Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

              เมื่อวันที่ 27 ก.ค.65 นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ประธานกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ค.ต.ป.ดศ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 7/2565 ณ ห้องประชุม 803 และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานโครงการที่สำคัญของกระทรวงดิจิทัลฯ และพิจารณารายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลสนับสนุนการตรวจสอบ ของ อ.ค.ต.ป. “ประเด็นการตรวจสอบหลักตามห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ประเด็นที่ 1 การส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง และประเด็นที่ 2 การเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งพิจารณาแผนการลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลโครงการฯ ตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปี 2565 ด้วย   *****************************





           เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม      นางสมศรี หอกันยา  รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 ณ บริเวณท้องสนามหลวง                 จากนั้น นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  เข้าร่วมในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง                ด้าน ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวง เข้าร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2565  พร้อมทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ณห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมหาราชวัง   _______________

          เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส)  เข้าร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 และเข้าร่วมในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง    _______________  

          เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม หลังจากนั้นเข้าร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง   __________________  

          เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง   _______________

            เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2565 พ.ต.อ.ดร. อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นผู้แทนกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีอัญเชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มทูลเกล้าฯ และถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2565 ณ บริเวณหน้าประตูภูธรลีลาศ พระลานพระราชวังดุสิต   _______________

       ดีอีเอส เปิดผลมอนิเตอร์สถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์ พบเฟคนิวส์หมวดข่าวสุขภาพเล่นประเด็นโรคภัยใกล้ตัวทั้งโควิด-มะเร็งหลอกให้คนตื่นตระหนก            นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมระหว่างวันที่ 22-28 ก.ค. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ภาพรวมมีข้อความเข้ามา 11,867,709 ข้อความ คัดกรองพบข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 339 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 186 เรื่อง โดยเป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 22 เรื่อง อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าแม้จะจำนวนไม่มาก แต่เรียกความสนใจอย่างมากได้จากผู้รับข่าวสารผ่านโซเชียล จนติดอันดับข่าวที่มีคนสนใจสูงสุดประจำสัปดาห์            โดยรอบสัปดาห์ล่าสุด มีข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจสูงสุด 10 อันดับแรก ดังนี้ อันดับ 1 อวัยวะเพศชายสั้นลงหลังหายจากการติดเชื้อโควิด 19 อันดับ 2 รัฐบาลให้สิทธิพิเศษศาสนาอิสลามมากกว่าศาสนาพุทธ อันดับ 3 กรุงไทยส่ง SMS ให้ประชาชน สามารถยื่นกู้ได้ จำนวน 188,000 บาท ผ่านลิงก์ อันดับ 4 อาการโคลงเคลงเสียการทรงตัว มีเสียงในหู น้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นอาการของการขาดวิตามินบี อันดับ 5 ตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนแล้วไม่ดื่มน้ำทดแทน ทำให้เกิดภาวะการอุดตันของหัวใจ และสมอง             อันดับ 6 สูตรน้ำชีวจิตหรือน้ำอาร์ซี ช่วยต้านและรักษามะเร็งได้ อันดับ 7 เรื่อง เพจ Facebook และ Line เชิญชวนเปิดพอร์ตลงทุน โดยมีเอกสารสำนักงาน ก.ล.ต. รองรับ อันดับ 8 ใช้กระดาษทิชชูซับน้ำมันจากของทอด เป็นอันตรายต่อร่างกายและเป็นสารก่อมะเร็ง อันดับ 9 มังคุดนึ่งรักษาโรคมะเร็ง และอันดับ 10 กรมอุตุฯ ประกาศ พายุฤดูร้อนถล่มหนักสุดใน 5 ปี            “ประชาชนต้องรู้ทันผู้ไม่หวังดีที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนผ่านโซเชียล โดยเลือกหัวข้อที่ใกล้ตัวและอยู่ในความสนใจของคนส่วนใหญ่ เพื่อดึงดูดความสนใจ ดังนั้นเมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ขอให้ตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   ________________

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวการแจ้งเตือนพ่อค้าแม่ค้าระวังภัยออนไลน์จากลูกค้าใช้สลิปบัญชีธนาคารปลอมแจ้งว่าชำระเงินแล้ว หลอกให้ส่งของโดยไม่ได้โอนเงินจริง และพบมีคนทำโปรแกรมสร้างสลิปปลอมมาขาย โดยสามารถกรอกชื่อผู้รับ ผู้โอนเป็นใครก็ได้ ตัวเลขเท่าใด โอนวันไหน เวลาไหน แล้ว สร้างภาพสลิปออกมา จึงขอแจ้งเตือนให้พ่อค้า แม่ค้า ระมัดระวัง ควรสังเกตสลิปก่อนที่จะส่งของให้ลูกค้า ตรวจสอบยอดเงินโอนในมือถือก่อนว่ามียอดเงินเข้ามาแล้วจริงๆ ก่อนส่งมอบสินค้า  ทั้งนี้โดยทั่วไป การทำธุรกรรมโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ในแต่ละครั้งธนาคารจะมีการบันทึกสลิปการทำธุรกรรมที่มีระบุรายละเอียดในการโอนเงิน คือ  ชื่อผู้รับ/ผู้ส่ง ,วัน เดือน ปี เวลา ที่ทำรายการ ,จำนวนเงิน ,QR Code เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ ในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาดหรือมีปัญหาในการทำธุรกรรม               “ในกรณีสลิปปลอมมิจฉาชีพอาจจะใช้ช่องโหว่ของภาพสลิปมาดัดแปลง ทำซ้ำ เพื่อให้พ่อค้า แม่ค้า ที่ไม่ได้ทันสังเกต เห็นภาพสลิปโอนเงินปลอม ที่มิจฉาชีพแสดงหรือส่งไลน์ไปเป็นหลักฐานให้กับร้านค้าต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมปลอมสลิป เพราะสามารถใช้แอป แต่งรูปภาพบนสมาร์ทโฟนทำได้เลย” สำหรับวิธีการตรวจสอบสลิปปลอม มีดังนี้ 1. สังเกตภาพของสลิปโอนเงินว่าตัวหนังสือ และตัวเลขต่างๆ มีความสม่ำเสมอ อักษรเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ สลิปปลอมส่วนใหญ่ ตัวหนังสือบนสลิป เช่น เวลา วันที่ จำนวนเงิน ชื่อบัญชีผู้รับโอน ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าตัวหนังสือบนสลิปจะมีความหนา-บางไม่เท่ากัน หรืออาจจะเป็นตัวหนังสือคนละประเภทกัน และตรวจสอบยอดเงิน ชื่อบัญชีของผู้รับโอนด้วย ว่าเป็นบัญชีของเราหรือไม่ ยอดเงินถูกต้องหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายลักษณะนี้ โอกาสเป็นสลิปปลอมสูงมาก              2. สแกน QR Code บนสลิปโอนเงินที่ต้องการตรวจสอบ ทั้งนี้สลิปโอนเงินจากแอปพลิเคชันของธนาคารต่าง ๆจะมี QR Code ให้เราสามารถตรวจสอบสลิปปลอมได้ ทำได้โดยเข้าไปที่แอปของธนาคารที่เรารับโอน จากนั้นกด“สแกน QR Code” ใช้กล้องโทรศัพท์สแกน QR Code บนสลิปโอนเงินของลูกค้า หรือถ้ามีรูปสลิปโอนเงินอยู่ในโทรศัพท์อยู่แล้ว สามารถเลือกรูปสลิปที่อยู่ในอัลบั้มภาพที่เรา save มาตรวจสอบได้เลย ระบบก็จะตรวจสอบให้เราได้เห็นว่ายอดเงินที่โอนเข้ามาตรงกับสลิปหรือไม่ หากยอดเงินไม่ตรง หรือว่าไม่สามารถตรวจสอบได้ เป็นไปได้ว่าลูกค้าอาจส่งสลิปปลอมให้แทน               3.ใช้บริการแจ้งเตือนของธนาคาร ซึ่งวิธีนี้อาจไม่ใช่วิธีการตรวจสลิปปลอมได้โดยตรงก็ตาม แต่การใช้ประโยชน์จากบริการแจ้งเตือนของธนาคาร ทำให้เราสามารถ รับการแจ้งเตือน ยอดเงินเข้า - ออกจากบัญชีของธนาคาร เพื่อตรวจสอบยอดโอนของลูกค้าว่าโอนเงินเข้ามาจริงหรือเปล่า ตรงตามยอดที่ตกลงกันไว้หรือไม่ โดยเปรียบเทียบกับสลิปโอนเงินที่ลูกค้าส่งมา 4. ใช้ระบบจัดการร้านค้าที่มีฟังก์ชันตรวจสอบสลิปการโอนเงินอัตโนมัติกรณีที่ร้านค้าออนไลน์มียอดการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก และมีการโอนเงินเข้าหลายรายการ สามารถเลือกใช้ระบบจัดการร้านค้าที่มีระบบตรวจสอบสลิป และยอดเงินเข้าอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ร้านค้าประหยัดเวลา และลดขั้นตอนการตรวจสอบ สลิปปลอม              “หากส่งสินค้าไปแล้ว พบว่าเป็นสลิปปลอม หากเกิดเหตุแล้วให้รีบแจ้งความออนไลน์  www.thaipoliceonline.com เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทขนส่งต่างๆเพื่ออายัดการส่งของให้เร็วที่สุดก่อนเพื่อบรรเทาความเสียหาย หากปล่อยเป็นระยะเวลานานจะทำให้ไม่สามารถติดตามเอาสินค้าคืนได้ สงสัยสอบถามข้อมูลและแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนของกระทรวงดิจิทัลฯ 1212 (24 ชม.), บช.สอท. โทร.1441 “นางสาวนพวรรณ กล่าว    ________________

         นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  กล่าวภายหลังที่พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส  ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งปราบปรามและปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ ที่กำลังแพร่ระบาด เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนและประชาชนในสังคม ว่า ได้รับทราบข้อสั่งการและข้อห่วงใยของรองนายกรัฐมนตรีแล้ว  หลังจากจากนี้จะมีการยกระดับการดำเนินงานร่วมกับหน่วยต่างๆให้มายิ่งขึ้น จากเดิมที่ผ่านมากระทรวงดีอีเอส ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการรวบรวมพยานหลักฐาน เว็บไซต์พนันออนไลน์ ต่างๆ มีการปิดกั้น และดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  โดยปีที่ผ่านมาได้ปิดกั้นไปได้มากถึงเกือบ 2000 URL. และในปีนี้จะเร่งปิดกั้นให้ได้มากกว่าเดิม เบื้องต้นได้มอบนโยบายให้มีการเจาะลึกข้อมูลว่าเว็บพนันออนไลน์อันไหนที่กำลังมีคนให้ความสนใจเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ให้เร่งปิดกั้นโดยเร็วที่สุดเป็นลำดับแรก  เพราะหากปล่อยไว้จะสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนได้มาก               นอกจากนี้ กระทรวงดีอีเอส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ทางตำรวจไซเบอร์ของไทย นำโดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) ได้เข้าไปสืบสวนสอบสวน ร่วมกับทางการกัมพูชา และจับกุมคนร้ายที่ประเทศกัมพูชาได้จำนวนมาก พร้อมกับมีการส่งตัวคนไทยที่เกี่ยวข้องร่วม 94 คน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยด้วย  “ต้องขอบคุณรัฐบาลกัมพูชา ที่ได้มีความร่วมมือกับรัฐบาลไทย ในการประสานข้อมูลทำงานร่วมกันในการทลายแก๊งคอลเซนเตอร์อย่างต่อเนื่อง  เชื่อว่าหลังจากนี้แก๊งคอลเซนเตอร์จะลดลงอย่างแน่นอน” นายชัยวุฒิ กล่าว               นายชัยวุฒิ ยังเตือนไปยังคนไทยทุกคนที่พยายามลักลอบข้ามไปทำงานกับแก๊งคอลเซนเตอร์ที่กัมพูชา ว่าขอให้กลับใจ เพราะตอนนี้ไทยและกัมพูชามีความร่วมมือกันปราบปราม หากยังฝ่าฝืนที่จะไปทำงานลักษณะนี้ก็จะถูกจับกุมดำเนินคดี และต้องกลับมารับโทษที่ประเทศไทย เช่นเดียวกับคนไทยที่ยังรับจ้างเปิดบัญชีม้า ที่ไม่มีทางหนีรอดแน่นอน  พร้อมเตือนไปยังพี่น้องประชาชน  กรณีแก๊งคอลเซนเตอร์ยังคงอ้างไปรษณีย์ไทยและบริษัทส่งสินค้าต่างๆเพื่อหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินต่างๆ  ย้ำว่าไปรษณีย์ ไม่มีการโทรหาประชาชน หากมีการติดต่อจริงก็จะติดต่อโดยเอกสาร ดังนั้นอย่าไปหลงเชื่อเด็ดขาด   _______________  

        เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวง เข้าร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 (ช่อง 7 HD)   _______________


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.