Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

     วันนี้ เวลา 10.20 น. (6 พ.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ได้เข้าสักการะพระบรมธาตุ และหลวงพ่อทันใจ ณ วัดพระบรมธาตุ (หลวงพ่อทันใจ) ต.เกาะตะเภาอ.บ้านตาก จ.ตาก  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดตากเคารพบูชา           โดยทันทีที่นายชัยวุฒิมาถึง ได้รับการต้อนรับจากประธานนายกเทศบาลบ้านตาก, กรมการปกครองท้องถิ่นอ.บ้านตาก, ข้าราชการท้องถิ่นพร้อมทั้งประชาชน  จากนั้นได้เข้าไปยังวิหารหลวงพ่อทันใจ ถวายเครื่องสักการะหลวงพ่อทันใจ และหลวงพ่อทองอยู่  พร้อมจุดเทียนสะเดาะเคราะห์ล้านนา ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านของภาคเหนือ จึงลงมาเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ แล้วถวายสังฆทานกราบนมัสการพระครูพิทักษ์บรมธาตุ เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุพร้อมรับพรจากท่านเจ้าอาวาส            หลังถวายสังฆทานเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางต่อในภารกิจต่อไปก็ได้มีตัวแทนจากต.เกาะตะเภา และชาวบ้านประมาณ 50 คน ยื่นหนังสือรายงานเรื่องโรงงานแป้งมันสัมปะหลัง ก่อมลพิษทางกลิ่น สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน รมว.ชัยวุฒิหลังได้รับหนังสือร้องเรียนได้กล่าวกับชาวบ้านว่า จะช่วยเร่งแก้ไขปัญหาและดำเนินการอย่างเต็มที่            จากนั้นจึงรุดไปยังโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร อ.เมือง จ.ตาก เพื่อฟังบรรยายสรุปโครงการ เมืองตาก e-sport ของโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร โดยมีรำกองยาวจากนักเรียนให้การต้อนรับพร้อมคณะครูประมาณ 50 คนตั้งแถวรอต้อนรับและเข้าห้องประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อตรวจสอบความพร้อมโครงการเมืองตาก e-sport            รมว.ชัยวุฒิกล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเยี่ยมโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร โดยเห็นหลักสูตรแล้วรู้สึกดีใจ ที่โรงเรียนแห่งนี้ทันสมัย มีหลักสูตรดี ๆ ให้กับนักเรียนได้ศึกษา กีฬา e-sport เป็นกีฬาถูกที่ต้องตามกฎหมาย เป็นรายการแข่งขันที่มีคนรับชมเยอะที่สุดมากกว่ากีฬาอื่น ๆ เป็นกีฬาที่สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเด็กไทยได้            ซึ่งทางกระทรวงฯ มีนโยบายอยากยกระดับการเล่นเกม จากเด็กติดเกมให้เป็นเด็กติดกีฬา บางคนอาจคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ ตนคิดว่าโลกตอนนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว เมื่อเด็กมีความสนใจ คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ ซึ่งสามารถประกอบเป็นอาชีพได้จริง             จากนั้นจึงเข้าชมห้องเรียนพิเศษ 11 ลู่วิ่ง ตามความถนัดและความสามารถของนักเรียน พร้อมเข้าชมสาธิตการฟั่นตีนกา, สาธิตการหยดน้ำเทียน, สาธิการตกแต่งกระทงกะลา, สาธิตการประดิษฐ์กระทงจากใบตองจากนักเรียนและเข้าไปภายในห้องประชุมเพชรเมืองตาก ซึ่งได้รับการต้อนรับจากนักเรียน 200 คน โดยมีการแสดงดนตรีเป็นการขอบคุณรมว.ชัยวุฒิ ที่ได้ให้เกียรติติดตามโครงการและเยี่ยมเยียนโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร พร้อมด้วยรอยยิ้มและเสียงปรบมือท่ามกลางเสียงเพลงขอบคุณที่รักกัน เป็นบรรยากาศอบอุ่นและยังความปิติยินดีให้กับคณะครู และนักเรียนทุกท่านที่มาต้อนรับในวันนี้   ___________________

            วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2565) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เข้าร่วมพิธีไหว้ศาลพระพรหม เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้ารับตําแหน่งปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) คนที่ 4 โดยมี ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอีเอส ร่วมให้การต้อนรับ ณ บริเวณศาลพระพรหม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี   ***************************

         พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จัดประชุม การแก้ไขปัญหาฉ้อโกงออนไลน์ ในวันนี้ 7 พ.ย. 65 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พลตำรวจเอกดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวรุณ กาญจนภู รองเลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้แทนกระทรวงการคลัง             ที่ประชุมได้สรุปผลของการปฎิบัติงานและสถิติการดำเนินคดีทางอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญ ในปี 2565 ถึงเดือนตุลาคม นี้ ประกอบด้วย          1. การปิดกั้นข้อความ SMS/โทรหลอกลวง จำนวน 76,165 หมายเลข และดำเนินคดีแก๊งค์ Callcenter ในต่างประเทศ จำนวน 6 ครั้ง มีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 166 ราย  2. การอายัดบัญชีม้าจำนวน 40,198 บัญชี และปิดกลุ่มโซเชี่ยลมีเดียซื้อขายบัญชีม้า จำนวน 6 กลุ่ม  3. การดำเนินคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงลงทุน- ระดมทุน ออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน จำนวน 653 คดี มีผู้ต้องหาจำนวน 747 ราย 4. การปราบพนันออนไลน์ โดยดำเนินคดีกับเว็บไซต์ ที่กระทำความผิดจำนวน 312 คดี มีผู้ต้องหาจำนวน 403 รายและปิดกั้นเว็บไซต์พนันจำนวน 1,507 เว็บไซต์ 5. การหลอกลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์ ดำเนินคดีจำนวน 469 คดีและมีการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 490 ราย               และที่ประชุมวางแนวทางมาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงทางออนไลน์ 6 มาตรการ ได้แก่  1. การเร่งรัดปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ 5 ด้านดังนี้ (1) แก๊ง Call Center (2) บัญชีม้า  (3) การหลอกลวงลงทุน-ระดมทุนออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน (4) การพนันออนไลน์ และ (5) การหลอกลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์   2. การป้องกันธุรกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย  3. การป้องกันการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ผิดกฎหมาย  4. การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดวงจรอาชญากรรม  5. การยกระดับการเตือนภัยออนไลน์และสร้างการรับรู้ต่อประชาชน และ  6. การเร่งรัดพัฒนากฎหมาย และขยายผล                 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า “ต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเป็นกุญแจสำคัญในเรื่องนี้ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาเรื่องการแจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนก่อนการโอนเงินของระบบ E-Banking / Mobile Banking การป้องกันการโอนเงินผ่าน Remote Application ที่คนร้ายใช้ และ สำนักงาน กสทช. เร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับหน่วยงานหรือผู้ใช้งาน Sim โทรศัพท์ที่ผิดกฎหมาย (เช่น SIM ไม่ลงทะเบียน หรือลงทะเบียนไม่ถูกต้อง) สำหรับกระทรวงดิจิทัลฯ จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันการออกพระราชกำหนดเกี่ยวกับบัญชีม้าและการจัดการธุรกรรมที่ต้องสงสัยหรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมก่อนกระทบในวงกว้าง                     นอกจากนี้ กระทรงดิจิทัลฯ จะยกระดับการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ผ่านทางช่องทางแอปเป๋าตังค์ และช่องทางต่างๆ  โดยกระทรวงดิจิทัลฯ จะเร่งนำมาตรการเร่งด่วนแก้ไขการฉ้อโกงออนไลน์ ตามที่ได้หารือกันในวันนี้ เสนอคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์หน้า”                บิ๊กป้อมย้ำ “รัฐบาลเอาจริงและพยายามทุกวิถีทางที่จะปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการปราบปรามผู้กระทำความผิดให้ได้รับโทษจากการกระทำผิดตามกฎหมายและอาชญากรรมทางออนไลน์ให้ถึงที่สุด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และขอให้กระทรวงดิจิทัลฯ เร่งสรุปมาตรการเร่งด่วนแก้ไขการฉ้อโกงออนไลน์ เสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 10 วัน”               สำหรับประชาชนที่พบปัญหาภัยออนไลน์สามารถสามารถแจ้งกับกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ที่ 1212 หรือhttps://facebook.com/DESMonitor เพจอาสาจับตาออนไลน์ หรือ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด24 ชั่วโมง  ผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com  หรือ โทร 1441 ตำรวจไซเบอร์   ___________________

        วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2565) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding หรือ MoU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล กับ ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อส่งเสริมการค้าการแลกเปลี่ยนด้านเทคนิค รวมถึงการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ส่งเสริมการพัฒนาด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัล บนพื้นฐานของความ  เท่าเทียม ต่างตอบแทนและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในระยะยาวอย่างยั่งยืน ภายใต้กฎหมายและระเบียบของผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่าย โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 8 ปี แบ่งเป็นบันทึกความเข้าใจจะมีผลบังคับใช้ในวันที่มีการลงนาม และจะมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยจะมีการขยายเวลาอัตโนมัติออกไปอีก 3 ปี             “ความร่วมมือของทั้งสองกระทรวง ในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยกระชับความเป็นหุ้นส่วนที่ดีระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจะส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุน การพัฒนาด้านเทคนิค การขยายตลาด และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย” นายชัยวุฒิกล่าว              ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือไปรษณีย์โทรคมนาคม เทคโนโลยีการสื่อสารสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัลของทั้งสองประเทศในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกระทรวงระหว่างกัน เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนลาวและไทยต่อไปในอนาคต             นายชัยวุฒิ กล่าวต่อไปอีกว่า  กรอบความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย จะมีการร่วมกันกำหนด แนวปฏิบัติในการกำกับดูแล และนโยบายด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลรัฐบาลดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ ทักษะด้านดิจิทัล ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีที โทรคมนาคม และดิจิทัล ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ดิจิทัล คอนเทนต์ (Digital content) และการบริการที่เกี่ยวข้องโครงสร้างพื้นฐานด้านบรอดแบนด์             และการพัฒนาการให้บริการ นวัตกรรมด้านไอซีทีและเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data), อินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง (Internet of Things - IoT) และ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud computing) โอกาสด้านดิจิทัล เช่น การรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมโอกาสและ ศักยภาพของประชาชน (Digital inclusion) และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e - Commerce) การวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ เทคโนโลยีดิจิทัล การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความร่วมมือและความช่วยเหลือในด้านการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่วิสาหกิจเพื่อสร้างความร่วมมือด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลสาขาอื่น ๆ            การลงนามเอ็มโอยู ยังจะมีแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความสำเร็จ ความก้าวหน้า และแผนการพัฒนาในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลมีการแลกเปลี่ยนการเยือน การประชุม และการหารือ รวมถึงแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินโครงการความร่วมมือ (Joint projects) ในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและศักยภาพในด้านต่าง ๆ ร่วมกันของทั้งสองประเทศ                        อย่างไรก็ตาม  ความร่วมยังมีการอำนวยความสะดวกให้แก่ธุรกิจสตาร์ทอัพ ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยี ดิจิทัล มีจัดนิทรรศการ โครงการฝึกอบรม ประชุมเชิงปฏิบัติการ และสัมมนารวมถึงรูปแบบความร่วมมืออื่นๆ ในด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ เทคโนโลยีดิจิทัลตามที่ตกลงร่วมกันด้วย          “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศไทย เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีสัมพันธภาพและ. มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาเป็นระยะเวลานาน ความร่วมมือกันในครั้งนี้ยังขยายไปสู่ความร่วมมือทางด้าน ไอที ดิจิทัลการค้าในรูปแบบของการซื้อขายสินค้าอีคอมเมิร์ซไร้พรมแดน การรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะทำให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาทางด้านไปรษณีย์ เทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางด้านนวัตกรรมใหม่ร่วมกันด้วย ความร่วมมือที่เกิดขึ้นสามารถสร้างประโยชน์ให้กับภาครัฐ เอชนและประชาชนในการพัฒนาเศรษฐกิจ ไปรษณีย์ โทรคมนาคมและไอทีของทั้งสองประเทศให้เกิดความมั่งคง ความปลอดภัยในโลกยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุด” นายชัยวุฒิกล่าวทิ้งท้าย            สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กัญญาภัค ขุนทอง 083-0981034 สฤษฎ์ เพชรรัตน์084-1385252 ศศิวิมล จิตรแก้ว 093-3297021 ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ : ชลธิชา รุ่งฟ้าไพศาล 081 827 5922 , จิตต์สิริ กลิ่นบุญนาค 081 4411510   ___________________


      วันนี้ (8 พฤศจิกายน 65 ) นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการแจ้งเหตุพบ "มิจฉาชีพ" ฉวยโอกาสใช้สถานการณ์วันสำคัญก่อเหตุ โดยแฝงตัวสร้างเว็บไซต์สำหรับ “ลอยกระทงออนไลน์ 2565” เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลทางการเงิน ทางดีอีเอสฝากย้ำเตือนประชาชน ตรวจสอบเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการอย่างละเอียด และไม่กรอกข้อมูลสำคัญลงในกิจกรรมลอยกระทงออนไลน์ โดยต้องตรวจสอบรายละเอียด ชื่อเว็บให้ถูกต้องชัดเจน และต้องเป็นเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ           ทั้งนี้เพราะอาจมีมิจฉาชีพแฝงตัวสร้างเว็บไซต์ปลอมขึ้นมา  เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนตัวสำคัญก่อนให้บริการลอยกระทงและอธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น กรอกชื่อ-นามสกุล  วันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์หมายเลขบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต รหัสหลังบัตร รหัส OTP เป็นต้น โดยการนำข้อมูลไปใช้ในการหลอกลวงทางออนไลน์ต่อไป เช่น หลอกยืมเงินผู้อื่น ใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าหรือถูกโอนเงินจากบัญชีธนาคารหรือทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างได้        นางสาวนพวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับบทลงโทษ ผู้ที่คิดกระทำผิดโดยการหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนผ่านวิธีต่างๆ ตามกฎหมาย PDPA จะมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ ในฐานกระทำโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ         ทั้งนี้ ประชาชนหรือผู้ที่มีข้อมูลเว็บผิดกฎหมาย สามารถแจ้งกับกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ที่ GCC 1111 และ 1212 หรือhttps://facebook.com/DESMonitor เพจอาสาจับตาออนไลน์ หรือ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด24 ชั่วโมง  ผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com__________________

            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับมอบหมายจาก บิ๊กป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี) เร่งเดินหน้า 6 มาตรการเร่งด่วนปราบแก๊งหลอกลวงออนไลน์ ประกอบด้วย 1. การเร่งรัดปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ 2. การป้องกันธุรกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย 3. การป้องกันการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ผิดกฎหมาย 4. การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดวงจรอาชญากรรม 5. การยกระดับการเตือนภัยออนไลน์และสร้างการรับรู้ต่อประชาชน และ 6. การเร่งรัดพัฒนากฎหมายและขยายผล ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนตามที่ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม เรื่อง แนวทางแก้ไขปัญหาหลอกลวงทางออนไลน์ ในวันที่ 7 พ.ย. 2565               รัฐมนตรีชัยวุฒิ ได้สั่งการให้ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมหารือในรายละเอียด ตามมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ได้มีการประชุมร่วม พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้แทนผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และ ผู้แทนสำนักงาน กสทช. หารือแนวทางเร่งดำเนินมาตรการป้องกันธุรกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย ที่ประกอบด้วย (1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีม้าและธุรกรรมต้องสงสัยระหว่างสถาบันการเงิน (2) การสร้างกลไกในการตรวจสอบและระงับธุรกรรมทางการเงินรวมทั้งสินทรัพย์ดิจิทัลผิดปกติหรือผิดกฎหมาย และ (3) การป้องกันการโอนเงินผ่าน Remote Application ที่คนร้ายใช้              นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือ มาตรการป้องกันการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ผิดกฎหมาย ประกอบด้วย (1) การบังคับใช้กฎหมายสำหรับการใช้โทรศัพท์ผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด (เช่น SIM ไม่ลงทะเบียน หรือ ลงทะเบียนไม่ถูกต้อง) (2) การเพิ่มประสิทธิภาพระงับการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ผิดกฎหมาย (3) การจัดทำฐานข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและส่งข้อมูลการทำผิดกฎหมาย (4) การจำกัดธุรกรรมทางการเงินสำหรับ SIM ผิดกฎหมาย หรือ SIM ต้องสงสัย และ (5) การใส่เครื่องหมาย + สำหรับการโทรที่ต้องสัย              ในส่วนของกระทรวงดิจิทัล จะใช้มาตรการเชิงรุก ตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ใช้ระบบ Social listening ในการตรวจสอบข้อมูลออนไลน์ ในช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ สื่อโซเชียลมีเดียทุกแพลต์ฟอร์ม ตรวจสอบกับระบบฐานข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ถือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิด หรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย เจ้าหน้าผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมาย หรือดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทันที เพื่อป้องกัน ตัดวงจรการกระทำความผิด ไม่ให้ขยายผลกระทบประชาชนในวงกว้าง              ในการทำงาน จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างบูรณาการ เช่น กรณีคนร้ายที่ชักชวนและหลอกลวงประชาชนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างผิดกฎหมาย มีโทษหนัก อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จำคุก 10 ปี และกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จำคุก 5 ปี เป็นต้น              สำหรับประชาชนที่พบปัญหาภัยออนไลน์สามารถสามารถแจ้งกับกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ที่ 1212 หรือ https://facebook.com/DESMonitor เพจอาสาจับตาออนไลน์ หรือ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com หรือ โทร 1441 ตำรวจไซเบอร์   ****************************

              วันนี้ (9 พ.ย. 65 ) ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาเลขหมาย 4 หลัก และการขอจัดตั้ง Sub Call Center ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้บริการตอบข้อซักถามและร้องเรียนประชาชน ผ่านบริการโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 602 ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ************************

             วันนี้ (9 พ.ย. 65 ) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิด “งานสัมมนา Cyber Defense Initiative Conference 2022 (CDIC 2022) ซี่งเป็นงานสัมมนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 21 สำหรับ ปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Optimizing Security of Things and Digital Supply Chain Risk” โดยมี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมเป็น Keynote speaker ภายใต้หัวข้อ “เทคโนโลยี แพล็ตฟอร์ม และบุคลากร” ปัจจัยสำคัญสำหรับการจัดการภัยคุกคามไซเบอร์และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล สู่การยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศ ร่วมจัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ และพันธมิตร ณ ห้องแกรนฮอลล์ 202-203 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค   ***************************

            เกาหลีใต้ (10 พ.ย.65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค Asia – Pacific Digital Ministerial Conference สมัยที่ 1 ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี จัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Ministry of Science and ICT) ของสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) (Economic and Social Commission for Asia and the Pacific - ESCAP) โดยมี ดร. ลี จอง โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสาธารณรัฐเกาหลี เป็นประธานการประชุมครั้งนี้ พร้อมด้วยรัฐมนตรี ผู้แทนระดับสูง ร่วมด้วยนางอาร์มิดา ซัลเซียะฮ์ อาลิสจะฮ์บานา เลขาฯ เอสแคป เข้าร่วมการประชุมฯ              โดยในการประชุมฯ ได้มีการหารือสถานะ ความท้าทาย และแนวทางการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล การลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความร่วมมือดิจิทัลในระดับภูมิภาค ตามเจตจำนงที่ประเทศสมาชิกเอสแคปให้ไว้ในปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี การก่อตั้งเอสแคป รวมทั้งการรับรองปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือทางดิจิทัลเพื่อกำหนดอนาคตร่วมกัน (Ministerial Declaration on Digital Cooperation for Shaping Our Common Future) ซึ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์การประชุมในครั้งนี้              นอกจากนี้ รัฐมนตรี/ผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกเอสแคป ได้มีการกล่าวถ้อยแถลงในประเด็นเกี่ยวกับความท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 นโยบายและการดำเนินการที่ประเทศของตนดำเนินการเพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงทางดิจิทัลที่มีคุณภาพสูงและราคาเข้าถึงได้ เพื่อมุ่งไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลให้เป็นสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุมและเท่าเทียม              นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงดีอีเอส ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 นับเป็นแรงกระตุ้นและเร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั่วโลกเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งประเทศไทยได้ให้เล็งเห็นความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยได้กำหนดแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมขึ้น เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยได้การดำเนิน “โครงการเน็ตประชารัฐ” ขึ้นเพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลที่สำคัญของประเทศไทย เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จำเป็นต่อการพัฒนาด้านดิจิทัลอื่น ๆ ของประเทศ รวมทั้งการพัฒนาและปรับปรุงด้านโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแกร่ง เพื่อให้ภูมิภาคเอเชีย – แปซิก เป็นเศรษฐกิจดิจิทัลที่เจริญเติบโตและยั่งยืน               พร้อมกันนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังร่วม หารือทวิภาคีกับ นายเอซ่า สาเรพูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ด้านความร่วมมือเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่างไทยกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือและประสบการณ์ ด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างกัน   ************************


            วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2565) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นวิทยากรพิเศษโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ” จัดโดย สำนักงาน ป.ย.ป. ณ โรงแรม รอยัล ปริ้นเซส หลานหลวง   *****************************

     กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาล จำนวน 67 เรื่อง สอดคล้องกับกระแสการเมืองที่อยู่ในความสนใจอย่างมากของประชาชน ขณะที่ข่าวปลอมโควิด-19 มีเพียง 1 เรื่อง          นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 4 - 10 พฤศจิกายน 2565 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมพบข้อความที่เข้ามาจำนวน 5,213,861 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 238 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 222 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 16 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 104 เรื่อง           ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 67 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน19 เรื่อง กลุ่มที่ 3  ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 13 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 1 เรื่อง นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวปลอมด้านเศรษฐกิจ สำหรับข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 4 - 10 พฤศจิกายน ดังนี้ อันดับ 1 เรื่อง ปตท. ให้ลงทุนหุ้นระดับโลก ด้วยเงิน 1,000 บาท และซื้อหุ้นปตท. ได้รับสิทธิ์จอง OR อันดับที่ 2 เรื่อง กรุงไทยส่ง SMS ให้ประชาชนรับสิทธิ์ยื่นกู้เงินผ่านลิงก์ อันดับที่ 3 เรื่อง ขนส่งฯ เปิดเพจเฟซบุ๊ก DLT e-eairning รับทำใบขับขี่ทุกชนิด อันดับที่ 4 เรื่อง สมุนไพรจมูกปลาหลดใช้รักษาโรคมะเร็ง อันดับที่ 5 เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อ GSB ผ่านไลน์ อันดับที่ 6 เรื่อง ใช้เนยแท้ทาเคลือบแผลน้ำร้อนลวก ช่วยแก้ปวด ลดตุ่มพองใส อันดับที่ 7 เรื่อง สารบอแรกซ์ใช้รักษาโรคมะเร็งได้ อันดับที่ 8 เรื่อง กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครแรงงานโรงงานไฟฟ้าที่เกาหลี อันดับที่ 9 เรื่อง ปตท. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดลงทุนหุ้นระดับโลก ด้วยเงิน 1,000 บาท อันดับที่ 10 เรื่อง ไปรษณีย์ไทยโทรแจ้งประชาชนว่ามีพัสดุตกค้าง           “ดีอีเอส พร้อมดำเนินการทุกวิธี เพื่อปกป้องประชาชนจากข่าวปลอมและมิจฉาชีพผ่านออนไลน์ โชเชียลมีเดียโทรศัพท์ และการส่ง SMS หากท่านได้รับโทรศัพท์หรือได้รับข้อมูลที่ผิดปรกติ ผ่าน โชเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ และ SMS ท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ทั้งนี้ดีอีเอส ได้มีการติดตามการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่องในทุกช่องทาง” นางสาว นพวรรณ กล่าว   _________________

        วันนี้ (14 พ.ย.65) เวลา 09:00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่า เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และสมทบทุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานผ้าไตรประกอบพิธีทอดผ้าป่า พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานในสังกัดกระทรวงฯ  เข้าร่วมในพิธี ณ อุโบสถ วัดสีกัน(พุทธสยาม) แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร    ________________

       วันนี้ (14 พ.ย.65) เวลา 14:00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายณัฐพลณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการนำเสนอความสำเร็จการขับเคลื่อนวาระ BCG (Bio-Circular-Green Economy Model หรือ โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) ในช่วงสัปดาห์การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 มั่นใจไทยได้ประโยชน์พัฒนายั่งยืน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   ________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.