Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

            เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2565 พ.ต.อ.ดร. อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและคณะลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2565 รอบครึ่งปีหลัง ณ จังหวัดสมุทรสาคร โดยได้เข้าพบหารือข้อราชการกับ นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมทั้งประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และรับฟังสรุปผลการดำเนินงานสำคัญ รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานต่างๆ อาทิ โครงการยกระดับศูนย์การเรียน ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน โครงการเน็ตประชารัฐ/เครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) การนำสายสื่อสารลงดิน โครงการ Smart City การขับเคลื่อนงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับจังหวัด เป็นต้น พร้อมให้ข้อแนะนำ/แนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง โดยขอให้ยึดประชาชนเป็นสำคัญในการดำเนินงานต่างๆ มีวิสัยทัศน์เชิงนวัตกรรม เน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันประสานความร่วมมือของทุกหน่วยงานและเอื้ออำนวยภารกิจซึ่งกันและกัน จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์บริการลูกค้าเอ็นที (GECC) สาขาสมุทรสาคร และศูนย์ดิจิทัลชุมชนโรงเรียนวัดยกกระบัตร ตำบลกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว ซึ่งศูนย์ฯ ดังกล่าวมีการบริหารจัดการเพื่อให้บริการประชาชนในชุมชนรวมทั้งนักเรียนในโรงเรียนได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการฯ   _______________  

          เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในงาน MOU Signing Ceremony ระหว่าง สกมช. กับ Huawei ณ Siam Kempinski Hotel Bangkok โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทักษะด้านความปลอดภัยทางไขเบอร์ให้แก่บุคลากรด้านไอทีของไทย ผ่านการผลักดันแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ e-lab ของหัวเว่ย ในการนี้รัฐมนตรีดีอีเอส กล่าวย้ำถึงความร่วมมือกับหัวเว่ยในครั้งนี้ว่า "ประเด็นเรื่องข้อมูลรั่วไหลและการโจมตีทางไซเบอร์มีจำนวนครั้งที่เกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ และมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านองค์ความรู้และทักษะทางดิจิทัลเริ่มส่งผลกระทบกับองค์กรต่าง ๆ อย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม นั่นเป็นสาเหตุที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ร่วมจับมือกับผู้นำด้านนวัตกรรมด้านดิจิทัลอย่างหัวเว่ยในการรับมือกับปัญหานี้ ด้วยการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงแบ่งปันกรณีตัวอย่างจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัลในภาพรวมและนำเสนอทรัพยากรด้านการเรียนรู้ที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนประยุกต์ใช้ข้อปฏิบัติสำคัญในต้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยมีเป้าหมายคือการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านทักษะที่แข็งแกร่งสำหรับประเทศไทย เพื่อช่วยผลักดันประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลแห่งอนาคตที่มีความปลอดภัย"   __________________  

ประกาศการขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคล เข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ และนิติกรปฏิบัติการ (รายละเอียดตามไฟล์เอกสารที่แนบ)

               เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 พ.ต.อ.ดร. อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบครึ่งปีหลัง ณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้เข้าพบหารือข้อราชการกับ นายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และรับฟังสรุปผลการดำเนินงานสำคัญ รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานต่างๆ อาทิ โครงการยกระดับศูนย์การเรียน ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน โครงการเน็ตประชารัฐ/เครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) โครงการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ (GD Catalog) โครงการ Smart City การขับเคลื่อนงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับจังหวัด เป็นต้น                 พร้อมให้ข้อแนะนำ/แนวทางการดำเนินงานโดยขอให้หน่วยงานในสังกัดเน้นการทำงานใน 2 มิติ คือ การดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวง และการสนับสนุนภารกิจของจังหวัด โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญในการดำเนินงานต่างๆ และขอให้ทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ประสานความร่วมมือของทุกหน่วยงานรวมทั้งเอื้ออำนวยภารกิจซึ่งกันและกัน จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลหนองสาหร่าย ณ ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนบ้านหนองขุย อำเภอพนมทวน ซึ่งศูนย์ฯ นี้มีการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม มีการบริหารจัดการโดยผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งสนับสนุนส่งเสริมการให้ความรู้และการใช้ประโยชน์ข้อมูลด้านเทคโนโลยีดิจิทัล                  ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการฯ ได้ขอให้สถิติจังหวัดประสานผู้ดูแลศูนย์ฯ อื่นในจังหวัดศึกษาดูงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลหนองสาหร่ายเป็นต้นแบบ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชนในการขับเคลื่อนศูนย์ฯ สร้างการเรียนรู้ให้กับเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรยุคดิจิทัล ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรทำนาหนองสาหร่าย โดย บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ สนับสนุนเทคโนโลยีระบบ CAT Digital Farm ได้นำนวัตกรรมระบบ Digital Farm ครบวงจร ช่วยในการบริหารจัดการ อาทิ ระบบ IoT Smart Farm ลดต้นทุนการผลิตโดยแปลงเกษตรอัจฉริยะใช้เซ็นเซอร์ควบคุมน้ำและความชื้นช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน ซึ่งสามารถช่วยในการยกระดับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้าให้กับวิสาหกิจชุมชนฯ หนองสาหร่าย ทั้งในด้านกระบวนการผลิต การจัดการ การตลาดและกิจกรรมต่างๆ                 นอกจากนั้นคณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ติดตามการใช้ประโยชน์อินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน ณ กศน.ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอท่าม่วง ซึ่งมีการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน รวมถึงชาวบ้านได้ใช้อินเทอร์เน็ตในด้านต่างๆ ทั้งเพื่อการเรียน การประกอบอาชีพ ตลอดจนการจัดประชุมชาวบ้านของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ โดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (จุดบริการฟรีไวไฟ) ซึ่งผู้ตรวจราชการฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้คนในชุมชนใช้ประโยชน์ในการเป็นช่องทางการขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ และสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น อาทิ การเพิ่มช่องทางขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ หรือนำสินค้าเผยแพร่ขายผ่าน www.thailandpostmart.com ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นต้น   **************************

                 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565  นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Sabin SARMAS ตำแหน่ง Chair-designate of the 2022  ITU Plenipotentiary Conference in Bucharest และ President of Information Technology and Communications Committee of Chamber of Deputies รัฐสภาโรมาเนีย และ H.E. Mr. Bogdan BADEA เอกอัครราชทูตโรมาเนียประจำประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนายสุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเข้าร่วม ณ ห้องรับรองแขกต่างประเทศ ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม                    ในการนี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีที่รัฐบาลโรมาเนียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็ม ปี ค.ศ. 2022 ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ  (ITU Plenipotentiary Conference 2022 (PP - 22) ณ กรุงบูคาเรสต์ สาธารณรัฐโรมาเนีย ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 14 ตุลาคม ๒๕๖๕ โดยจะมีคณะผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมฯ ในส่วนของผู้แทนกระทรวงฯ คือ ดร. ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ                    ทั้งนี้ สองฝ่ายยังได้หารือในประเด็นความร่วมมือด้านดิจิทัล อาทิ การปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) การบริการด้านดิจัล (Digital Services)  การยืนยันตัวตนในรูปแบบดิจิทัล (Digital ID) การแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Exchange) การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) และการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าไทยและโรมาเนียจะสามารถร่วมกันพัฒนาความร่วมมือในประเด็นต่าง ๆ ร่วมกันต่อไปได้ในอนาคต   *********************  

                 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การต้อนรับ H.E. Erica J. Barks – Ruggles ผู้แทนสหรัฐอเมริกาสำหรับการประชุมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ประจำปี 2565และคณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งทวีปอเมริกา (CITEL) ณ ห้องรับรองแขกต่างประเทศ ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม                ในโอกาสนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้นำเรียนฝ่ายสหรัฐฯ ว่า ประเทศไทยได้ลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งสมาชิกสภาบริหาร (Council Member) วาระปี ค.ศ. 2023 – 2026 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งระหว่างการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็ม ปี ค.ศ. 2022 ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน -14 ตุลาคม ๒๕๖๕ ณ กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย นอกจากนี้ ไทยยังประสงค์มีความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาระบบคลาวด์ การพัฒนา 5G การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล ดาวเทียมวงโคจรต่ำ และการป้องกันอาชญากรรมทางดิจิทัล                ในขณะเดียวกัน H.E. Erica J. Barks – Ruggles ได้แนะนำผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งของสหรัฐฯ ในตำแหน่งเลขาธิการ ITU และนโยบายสำคัญเพื่อพัฒนา ITU และได้เห็นพ้องที่จะร่วมผลักดันความร่วมมือกันไทยในประเด็นต่าง ๆ ตามที่ได้รับฟัง รวมถึงประเด็นเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคทางออนไลน์ การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล การกำกับดูแลด้านดิจิทัล และการใช้คลื่นความถี่ 6GHz                 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพิจารณาสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้กรอบ ITU รวมถึงร่วมพัฒนาความร่วมมือสาขาต่าง ๆ ตามที่ได้หารือข้างต้นร่วมกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป   *****************************

              ดีอีเอส เปิดตัวเลขเหยื่อไซเบอร์ ใช้บริการแจ้งความคดีออนไลน์ 59,846 เรื่อง ในระยะเวลา 4 เดือนหลังเปิดตัวเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com อายัดเงินไปแล้วกว่า 121 ล้านบาท พบคดีหลอกลวงด้านการเงินมาเป็นอันดับ 1                 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส)  กล่าวว่า จากแนวโน้มปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนในยุคดิจิทัล ดังนั้นกระทรวงดีอีเอส และหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จึงได้เร่งยกระดับบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา เพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพื่อเข้าถึงการช่วยเหลือ และติดตามผู้กระทำผิดกฎหมายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น                   โดยจากข้อมูลของศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com สรุปสถิติการใช้บริการของประชาชนในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา(ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. - 31 ก.ค.2565 พบว่า มีผู้เสียหายแจ้งความคดีออนไลน์ 59,846 เรื่อง โดยสามารถดำเนินการอายัดบัญชีได้แล้วกว่า 121 ล้านบาท ในส่วนของคดีออนไลน์ พบมากที่สุดคือ คดีหลอกลวงด้านการเงิน 31,047 เรื่อง โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ หลอกให้ทำงานออนไลน์ หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน และหลอกให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ ขณะที่ จำนวนคดีลำดับรองๆ ลงมา ได้แก่ หลอกลวงจำหน่ายสินค้า 24,643 เรื่อง การพนันออนไลน์ 462 เรื่อง ข่าวปลอม 239 เรื่อง และล่วงละเมิดทางเพศ 136 เรื่อง ระบบรับแจ้งความออนไลน์ เป็นช่องทางที่ช่วยให้ประชาชนสามารถแจ้งความได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยสามารถแจ้งความทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com โดยลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตน กรอกข้อมูลทางคดี ตามขั้นตอนจนเสร็จ ผู้แจ้งจะได้รับ “เลขรับแจ้งความออนไลน์ หรือ Case ID” จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่การรับแจ้ง (Admin) ติดต่อกลับโดยจากสถิติปัจจุบันสามารถโทรหาผู้แจ้งได้ทั้งหมดภายใน 3 ชั่วโมง                  นอกจากนี้ ยังมีระบบรายงานความคืบหน้าทางคดีในระบบออนไลน์ โดยผู้เสียหายสามารถติดตามความคืบหน้า ส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามปัญหาผ่านระบบได้ตลอดเวลา อีกทั้ง เจ้าหน้าที่เองก็จะได้รับประโยชน์กรณีผู้ต้องหากระทำความผิดหลายท้องที่ เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงคดี มีข้อมูลที่สามารถขอศาลออกหมายจับได้ง่ายขึ้น และสามารถร้องขอให้ธนาคารระงับธุรกรรมทางการเงินได้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เงินของผู้เสียหายถูกโอนไปยังเครือข่ายของ                  ปัจจุบันกระทรวงดิจิทัลฯ และหลายหน่วยงาน เปิดช่องทางให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาคดีออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้ง และเข้าถึงความช่วยเหลือได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น หากพบเบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้  โทร.1212 OCC ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในสังกัดดีอีเอส  เพจอาสาจับตาออนไลน์ https://m.facebook.com/DESMonitor/ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com  สายด่วน บช.สอท. 1441   ***********************

            วันนี้ (4 สิงหาคม 2565) นายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีถวายพานพุ่มพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ พุทธศักราช 2565 โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีด้วย ณ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถ.พหลโยธิน กทม.                ทั้งนี้หน่วยงานในสังกัดที่เข้าร่วมพิธี ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นต้น                ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ ก็เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ได้ทรงเป็นผู้วางรากฐานด้านการสื่อสารให้กับประเทศไทย ทรงเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎรในพื้นที่ห่างไกล นับจากวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๒๖ เป็นต้นมา ก็ได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น การนำรถไฟมาสนับสนุนกิจการไปรษณีย์ การนำเครื่องบินมาสนับสนุนการไปรษณีย์ ที่เรียกว่า รอยัลเมล์ และจากการก่อตั้งหน่วยงานดังกล่าว กิจการเทคโนโลยีด้านการสื่อสารของประเทศไทยก็ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง จนเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน ซึ่งการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทยได้พัฒนาเจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับจนถึงทุกวันนี้ มีการจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวกับกิจการสื่อสารของทางราชการขึ้นอีกหลายหน่วยงาน เช่น กรมประชาสัมพันธ์ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และองค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศไทย เป็นต้น                 จากนั้น นายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีปฎิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีถวายพานพุ่มหน้าพระอนุสาวรีย์ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ในการนี้ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ และนางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีด้วย ณ บริเวณเกาะกลางน้ำ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ   **************************

       ดีอีเอส kick off อบรมแกนนำอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ปูพรมเครือข่ายคนดิจิทัลระดับชุมชน ร่วมขับเคลื่อนภารกิจเสริมความรู้เท่าทันเทคโนโลยี สร้างภูมิต้านทานให้ประชาชนป้องกันการถูกหลอกลวงจากอาชญากรรมทางออนไลน์             นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในโอกาสเปิด“โครงการเสริมสร้างสมรรถนะการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) สำหรับผู้บริหารฯ” วันนี้ (4 ส.ค. 65)  ว่าการจัดอบรมแกนนำ อสด. ในครั้งนี้ จะมีการร่วมกันระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำแผนการขับเคลื่อน อสด. ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันงาน อสด. ให้เป็นโซ่ข้อกลางของการขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของทุกหน่วยงานในพื้นที่ อีกทั้งขยายเครือข่าย อสด. ในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีจิตอาสา ให้มีความรู้ความเข้าใจการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสอดคล้องกับโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว            ทั้งนี้ เครือข่าย อสด. ที่ครอบคลุมโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล จะช่วยให้คำแนะนำประชาชนในระดับพื้นที่/ชุมชนให้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ที่รัฐบาลได้ผลักดันให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทุกชุมชนเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เสมือนเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทำให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ข้อมูลข่าวสาร และทำกิจกรรมต่างๆผ่านทางออนไลน์ได้มากขึ้น โดยปัจจุบันประชาชนมีการใช้มือถือสมาร์ทโฟนแตะหลัก 100 ล้านเครื่อง และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว่าร้อยละ 70           อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงและทำกิจกรรมผ่านออนไลน์ได้มากขึ้น ในอีกด้านหนึ่งทำให้มิจฉาชีพ ใช้ช่องทางนี้หลอกลวง ต้มตุ๋น ข่มขู่ และก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความรู้กับประชาชน ต้องให้ประชาชนมีภูมิต้านทานป้องกันการถูกหลอกลวง ซึ่งหนึ่งในกลไกสำคัญก็คือ การพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ที่กระทรวงฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเป้าสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีจิตอาสา คอยทำหน้าที่ช่วยเหลือให้คำแนะนำกับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดความรู้ในการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงแนะนำการเข้าถึงบริการภาครัฐที่เป็นประโยชน์ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่ปัจจุบันมีบริการต่าง ๆ ให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก             ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า การจัดอบรมระหว่างวันที่ 4-5 ส.ค. นี้ มีรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับการประชุมผ่านระบบออนไลน์ มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารในระดับจังหวัดรับทราบนโยบาย ทิศทางการขับเคลื่อนและสร้างเครือข่าย อสด. พร้อมทั้งเปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็นร่วมกันและเสนอแนวคิดการจัดทำแผนการขับเคลื่อน อสด. เพื่อให้เป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจในระยะต่อไป            ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการดำเนินโครงการการพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) มาตั้งแต่ปี 63  โดยได้พัฒนาเป็น “หลักสูตรการพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล” สำหรับสร้างสมรรถนะที่เหมาะสมให้กับอสด. พร้อมทั้งได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “อาสาสมัครดิจิทัล” เพื่อเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายด้านดิจิทัลให้กับประชาชนที่สนใจในพื้นที่ เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจ อสด. ในระยะต่อไปมีความยั่งยืน และตั้งแต่ปีงบฯ 66 เป็นต้นไปได้ส่งมอบภารกิจการพัฒนาเครือข่าย อสด. ให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เพื่อดำเนินการ   __________________

รับโอนตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับชำนาญการพิเศษ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 


             ก.ดิจิทัล ร่วมแลกเปลี่ยน MOC ๒ ฉบับกับ ก.กิจการภายในและการสื่อสารแห่งประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับความร่วมมือในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และดิจิทัล และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการเปลี่ยนแปลง                 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOC) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารแห่งประเทศญี่ปุ่น ว่าด้วยความร่วมมือในสาขา เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และดิจิทัล โดยมีนายยาซูชิ คาเนโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารแห่งประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ร่วมลงนามฝ่ายญี่ปุ่น และมีนายฮิโรชิ โยชิดะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารฯ เป็นผู้แทนมาร่วมแลกเปลี่ยน MOC และในโอกาสเดียวกัน ได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานระหว่างพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารแห่งประเทศญี่ปุ่นว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการเปลี่ยนแปลง                  สำหรับบันทึกความร่วมมือในสาขา เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และดิจิทัล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และ ดิจิทัล บนหลักการของความเท่าเทียม การต่างตอบแทน การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่าย มีขอบเขตการดำเนินงานของร่างบันทึกความร่วมมือฯ ได้แก่ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และข้อมูลที่เกี่ยวข้องในด้านการตรวจสภาพอากาศและการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การแบ่งปันความรู้ นวัตกรรม การบริการและแอพพลิเคชั่น การพัฒนาบุคลากรในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและดิจิทัล รวมถึงความร่วมมือภายใต้ศูนย์อาเซียน - ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ยังครอบคลุมประเด็นความร่วมมือด้านกิจการไปรษณีย์ การใช้งาน 5G แบบเปิดกว้างและปลอดภัย และการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยของบริษัทด้านไอซีทีของญี่ปุ่น เป็นต้น                   ส่วนบันทึกความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการเปลี่ยนแปลงมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อรักษาและพัฒนาระบบนิเวศสำหรับนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงระหว่างผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่าย โดยมีกรอบความร่วมมือได้แก่ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง อาทิ มหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน และชุมชน และการร่วมดำเนินโครงการ/กิจกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกัน และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้                     โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะดำเนินกิจกรรมภายใต้บันทึกความร่วมมือทั้งสองฉบับร่วมกัน ทั้งด้านนโยบายเทคโนโลยี การอำนวยความสะดวกในการร่วมโครงการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานรัฐบาลอื่น ๆ และองค์การด้านอุตสาหกรรม วิชาการ และองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงริเริ่มความร่วมมือรูปแบบอื่น ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน โดยจะมีการหารือเพิ่มเติมระหว่างผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่ายสาหรับแต่ละกิจกรรมต่อไป   *********************

        ดีอีเอส สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวอ้างชื่อองค์กรยักษ์ทั้งแบงก์ใหญ่ ปตท. ประกันสังคม และเฟซบุ๊ก-ไลน์อ้างชื่อ ก.ล.ต. หลอกลวงชวนลงทุนทิพย์และกู้เงินทิพย์ พาเหรดติดอันดับท็อป 10 มีคนสนใจมากสุด             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 29 ก.ค.–4 ส.ค. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมพบข้อความที่เข้ามาจำนวน 11,777,570 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 314 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 151 เรื่อง โดยสัดส่วนมากสุดอยู่ในกลุ่มกลุ่มนโยบายรัฐบาล /ข่าวสารทางราชการ เป็นจำนวน 73 เรื่อง            โดยที่น่าเป็นห่วงคือ พบการแพร่กระจายข่าวปลอมเชิญชวนลงทุน โดยอ้างชื่อองค์กรซึ่งเป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือขณะที่ ข่าวปลอมเกี่ยวกับสินเชื่อ/เงินกู้ด่วนก็ยังมีต่อเนื่อง เพิ่มเติมคือนอกเหนือจากอ้างชื่อแบงก์ใหญ่ ยังมีการอ้างชื่อหน่วยงานรัฐอย่าง สำนักงานประกันสังคมอีกด้วย             สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับในระหว่างสัปดาห์ล่าสุด มีตามลำดับ ดังนี้ 1.สถานีกลางบางซื่อนำวัคซีนโมเดอร์นาหมดอายุมาฉีดให้ประชาชน 2. ผู้ที่มีอายุมากกว่า 19 ปี ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือการว่างงานจากรัฐบาล จำนวน 10,000 บาท  3. สัมผัสสารกันบูดในปลาทูนึ่ง ทำให้เป็นมะเร็งที่มือ 4. กรุงไทยปล่อยสินเชื่อเงินด่วน STREET NONEY วงเงิน 5,000 - 500,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท 5. ตรวจสอบสิทธิเกี่ยวกับ สปสช. ได้ทางไลน์ check-sith            6. เพจ Facebook และ Line เชิญชวนลงทุนโดยได้รับการรับรองหรืออยู่ภายใต้การควบคุม ของสำนักงานก.ล.ต. 7. สำนักงานประกันสังคม ร่วมมือกับเอกชน ให้สินเชื่อเงินก้อน ต้านภัยโควิด ถูกกฎหมาย ให้กู้ 5,000 - 500,000 บาท 8. ปตท. เชิญชวนนักลงทุนมือใหม่ ลงทุนด้วยงบ 1,000 บาท 9. กรมอุตุฯ ประกาศเตือน 37 จังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนัก และ 10. กรมอุตุฯ เตือนพายุซินลากู ฝนถล่มหนัก พื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือ วันที่ 30 ก.ค. - 1 ส.ค. 65            “ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียล/ออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว __________________

      นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส)  ลงพื้นที่ตรวจสภาพความเรียบร้อยสายสื่อสารพื้นที่จังหวัดหนองคาย  บริเวณถนนประจักษ์ และถนนมีชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาสายสื่อสาร ไม่เป็นระเบียบ            ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ โดย บมจ. โทรคมนาคมเเห่งชาติ (NT) ดำเนินการโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและปรับปรุงภูมิทัศน์ของเทศบาลเมืองหนองคาย เส้นทางถนนประจักษ์ (จากแยกเวียดนามอนุสรณ์ ถึงแยกวัดโพธิ์ชัย) ระยะทาง 1,600 เมตร และดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว และล่าสุดอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของโครงการนำสายสื่อสารลงดินถนนมีชัย ระยะทาง 5,000 เมตร และถนนประจักษ์ (จากแยกวัดโพธิ์ชัย ถึงซอยหลังวัดโพธิ์ศรี) ระยะทาง1,556 เมตร              “วันนี้ผมมาที่จังหวัดหนองคาย มาตรวจโครงการจัดระเบียบสายสื่อสาร ต้องการเอาสายสื่อสารลงใต้ดิน ซึ่งวันนี้เราก็ได้ทำท่อไปแล้วประมาณ 1.6 กิโลเมตร ที่ถนนประจักษ์เสร็จเรียบร้อย ขณะนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำอีกเส้นหนึ่งเรียกว่าโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในส่วนของถนนมีชัย ซึ่งเราจะทำท่อเอาสายลงใต้ดินระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ตอนนี้ยังไม่ทำ ต้องมาจัดระเบียบสายให้เรียบร้อยก่อน” นายชัยวุฒิกล่าว              โดยประกาศเป้าหมายว่าปี 2566 สายทั้งหมดที่เห็นรกรุงรังจะลงไปอยู่ใต้ดินหมด ซึ่งดำเนินการโดย NT ซึ่งโอเปอร์เรเตอร์มือถือต่างๆ ก็จะมาเช่าใช้ท่อใต้ดินร่วมกัน ไม่มีสายรกรุงรังอีกต่อไป เพื่อทัศนียภาพที่สวยงามของจังหวัดหนองคาย เเละเพื่อความปลอดภัยของประชาชน   ________________

        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส)  เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเทคโนโลยีปลอมเสียง ปลอมแชท ปลอมคลิป  ( Deepfake,Social Maker และ Fake voice) ซึ่งเป็นการปลอมแปลงข้อมูล การตัดต่อภาพ ตัดต่อข้อความ ตกแต่งเสียงพูด หรือแม้แต่การตัดต่อวิดีโอคลิปให้เหมือนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงซึ่งประชาชนควรรู้ เพื่อให้เข้าใจ รู้เท่าทัน และป้องกันการถูกใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ หรือพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และทรัพย์สินของผู้อื่น              “จากเทคโนโลยีดังกล่าว ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพนำมาใช้ในการแชทปลอม โพสต์ปลอม ผ่าน"Social Maker" ที่สร้างโพสต์ปลอม,ข้อความปลอม,ความคิดเห็นปลอม และสร้างโปรไฟล์ปลอม ใน 3 แพลตฟอร์ม ในโซเชียลมีเดียคือ Facebook, Instagram และ Twitter รวมถึงโปรแกรมแชท Messenger, Message ต่างๆ สร้างความเข้าใจผิดและหลอกลวง เป็นภัยสังคมอยู่ในขณะนี้”  นางสาวนพวรรณกล่าว              โดยการปลอมภาพคลิปด้วย Deepfake สร้างภาพความคมชัดสูง และท่าทางที่เสมือนจริงมากขึ้น การแปลงเสียง Voice changer / Jokesphone  ปลอมเสียงได้ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เปลี่ยนน้ำเสียง เช่น ชายเป็นหญิง หญิงเป็นชาย ผู้ใหญ่เป็นเด็ก  ซึ่งการแชทปลอม,โพสต์ปลอม,ปลอมภาพคลิป,การเลียนเสียงและแปลงเสียง ที่ผู้ไม่ประสงค์ดี ใช้เป็นเครื่องมือในการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์บางอย่าง หลอกลวงให้โอนเงิน  ดังนั้นขอให้ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนที่จะเชื่อ หรือแชร์ต่อ เพื่อให้มั่นใจว่า สิ่งที่คุณเห็นเป็นเรื่องจริง               สำหรับเทคโนโลยีในการปลอมแปลง อย่างเช่น  'Deepfake' 'Social Maker' และ 'Fake voice' เป็นที่นิยมของคนไทยนำมาใช้ รวมทั้งแอพพลิเคชั่นแชทต่างๆ มักนำมาใช้กันจนเป็นปกติ  ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว สามารถ'ปลอมเสียง ปลอมแชท ปลอมคลิป' เปลี่ยนเรื่องปลอมๆ ให้สมจริง นับเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เลียนแบบสิ่งที่มีอยู่จริง หรือเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น เป็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยี ที่ช่วยผลักดันให้สะดวกสบายมากขึ้น  ในขณะเดียวกันมีการนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิดหรือความไม่รู้ จะถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ทำให้ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีเหล่านี้ ส่งผลกระทบในทางลบได้ในวงกว้างด้วยเช่นกัน               ขณะนี้ในสื่อสังคมออนไลน์มีการส่งต่อคลิปเสียง คลิปปลอม ที่สร้างเรื่องเพื่อหลอกลวงหาผลประโยชน์จำนวนมาก  ประชาชนร้องเรียนผ่านกระทรวงดิจิทัลฯ และหลายหน่วยงาน เปิดช่องทางให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาคดีออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้ง และเข้าถึงความช่วยเหลือได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น หากพบเบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้  โทร.1212 OCC ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในสังกัดดีอีเอส  เพจอาสาจับตาออนไลน์https://m.facebook.com/DESMonitor/ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเว็บไซต์https://thaipoliceonline.com  สายด่วน บช.สอท. 1441   ___________________    

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.