Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดงานสัมมนาสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย และ กล่าวปาฐกถาเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงธุรกิจในยุคดิจิทัล (Business Change in Digital Era)” ว่า นายจ้างต่างๆได้มีปรับตัวเองให้รวดเร็วขึ้นเพื่อทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกจากดิจิทัลเทคโนโลยีต่างๆที่เปลี่ยนไปเร็วมาก ซึ่งเมื่อ2-3 ปีก่อนที่ Covid-19 จะระบาดในทุกวงการจะมีการคาดการณ์ว่าการทำธุรกิจทั่วโลกจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ แต่ปรากฎว่าจากการระบาดของ Covid-19 ที่ผ่านมาทำให้พฤติกรรมคนในประเทศไทยและทั่วโลกเปลี่ยนไปเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงยิ่งทำให้รูปแบบการทำธุรกิจ ยิ่งต้องมีการปรับตัวให้เร็วขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้                   ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานของไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งเรื่องอินเทอร์เน็ต สื่อสารไร้สาย มือถือ ซึ่งประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการใช้อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ มีความพร้อมมาก พร้อมกันนี้บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัว ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับเปลี่ยนแปลงธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันของตนให้มีศักยภาพที่สูงขึ้นต่อไป                   นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่าการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้เพื่อให้ ภาคธุรกิจได้เกิดการตระหนักรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคดิจิทัลที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตแนวคิดของคนในสังคม และการดำเนินธุรกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการพัฒนามโนทัศน์ของตนเองในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มโอกาสและศักยภาพในการแข่งขัน และต้องปรับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขององค์กรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งในปัจจุบันและอนาคต   ********************

             กระทรวงดิจิทัลฯ เปิดเวทีกิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ภาคตะวันออก โฟกัสการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สร้างเครือข่ายคนทำงานช่วยขับเคลื่อนภารกิจศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และเฝ้าระวังโซเชียลสีเทา                นายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (19 ส.ค. 65) ได้รับมอบหมายจากนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานพิธีเปิดงานการจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ภาคตะวันออก ซึ่งกิจกรรมนี้ ได้มีการจัดต่อเนื่องทุกปี ครอบคลุม 4 ภูมิภาคในประเทศไทย เพื่อสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งภาคประชาสังคม และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการทำงานขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหา และข่าวสารบิดเบือนที่เผยแพร่อยู่บนอินเทอร์เน็ต                โดยจากบริบทในปัจจุบัน ที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลอย่างกว้างขวาง ทำให้บางกลุ่มนำไปเป็นช่องทางบิดเบือนและเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นข่าวปลอม หรือทำกิจกรรมที่ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน การทำงานร่วมกับเครือข่ายจึงมีความสำคัญ เพราะจะช่วยเป็นหูเป็นตา และหากหากพบว่ามีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เช่น พนันออนไลน์ ลามกอนาจาร หมิ่นสถาบัน ละเมิดลิขสิทธิ์ และเข้าข่ายผิดกฎหมายอาหารและยา กระทรวงดิจิทัลฯ จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายเป็นผู้ยื่นเรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ปิดกั้นหรือลบข้อมูล                 ขณะที่ หากพบเบาะแสหรือปัญหาเกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์ และภัยจากแก๊ง Call Center สามารถแจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 หรือสายด่วน 1441 ของตำรวจไซเบอร์ และสามารถแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี www.thaipoliceonline.com                 สำหรับกิจกรรมสร้างการรับรู้ฯ ในปีนี้ เน้นเจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้ตรงประเด็นการสื่อสารเกี่ยวกับข่าวปลอม ได้แก่ กลุ่มวิทยุอาสาสมัครสมาสมาคมวิทยุสื่อสาร กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อช่วยต่อยอดในการขยายผลสร้างการรับรู้ รู้เท่าทัน รู้วิธีสังเกตข่าวปลอม และช่องทางการแจ้งเบาะแส                  “กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรม จะเป็นเครือข่ายในขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่เผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนและปัญหาข่าวปลอม อันจะช่วยภาครัฐสามารถชี้แจงทำความเข้าใจ และเผยแพร่ความถูกต้องให้กับประชาชน มุ่งหวังให้เกิดความเชื่อมั่นต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย” นายทศพลกล่าว                  ขณะเดียวกัน กระทรวงดิจิทัลฯ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ยังได้ร่วมงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประกอบด้วย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง (ANSCOP) (ศตปค.ตร.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ระดมทุกกลยุทธ์เพื่อให้ประชาชนคนไทยรู้เท่าทันสื่อลวง ทั้งในแง่ของการจัดการกับข่าวปลอม และการปราบปรามดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย กรณีเป็นการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม                  นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมฯ ในวันนี้ จะเป็นการสร้างเครือข่ายและกลไกในพื้นที่ ในการตรวจสอบ แจ้งเบาะแส และที่สำคัญช่วยเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดความเข้าใจ โดยจะได้รับทราบกระบวนการตรวจสอบข่าวปลอมได้ด้วยตนเอง  วิธีเช็คแหล่งที่มา วิธีสังเกตหัวข้อพาดหัวข่าว และช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม                  ปัจจุบัน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้จัดทำช่องทางสำหรับการตรวจสอบข่าว และแจ้งเบาะแสไว้ 5 ช่องทาง ดังนี้ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com  เฟซบุ๊ก  Anti-Fake News Center ทวิตเตอร์ @AfncThailand  บัญชีไลน์ทางการ @antifakenewscenter   และสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ***********************        

      กระทรวงดิจิทัลฯ วอนประชาชนหยุดหลงเชื่อเฟคนิวส์ตอบแบบสอบถามแลกเงินหมื่น ส่องสถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์ล่าสุด พบติด 2 อันดับในท็อป 10 ข่าวปลอมที่คนสนใจมากสุด           นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 12-18 ส.ค. 65 จากการประสานงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 67 เรื่อง ในจำนวนนี้พบว่าข่าวปลอมที่ติดกระแสความสนใจของคนส่วนใหญ่ เกาะกลุ่มอยู่ที่เรื่องการเงินถึง 9 เรื่อง จากการจัดอันดับข่าวคนสนใจมากสุด             สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับ ในรอบสัปดาห์ล่าสุดนี้ ได้แก่ อันดับ 1 เรื่อง PTT Company Limited เชิญชวนให้ตอบแบบสอบถามเพื่อได้รับเงินจำนวน 10,000 บาท อันดับ 2 เพจปล่อยเงินกู้ธนาคารกรุงไทยอันดับ 3 ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน พร้อมอีก 6 ธนาคารไทย ร่วมมือปล่อยสินเชื่อ Piggybank ให้กู้ 10,000 บาท ผ่อน660 บาท/เดือน อันดับ 4 ไปรษณีย์ไทยเชิญชวนตอบแบบสอบถามเพื่อได้รับเงินจำนวน 10,000 บาท อันดับ 5 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดลงทุนเทรนหุ้น เริ่มต้น 1,000 บาท ได้รับผลตอบแทนสูง 18,000 บาท/เดือน             อันดับ 6 ธ. กรุงไทย ธ. ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเพื่อคุณ สูงสุด 500,000 บาท ผ่าน WWW .สินเชื่อเพื่อคุณ. NET และไลน์ อันดับ 7 แอปพลิเคชันเป๋าตัง ให้ยืม 45,000 บาท ติดต่อผ่านไลน์ อันดับ 8 เพจบน Facebook และ Line เชิญชวนเปิดพอร์ตลงทุน รับปันผลสูง เกี่ยวข้องกับ ก.ล.ต. อันดับ 9 ข้าวสุกที่แช่ตู้เย็นส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าข้าวหุงสุกใหม่ และอันดับ 10 ออมสินเปิดให้กู้สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์  ผ่านไลน์ วงเงิน 5,000 - 300,000 บาท ได้ทุกอาชีพ           “น่าเป็นห่วงที่ยังมีคนสนใจ และหลายคนหลงเชื่อข่าวปลอมที่เกี่ยวกับการแจกเงิน กู้ง่าย หลอกลงทุน ส่งผลให้สัปดาห์ล่าสุด ข่าวประเด็นเหล่านี้เกาะกลุ่มอยู่ในท็อป 10 ข่าวที่มีคนสนใจมากสุดถึง 9 ข่าว ขณะที่ข่าวสุขภาพ ซึ่งเคยมาแรงกลับติดอันดับมาแค่ 1 ข่าว จึงอยากฝากประชาชนผู้บริโภคข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียล ตระหนักว่าอะไรที่ดูดีเกินจริง หรือให้เงินง่ายๆ ย่อมไม่มีอยู่จริง อย่าหลงเชื่อหรือส่งต่อ และสามารถแจ้งเบาะแสข่าวปลอมเหล่านี้มาที่ช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เพื่อประสานงานตรวจสอบนำข้อเท็จจริงมาเผยแพร่ต่อไป” นางสาวนพวรรณกล่าว            ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากประชาชนช่วยกันแก้ไขปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   _______________  










       เมื่อวันที่ 18 - 19 สิงหาคม  2565  นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา ณ สถานีอุตุนิยมวิทยาระยอง และจังหวัดตราด โดยได้เข้าพบหารือข้อราชการกับ นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมทั้งประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ เพื่อรับฟังสรุปผลการดำเนินงานสำคัญ รวมทั้งปัญหา/อุปสรรค พร้อมให้กำลังใจและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ โครงการยกระดับศูนย์การเรียน ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน โครงการเน็ตประชารัฐ/เครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล(อสด.) โครงการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ (GD Catalog) โครงการ Smart City การขับเคลื่อนงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับจังหวัด เป็นต้น            ในโอกาสเดียวกันนี้ คณะของผู้ตรวจราชการฯ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยชุมชนตราด ที่มีภารกิจในการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งศูนย์ฯ มีการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและอุปกรณ์สนับสนุนศูนย์ดิจิทัลที่ได้รับจากกระทรวงฯ ในการให้บริการทางวิชาการ ส่งเสริมการเรียนรู้ และการประกอบอาชีพของท้องถิ่นและชุมชน แก่นักศึกษาและประชาชนทั่วไปในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการสินค้าชุมชนของ ปณท. ณ ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดตราด โดยสินค้าออนไลน์บน www.thailandpostmart.com ของจังหวัดตราด มี 14 รายการ  สินค้าที่ขึ้นชื่อ คือ น้ำมันเหลืองและผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง เป็นต้นและจุดสุดท้าย คณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการเน็ตประชารัฐบ้านเปร็ดใน หมู่ ๒ ต.ห้วงน้ำขาว อ.เมือง จ.ตราด โดยชุมชนบ้านเปร็ดในตั้งอยู่แถบป่าชายเลน ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึง 12,000 ไร่ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ เป็นทั้งแหล่งไม้ใช้สอย พืชอาหาร สมุนไพร แหล่งอาหาร และแหล่งสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว ซึ่งประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำสวนและการประมงเป็นหลัก และมีการค้นพบซากโครงกระดูกปลาวาฬ อายุหลายร้อยปี ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปได้ โดยชาวบ้านและนักเรียนในพื้นที่มีการใช้ประโยชน์จากโครงการเน็ตประชารัฐในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชนได้เป็นอย่างดี   ______________    

กิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 4 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center : AFNC) วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2565 เวลา 13.30 – 17.30 น. ณ โรงแรมอมารี พัทยา จ.ชลบุรี


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.