Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา



              “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ย้ำรัฐบาลหนุนทุกภาคส่วนผนึกกำลังไล่ปราบหลอกลวงออนไลน์ ล่าสุดปิดกั้น SMS หลอกลวง 46,219 เบอร์ เปิดข้อมูล 14 คดีออนไลน์คนแจ้งความผ่านเว็บไซต์ https://www.thaipoliceonline.com                 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (ดีอีเอส) กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหาเรื่องการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยกระทรวงดิจิทัลฯร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ร่วมกันแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ เช่น มาตรการจัดการ SMS หลอกลวงได้ปิดกั้น SMS/หลอกลวง ไปแล้วจำนวน 46,219 เลขหมาย                 นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชน ให้เข้าถึงช่องทางและกระบวนการทางกฎหมายอย่างรวดเร็ว โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ (https://www.thaipoliceonline.com) ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 65 เพื่อสามารถจัดการคดีต่างๆ ได้ในภาพรวมและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนสามารถแจ้งความได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลอัพเดทสถิติการแจ้งความออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 - 31 ส.ค.65 (184 วัน) พบว่ามีการรับแจ้งความในคดีอาชญากรรมออนไลน์ 77,711 เรื่อง (เฉลี่ยวันละ 422 เรื่อง)  โดยมีการอายัดบัญชี  20,896 Case Id   จำนวน 28,381 บัญชี                  ทั้งนี้ คดีที่มีการแจ้งความออนไลน์เข้ามาตลอดช่วง 5 เดือน ที่เปิดช่องทางรับแจ้งความผ่านเว็บไซต์ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ แบ่งได้ 14 ประเภทคดี ตามลำดับ ดังนี้ 1.ซื้อสินค้าแต่ไม่ได้รับสินค้า28,837 เรื่อง (37.11%) 2.หลอกให้ทำงานออนไลน์ 10,008 เรื่อง (12.88%) 3.หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน 8,503 เรื่อง (10.94%) 4. หลอกให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ 8,220 เรื่อง (10.58%) 5.ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว 5,096 เรื่อง (6.60%)                   6.ปลอมโปรไฟล์เพื่อหลอกยืมเงิน 1,950 เรื่อง (2.51%) 7.หลอกให้รักแล้วลงทุน 1,756 เรื่อง (2.26%) 8.ซื้อสินค้าแต่ไม่ตรงตามโฆษณา 1,146 เรื่อง (1.47%) 9.แชร์ลูกโซ่ 1,068 เรื่อง (1.37%) 10.หลอกให้รักแล้วให้โอนเงิน (Romance Scam) 663 เรื่อง (0.85%) 11.การพนันออนไลน์ 462 เรื่อง 12.ข่าวปลอม 247 เรื่อง 13.ล่วงละเมิดทางเพศ 219 เรื่อง และ 14.หลอกลวงเกี่ยวกับเงินดิจิทัล 101 เรื่อง                   “ประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาคดีออนไลน์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งข้อมูลได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้  โทร.1212 OCC ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในสังกัดดีอีเอส  เพจอาสาจับตาออนไลน์ https://m.facebook.com/DESMonitor/ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com” นายชัยวุฒิกล่าว   ***************************  



         เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยพลตำรวจตรีพันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.ภ.8 พลตำรวจตรีธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พลตำรวจตรีฐิตวัฒน์สุริยฉาย ผบก.สส.สอท.4 เจ้าหน้าที่จากดีอีเอสและสำนักงาน กสทช. ร่วมประชุมเพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ประเทศ โดยที่ประชุมได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุทำงาน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการประสานงานการสืบสวน จับกุม และส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามสนธิสัญญาระหว่างสองประเทศ และด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิค และวิธีปฏิบัติการปราบปรามแก๊ง Call Center และ Hybrid Scam ซึ่งจะมีการประชุมร่วมงานกันและรายงานผลการปฏิบัติให้ผู้บังคับบัญชาทราบอย่างต่อเนื่อง              ขณะนี้กระทรวงฯ ได้ประสานไปทางกัมพูชาในการแต่งตั้งคณะทำงานร่วม (Joint Committee) และคาดว่าเมื่อพร้อมจะสามารถปฏิบัติงานร่วมกันในการจัดการแก๊ง Call Center ระหว่างทั้งสองประเทศได้ต่อไปโดยเร็ว และมีแผนจัดประชุมคณะทำงานร่วม (Joint Committee) ร่วมทำงานในการปราบปรามและจับกุมแก๊ง Call Center ที่ลักลอบข้ามแดนก่ออาชญากรรมระหว่างทั้งสองประเทศอย่างเคร่งครัด ต่อเนื่อง ลดปัญหาการหลอกลวงที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้อย่างมีนัยยะสำคัญ              ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือด้านการปราบปรามแก๊ง Call Center และ Hybrid Scam เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 65 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและเสียหายจากการก่ออาชญากรรมจากแก๊ง Call Center              ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และพลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร. (PCT) เร่งรัดการดำเนินการโดยมอบหมายเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานประสานงานกับกัมพูชาตาม MOU ที่ได้ลงนามร่วมกัน โดยแต่งตั้งคณะทำงานประสานความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมอบหมายให้นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานคณะทำงาน    ________________

        เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การประชุมเชิงปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนงานด้านยุทธศาสตร์และแผนงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน 2565 ณ โรงแรมสปริงฟิลด์ แอท ซี รีสอร์ทแอนด์สปา      อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี  โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม            ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ เรื่องการเพิ่มศักยภาพระบบปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนงานยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่และหัวข้ออื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการขับเคลื่อนภารกิจระดับประเทศที่สำคัญในหลายเรื่องซึ่งกระทรวงจะต้องเร่งดำเนินการและกำหนดทิศทางงานด้านยุทธศาสตร์และแผนงานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนนำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ             ในการนี้ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ดำเนินการจัดการประชุมครั้งนี้  เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อจะได้บทสรุปแนวทางการดำเนินงาน และการประสานร่วมมือกันในการดำเนินงานด้านต่างๆ ให้สอดคล้องเกี่ยวเนื่องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการขับเคลื่อนงานด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศชาติและลงสู่ประชาชนต่อไป   _______________

        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 2 - 8 ก.ย. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบจำนวนเรื่องที่ต้องตรวจสอบ 173 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 87 เรื่อง             โดยพบว่าสัดส่วนหลักๆ เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับการเงิน พบหลายข่าวที่มีการกล่าวอ้างของ “ตัวบุคคล” ในข่าวปลอม ว่าได้รับอนุญาตใบทะเบียนพาณิชย์  จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประกอบธุรกิจเงินกู้นอกระบบแบบออนไลน์ธุรกิจเงินกู้ถูกกฎหมายออนไลน์ หรือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์               ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลในลักษณะนี้ต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยก่อนเชื่อหรือแชร์ สามารถตรวจสอบรับข้อมูลข่าวสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ที่เว็บไซต์ของกรมฯhttps://www.dbd.go.th/  หรือโทร 1570              นอกจากนี้ ยังคงพบการอ้างชื่อธนาคารออมสินและกรุงไทย ผู้บริหารธนาคาร ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ชวนกู้เงินออนไลน์ ชวนลงทุน รวมทั้งการอ้างชื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดลงทุนหุ้นผลกำไรสูง ซึ่งข่าวปลอมหัวข้อลักษณะนี้แพร่กระจายต่อเนื่อง ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเป็นเหยื่อ             นางสาวนพวรรณ กล่าวว่า สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ ได้แก่ อันดับ 1 ออมสินและกรุงไทยร่วมมือกับบริษัทเอกชน ปล่อยกู้ขั้นต่ำ 5,000 - 300,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท ผ่านไลน์อันดับ 2 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดให้ลงทะเบียนฟรี เริ่มลงทุนเพียง 1,000 บาท อันดับ 3 กรุงไทยปล่อยสินเชื่อ smart money ให้กู้ยืมผ่านไลน์ 50,000 บาท ผ่อนเดือนละ 826 บาท อันดับ 4 เพจ Facebook และ Line เชิญชวนลงทุนการเทรดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงาน ก.ล.ต. อันดับ 5 ออสเตรเลียรับสมัครคนทำสวน ที่พักฟรี รายได้สูง 80,000 บาท             อันดับ 6 เรื่อง ผลิตภัณฑ์กระเทียมดำ B-Garlic จบปัญหาความดัน ไขมันในเลือดสูง อันดับ 7 ผลิตภัณฑ์ LIV.D ช่วยดีท็อกซ์ตับ ขับล้างสารพิษ ช่วยป้องกันปัญหาไขมันพอกตับ และตับอักเสบ อันดับ 8 ธ. กรุงไทยส่งข้อความเชิญชวนผู้ที่ได้รับสิทธิ์ ยื่นกู้ 80,000 บาท ผ่านลิงก์ อันดับ 9 บสย. ปล่อยสินเชื่อสู้ภัยโควิด วงเงินสูง 500,000 บาท ไม่ต้องมีคนค้ำ และอันดับ 10 สเปรย์ใบพญายอเข้มข้น ธรรมนิมิตร ช่วยลดอาการคันทุกชนิด            “ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียล/ออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   _______________

                นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้เห็นชอบ 1) แนวทางขอความยินยอมเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และ 2) แนวทางในการแจ้งวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการออกแนวปฏิบัติ ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ช่วยสร้างความชัดเจนในทางปฏิบัติ สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง และเป็นแนวทางปฏิบัติ ที่ไม่ได้เน้นการลงโทษ                   ขณะนี้ ได้มีการออก กฎหมายลำดับรอง รวมทั้งกฎระเบียบ แนวปฏิบัติและข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไปแล้ว รวม 17 ฉบับ รวมทั้งประกาศการผ่อนปรน ต่างๆ สำหรับ เอสเอ็มอี-วิสาหกิจชุมชน ตลอดจน ประกาศเกี่ยวกับการลงโทษทางปกครอง ที่คำนึงถึงเจตนา และให้มีการไกล่เกลี่ย ตักเตือน                    นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)  ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.65 มีเจตจำนงชัดเจน ที่ต้องการให้ PDPA เกิดประโยชน์กับประชาชน ในขณะเดียวกัน มุ่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีภาระในการปฏิบัติตามกฎหมายน้อยที่สุด เน้นการให้ความรู้ สร้างความชัดเจนของ กม. และตักเตือน ไม่เน้นการลงโทษ จากการเร่งรัดและติดตาม ทราบว่า ขณะนี้ มี กม. ลูก รวม 17 ฉบับ ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งใน 17 ฉบับ รวมถึง 1) แนวทางขอความยินยอมเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และ 2) แนวทางในการแจ้งวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 2 ฉบับ ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้เห็นชอบและเผยแพร่แล้ว โดยแนวทางทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว จะช่วยสร้างความชัดเจนในทางปฏิบัติ สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง สำหรับ รายละเอียด แนวทางขอความยินยอมฯ และ แนวทางในการแจ้งวัตถุประสงค์ฯ ดังกล่าวสามารถดูฉบับเต็มได้จากที่เผยแพร่ทาง facebook pdpc thailand                 “ในเชิงนโยบาย และแนวทางการดำเนินงานของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรามุ่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีภาระในการปฏิบัติตามกฎหมายน้อยที่สุด สะท้อนการเริ่มบังคับใช้ในช่วงแรกของกฎหมายฉบับนี้ ที่ไม่ควรเป็นภาระเกินไป เน้นการให้ความรู้ และเร่งสร้างความชัดเจนในทางปฏิบัติ ไม่เน้นการลงโทษ” รัฐมนตรีชัยวุฒิ กล่าว   ************************







icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.