Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

         เกษตรกร ยื่นหลักฐาน ร้อง ดีอี ช่วยปิดเพจ หลังซื้อรถไถ ไม่ได้ของเสียหายร่วม 3 ล้านบาท            วันนี้ (19 กันยายน 2565 ) กลุ่มเกษตรกรผู้เสียหาย จากการสั่งซื้อรถไถ ผ่านเพจ เจริญ เเท็คเตอร์  หรือหจก.เเท็คเตอร์จักรกล  ขายรถไถออนไลน์ รวมตัวกัน ประมาณ 20 คน เดินทางมาจากหลายจังหวัด เช่น สกลนครมหาสารคาม เพื่อนำหลักฐาน มาร้องเรียน ต่อนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม โดยการประสานของนายพรชัย วิมลศุภวงศ์ ทนายอาสา  หลังจากที่ เกษตรกร ได้มีการโอนเงินสั่งซื้อ รถไถจากเพจ เจริญเเท็คเตอร์ ออนไลน์ เเล้วไม่ได้ของ  รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดย นายชัยวุฒิ ระบุว่าจะรีบดำเนินการปิดเว็ปดังกล่าวให้เร็วที่สุด หลังจากพบว่าหลอกลวงประชาชนเป็นจำนวนมาก พร้อมเตือน เกษตรกรรายอื่นไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ                                       ด้าน นางสาว ธัญดาอร กิจภัทรวรภากุล ผู้เสียหาย  เปิดเผยว่า โอนเงินไปซื้อรถไถ เป็นจำนวน 445,000 บาทจนถึงวันนี้ เกือบปี ก็ยัง ไม่ได้ของ เช่นเดียวกัน กับนาย จำลอง สุพลัง ผู้เสียหาย ระบุว่า คนขาย อ้างว่าตนเองเป็นตำรวจ ก็เลยเชื่อ ไม่คิดว่าจะถูกโกง เลยโอนเงินไป ให้ 90,000 บาท สุดท้ายก็ไม่ได้ของ เเละจนถึงตอนนี้  จึงได้มายื่นหนังสือร้องเรียน เพื่อหวังให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม ช่วยเหลือ ด้วยการปิดเพจเเละดำเนินคดี รวมถึงให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายด้วย   *********************

           เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การต้อนรับ นายอรุณ เวนคาทารามาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา ด้านตลาดโลก พร้อมด้วยนางเกว็น คาร์ดโน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคณะเนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือทวิภาคี ณ ห้องรับรองแขกต่างประเทศ ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารและดิจิทัล อาทิ คลื่นความถี่ 6 กิกะเฮิร์ทซ์ 5G และ Smart City รวมทั้งแลกเปลี่ยนความร่วมมือและองค์ความรู้ในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน              จากนั้น นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามร่างข้อตกลงการรับทุน (Grant Agreement) โครงการความร่วมมือ Phuket Smart City Technical Assistant Package ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S Trade and Development Agency: USTDA) ร่วมกับนายอรุณ เวนคาทารามาน และนางเกว็น คาร์ดโน การลงนามร่างข้อตกลงการรับทุน                ที่ผ่านมา ครม.เห็นชอบในหลักการ ร่างข้อตกลงการรับทุน (Grant Agreement) โครงการความร่วมมือPhuket Smart City Technical Assistant Package ดังกล่าว โดยข้อตกลงรับทุน มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือทางวิชาการ ในการศึกษา และจัดทำแผน ความช่วยเหลือด้านเทคนิค(Technical Assistance) ให้แก่โครงการภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ และช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นในจังหวัดภูเก็ต 2.เพื่อให้ข้อเสนอแนะด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ การพัฒนาต่อยอดระบบการจัดเก็บและพัฒนาข้อมูลของเมือง (City Data Platform) การพัฒนาศูนย์บัญชาการ สถานการณ์และเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Command Center) การประเมินโครงสร้างพื้นฐานของเมือง และ ให้ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นรูปธรรม และ 3.เพื่อให้ข้อเสนอแนะด้านการพัฒนาทักษะด้านเทคนิคที่จำเป็น สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมบุคคลากรด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความยั่งยืน   ___________________    




              “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ประชุมร่วมตำรวจไซเบอร์ ก.ล.ต. และแบงก์ชาติ เคาะสรุปแนวทางป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ 3 เรื่องเร่งด่วนขณะนี้ ทั้ง กรณี Forex-3D หลอกลงทุนเก็งกำไรการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) การหลอกลงทุนหรือแชร์ลูกโซ่ และการหลอกดูดเงินผ่านแอปมือถือ เตรียมใช้ระบบ social listening กวาดชื่อเว็บ/โซเชียลต้องสงสัย ส่งต่อให้ ก.ล.ต. และ แบงก์ชาติ ตรวจสอบ หากพบไม่ได้รับใบอนุญาต หรือมีการกระทำผิดกฎหมาย เดินหน้าใช้ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ปิดกั้นทันที หวังสกัดความเสียหายแต่เนิ่นๆ                  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ครั้งที่ 4/2565 โดยมีการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นต้น เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญ ได้แก่ กรณี Forex-3D หลอกลงทุนเก็งกำไรการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ กรณีหลอกลงทุนในฟาร์มเห็ด หรือ “Turtle Farm” และ การกดลิงก์ mobile app หลอกลวงโอนเงินออกจากบัญชี เป็นต้น                  โดยได้ข้อสรุปแนวทางป้องกันและแก้ปัญหา ดังนี้ 1. เว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน/เก็งกำไรค่าเงิน (FX) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากกิจการนี้ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. และต้องได้รับใบอนุญาต ขณะที่ ปัจจุบันยังไม่เคยมีการให้ใบอนุญาต ในการประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย ดังนั้น หากพบพฤติกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยน/เก็งกำไรค่าเงิน ถือว่าผิดกฎหมาย                   นอกจากนี้ กรณีที่บางเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย มีการโฆษณา หลอกชักชวนลงทุน หรือ หลอกให้คนเอาเงินมาฝากเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ชวนซื้อขายแลกเปลี่ยน/เก็งกำไรค่าเงิน (FX) โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ เข้าข่าวความผิดตาม พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน                  2. การหลอกลวงลงทุนผ่านเว็บ/โซเชียล จากการหารือกับผู้แทน สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับคำยืนยันว่า ก.ล.ต. มีอำนาจกำกับดูแลเฉพาะในส่วนที่เป็น “หลักทรัพย์” ส่วนกรณีเป็นสินทรัพย์อื่นๆ อย่างเช่น กรณี หลอกลงทุนฟาร์มเห็ด หรือ “Turtle Farm” ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีใหญ่ของตำรวจไซเบอร์ขณะนี้ ก.ล.ต. จะไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลการระดมทุน หรือลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม การหลอกลวงรูปแบบนี้ อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯ เพราะพฤติกรรมการเชิญชวนลงทุน และมีผลตอบแทนสูงผิดปกติ                  “จากการหารือกับทุกฝ่ายร่วมกันวันนี้ ยังมีข้อสรุปถึงแนวทางป้องกันสำหรับ 2 ปัญหาข้างต้น โดยทางกระทรวงดิจิทัลฯ จะใช้ระบ social listening กวาดรวบรวมชื่อเว็บ/โซเชียล ที่มีพฤติกรรมเชิญชวนลงทุนใน FX หรือลงทุนในหลักทรัพย์ เพื่อจัดส่งไปให้ทาง ธปท. และ ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ และหากพบว่าเป็นเว็บ/โซเชียลผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินขั้นตอนประสานขอคำสั่งศาลเพื่อปิดเว็บ/โซเชียลเหล่านั้นทันที โดยอาศ้ยอำนาจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ” นายชัยวุฒิกล่าว                   จากนั้นเดินหน้ากระบวนการตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนต่อไป โดยมองว่าจะสามารถสกัดกั้นความเสียหายได้แต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีประชาชนหลงเชื่อจำนวนมาก และเกิดความสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล                   และ 3.การหลอกดูดเงินจากบัญชีผ่าน mobile app ซึ่ง ได้ตรวจสอบกับ ธปท. แล้วพบว่า มีกรณีเกิดขึ้นจริง เนื่องจากผู้เสียหายหลงเชื่อ คลิกเปิด link ที่มิจฉาชีพส่งเข้ามาทางมือถือ ทำให้ถูกควบคุมมือถือจากทางไกล (remote control) โดยมิจฉาชีพจะเห็นข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือของเหยื่อ ทำให้แฮกรหัส OTP ที่ใช้ในการทำธุรกรรมออนไลน์ และสั่งโอนเงินจากบัญชีผ่านแอปได้                  ปัจจุบัน ธปท. ได้แจ้งเตือนธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ให้ทำการปรับปรุงระบบ mobile banking เพื่อให้ทำการปิดระบบโอนเงินทันทีเมื่อพบว่ามือถือหมายเลขนั้นๆ ถูกแฮกทางไกล ซึ่งปัจจุบันมี 2 ธนาคารที่ทำการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย ดังนั้นอยากขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ชแห่งอื่นๆ เร่งทำการอัพเดทด้วย                  “ผมขอส่งคำเตือนไปถึงประชาชนด้วยว่า การอัพเดทแอปใดๆ ก็ตามบนมือถือ ให้เข้าไปทำการอัพเดทจาก App Store (มือถือไอโฟน) หรือ Play Store (มือถือแอนดรอยด์) โดยตรง อย่าเสี่ยงไปกดอัพเดทจาก link ที่มีการส่งเข้ามา ทั้งนี้เพื่อป้องกันลิงก์จากมิจฉาชีพ ที่จะเข้ามาแฮกข้อมูลจากมือถือ” นายชัยวุฒิกล่าว                  รมว.ดีอีเอส กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา มีการหลอกลวงลงทุนออนไลน์ ใช้ช่องทางโซเชียลชักชวนลงทุน มีการใช้อินฟูลเอนเซอร์ ดารา คนดังที่มีคนติดตามแยะ ทำให้ประชาชนสนใจอย่างแพร่หลาย และทำให้คนหลงเชื่อตามกันมาลงทุน จนเกิดความเสียหายในวงกว้าง เพื่อป้องกันปัญหา ถ้า สำนักงาน ก.ล.ต. แบงค์ชาติ หรือ หน่วยงานใด พบพฤติกรรมแบบนี้ ที่หลอกลวง มีการระดมทุนจากประชาชนอย่างผิดกฎหมาย ก็เร่งตรวจสอบ รวบรวมหลักฐาน ส่ง กระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อจะได้ดำเนินการเร่งปิดกั้นก่อนที่จะสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในวงกว้าง                   พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.2 บก.สอท.1 กล่าวว่า ปัจจุบันการหลอกลวงลงทุน ในบางคดีใหญ่อย่าง Turtle Farm ฟาร์มเห็ดที่สกลนคร มีการทำฟาร์มเห็ดจริง มีการเชิญชวนให้ดูฟาร์ม ใช้คนมีชื่อเสียงมาสร้างความน่าเชื่อถือ จ่ายผลตอบแทนจริงในระยะแรกๆ แต่เมื่อมีคนเข้ามาลงทุนมากๆ ขึ้น ก็มีปัญหาหรือหยุดจ่ายเงินคืนผู้ลงทุน พฤติกรรมเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ จึงขอเตือนว่า หากพบการเชิญชวนที่ให้ผลตอบแทนสูงมากเกินความเป็นจริง อย่าหลงเชื่อ เพราะการลงทุนที่ให้ผลกำไรเกินจริงได้นั้นไม่มีจริง                   “จากตัวอย่างคดีที่เรารับผิดชอบอยู่ตอนนี้ พบว่าส่วนใหญ่ทำการหลอกนักลงทุนแค่ 5-6 เดือน ก็มีเงินหมุนเวียนหลักพันล้านบาท ดังนั้น ยิ่งถ้าปล่อยนานไป จะยิ่งเสียหายจำนวนมาก ซึ่งเรามีกระบวนการเฝ้าระวังอยู่แล้ว ถ้าใครพบพฤติกรรมหลอกลวงลงทุน ขอให้รีบแจ้งมาที่ 1441” พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์กล่าว       **************************


                “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส เป็นประธานพิธีเปิด “ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat AI Center)” ปลื้มเป็นโครงการเด่นภายใต้การสนับสนุนของกองทุนดิจิทัลฯ โชว์เคสความร่วมมือรัฐ-เอกชน-สถาบันการศึกษา มุ่งวิจัยและพัฒนา รวมถึงสร้างระบบนิเวศรับตัวเลขมูลค่าตลาดโลกที่คาดว่าจะสูงถึง 565 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงสุดถึง 26%                    นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในโอกาสเป็นประธานการเปิดศูนย์ปัญญาประดิษฐ์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า ศูนย์ Thammasat AI Center แห่งนี้ เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) เพื่อสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน AI ของประชาชนที่มีความสนใจ รวมถึงการทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและวิจัยด้าน AI เพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาทางธุรกิจและสังคม รวมทั้งการประยุกต์ใช้ AI ในรูปแบบใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น                    จากกระแสใหม่ๆ ของนวัตกรรมและเทคโนโลยีโลกเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด กระทรวงดิจิทัลฯ มุ่งส่งเสริมองค์กรต่างๆ ในการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ การพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ และล่าสุด ได้สนับสนุน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้ง Thammasat AI Center AI  ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ที่จะช่วยกันยกระดับศักยภาพของคนไทยและประเทศไทย เพื่อที่จะสร้างประโยชน์ต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทย นอกเหนือจากภาคการศึกษา                                                                                                                                                                                                                                                                                             นายชัยวุฒิ กล่าวว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง และเชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตและธุรกิจ โดยเฉพาะกิจกรรมที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ผ่านข้อมูลจำนวนมากที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล ด้วยความโดดเด่นของเทคโนโลยีที่สามารถเรียนรู้รูปแบบการทำงานและการตัดสินใจผ่านข้อมูลจำนวนมาก ทำให้การตัดสินใจหรือการทำงานของ AI มีประสิทธิภาพและมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเรื่อย ๆ จากการพัฒนาทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และข้อมูลนาดใหญ่ หรือ Big Data จึงทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก                     ทั้งนี้ มีตัวเลขคาดการณ์ว่า มูลค่าการตลาด AI ทั่วโลกจะสูงกว่า 15.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 565 ล้านล้านบาท ในปี 2573 เพิ่มมูลค่าถึง 26% นำไปสู่โอกาสพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคต                     “ผมเชื่อมั่นว่า หลังจากที่ศูนย์ Thammasat AI Center ได้เปิดดำเนินการแล้ว ท่านจะได้เห็นประโยชน์ของเทคโนโลยี AI สร้างระบบนิเวศชุมชนใช้ AI เป็นเครื่องมือดำเนินธุรกิจ  และหวังว่าจะกระตุ้นให้เกิดการคิดพัฒนาต่อยอดการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ใน Use Cases ใหม่ๆ” นายชัยวุฒิกล่าว                       ด้าน รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการขับเคลื่อนโครงการใหม่ๆ พัฒนานวัตกรรม ความรู้ และทักษะด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน นอกจาก Thammasat AI Center แล้ว ยังได้ริเริ่มโครงการใหม่ 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการ Medical Valley ต้นแบบศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา 2. โครงการ 88 sandbox ศูนย์การเรียนรู้ทักษะผู้ประกอบการแห่งอนาคต 3. โครงการ TU Metaverse ที่จะสร้าง campus ที่ 5 ใน Metaverse พร้อมหลักสูตร AI ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก สอน online และ offline ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ กว่า 60 องค์กร พัฒนานวัตกรและวิศวกรด้านปัญญาประดิษฐ์ เสริมศักยภาพ AI ของประเทศ   ***************************

               วันนี้ (23 ก.ย.65) นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้กับประชาชนที่โรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา                  โดย น.ส.นพวรรณฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้เสียหายจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แล้วไม่ได้รับของ เดินทางมาร้องเรียนที่กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นระยะๆ แม้จะมีการเปิดช่องทางรับแจ้งความออนไลน์สำหรับคดีประเภทนี้ เพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อนแจ้งความและส่งหลักฐานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งปัญหานี้เป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการขยายตัวของแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะที่เป็นแพลตฟอร์มโซเชียล เช่น เพจเฟซบุ๊ก                   ดังนั้น นอกเหนือจากการเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากปัญหานี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน ให้มีภูมิต้านทานก่อนที่จะทำธุรกรรมต่างๆ ในการซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ และอยากรณรงค์ให้ประชาชนซื้อสินค้าผ่านร้านค้าที่มีการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง และผ่านช่องทางที่ปลอดภัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถดูแลแก้ไขปัญหาได้ หากเป็นช่องทางอื่นจะมีความเสี่ยงที่ไม่ได้เงินคืน   **********************

        เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการมอบโล่และใบประกาศนียบัตรแก่ผู้เกษียณอายุราชการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประจำปี 2565  ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวง กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จำนวน 24 ท่าน โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ผู้แทนผู้เกษียณอายุ กล่าวขอบคุณประธานในพิธี  ณ ห้องประชุม ชั้น 2 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) แจ้งวัฒนะ               รัฐมนตรีฯ กล่าวขอบคุณ และรู้สึกยินดี เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในพิธีฯวันนี้  ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้องค์กรมีความสำเร็จอย่างยั่งยืน ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีประสบการณ์การทำงานมาอย่างยาวนานนั้น ถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และมากด้วยประสบการณ์ เป็นทั้งผู้นำและผู้อาวุโสในองค์กร ซึ่งนับได้ว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและทำประโยชน์ให้กับสังคมประเทศชาติ มาอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายนี้ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ตลอดจนคุณงามความดีที่ทุกท่านได้ปฏิบัติสั่งสมไว้     จงดลบันดาลให้ทุกท่านที่จะเกษียณอายุ และครอบครัวจงมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ มีความสุข ความเจริญโดยทั่วกัน    ________________

         ดีอีเอส สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบ 6 ใน 10 ข่าวปลอมคนสนใจมากสุด อยู่ในกลุ่มข่าวสุขภาพ สวนกระแสขาลงข่าวโควิด               นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 16–22 ก.ย. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข้อความที่เข้ามาจำนวน 10,905,386 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 413 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 148 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่อง Covid-19 จำนวน 5 เรื่อง                อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวในกลุ่มข่าวสุขภาพและผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยติดอยู่ใน 10 ลำดับแรกถึง 6 ข่าว สวนกระแสข่าวโควิดที่อยู่ในช่วงขาลง                ทั้งนี้ ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับ มีดังนี้ อันดับ 1 โทรศัพท์ส่งผลต่อคลื่นสมอง ทำให้สภาวะก่อนนอนไม่สงบ หลับยาก อันดับ 2 ทำใบขับขี่ไม่ต้องสอบที่ขนส่ง แบบถูกกฎหมาย 100% ผ่านไลน์ อันดับ 3 ไทยจะได้รับผลกระทบจากพายุกุหลาบช่วงปลายเดือนก.ย. 65 อันดับ 4 สารซักฟอกในสบู่เหลว ถ้าใช้ร่วมกับสารประกอบตระกูลเอมีน จะกลายเป็นสารก่อมะเร็ง อันดับ 5 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดซื้อหุ้นด้วยเงิน 1,000 บาท ได้รับปันผล4,000 - 6,000 บาท/อาทิตย์               อันดับ 6 สมุนไพรผู้หญิงวีจิเน่ ช่วยดูแลภาวะมดลูกต่ำ มดลูกหย่อน อันดับ 7 พายุโซนร้อนกำลังแรง เตรียมเข้าภาคอีสาน ในอีก 8 - 9 วัน อันดับ 8 ผลิตภัณฑ์อะแด็พโต - แอร์ ฟื้นฟูปอด และร่างกาย ไอ เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม อันดับ 9 ผลิตภัณฑ์ BalanceU/Ucore ไทรอยด์เป็นพิษรักษาหายขาด คอโต ตาโปน คอยุบ ตาเล็กลง ผอมลง ขี้ร้อน ร่างกายกลับมาเป็นปกติ หลับยาก ใจสั่น หลับง่ายใจไม่สั่นอีกเลย และอันดับ 10 กินถั่วลิสงวันละ 1 กำมือ ช่วยรักษาอาการวัยทอง อารมณ์แปรปรวน                 “ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียล/ออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   ______________

       24 ก.ย.2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส พร้อมหน่วยงานในกระทรวง ลงพื้นที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย           นายชัยวุฒิ กล่าวว่า  วันนี้ตนมาในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส มาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชน พร้อมกับมอบถุงยังชีพ และติดตามในงานในสังกัดของกระทรวงที่ลงมาช่วยเหลือประชาชน สิ่งสำคัญคือถือโอกาสมาเยี่ยมเยียนชาวบ้านและมาฟังว่าเขาเดือดร้อนอย่างไร อยากให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างไรบ้าง หากไม่ลงพื้นที่มาดูก็จะไม่รู้             ขณะเดียวกัน นายชัยวุฒิ ยังระบุอีกว่า ชาวบ้านเองก็ได้สะท้อนถึงความลำบาก ในการเดินทางเนื่องจากมีน้ำท่วมสูง โดยอยากจะให้มีการระบายน้ำออกไปในพื้นที่การเกษตร เพื่อลดระดับน้ำลง เนื่องจากบางพื้นที่น้ำท่วมถึงชั้น2 ซึ่งเท่าที่ทราบเมื่อชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ก็จะมีการระบายน้ำออกไปยังทุ่งนาทำให้ระดับน้ำในพื้นที่นั้นลดลง             โดยหน้าที่หลักของกระทรวงดีอีเอส กรมอุตุนิยมวิทยา มีการพยากรณ์อากาศ และประสานข้อมูลเรื่องน้ำ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงต่างๆที่นำข้อมูลไปบูรณาการช่วยเหลือ ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งการพยากรณ์อากาศช่วงนี้อยู่ในฤดูฝน เพราะฉะนั้นอาจทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ โดยจากการที่ติดตามอยู่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีพายุเข้ามา อีก 1 ลูก ซึ่งต้องติดตามดูว่าอิทธิพลของพายุลูกนี้จะทำให้ฝนตกหนักแค่ไหนในพื้นที่ และจะดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนต่อไป เนื่องจากตอนนี้น้ำเต็มทุกพื้นที่หมดแล้วค่ะฝนตกลงมาก็ยอมรับว่าเหนื่อยในการบริหารจัดการน้ำอย่างแน่นอน   _____________

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ระยะเวลาประมาณ 9 เดือนแรกของปี 65 กระทรวงฯ ได้ดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายตามคำสั่งศาล 183 คำสั่ง รวมจำนวนที่ปิดแล้ว 4,735 ยูอาร์แอล (ณ วันที่ 20 ก.ย. 65)              โดยครอบคลุม 6 ประเภทคดี ตามลำดับดังนี้ เว็บหมิ่นสถาบัน 1,816 ยูอาร์แอล ขัดต่อศีลธรรมอันดี 1,119 ยูอาร์แอล พนันออนไลน์ 1,507 ยูอาร์แอล ลามกอนาจาร 218 ยูอาร์แอล บุหรี่ไฟฟ้า 58 ยูอาร์แอล และสลากกินแบ่งเกินราคา 17 ยูอาร์แอล              ขณะที่ ในส่วนของการดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางออนไลน์ เมื่อเร็วๆ นี้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญาทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ ได้นำเสนอรายงานสถิติผลการจับกุมในภาพรวมตั้งแต่จัดตั้งหน่วยงาน (22 ธ.ค.63 - 31 ส.ค.65) ได้มีการจับกุมในคดีนโยบายที่เกี่ยวข้อง 5 ด้าน รวม2,330 คดี  จำนวนผู้ต้องหาทั้งสิ้น 2,981 คน  แบ่งเป็น 1.การพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ 670 คดี ผู้ต้องหา 1,171 คน 2.หลอกลวงออนไลน์ด้านการเงิน579 คดี ผู้ต้องหา 673 คน 3.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ฯ  เผยแพร่ข่าวปลอม เข้าถึงระบบโดยมิชอบ 483 คดี ผู้ต้องหา 483 คน 4.หลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ ขายสินค้าผิดกฎหมาย 445 คดี ผู้ต้องหา 466 คน และ 5.ล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก สตรี 153 คดี ผู้ต้องหา 188 คน               ปัจจุบัน รัฐบาลยังเร่งรัดในการออกกฎหมาย ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เช่น บัญชีม้า เป็นต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในประเทศไทย ให้สอดคล้องมาตรฐานสากล โดยจะครอบคลุมถึงความผิดผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า รวมถึงพฤติการณ์ใดๆ ที่เป็นการเข้าไปสนับสนุนเพื่อให้มีบัญชีม้านั้นเป็นความผิดตามกฎหมาย และการโฆษณาซื้อขายบัญชีด้วย ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา   ________________


                “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส รับคำร้องจากผู้ได้รับผลกระทบจากสลากออนไลน์ โดย ฟิล์ม-รัฐภูมิ และประธานชมรมผู้ค้าสลากรากหญ้าทั่วไทย นำทีมตัวแทนผู้ค้าสลากเกือบ 200 คน ยื่นหนังสือวอนตรวจสอบระบบจองคิวสลากจากตู้เอทีเอ็ม ข้องใจโควตาเต็มเร็วมาก ทำให้ไม่ได้รับสลากไปขาย เดือดร้อนหนักขาดรายได้หลักพันบาทต่องวด                    วันนี้ (26 ก.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการขายสลากออนไลน์ นำโดย นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม) ดร.เกณิกา อุ่นจิตร์ และนายสำอางค์ ซ่อนกลิ่น ประธานชมรมผู้ค้าสลากรากหญ้าทั่วไทย พร้อมผู้ค้าสลากเกือบ 200 ราย เป็นตัวแทนประชาชนกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาสลากดิจิทัล เข้ามาร้องเรียนเพื่อขอให้กระทรวงดิจิทัลฯ ช่วยประสานงานแก้ปัญหา                     เนื่องจากล่าสุดผู้ที่ได้รับสิทธิขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกือบ 200,000 ราย เมื่อไปกดจองคิวสลากจากตู้เอทีเอ็ม พบปัญหาไม่ได้สลาก ทั้งที่หลายรายไปต่อคิวแต่เช้ามืดเพื่อให้ได้กดรับสิทธิเป็นลำดับต้นๆ แต่ปรากฎว่าจำนวนกลับหมดเร็วมาก โดยตู้ขึ้นข้อความว่า “สิทธิจองคิวโควตาสลากฯงวดนี้เต็มแล้ว”ทำให้ไม่ได้รับสลากไปขาย เกิดความเดือดร้อนเพราะทำให้ขาดรายได้หลายพันบาทต่องวด                   “ในฐานะของ รมว.ดิจิทัลฯ จะลงไปตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากมองว่าอาจเป็นปัญหาจากระบบคอมพิวเตอร์ จากระบบของเอทีเอ็ม ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม บางคนไปกดแล้วไม่ได้ สลากที่เป็นโควตาหายไป ก็ต้องชี้แจงให้ได้ก่อน ว่าการทำงานของคอมพิวเตอร์มีการทำผิดระเบียบหรือผิดกฎหมายหรือไม่ มีการไปใช้ช่องว่างบางอย่างเพื่อหาประโยชน์หรือไม่ ซึ่งกระทรวงฯ ก็จะเข้าไปช่วยตรวจสอบ” นายชัยวุฒิกล่าว                    นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ปัญหาหลักที่ผู้ค้าสลากได้รับผลกระทบและร้องเรียนมาก ก็คือ ขณะนี้มีการเพิ่มจำนวนผู้มีสิทธิขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จนมีจำนวนไม่พอขาย ทำให้เกิดการแย่งโควตากัน จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องนำไปพิจารณาเพิ่มจำนวนโควตาให้เพียงพอกับจำนวนผู้มีสิทธิ์ จะได้ไม่ต้องไปแย่งกันที่หน้าตู้เอทีเอ็ม สงสารประชาชน ดังนั้นมองว่าเรื่องสำคัญที่สุดขณะนี้ คือ การเพิ่มโควตาสลาก                    โดยเรื่องสลากดิจิทัล กระทรวงการคลัง เป็นผู้วางแผนกำหนดนโยบาย ซึ่งรัฐบาลโดยเฉพาะ พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจอย่างมากที่จะควบคุมราคาสลากไม่ให้เกิน 80 บาท แล้วก็พยายามให้ผู้ค้ารายย่อย ผู้พิการ ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้ประโยชน์จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เพียงแต่วันนี้พอดําเนินการไปเมื่อมีช่องว่าง มีปัญหา เราก็ไปปรับปรุงแก้ไข อันนี้เป็นหน้าที่ที่ทางรัฐบาลก็ต้องไปดู แล้วก็เร่งทํางานให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ผลกระทบนี้เกิดกับประชาชนผู้ค้าสลาก   *************************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.