Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

       ด้าน ดีอีเอส ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหาฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนผ่านสื่อออนไลน์             วันนี้ (26 ต.ค.65) นายชัยวุฒิ ธนาคมนุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในการเป็นประธานการประชุมการแก้ปัญหาฉ้อโกงประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ดีอีเอส จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อหาแนวทางเร่งรัดและแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะการหลอกลวงทางการเงิน ใน 5 ด้าน ได้แก่ 1. แก๊ง Call Center 2. แชร์ลูกโซ่-ระดมทุนออนไลน์  3. การพนันออนไลน์ 4. บัญชีม้า  5. การหลอกหลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์  โดยคนร้ายมีการปรับรูปแบบและวิธีการหลอกหลวงประชาชน จนมีเหยื่อหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก             พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ มีการกระทำความผิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การหลอกลงทุน การระดมทุนออนไลน์ การพนันออนไลน์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เฝ้าติดตามและจับกุมผู้กระทำผิดเพื่อลดการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง จากสถิติผู้กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี พ.ศ. 2565 นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 จนถึง วันที่ 24 ตุลาคม 2565 ศาลมีคำสั่งลงโทษผู้กระทำความผิดตาม                   พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวม 184 คำสั่ง มี URLs ที่ผิดกฎหมายจำนวน  4,736 URLs              นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า จากจำนวนการกระทำความผิดและการละเมิดกฎหมายข้างต้น ดีอีเอส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนที่จะจัดทำรายงานเพื่อนำเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ทั้ง 5 เรื่องและจะนำเสนอมาตรการแก้ปัญหา และการบูรณาการหน่วยงานร่วมขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาทั้ง 5 เรื่องที่กล่าวมาอาทิ การปรับปรุงพัฒนากฎหมาย กฎระเบียบ พร้อมทั้งเร่งจัดการการโฆษณาให้ผลตอบแทน/ผลประโยชน์เกินจริงการนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จทาง social media อย่างผิดกฎหมาย หรือการนำรูปคนมีชื่อเสียงไปหลอกลวงทาง social media อย่างผิด กม. เป็นต้น             “ดีอีเอส จะมีการพิจารณาในการเพิ่มบุคลากรดำเนินการ เพื่อให้การทำงานในการปราบปรามการกระทำผิดมีความคล่องตัวมากขึ้น รวมถึงการบูรณาการข้อมูลสำหรับประชาชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งสังคมและประชาชน และสร้างเครือข่ายประชาสังคมต้านภัยออนไลน์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อช่วยให้การกระทำความผิดผ่านระบบออนไลน์ลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ” รัฐมนตรีดีอีเอส กล่าว             ทั้งนี้ ประชาชนหรือผู้ที่มีข้อมูลเว็บผิดกฎหมาย สามารถแจ้งกับกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ที่ GCC 1111 และ 1212 หรือhttps://facebook.com/DESMonitor เพจอาสาจับตาออนไลน์ หรือ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด24 ชั่วโมง  ผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่แนะนำการลงทุน ผู้ประกอบธุรกิจหรือหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ได้ที่ SEC Check First  และสามารถตรวจสอบผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบขึ้นทะเบียนให้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ที่ BOT License Check   ________________



            วันนี้ (27 ตุลาคม 2565) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานแถลงข่าวประกาศผลการพิจารณาโครงการหรือกิจกรรม ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 41 โครงการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศไทย โดยมีนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พร้อมด้วยนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจกระทรวงฯ และคณะผู้บริหาร ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 6 ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ *********************************

        เมื่อวานนี้ นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมบรรยายพิเศษในการประชุม Asia – Ministerial Roundtable on Digital Infrastructure หัวข้อ “Building a Digital Future: Digital Transformation Roadmap for Thailand” โดยได้กล่าวถึง แผนกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัล อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของประชาชน การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล การพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย เป็นต้น             การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดย Global System for Mobile Communications Association (GSMA) ในงานThe 13th Global Mobile Broadband Forum เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชน ในการหารือนโยบายและกฏระเบียบของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การลดช่องว่างในการเข้าถึงทางดิจิทัลเพื่อสนับสนุนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ   _________________

        วันนี้ (28 ตุลาคม 2565) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี 2565 ณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน ในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธี โดยมียอดเงินบริจาคถวายผ้าพระกฐินพรระราชทานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประจำปี 2565 ทั้งสิ้น 4,118,366.53 บาท (สี่ล้านหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นแปดพันสามร้อยหกสิบหกบาทห้าสิบสามสตางค์) พร้อมนี้ ประธานฯ ในพิธีได้มอบทุนการศึกษาให้แก่ โรงเรียนวัดหงส์รัตนาราม ในครั้งนี้ด้วย   ___________________________

             “ชัยวุฒิ” ขอบคุณตำรวจทลายแก๊งพนันออนไลน์ เอาผิดแล้ว 184 คดี เผย “บิ๊กป้อม” นัดทุกหน่วยงานถกปัญหาอาชญากรรมออนไลน์สัปดาห์หน้า หลังพบ จนท.รัฐ ตัวการขายข้อมูลแก๊งคอลเซนเตอร์           นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานกำลังเข้าจับกุมแก๊งแอพพลิเคชั่นพนันออนไลน์ ชาวจีนกว่า 50 คน    และมีเม็ดเงินเข้าใช้บริการมากถึง 500 ล้านบาท  โดยขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายทั้งตำรวจไซเบอร์ ตำรวจนครบาล และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่เร่งรัด กวาดล้าง ปัญหาอาชญากรรม ทั้งอาชญากรรมออนไลน์ และสถานที่อโคจรต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำ ให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของประเทศในห้วงของการประชุมเอเปค 2022               ในส่วนของกระทรวงดีอีเอส ได้ประชุมมีการประชุมติดตามสถานการณ์ และหาแนวทางเร่งรัดและแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทยกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดแก้ปัญหา โดยเฉพาะการหลอกลวงทางการเงิน ใน 5 ด้าน ได้แก่ 1. แก๊ง Call Center 2. แชร์ลูกโซ่-ระดมทุนออนไลน์  3. การพนันออนไลน์ 4. บัญชีม้า  5. การหลอกหลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์  ซึ่งพบว่า คนร้ายมีการปรับรูปแบบและวิธีการหลอกหลวงประชาชน จนมีเหยื่อหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก  และมีการจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง จากสถิติผู้กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี พ.ศ. 2565 นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 จนถึง วันที่ 24 ตุลาคม 2565 ศาลมีคำสั่งลงโทษผู้กระทำความผิดตาม  พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แล้ว 184 คำสั่ง มี URLs ที่ผิดกฎหมายจำนวน  4,736 URLs               นอกจากนี้ล่าสุดทางตำรวจยังมีการสอบสวนขยายผล กรณีแก๊ง Call Center พบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นตัวการในการขายข้อมูลในระบบราชการของประชาชน  ซึ่งเรื่องนี้มีความผิดตามกฎหมายพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ของ กระทรวงดีอีเอสโดยตรง ฐานนำข้อมูลส่วนบุคคล ผู้อื่นไปขาย มีโทษอาญา จำคุก สูงสุด 1 ปี ต่อกรรม หากขายข้อมูล10คน ก็จะมีโทษถึง 10ปี  ถ้า100คนโทษก็จะเพิ่มขึ้นเป็น100ปี                 นอกจากนี้ ยังมีความผิดฐานเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษอาญา จำคุก 2 ปี และหากขายข้อมูลจนทำให้เสียหายเป็นวงกว้าง ทางสังคมโทษ จำคุกสูงสุดถึง 7 ปี จึงขอเตือนเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน บุคคลที่ สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคนอื่นๆได้ ให้ระวัง การกระทำที่ผิดกฎหมาย               นายชัยวุฒิเปิดเผยด้วยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับงานด้านนี้ ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสัปดาห์หน้าได้นัดประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสัปดาห์หน้าเพื่อเร่งรัดการทำงานให้เป็นรูปธรรม ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีด้วย   ________________

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากกรณีที่มีประเด็นข่าวปลอมจากสังคมออนไลน์ แจ้งว่า ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาไม่มีการลงทุนใหม่ในประเทศ นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น ทางรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอยืนยันว่า ในช่วงระยะเวลา 8 ที่ผ่านมา นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศมีการลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่ารัฐบาลได้มีการส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ณ วันที่ 12 ตุลาคม2565 ได้มีการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งสิ้น 26 โครงการ  จาก 17 บริษัท คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน  รวม 80,208 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) จำนวนยานยนต์ที่ได้รับอนุมัติ838,775 คัน และบีโอไอได้ออกบัตรส่งเสริมการลงทุนแล้วจำนวน 16 โครงการ อาทิ โครงการผลิตรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน จำนวน 6 ราย, รถยนต์กระบะ จำนวน 2 ราย และรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 ราย เป็นต้น            สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินงานของสำนักงานและหน่วยงานภายใต้ดีอีเอสนั้น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือSmart City แล้ว 30 พื้นที่ใน 23 จังหวัด อีกทั้งได้รับความเห็นชอบแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะเพิ่มเติมจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ที่มี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมาอีก 15 พื้นที่ใน 14 จังหวัดและยังมีแผนที่จะผลักดันประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะได้อย่างสมบูรณ์ ผ่านการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มุ่งเน้นให้คนเป็นศูนย์กลางเพื่อให้เกิดแผนการพัฒนาเมือง รวมถึงโครงการที่ตอบสนองบริบทของพื้นที่ และความต้องการของประชาชนให้กับผู้บริหารเมือง ทั้งระดับประเทศ จังหวัดและชุมชน อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ยกระดับสังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศ              นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ซึ่งเป็นสำนักงานงานภายใต้ดีอีเอส ยังมีการจัดทำนโยบายแนวทางในการขับเคลื่อนงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศและในมิติการดำเนินงานที่ ETDA จะต้องขับเคลื่อนในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงความร่วมมือกับทุกภาคส่วน มุ่งสู่การยกระดับชีวิตคนไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้ 4 โครงการสำคัญ ประกอบด้วย การกำกับดูแล Digital Service, ร่วมผลักดัน Digital ID, ส่งเสริมและร่วมพัฒนานวัตกรรมที่น่าเชื่อถือผ่านETDA Sandbox และขยายความร่วมมือสร้างโอกาส ก้าวสู่โลกออนไลน์ที่ทุกคนมั่นใจ เพื่อให้เกิดการทำธุรกรรมทางออนไลน์ที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ซึ่งได้เดินหน้าขับเคลื่อนงานสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้คนไทยทำธุรกรรมทางออนไลน์อย่างเชื่อมั่น เพราะธุรกรรมทางออนไลน์ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ              จากการสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซของไทยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าตลาดอีคอมเมิร์สของไทย ในปี 2565 มีมูลค่าราว 5.6 แสนล้านบาท ทั้งนี้การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์คาดว่าจะมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคก็มีความสะดวกและคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น             “ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียล/ออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   _________________

             กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาล มากกว่าครึ่ง ตามด้วยเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขณะที่ข่าวปลอมด้านเศรษฐกิจอยู่ในกระแสข่าวที่มีคนสนใจมากที่สุด 10 อันดับแรกในรอบสัปดาห์                  นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 21-27 ตุลาคม 2565 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข้อความที่เข้ามาจำนวน 5,236,001 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 279 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 111 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่อง Covid-19 จำนวน 6 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย                  กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 69 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 24 เรื่อง กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 10 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเรื่องเศรษฐกิจ จำนวน 8 เรื่อง สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 6 เรื่อง                  นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวปลอมด้านเศรษฐกิจ สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 21- 27 ตุลาคม 2565 มีดังนี้ อันดับที่ 1 เรื่อง แอปพลิเคชันเป๋าตัง ให้ยืม 10,000 บาท ผ่อนเดือนละ 217 บาทต่อเดือน อันดับที่ 2 เรื่อง สัญลักษณ์ Green Industry บนสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาอิสลาม อันดับ 3 เรื่อง ออมสินปล่อยเงินกู้ฉุกเฉิน วงเงิน 10,000 - 300,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องใช้คนค้ำ อันดับที่ 4 เรื่อง ลงทะเบียนรับค่าตอบแทนจากรัฐบาล จำนวน 50,000 บาท เพื่อช่วยเหลือการว่างงานสำหรับทุกครอบครัว อันดับที่ 5 เรื่อง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเผยเลขลับเฉพาะวงใน งวด 1 พ.ย. 65 อันดับที่ 6 เรื่อง เกาหลีเปิดรับคนไทยทำงานถูกกฎหมายไร่ผักสลัดเกาหลี ค่าแรง 75,000 บาท อันดับที่ 7 เรื่อง ออมสินส่ง SMS กู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ GSB จำนวน 50,000 บาท ผ่านลิงก์ อันดับที่ 8 เรื่อง หมากพลูช่วยต้านมะเร็ง และลดกลิ่นปาก อันดับที่ 9 เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดพอร์ตขั้นต่ำ 1,000 บาท กำไรได้สูงสุดถึง 50% ของเงินลงทุน ผ่านไลน์ อันดับที่ 10 เรื่อง ธ.ก.ส. ธ.ออมสิน ธ.กรุงไทย ธอส. และธ.อิสลาม เฉพาะสถาบันการเงินของรัฐ หยุดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เข้าสู่การรีเซ็ตหนี้ให้ประชาชน                   ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดีย และออนไลน์ โดยท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87          “นอกจากนี้ ขอฝากเตือนประชาชนเรื่องมิจฉาชีพที่ยังมีการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมิจฉาชีพที่มีการส่งข้อมูลผ่านเอสเอ็มเอสมายังโทรศัพท์ของท่าน หรือโทรศัพท์มาหา และมีการแจ้งข้อมูลที่ผิดปรกติสำหรับบัญชีธนาคารของท่าน ขอให้ท่านติดต่อทางธนาคารที่ท่านเปิดบัญชีด้วยโดยตรง เพื่อติดต่อสอบถามข้อสงสัยต่างๆ รวมถึงเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ดีอีเอส ได้มีการติดตามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพในทุกรูปแบบ” นางสาว นพวรรณ กล่าว   *************************

               31 ตุลาคม 2565 - ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นสักขีพยาน ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ “การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตในการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลด้วยเครื่องมือและกระบวนการดิจิทัล” ระหว่าง ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และ นายเอทูล ทูลิ กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี อินโดไชน่า หวังให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงดิจิทัลโซลูชันระดับโลก และก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของทั้งสองประเทศ ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ   ********************

         วันนี้ (31 ตุลาคม 2565) นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ประชุมคณะกรรมการสุขภาพดิจิทัลแห่งชาติ ครั้งที่ 1 /2565 ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ กลไกการบริหารจัดการและโครงสร้างหน่วยงานบริหารจัดการข้อมูลด้านสุขภาพดิจิทัลระดับประเทศ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ด้านการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ และแก้ปัญหาการบริหารจัดการข้อมูลและสารสนเทศสุขภาพในปัจจุบัน หลังจากนี้ก็จะมีการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลจริงจัง มีระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ปลอดภัย การเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ การบริการจัดการข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1 ชั้น 2 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข   _______________





icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.