Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

        กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาล มีมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ สอดคล้องกับกระแสการเมืองที่อยู่ในความสนใจอย่างมากของประชาชน ขณะที่ข่าวปลอมโควิด-19 มีเพียง 2 เรื่อง              นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2565 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข้อความที่เข้ามาจำนวน 5,227,144 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 228 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 98 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่องโควิด -19 จำนวน 2 เรื่อง               ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 64 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน16 เรื่อง กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 12 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 2 เรื่อง               นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวปลอมด้านเศรษฐกิจ สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน ดังนี้ อันดับที่ 1 เรื่อง สูตรอาหารรักษาเส้นเลือดในสมองตีบ อันดับ 2 เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดลงทุนซื้อแคมเปญใหญ่ ด้วยเงิน 1,000 บาท ได้รับเงินปันผล13,000 บาทต่อเดือน อันดับที่ 3 เรื่อง 8 ปีที่ผ่านมาไม่มีการลงทุนใหม่ ๆ นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น อันดับที่ 4 เรื่อง ออมสินให้ยืมผ่านไลน์ 100,000 บาท ผ่อน 700 บาทต่อเดือน ไม่ต้องมีผู้ค้ำ อันดับที่ 5 เรื่อง ออมสิน MYMO เปิดให้ยืม 250,000 บาท ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท อันดับที่ 6 เรื่อง ใช้กระดาษทิชชูซับน้ำมันจากของทอด เป็นอันตรายต่อร่างกายและเป็นสารก่อมะเร็ง อันดับที่ 7 เรื่อง ก. พลังงานขึ้นราคาพลังงานทั้งระบบ เพราะปตท. ส่งคืนทรัพย์สินให้การคลังไม่ครบถ้วน อันดับที่ 8 เรื่อง ธ.กรุงไทยส่ง SMS เชิญชวนประชาชนรับสิทธิ์ยื่นกู้ผ่านลิงก์ อันดับที่ 9 เรื่อง การบินไทยเปิดรับสมัครพนักงานขายตั๋วเครื่องบินผ่านแอปฯ ผลตอบแทน 3,000 บาทต่อวัน  อันดับที่ 10 เรื่อง กระทรวงแรงงานเปิดรับสมัครงานแบบ WFH รายได้ 800-2,600 บาทต่อวัน “ปัจจุบันข่าวปลอมมีหลากหลายรูปแบบ อาทิ แจ้งว่าท่านได้รับรางวัล หรือได้รับประโยชน์ต่างๆ จากมิจฉาชีพที่มีการส่งข้อมูลผ่านเอสเอ็มเอสมายังโทรศัพท์ของท่าน หรือพูดคุยทางโทรศัพท์  รวมถึงการได้รับข่าวปลอมผ่านทางสื่อโซเชียลต่างๆ              ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดีย และออนไลน์ โดยท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ทั้งนี้ดีอีเอส ได้มีการติดตามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพในทุกรูปแบบ”และนางสาว นพวรรณกล่าว   _________________

     วันนี้ เวลา 10.20 น. (6 พ.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ได้เข้าสักการะพระบรมธาตุ และหลวงพ่อทันใจ ณ วัดพระบรมธาตุ (หลวงพ่อทันใจ) ต.เกาะตะเภาอ.บ้านตาก จ.ตาก  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดตากเคารพบูชา           โดยทันทีที่นายชัยวุฒิมาถึง ได้รับการต้อนรับจากประธานนายกเทศบาลบ้านตาก, กรมการปกครองท้องถิ่นอ.บ้านตาก, ข้าราชการท้องถิ่นพร้อมทั้งประชาชน  จากนั้นได้เข้าไปยังวิหารหลวงพ่อทันใจ ถวายเครื่องสักการะหลวงพ่อทันใจ และหลวงพ่อทองอยู่  พร้อมจุดเทียนสะเดาะเคราะห์ล้านนา ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านของภาคเหนือ จึงลงมาเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ แล้วถวายสังฆทานกราบนมัสการพระครูพิทักษ์บรมธาตุ เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุพร้อมรับพรจากท่านเจ้าอาวาส            หลังถวายสังฆทานเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางต่อในภารกิจต่อไปก็ได้มีตัวแทนจากต.เกาะตะเภา และชาวบ้านประมาณ 50 คน ยื่นหนังสือรายงานเรื่องโรงงานแป้งมันสัมปะหลัง ก่อมลพิษทางกลิ่น สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน รมว.ชัยวุฒิหลังได้รับหนังสือร้องเรียนได้กล่าวกับชาวบ้านว่า จะช่วยเร่งแก้ไขปัญหาและดำเนินการอย่างเต็มที่            จากนั้นจึงรุดไปยังโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร อ.เมือง จ.ตาก เพื่อฟังบรรยายสรุปโครงการ เมืองตาก e-sport ของโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร โดยมีรำกองยาวจากนักเรียนให้การต้อนรับพร้อมคณะครูประมาณ 50 คนตั้งแถวรอต้อนรับและเข้าห้องประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อตรวจสอบความพร้อมโครงการเมืองตาก e-sport            รมว.ชัยวุฒิกล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเยี่ยมโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร โดยเห็นหลักสูตรแล้วรู้สึกดีใจ ที่โรงเรียนแห่งนี้ทันสมัย มีหลักสูตรดี ๆ ให้กับนักเรียนได้ศึกษา กีฬา e-sport เป็นกีฬาถูกที่ต้องตามกฎหมาย เป็นรายการแข่งขันที่มีคนรับชมเยอะที่สุดมากกว่ากีฬาอื่น ๆ เป็นกีฬาที่สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเด็กไทยได้            ซึ่งทางกระทรวงฯ มีนโยบายอยากยกระดับการเล่นเกม จากเด็กติดเกมให้เป็นเด็กติดกีฬา บางคนอาจคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ ตนคิดว่าโลกตอนนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว เมื่อเด็กมีความสนใจ คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ ซึ่งสามารถประกอบเป็นอาชีพได้จริง             จากนั้นจึงเข้าชมห้องเรียนพิเศษ 11 ลู่วิ่ง ตามความถนัดและความสามารถของนักเรียน พร้อมเข้าชมสาธิตการฟั่นตีนกา, สาธิตการหยดน้ำเทียน, สาธิการตกแต่งกระทงกะลา, สาธิตการประดิษฐ์กระทงจากใบตองจากนักเรียนและเข้าไปภายในห้องประชุมเพชรเมืองตาก ซึ่งได้รับการต้อนรับจากนักเรียน 200 คน โดยมีการแสดงดนตรีเป็นการขอบคุณรมว.ชัยวุฒิ ที่ได้ให้เกียรติติดตามโครงการและเยี่ยมเยียนโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร พร้อมด้วยรอยยิ้มและเสียงปรบมือท่ามกลางเสียงเพลงขอบคุณที่รักกัน เป็นบรรยากาศอบอุ่นและยังความปิติยินดีให้กับคณะครู และนักเรียนทุกท่านที่มาต้อนรับในวันนี้   ___________________

            วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2565) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เข้าร่วมพิธีไหว้ศาลพระพรหม เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้ารับตําแหน่งปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) คนที่ 4 โดยมี ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอีเอส ร่วมให้การต้อนรับ ณ บริเวณศาลพระพรหม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี   ***************************

         พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จัดประชุม การแก้ไขปัญหาฉ้อโกงออนไลน์ ในวันนี้ 7 พ.ย. 65 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พลตำรวจเอกดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวรุณ กาญจนภู รองเลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้แทนกระทรวงการคลัง             ที่ประชุมได้สรุปผลของการปฎิบัติงานและสถิติการดำเนินคดีทางอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญ ในปี 2565 ถึงเดือนตุลาคม นี้ ประกอบด้วย          1. การปิดกั้นข้อความ SMS/โทรหลอกลวง จำนวน 76,165 หมายเลข และดำเนินคดีแก๊งค์ Callcenter ในต่างประเทศ จำนวน 6 ครั้ง มีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 166 ราย  2. การอายัดบัญชีม้าจำนวน 40,198 บัญชี และปิดกลุ่มโซเชี่ยลมีเดียซื้อขายบัญชีม้า จำนวน 6 กลุ่ม  3. การดำเนินคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงลงทุน- ระดมทุน ออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน จำนวน 653 คดี มีผู้ต้องหาจำนวน 747 ราย 4. การปราบพนันออนไลน์ โดยดำเนินคดีกับเว็บไซต์ ที่กระทำความผิดจำนวน 312 คดี มีผู้ต้องหาจำนวน 403 รายและปิดกั้นเว็บไซต์พนันจำนวน 1,507 เว็บไซต์ 5. การหลอกลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์ ดำเนินคดีจำนวน 469 คดีและมีการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 490 ราย               และที่ประชุมวางแนวทางมาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงทางออนไลน์ 6 มาตรการ ได้แก่  1. การเร่งรัดปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ 5 ด้านดังนี้ (1) แก๊ง Call Center (2) บัญชีม้า  (3) การหลอกลวงลงทุน-ระดมทุนออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน (4) การพนันออนไลน์ และ (5) การหลอกลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์   2. การป้องกันธุรกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย  3. การป้องกันการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ผิดกฎหมาย  4. การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดวงจรอาชญากรรม  5. การยกระดับการเตือนภัยออนไลน์และสร้างการรับรู้ต่อประชาชน และ  6. การเร่งรัดพัฒนากฎหมาย และขยายผล                 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า “ต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเป็นกุญแจสำคัญในเรื่องนี้ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาเรื่องการแจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนก่อนการโอนเงินของระบบ E-Banking / Mobile Banking การป้องกันการโอนเงินผ่าน Remote Application ที่คนร้ายใช้ และ สำนักงาน กสทช. เร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับหน่วยงานหรือผู้ใช้งาน Sim โทรศัพท์ที่ผิดกฎหมาย (เช่น SIM ไม่ลงทะเบียน หรือลงทะเบียนไม่ถูกต้อง) สำหรับกระทรวงดิจิทัลฯ จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันการออกพระราชกำหนดเกี่ยวกับบัญชีม้าและการจัดการธุรกรรมที่ต้องสงสัยหรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมก่อนกระทบในวงกว้าง                     นอกจากนี้ กระทรงดิจิทัลฯ จะยกระดับการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ผ่านทางช่องทางแอปเป๋าตังค์ และช่องทางต่างๆ  โดยกระทรวงดิจิทัลฯ จะเร่งนำมาตรการเร่งด่วนแก้ไขการฉ้อโกงออนไลน์ ตามที่ได้หารือกันในวันนี้ เสนอคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์หน้า”                บิ๊กป้อมย้ำ “รัฐบาลเอาจริงและพยายามทุกวิถีทางที่จะปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการปราบปรามผู้กระทำความผิดให้ได้รับโทษจากการกระทำผิดตามกฎหมายและอาชญากรรมทางออนไลน์ให้ถึงที่สุด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และขอให้กระทรวงดิจิทัลฯ เร่งสรุปมาตรการเร่งด่วนแก้ไขการฉ้อโกงออนไลน์ เสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 10 วัน”               สำหรับประชาชนที่พบปัญหาภัยออนไลน์สามารถสามารถแจ้งกับกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ที่ 1212 หรือhttps://facebook.com/DESMonitor เพจอาสาจับตาออนไลน์ หรือ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด24 ชั่วโมง  ผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com  หรือ โทร 1441 ตำรวจไซเบอร์   ___________________

        วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2565) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding หรือ MoU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล กับ ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อส่งเสริมการค้าการแลกเปลี่ยนด้านเทคนิค รวมถึงการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ส่งเสริมการพัฒนาด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัล บนพื้นฐานของความ  เท่าเทียม ต่างตอบแทนและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในระยะยาวอย่างยั่งยืน ภายใต้กฎหมายและระเบียบของผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่าย โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 8 ปี แบ่งเป็นบันทึกความเข้าใจจะมีผลบังคับใช้ในวันที่มีการลงนาม และจะมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยจะมีการขยายเวลาอัตโนมัติออกไปอีก 3 ปี             “ความร่วมมือของทั้งสองกระทรวง ในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยกระชับความเป็นหุ้นส่วนที่ดีระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจะส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุน การพัฒนาด้านเทคนิค การขยายตลาด และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย” นายชัยวุฒิกล่าว              ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือไปรษณีย์โทรคมนาคม เทคโนโลยีการสื่อสารสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัลของทั้งสองประเทศในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกระทรวงระหว่างกัน เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนลาวและไทยต่อไปในอนาคต             นายชัยวุฒิ กล่าวต่อไปอีกว่า  กรอบความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย จะมีการร่วมกันกำหนด แนวปฏิบัติในการกำกับดูแล และนโยบายด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลรัฐบาลดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ ทักษะด้านดิจิทัล ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีที โทรคมนาคม และดิจิทัล ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ดิจิทัล คอนเทนต์ (Digital content) และการบริการที่เกี่ยวข้องโครงสร้างพื้นฐานด้านบรอดแบนด์             และการพัฒนาการให้บริการ นวัตกรรมด้านไอซีทีและเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data), อินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง (Internet of Things - IoT) และ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud computing) โอกาสด้านดิจิทัล เช่น การรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมโอกาสและ ศักยภาพของประชาชน (Digital inclusion) และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e - Commerce) การวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ เทคโนโลยีดิจิทัล การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความร่วมมือและความช่วยเหลือในด้านการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่วิสาหกิจเพื่อสร้างความร่วมมือด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลสาขาอื่น ๆ            การลงนามเอ็มโอยู ยังจะมีแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความสำเร็จ ความก้าวหน้า และแผนการพัฒนาในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลมีการแลกเปลี่ยนการเยือน การประชุม และการหารือ รวมถึงแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินโครงการความร่วมมือ (Joint projects) ในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและศักยภาพในด้านต่าง ๆ ร่วมกันของทั้งสองประเทศ                        อย่างไรก็ตาม  ความร่วมยังมีการอำนวยความสะดวกให้แก่ธุรกิจสตาร์ทอัพ ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยี ดิจิทัล มีจัดนิทรรศการ โครงการฝึกอบรม ประชุมเชิงปฏิบัติการ และสัมมนารวมถึงรูปแบบความร่วมมืออื่นๆ ในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ เทคโนโลยีดิจิทัลตามที่ตกลงร่วมกันด้วย          “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศไทย เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีสัมพันธภาพและ. มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาเป็นระยะเวลานาน ความร่วมมือกันในครั้งนี้ยังขยายไปสู่ความร่วมมือทางด้าน ไอที ดิจิทัลการค้าในรูปแบบของการซื้อขายสินค้าอีคอมเมิร์ซไร้พรมแดน การรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะทำให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาทางด้านไปรษณีย์ เทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางด้านนวัตกรรมใหม่ร่วมกันด้วย ความร่วมมือที่เกิดขึ้นสามารถสร้างประโยชน์ให้กับภาครัฐ เอชนและประชาชนในการพัฒนาเศรษฐกิจ ไปรษณีย์ โทรคมนาคมและไอทีของทั้งสองประเทศให้เกิดความมั่งคง ความปลอดภัยในโลกยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุด” นายชัยวุฒิกล่าวทิ้งท้าย            สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กัญญาภัค ขุนทอง 083-0981034 สฤษฎ์ เพชรรัตน์084-1385252 ศศิวิมล จิตรแก้ว 093-3297021 ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ : ชลธิชา รุ่งฟ้าไพศาล 081 827 5922 , จิตต์สิริ กลิ่นบุญนาค 081 4411510   ___________________


      วันนี้ (8 พฤศจิกายน 65 ) นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการแจ้งเหตุพบ "มิจฉาชีพ" ฉวยโอกาสใช้สถานการณ์วันสำคัญก่อเหตุ โดยแฝงตัวสร้างเว็บไซต์สำหรับ “ลอยกระทงออนไลน์ 2565” เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลทางการเงิน ทางดีอีเอสฝากย้ำเตือนประชาชน ตรวจสอบเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการอย่างละเอียด และไม่กรอกข้อมูลสำคัญลงในกิจกรรมลอยกระทงออนไลน์ โดยต้องตรวจสอบรายละเอียด ชื่อเว็บให้ถูกต้องชัดเจน และต้องเป็นเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ           ทั้งนี้เพราะอาจมีมิจฉาชีพแฝงตัวสร้างเว็บไซต์ปลอมขึ้นมา  เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนตัวสำคัญก่อนให้บริการลอยกระทงและอธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น กรอกชื่อ-นามสกุล  วันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์หมายเลขบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต รหัสหลังบัตร รหัส OTP เป็นต้น โดยการนำข้อมูลไปใช้ในการหลอกลวงทางออนไลน์ต่อไป เช่น หลอกยืมเงินผู้อื่น ใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าหรือถูกโอนเงินจากบัญชีธนาคารหรือทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างได้        นางสาวนพวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับบทลงโทษ ผู้ที่คิดกระทำผิดโดยการหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนผ่านวิธีต่างๆ ตามกฎหมาย PDPA จะมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ ในฐานกระทำโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ         ทั้งนี้ ประชาชนหรือผู้ที่มีข้อมูลเว็บผิดกฎหมาย สามารถแจ้งกับกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ที่ GCC 1111 และ 1212 หรือhttps://facebook.com/DESMonitor เพจอาสาจับตาออนไลน์ หรือ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด24 ชั่วโมง  ผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com__________________

            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับมอบหมายจาก บิ๊กป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี) เร่งเดินหน้า 6 มาตรการเร่งด่วนปราบแก๊งหลอกลวงออนไลน์ ประกอบด้วย 1. การเร่งรัดปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ 2. การป้องกันธุรกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย 3. การป้องกันการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ผิดกฎหมาย 4. การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดวงจรอาชญากรรม 5. การยกระดับการเตือนภัยออนไลน์และสร้างการรับรู้ต่อประชาชน และ 6. การเร่งรัดพัฒนากฎหมายและขยายผล ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนตามที่ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม เรื่อง แนวทางแก้ไขปัญหาหลอกลวงทางออนไลน์ ในวันที่ 7 พ.ย. 2565               รัฐมนตรีชัยวุฒิ ได้สั่งการให้ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมหารือในรายละเอียด ตามมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ได้มีการประชุมร่วม พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้แทนผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และ ผู้แทนสำนักงาน กสทช. หารือแนวทางเร่งดำเนินมาตรการป้องกันธุรกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย ที่ประกอบด้วย (1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีม้าและธุรกรรมต้องสงสัยระหว่างสถาบันการเงิน (2) การสร้างกลไกในการตรวจสอบและระงับธุรกรรมทางการเงินรวมทั้งสินทรัพย์ดิจิทัลผิดปกติหรือผิดกฎหมาย และ (3) การป้องกันการโอนเงินผ่าน Remote Application ที่คนร้ายใช้              นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือ มาตรการป้องกันการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ผิดกฎหมาย ประกอบด้วย (1) การบังคับใช้กฎหมายสำหรับการใช้โทรศัพท์ผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด (เช่น SIM ไม่ลงทะเบียน หรือ ลงทะเบียนไม่ถูกต้อง) (2) การเพิ่มประสิทธิภาพระงับการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ผิดกฎหมาย (3) การจัดทำฐานข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและส่งข้อมูลการทำผิดกฎหมาย (4) การจำกัดธุรกรรมทางการเงินสำหรับ SIM ผิดกฎหมาย หรือ SIM ต้องสงสัย และ (5) การใส่เครื่องหมาย + สำหรับการโทรที่ต้องสัย              ในส่วนของกระทรวงดิจิทัล จะใช้มาตรการเชิงรุก ตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ใช้ระบบ Social listening ในการตรวจสอบข้อมูลออนไลน์ ในช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ สื่อโซเชียลมีเดียทุกแพลต์ฟอร์ม ตรวจสอบกับระบบฐานข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ถือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิด หรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย เจ้าหน้าผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมาย หรือดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทันที เพื่อป้องกัน ตัดวงจรการกระทำความผิด ไม่ให้ขยายผลกระทบประชาชนในวงกว้าง              ในการทำงาน จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างบูรณาการ เช่น กรณีคนร้ายที่ชักชวนและหลอกลวงประชาชนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างผิดกฎหมาย มีโทษหนัก อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จำคุก 10 ปี และกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จำคุก 5 ปี เป็นต้น              สำหรับประชาชนที่พบปัญหาภัยออนไลน์สามารถสามารถแจ้งกับกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ที่ 1212 หรือ https://facebook.com/DESMonitor เพจอาสาจับตาออนไลน์ หรือ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com หรือ โทร 1441 ตำรวจไซเบอร์   ****************************

              วันนี้ (9 พ.ย. 65 ) ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาเลขหมาย 4 หลัก และการขอจัดตั้ง Sub Call Center ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้บริการตอบข้อซักถามและร้องเรียนประชาชน ผ่านบริการโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 602 ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ************************

             วันนี้ (9 พ.ย. 65 ) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิด “งานสัมมนา Cyber Defense Initiative Conference 2022 (CDIC 2022) ซี่งเป็นงานสัมมนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 21 สำหรับ ปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Optimizing Security of Things and Digital Supply Chain Risk” โดยมี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมเป็น Keynote speaker ภายใต้หัวข้อ “เทคโนโลยี แพล็ตฟอร์ม และบุคลากร” ปัจจัยสำคัญสำหรับการจัดการภัยคุกคามไซเบอร์และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล สู่การยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศ ร่วมจัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ และพันธมิตร ณ ห้องแกรนฮอลล์ 202-203 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค   ***************************

            เกาหลีใต้ (10 พ.ย.65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค Asia – Pacific Digital Ministerial Conference สมัยที่ 1 ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี จัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Ministry of Science and ICT) ของสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) (Economic and Social Commission for Asia and the Pacific - ESCAP) โดยมี ดร. ลี จอง โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสาธารณรัฐเกาหลี เป็นประธานการประชุมครั้งนี้ พร้อมด้วยรัฐมนตรี ผู้แทนระดับสูง ร่วมด้วยนางอาร์มิดา ซัลเซียะฮ์ อาลิสจะฮ์บานา เลขาฯ เอสแคป เข้าร่วมการประชุมฯ              โดยในการประชุมฯ ได้มีการหารือสถานะ ความท้าทาย และแนวทางการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล การลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความร่วมมือดิจิทัลในระดับภูมิภาค ตามเจตจำนงที่ประเทศสมาชิกเอสแคปให้ไว้ในปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี การก่อตั้งเอสแคป รวมทั้งการรับรองปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือทางดิจิทัลเพื่อกำหนดอนาคตร่วมกัน (Ministerial Declaration on Digital Cooperation for Shaping Our Common Future) ซึ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์การประชุมในครั้งนี้              นอกจากนี้ รัฐมนตรี/ผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกเอสแคป ได้มีการกล่าวถ้อยแถลงในประเด็นเกี่ยวกับความท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 นโยบายและการดำเนินการที่ประเทศของตนดำเนินการเพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงทางดิจิทัลที่มีคุณภาพสูงและราคาเข้าถึงได้ เพื่อมุ่งไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลให้เป็นสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุมและเท่าเทียม              นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงดีอีเอส ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 นับเป็นแรงกระตุ้นและเร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั่วโลกเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งประเทศไทยได้ให้เล็งเห็นความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยได้กำหนดแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมขึ้น เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยได้การดำเนิน “โครงการเน็ตประชารัฐ” ขึ้นเพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลที่สำคัญของประเทศไทย เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จำเป็นต่อการพัฒนาด้านดิจิทัลอื่น ๆ ของประเทศ รวมทั้งการพัฒนาและปรับปรุงด้านโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแกร่ง เพื่อให้ภูมิภาคเอเชีย – แปซิก เป็นเศรษฐกิจดิจิทัลที่เจริญเติบโตและยั่งยืน               พร้อมกันนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังร่วม หารือทวิภาคีกับ นายเอซ่า สาเรพูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ด้านความร่วมมือเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่างไทยกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือและประสบการณ์ ด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างกัน   ************************


            วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2565) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นวิทยากรพิเศษโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ” จัดโดย สำนักงาน ป.ย.ป. ณ โรงแรม รอยัล ปริ้นเซส หลานหลวง   *****************************

     กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาล จำนวน 67 เรื่อง สอดคล้องกับกระแสการเมืองที่อยู่ในความสนใจอย่างมากของประชาชน ขณะที่ข่าวปลอมโควิด-19 มีเพียง 1 เรื่อง          นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 4 - 10 พฤศจิกายน 2565 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมพบข้อความที่เข้ามาจำนวน 5,213,861 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 238 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 222 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 16 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 104 เรื่อง           ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 67 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน19 เรื่อง กลุ่มที่ 3  ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 13 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 1 เรื่อง นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวปลอมด้านเศรษฐกิจ สำหรับข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 4 - 10 พฤศจิกายน ดังนี้ อันดับ 1 เรื่อง ปตท. ให้ลงทุนหุ้นระดับโลก ด้วยเงิน 1,000 บาท และซื้อหุ้นปตท. ได้รับสิทธิ์จอง OR อันดับที่ 2 เรื่อง กรุงไทยส่ง SMS ให้ประชาชนรับสิทธิ์ยื่นกู้เงินผ่านลิงก์ อันดับที่ 3 เรื่อง ขนส่งฯ เปิดเพจเฟซบุ๊ก DLT e-eairning รับทำใบขับขี่ทุกชนิด อันดับที่ 4 เรื่อง สมุนไพรจมูกปลาหลดใช้รักษาโรคมะเร็ง อันดับที่ 5 เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อ GSB ผ่านไลน์ อันดับที่ 6 เรื่อง ใช้เนยแท้ทาเคลือบแผลน้ำร้อนลวก ช่วยแก้ปวด ลดตุ่มพองใส อันดับที่ 7 เรื่อง สารบอแรกซ์ใช้รักษาโรคมะเร็งได้ อันดับที่ 8 เรื่อง กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครแรงงานโรงงานไฟฟ้าที่เกาหลี อันดับที่ 9 เรื่อง ปตท. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดลงทุนหุ้นระดับโลก ด้วยเงิน 1,000 บาท อันดับที่ 10 เรื่อง ไปรษณีย์ไทยโทรแจ้งประชาชนว่ามีพัสดุตกค้าง           “ดีอีเอส พร้อมดำเนินการทุกวิธี เพื่อปกป้องประชาชนจากข่าวปลอมและมิจฉาชีพผ่านออนไลน์ โชเชียลมีเดียโทรศัพท์ และการส่ง SMS หากท่านได้รับโทรศัพท์หรือได้รับข้อมูลที่ผิดปรกติ ผ่าน โชเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ และ SMS ท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ทั้งนี้ดีอีเอส ได้มีการติดตามการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่องในทุกช่องทาง” นางสาว นพวรรณ กล่าว   _________________

        วันนี้ (14 พ.ย.65) เวลา 09:00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่า เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และสมทบทุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานผ้าไตรประกอบพิธีทอดผ้าป่า พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานในสังกัดกระทรวงฯ  เข้าร่วมในพิธี ณ อุโบสถ วัดสีกัน(พุทธสยาม) แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร    ________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.