข้าร่วม ได้แก่ H.E. Hiroshi Yoshida ประเทศญี่ปุ่น H.E. Lu Mon สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา H.E. Enkh-Amgalan Luvsantseren ประเทศมองโกเลีย H.E. Zahidi Zainul Abidin ประเทศมาเลเซีย และ H.E. Nguyen Huy Dung ประเทศเวียดนาม                 ในปีนี้ วาระการประชุมพิเศษระดับรัฐมนตรีจัดขึ้น ณ กรุงเทพฯ ในรูปแบบผสม (hybrid) ภายใต้หัวข้อ "Digital Transformation and Innovation Strategies for Sustainable Digital Society" โดย ผช.รมว. ดศ. ได้กล่าวถึงนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งประเทศไทยได้มีการดำเนินการผ่านโครงการต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล และการสร้างสังคมดิจิทัลที่ยั่งยืน ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านโครงการเน็ตประชารัฐ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี 5G โดยร่วมมือกับหน่วยงานด้านโทรคมนาคม ในการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ในหลายมิติ เช่น การศึกษา เกษตรกรรม และสาธารณสุข การพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC)  การจัดทำ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ โครงการ Thailand Digital Valley เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล สำหรับธุรกิจ startups ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับประเทศสมาชิก APT ในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืนของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โอกาสนี้ ผช.รมว.ดศ.ได้หารือทวิภาคีกับนายมาซาโนริ คอนโดะ เลขาธิการองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือระหว่างกระทรวงฯ และ APT ในการพัฒนาด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิทัล ของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก                 ด้าน ดร. ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมการประชุม APT Policy and Regulatory Forum ครั้งที่ 22 (PRF-22) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 กรกฎาคม 2565 ในรูปแบบผสม (hybrid meeting) ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ โดยที่การประชุม PRF เป็นการประชุมประจำปีซึ่งจัดขึ้นโดยองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) มีวัตถุประสงค์ในการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานกำหนดนโยบายด้าน ICT และโทรคมนาคม หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ประกอบการ ได้ร่วมอภิปราย และแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการกำหนดนโยบายและการกำกับดูแลด้าน ICT และโทรคมนาคม สำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก  โดยการประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากประเทศสมาชิก APT และสมาชิกเครือข่าย เดินทางมาเข้าร่วมการประชุม ณ กรุงเทพฯ จำนวน 36 คน   **************************    

               ดีอีเอส สรุป 3 รูปแบบกลโกงออนไลน์ยอดนิยม จับตาปัญหาซื้อขายออนไลน์ผ่าน TikTok แนวโน้มขยับขึ้นตามกระแสนิยมโฆษณาบน TikTok ล่าสุดเปิดรับแจ้งเบาะแสแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ SMS หลอกลวงผ่าน 1212 OCC                  พันตำรวจเอก ดร.อัครพล บุณโยปัยฎัมภ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการป้องกันและจัดการปัญหา และข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางออนไลน์ ครั้งที่ 4/2565 วันนี้ (19 ก.ค.65) ได้มีการรายงานสรุปสถานการณ์รูปแบบกลโกงทางออนไลน์ในปัจจุบันเกี่ยวกับการซื้อขายทางออนไลน์ พบหลักๆ 3 รูปแบบ                   ได้แก่ 1.สร้างเพจปลอมที่เหมือนกับหน้าเพจร้านค้าจริง  2.การหลอกลวงผ่านช่องทาง TikTok ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามการเติบโตอย่างรวดเร็วของแพลตฟอร์มนี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การโฆษณาขายสินค้าผ่าน TikTok ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และ 3.ไลน์ปลอมระบาด  ซึ่งมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ หลอกยืมเงิน หลอกขายของ หลอกลงทุน เป็นต้น                   ขณะที่ ในช่วงครึ่งแรกของปี 65 ทางศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ หรือสายด่วน 1212 OCC ได้รับการแจ้งเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 31,809 เรื่อง โดยอันดับหนึ่ง เป็นปัญหาซื้อขายทางออนไลน์ 22,840 เรื่อง แบ่งตามประเภทปัญหา ดังนี้  ไม่ได้รับสินค้า (หลอกลวง) 51.1% / ได้รับสินค้าไม่ตรงปก 33.7% และปรึกษาด้านการซื้อขายออนไลน์ 10.9% โดยมีสถิติการไกล่เกลี่ยสำเร็จไปแล้ว 6,325 เรื่อง                  พันตำรวจเอก ดร.อัครพล กล่าวว่า ด้านการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ในความร่วมมือด้านปัญหาซื้อขายออนไลน์ ระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการส่งต่อเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงาน 3 อันดับแรก ดังนี้ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) 54% สำนักงานคณะกรรมการคุ้มรองผู้บริโภค (สคบ.) 19% และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ให้คำปรึกษา แนะนำข้อมูลเบื้องต้น 23%                  นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.65 ได้มีการเปิดบริการให้แจ้ง SMS หลอกลวง และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผ่าน 1212 OCC  ล่าสุดมีแจ้งเข้ามา 127 เรื่อง พบหัวข้อยอดนิยมที่มิจฉาชีพแอบอ้าง ได้แก่ พัสดุค้างอยู่ในด่านศุลกากร พัวพันในคดี เช่น ฟอกเงิน ค่าปรับจราจร แอบอ้างโทรจากหน่วยงานรัฐ ข่มขู่จะระงับสัญญาณโทรศัพท์ และเช็คเงินคืนภาษี หลอกต้องไปทาธุรกรรมที่หน้าตู้เพื่อยืนยันตัวตน                  ล่าสุด ดีอีเอส อยู่ระหว่างหารือกับ กสทช. ถึงแนวทางการให้บริการเสียงแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในการนำเพลงรอสายเเจ้งเตือนประชาชนที่ได้จัดทำขึ้นมาบูรณาการร่วมกันเพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ พร้อมทั้งเป็นการแจ้งเตือนประชาชนในวงกว้าง ให้ตระหนักก่อนทำธุรกรรมทางออนไลน์ รวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ เพื่อป้องกันประชาชนไม่ให้หลงเชื่อมิจฉาชีพ และถูกหลอกลวงให้โอนเงิน หรือถูกหลอกให้ทำธุรกรรมทางออนไลน์ต่างๆในอนาคต   **************************


         เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 พ.ต.อ.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษสถานการณ์ข่าวปลอมของประเทศไทย ภายใต้โครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการการต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง ผ่านระบบ Video Conference  จัดโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตปค.ตร.) โดยมีหัวข้อบรรยายที่น่าสนใจ ได้แก่ ประชากรไทยกับการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล             การจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของประเทศไทย หลักเกณฑ์ในการพิจารณาข่าวปลอม วิธีการรับมือกับข่าวปลอมในฐานะประชาชนและในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจ การวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ข่าวปลอม และข้อพึงระวังในการทำงานด้านข่าวปลอม เป็นต้น                      ทั้งนี้เพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าอบรม ซึ่งมีภารกิจหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความสงบภายในประเทศ รวมทั้งงานการข่าวถือเป็นงานด้านหนึ่งที่มีความสำคัญ จะต้องมีการบูรณาการในแนวความคิดและการปฏิบัติให้ได้ผลย่างเป็นรูปธรรม การจัดอบรมดังกล่าวได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2565  ณ  ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โรงแรม Sea Sand sun Cha Am Resort ) อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี   _____________

          นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) ได้รับแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดระเบียบสายสื่อสาร และสายไฟ ในพื้นที่ชุมชนวังสิงห์คำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการอย่างเร่งด่วนเรียบร้อยแล้ว เพิ่มความสวยงามของทัศนียภาพ  และความปลอดภัย              เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผมได้ลงพื้นที่ชุมชมวังสิงห์คำ และได้รับเรื่องร้องเรียนสายสัญญาณสื่อสารที่รกรุงรังโดยไม่ได้รับการแก้ไข และเกิดเหตุไฟฟ้าช็อตจนเกิดไฟลุกไหม้หลายครั้ง  ซึ่งล่าสุด มีรายงานว่า ทั้งสายสื่อสารจากที่ห้อยรกรุงรัง ก็มีการเก็บเรียบร้อยเเละฝาท่อที่เปิดทิ้งไว้จากการดำเนินการเรื่องสายสื่อสาร ก็ถูกโบกปูนปิดอย่างดี" นายชัยวุฒิกล่าว               ทั้งนี้ ต้องขอบคุณการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จังหวัดเชียงใหม่ กสทช. ตำรวจ เทศบาล และโอเปอเรเตอร์ทุกค่าย นายสุรีย์ ฉอสันเทียะเจ้าของร้านตะวันสูท ประชาชนในพื้นที่ กล่าวว่า  ตั้งแต่ที่ รมว.ชัยวุฒิ ลงพื้นที่มาดูปัญหาด้วยตัวเอง โดยขณะนี้ที่บริเวณหน้าร้านตะวันสูทเหลือสายไฟเพียงไม่กี่เส้นที่พาดผ่าน สามารถเห็นป้ายชัดเจนสวยงามอีกครั้ง ตัวเองและชาวบ้านต้องขอบคุณทุกหน่วยงานด้วยที่มาช่วยกันดำเนินการ เเละขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่ง ชาวบ้านดีใจมากๆ   ________________

       เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565  ดร. ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ร่วมการประชุม APT Policy and Regulatory Forum หรือ PRF เป็นการประชุมประจำปีที่มีวัตถุประสงค์ในการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานกำหนดนโยบายด้าน ICT และโทรคมนาคม หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ประกอบการ ได้ร่วมอภิปราย และแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการกำหนดนโยบายและการกำกับดูแล ICT และโทรคมนาคม สำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก              โดยที่การประชุม PRF ครั้งล่าสุด (PRF-22) จัดขึ้นเมื่อ 19 – 21 กรกฎาคม ๒๕๖๕ ในรูปแบบผสม (hybrid meeting) ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ โดยมี นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้แทน รมว.ดศ. เข้าร่วมการประชุมพิเศษระดับรัฐมนตรีและร่วมกล่าวถ้อยแถลงภายใต้หัวข้อ “Digital Transformation and Innovation Strategies for Sustainable Digital Society” และมีผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ อาทิ สป.ดศ. (ยศ. กส. และ ตป.) สดช. สศด. สพธอ. สกมช. สำนักงาน กสทช. และ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมฯ               สำหรับวัตถุประสงค์ของการประชุม PRF-22  เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์เกี่ยวกับ5G  ,การจัดการกับความท้าทายของหน่วยงานกำกับดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอุบัติใหม่, การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ นโยบาย และกลยุทธ์ สำหรับโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านโทรคมนาคมและ ICT ที่ยั่งยืนเชื่อถือได้ และมีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับการใช้งานในกรณีเกิดภัยพิบัติ เป็นต้น  ด้านประธานและรองประธาน PRF  โดยผู้ดำรงตำแหน่งประธาน PRF คือ Mr. Ilyas Ahmed, Maldives สาธารณรัฐมัลดีฟส์ และผู้ดำรงตำแหน่งรองประธาน PRF คือ Mr. Brian Winji สาธารณรัฐวานูอาตู และ นางสาวทศวรรณ เสมอวงษ์ ผอ.กลุ่มงานองค์การระหว่างประเทศ กองการต่างประเทศ   _________________    


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.