Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

       วันนี้ (14 พ.ย.65) เวลา 14:00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายณัฐพลณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการนำเสนอความสำเร็จการขับเคลื่อนวาระ BCG (Bio-Circular-Green Economy Model หรือ โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) ในช่วงสัปดาห์การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 มั่นใจไทยได้ประโยชน์พัฒนายั่งยืน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   ________________

      วันนี้ (15 พ.ย.65) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานการประชุมพิจารณาแนวทางแก้ไขกฏหมายยับยั้งบัญชีม้าและธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยอย่างเร่งด่วน  พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประชุม โดยมีวาระ ดังนี้ การเร่งรัดปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ 5 ด้านการป้องกันธุรกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย การป้องกันการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ผิดกฎหมาย การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดวงจรอาชญากรรม การยกระดับการเตือนภัยออนไลน์และสร้างการรับรู้ต่อประชาชน การเร่งรัดพัฒนากฎหมายและการขยายผล  ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สป.ดศ. ________________________

        วันนี้ (15 พ.ย.65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ซึ่ง สพธอ. ตั้งเป้าปี 2566-2567 เป็นองค์กรร่วม สร้างสังคมดิจิทัล เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับความสามารถ  ในการแข่งขันของประเทศ พร้อมตั้งเป้าสัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อ GDP เพิ่มขึ้น 30% และความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของประเทศไทย อยู่ใน 30 อันดับแรกของโลก ณ อาคารเดอะ ไนน์ ทาวเวอร์ แกรนด์ พระรามเก้า   ___________________

       เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 เวลา 13.15 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เป็นเกียรติร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุม APEC Digital Trade Symposium การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ Advancing Digital Trade Transformation and Connectivity in APEC and ASEAN โดย นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลง​ของโลกที่หันไปสู่การใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน​ของเราองค์กร​กับนโยบาย​ภาครัฐ​ก็ต้องปรับเปลี่ยน​ให้รองรับและพร้อมสำหรับธุรกรรมดิจิทัลต่างๆ APECมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างสมาชิกต่างๆ มาช่วยกันสร้างมาตรฐาน​กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล​ระหว่างกัน            ประเทศไทยได้เสนอโครงการAPEC Digital Trade Transformation Work Program และได้ทำงานร่วมกับประเทศญี่ปุ่น​กับสิงคโปร์​ในการทดสอบระบบแบบไลฟ์และทำproof of conceptโดยแลกเปลี่ยน​เอกสารทางการค้ากับข้อมูลต่างๆด้วยกัน           ประเทศไทยก็ได้จัดตั้งระบบNational Digital Trade Platform เพื่อเป็น​ศูนย์กลาง​ในการส่งข้อมูล​การค้าระหว่างประเทศ​ ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพ​ในการแข่งขัน​และสะดวกรวดเร็วสำหรับนักลงทุนเพิ่มขึ้น​ นอกจากนั้น​ประเทศไทย​ยังพัฒนาระบบอละกฏหมายดิจิทัลอื่นๆเช่นe-transactions, e-meetings, pdpaเป็นต้น เพื่อให้ประเทศไทย​พร้อมก้าวสู่ยุคDigital Trade Transformation​            ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทยถือว่าเป็นหน่วยงานหลักในการจัดประชุม ในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการหารือร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเกี่ยวกับเรื่อง Digital Trade ในสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค พร้อมทั้งให้ความสำคัญต่อแผนงาน Digital Trade Transformation Work Program ภายใต้APEC DESG ที่ประเทศไทยเป็นผู้นำเสนอ เป็นโครงการสำคัญในปี ที่ไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเอเปค 2565             นอกจากนี้ในการประชุม จะมีผู้เข้าร่วมจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความเห็นในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ digital trade and digital transformation   ___________________

             นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย ให้การต้อนรับนายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   ___________________

        นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในนามคนไทยผมขอชื่นชมรัฐบาลไทยและประเทศไทยของเรา รวมถึงคนไทยทุกคนครับ ในการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 29 (APEC 2022 Thailand) ผมมีโอกาสได้ร่วมงานเลี้ยงในโอกาสที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (AELM Gala Dinner) ณ หอประชุมกองทัพเรือ และในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมภูมิใจในความเป็นชาติไทย ผมดีใจครับที่ได้เห็นผู้นำเเต่ละประเทศชื่นชมในรสชาติเเละความสวยงามของอาหารไทย โดยให้ความสนใจกับการแสดงโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยที่อลังการ สวยงาม สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นชาติ และวัฒนธรรมไทย ของเราได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เเพ้ชาติใดในโลก การตกเเต่งสถานที่วิจิตรงดงาม  ประกอบกับบรรยากาศแสงสีเสียงริมฝั่งเเม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้งานเลี้ยงอาหารค่ำเมื่อวานนี้เป็นไปเป็นอย่างสวยงามเเละอบอุ่นมากนี่ละครับ soft power ของคนไทย ขอให้ภูมิใจในความเป็นชาติไทย ของเรา   ___________________

        ชัยวุฒิ เผย 3 ประเทศจับมือทําระบบ national ดิจิทัลเทรดดิ้ง แพลตฟอร์ม นำร่องกลุ่มเอเปค ขณะที่ ลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรี สิงคโปร์ ชื่นชมไทยจัดงานเอเปค ดีเยี่ยมเผยอาหารไทยอร่อย        นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม เปิดเผยระหว่างเป็นตัวแทนพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ส่งนาย ลีเซียน ลุง รัฐมนตรีสิงคโปร์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยนายชัยวุฒิ ระบุว่าการประชุมครั้งนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับ การค้าการลงทุนด้านดิจิทัล ได้ความตกลงร่วมมือที่สำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการร่วมมือด้านการค้า โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มีการทำระบบอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ เราเรียกว่าดิจิทัลเทรดดิ้งแพลตฟอร์ม ซึ่งวันนี้เราจะเชื่อมโยงระหว่างไทย ญี่ปุ่นและสิงคโปร์สามประเทศก่อน ให้การค้า การติดต่อค้าขายระหว่างประเทศทั้งหมด ทำด้วยระบบดิจิทัลเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ระบบนี้เมื่อสำเร็จ นำร่องเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำให้ไปใช้ในทุกกลุ่มประเทศในกลุ่มเอเปค เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญนอกจากเรื่องของการค้าแล้ว ยังมีความร่วมมือในด้านการเงินด้วย อย่างเช่นวันนี้ ไทยกับสิงคโปร์ ก็มีความร่วมมือกันในการ ชำระเงินระหว่างประเทศ วันนี้พร้อมเพย์ของไทย ไปสิงคโปร์ก็สามารถไปจ่ายเงินที่สิงคโปร์ได้ ไปส่องที่คิวอาร์โค้ดของประเทศสิงคโปร์ สามารถตัดบัญชีจ่ายเงินที่สิงคโปร์ได้เลย ในขณะที่ระบบการจ่ายเงินโมบายแบงก์กิ้งของสิงคโปร์ มาเมืองไทยก็สามารถใช้จ่ายเงินที่ประเทศไทยได้เลย ซึ่งทำให้การค้าการท่องเที่ยวระหว่างประเทศก็จะสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้นและต่อไประบบนี้ก็จะขยายไปยังประเทศต่างต่างในกลุ่มเอเปคทุกประเทศให้เข้ามาในระบบเดียวกัน เพื่อให้การค้า การลงทุนระหว่างกลุ่มประเทศของเรา มีความสะดวก รวดเร็วในการค้าขาย ก็มีเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย และจะเป็นผลดีกับการค้าลงทุนของประเทศไทยอย่างแน่นอน และที่สำคัญการประชุมจะเป็นขอความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งเสริม เทคโนโลยีด้านดิจิทัลแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแลกเปลี่ยนการลงทุนในด้านเทคนิคสมัยใหม่ร่วมกัน มีการพัฒนากำลังคนร่วมกันด้วย คนที่มีความพร้อมการทำงานด้านดิจิตอลรวมถึงความร่วมมือด้าน Cybersecurity ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เป็นโลกไร้พรมแดน เราทุกประเทศต้องช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้สำเร็จให้ได้         ทั้งนี้นายชัยวุฒิ ได้กล่าวขอบคุณ นายลี เซียนลุง  นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ที่โพสภาพอาหารไทยในโซเชียลมีเดีย ส่วนตัว ของตนเอง โดยนายกรัฐมนตรี สิงคโปร์ ได้กล่าวชื่นชมอาหารไทยว่า“ประทับใจมากในการที่เอาอาหารมาทำเป็นเเผนที่ประเทศและอร่อยมาก “พร้อมทั้ง ยังบอกด้วยว่า รูปที่โพสนั้นเป็นรูปที่ท่านถ่ายเอง ขณะเดียวกันก็กล่าวขอบคุณ สำหรับการต้อนรับและชื่นชมการจัดการประชุมเอเปคของไทย ว่ายอดเยี่ยมและประทับใจมาก   ___________________

        นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นตัวแทนประเทศไทยมาส่งนายลีเซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เดินทางกลับสิงคโปร์ เมื่อเวลา 15.40 น. ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมมอบของที่ระลึก เป็นกรอบรูปถมเงิน ขนาด 5 x 7 นิ้ว พร้อมภาพพระราชทานของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในระหว่างการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และพระพุทธชินราช 1 องค์    ________________

       กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาล มากกว่าครึ่ง สอดคล้องกับกระแสการเมือง ขณะที่ข่าวปลอมโควิด-19 มีเพียง 2 เรื่อง             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 11-17 พฤศจิกายน 2565 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข้อความที่เข้ามาจำนวน 5,216,773 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น236 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 223 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 13 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 102 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่องโควิด -19 จำนวน 2 เรื่อง             ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 61 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน30 เรื่อง กลุ่มที่ 3  ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 2 เรื่อง              นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวปลอมด้านเศรษฐกิจ สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 11-17 พฤศจิกายน ดังนี้ อันดับที่ 1 เรื่อง เป๋าตังส่ง SMS ให้ประชาชนอัปเดต เวอร์ชั่นใหม่ อันดับที่ 2 เรื่อง แบงก์พันปลอมหมายเลขเดียวกันจากต่างประเทศระบาดเข้าไทย อันดับที่ 3 เรื่อง กินอาหารค้างคืนอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง อันดับที่ 4 เรื่อง โควิด19 สายพันธุ์แลมบ์ดาระบาดหนักในเขตมีนบุรี หมอประสิทธิ์ ขอให้ประชาชนล็อกดาวน์ตัวเอง อันดับที่ 5 เรื่อง กรุงไทยส่ง SMS ให้ประชาชนรับสิทธิ์ยื่นสินเชื่อผ่านลิงก์ อันดับที่ 6 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Bluzone Fish Oil Plus เสริมโอเมก้า 9 ช่วยบรรเทาการอักเสบของร่างกาย และหลอดเลือด อันดับที่ 7 เรื่อง มุสลิมไทยได้เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารอิสลามทุกคน สามารถกู้เงินโดยไม่ต้องใช้หนี้คืนได้ อันดับที่ 8 เรื่อง ปตท. เปิดการลงทุนเทรดหุ้นน้ำมัน ด้วยเงิน 1,000 บาท อันดับที่ 9 เรื่อง สาเหตุของการปวดฟัน ฟันผุ เกิดจากแมงกินฟัน อันดับที่ 10 เรื่อง เดลตาสายพันธุ์ใหม่มีความแตกต่างของการเสียชีวิตโดยตรวจไม่พบเชื้อ              “ดีอีเอส ติดตามความเคลื่อนไหวข้อความที่ปิดปกติในทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติ ผ่านเอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และขอให้ท่านตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดีย และออนไลน์ โดยท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ทั้งนี้ดีอีเอส ได้มีการติดตามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพในทุกรูปแบบ” นางสาว นพวรรณ กล่าว   ____________________

        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความเป็นห่วงประชาชนเป็นอย่างมาก ถึงภัยออนไลน์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ SMS หรือข้อความที่ส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือเพื่อให้โอนเงิน หรือส่งมาในรูปแบบ Link ให้กดเข้าไปยังแอปพลิเคชั่นหลอกลวงต่างๆ จึงขอแนะนำประชาชนให้ตระหนัก ถึง 3 ข้อ ดังนี้  1. ตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ของตนเอง เช่น เช็กโปรโมชั่นที่ใช้งานในปัจจุบัน และเช็กยอดการใช้งานอยู่เสมอ  2. ตรวจเช็กค่าใช้บริการในใบแจ้งหนี้ ซึ่งตรวจสอบได้ง่ายโดยผ่านแอปพลิเคชั่นจากผู้ให้บริการค่ายต่างๆ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดการใช้งานว่าใช้เกินจากที่ใช้จริงหรือไม่ และหากมีการตัดค่าใช้บริการโทรศัพท์ผ่านบัตรเครดิตอัตโนมัติ ควรหมั่นตรวจสอบยอดค่าใช้จ่ายเป็นประจำ  3. หมั่นดูแลและให้ความรู้กับผู้ใช้งานที่ยังขาดความเข้าใจ โดยเฉพาะเด็ก และผู้สูงวัยที่ใช้งานสมาร์ทโฟน ต้องเข้าใจ และรู้เท่าทัน SMS หลอกกินเงิน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกลโกงจาก SMS ดังกล่าว             อย่างไรก็ตาม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ติดตามความเคลื่อนไหวข้อความที่ผิดปกติในทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ไม่ปกติ ผ่านเอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และขอให้ท่านตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดีย และออนไลน์ โดยท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87    _______________________

      ดีอีเอส ชู 4 ประเด็นหลัก ขับเคลื่อนดิจิทัลไทย ดันกระทรวงมากกว่าครึ่งใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Paperless) ใน 6 เดือน           ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปลัดคนที่ 4 ของดีอีเอส ซึ่งรับตำแหน่ง เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กล่าวถึงนโยบายและทิศทางในการขับเคลื่อนดิจิทัลทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย ว่า ดีอีเอส มีนโยบาย 4 เรื่องหลักในการขับเคลื่อนดิจิทัลทรานฟอร์มเมชั่นของประเทศประกอบด้วย   1. การสร้างความปลอดภัยบนเครือข่ายดิจิทัล (Safe & secured)  2. การเข้าถึงบริการด้านดิจิทัลในราคาที่สมเหตุสมผล (Reasonably affordable)   3. บริการเครือข่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ  (Widely available)  4. นวัตกรรม (Innovation)           ในส่วนของการสร้างความปลอดภัยบนเครือข่ายดิจิทัล ดีอีเอส มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความปลอดภัยบนเครือข่ายออนไลน์ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ดีอีเอส ยังจะพัฒนาเทคโนโลยี อาทิ เอไอ (Artificial intelligence) เพื่อลดการหลอกลวง (Scamming) บนเครือข่ายดิจิทัลที่เกิดขึ้นในประเทศโดยมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมมือในการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลของธนาคารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกธนาคารสามารถทำธุรกรรมออนไลน์ร่วมกันได้ มีการสร้างแพลตฟอร์มการตลาดกลาง (Marketplace) เพื่อให้การทำตลาดและการชำระเงินบนโลกดิจิทัลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเห็นภาพรวมในการนำเสนอแพลตฟอร์มดิจิทัล ออกสู่สาธารณะได้ภายใน 6 เดือน รวมถึงสามารถแจ้งความผิดปกติบนเครือข่ายออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งมีผู้ใช้มากกว่า 40 ล้านคน            นอกจากนี้กระทรวงยังมีแผนที่จะขับเคลื่อนให้กระทรวงต่างๆ ประมาณ 10 กระทรวงจาก 20 กระทรวง มีการใช้ดิจิทัลมากยิ่งขึ้นภายใน 6 เดือน จากปัจจุบันมีการพัฒนาและมีการใช้ดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ เช่น การลดใช้กระดาษ (Paperless) ใน 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านดิจิทัลได้ในราคาที่สมเหตุสมผล (Reasonably affordable) นั้น ดีอีเอส มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Service providers) มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศของไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะสามารถช่วยลดราคาอินเทอร์เน็ตในประเทศทำให้สามารถลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อีกทางหนึ่ง           ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ กล่าวต่อว่า สำหรับบริการเครือข่ายอย่างทั่วถึงเพื่อลดการเหลื่อมล้ำ  (Widely available) ดีอีเอส ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการให้บริการอินเทอร์เน็ตชายขอบเพื่อสร้างโอกาสในการใช้ดิจิทัลของนักเรียนชายขอบสามารถใช้ดิจิทัลและเครือข่ายออนไลน์ในการเข้าถึงความรู้ได้มากยิ่งขึ้น และในส่วนของนวัตกรรมนั้น ดีอีเอส มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมต่างๆ อย่างเต็มที่ สามารถที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานยกระดับการพัฒนาประเทศรวมถึงสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศด้วย           “ดีอีเอส มีแผนที่จะนำเทคโนโลยีและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นของไทยเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการแข่งขันของประเทศในยุคดิจิทัลที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว” ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว   ____________________________



        วันนี้ (23 พฤศจิกายน 65) ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิด2 งานแสดงสินค้ายิ่งใหญ่แห่งปี “ดิจิเทค อาเซียน ไทยแลนด์ 2022 และไทยแลนด์ ไลฟ์ลอง เลิร์นนิ่ง แอนด์ เอดยุเคชั่น เอ็กซ์โป” เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าด้านดิจิทัล จัดโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2565 ณ อาคาร 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี คาดมีผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้กว่า20,000 ราย   _________________

       วันนี้ (23 พฤศจิกายน 65) ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุมเพื่อชี้แจงและให้ความเห็นในเรื่องการจัดทำงบประมาณป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีจัดโดยคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB401 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา   ___________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.