Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

     กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดเต็มเอาใจสาวกเกมส์เมอร์ รวมพลังคนรุ่นใหม่รวมเวทีแข่งขันอีสปอร์ตรายการ "ROV FREE FIGHT BY MDES" ภายในงาน “Thailand 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด” เตรียมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการแข่งขันมุ่งสนับสนุนคนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเกิดประโยชน์ พร้อมผลักดันกีฬาอีสปอร์ตเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาคเศรษฐกิจ สู่การยกระดับการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย           พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กีฬา e-Sport เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สำคัญเกมและกีฬาอีสปอร์ต มีประชาชนให้ความสนใจ นับเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของ จำนวนประชากรในประเทศ การจัดให้มีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ประชาชน เยาวชนของประเทศ ได้แสดงความสามารถจากพรสวรรค์ จากรสนิยมความชอบ สิ่งนั้นมีข้อดีที่นำมาต่อยอดพัฒนาให้มีศักยภาพ และมีมูลค่าสูงขึ้น เกิดความร่วมมือทั้งภาครัฐ  เอกชนสถาบันการศึกษา และสมาคมอีสปอร์ต เพื่อช่วยกันพัฒนา จากเดิมที่เป็นเกมเล่นเพื่อความสนุก มาสร้างให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะทางด้านสังคม หรือทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประเทศสามารถกำหนดแผนงานต่างๆ ที่จะมาสนับสนุนกีฬาอีสปอร์ต พร้อมเกิดเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย         นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ปัจจุบันอีสปอร์ตไม่ได้เป็นกิจกรรมบันเทิงเพียงอย่างเดียว เพราะสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ที่ทำให้เกิดรายได้อย่างมั่นคง เป็นธุรกิจแขนงใหม่บนโลกดิจิทัสที่ประสพความสำเร็จงดงาม และในปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมเกมในประเทศพัฒนาเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนมีมูลค่าเกิน 40,000 ล้านบาทแล้ว และในปี 2565 อีสปอร์ตก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดความสำเร็จ            การจัดงานสัมมนาและนิทรรศการเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยแลนด์ 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด จึงได้จัดให้มีการเปิดเวทีเสวนาแสดงความคิดเห็นจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการอีสปอร์ตหลายสาขาอาชีพ และให้จัดการการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต เกมอาร์ โอ วี ประเภททีม 5 คน โดยคัดเลือก 32 ทีมจากผู้สมัครทั้งสิ้น 128 ทีม โดยมอบให้สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยเป็นผู้ควบคุมการแข่งขัน ภายใต้ระเบียบที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจากนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ,ว่าที่ร้อยเอกมนตรี มั่นคง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  และนายสันติ โหลทอง นายกสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ให้เกียรติมอบรางวัลโดยมีผลการแข่งขัน ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 50,000 บาทได้แก่ทีม XERXIA ESPORT รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 30,000 บาท ได้แก่ทีม REDKID 7 , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ร่วมรวม 2 รางวัล รับรางวัลทีมละ 15,000 บาท ได้แก่ BIGSIZE ESTANOCHE, Buriram United ESPORT Spark, และรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ AMAZE, MOOSLIDER, MiKO BETA  และThe Loft Fantastic Esport           ดีอีเอสมุ่งหวังว่า โอกาสการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ จะเป็นการชี้ให้เห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ไม่เพียงแค่นำเกมมาเล่นเพื่อความสนุกสนาน บันเทิง แต่ยังสามารถเกิดประโยชน์กับการผลักดันเศรษฐกิจ พร้อมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอีกทางหนึ่งด้วย   ___________________

       วันนี้ (30 พฤศจิกายน 65) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการไทยแลนด์เมืองอัจฉริยะ ปี 2565 (Thailand Smart City Expo 2022) งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีระดับนานาชาติด้านเมืองอัจฉริยะจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมสัมมนาให้ความรู้จากผู้เชี่ยวขาญ ครอบคลุม 7 กลุ่มประเภทสินค้าด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในทุกมิติ รวมกว่า 150 บูธ เพื่อจุดประกายแนวคิดการพัฒนาเมือง โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมให้สอดรับกับอัตลักษณ์ของแต่ละเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส), ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้แทนจากสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารร่วมงาน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ย.–2 ธ.ค. 65 ณ ฮอลล์ 3-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   ___________________

      นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส กล่าวถึงกรณีประชาชน และพ่อค้าแม่ค้าหลายรายโดนแก๊งคอลเซนเตอร์ หลอกให้กดลิงค์เว็บไซต์ กรมสรรพากรจนถูกดูดข้อมูลและถูกเงินเงินออกจากบัญชี ว่า เรื่องนี้ กระทรวงดีอีเอส ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาได้สั่งปิดเว็บไซต์กรมสรรพกรปลอมมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็พบว่ากลุ่มมิจฉาชีพ มีการเปิด URL ใหม่ขึ้น มาและใช้รูปแบบในการหลอกลวงที่ต่างออกไปซึ่งกรณีล่าสุดที่เป็นข่าว ได้ สั่งการให้ กระทรวงดีอีเอส ประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขออำนาจศาลสั่งปิดเว็บไซต์ ดังกล่าวแล้ว อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ รวมถึงจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว              ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าว มีการใช้ระบบมัลแวร์ในการดูดข้อมูลเมื่อกดลิงค์เข้าไป โทรศัพท์จะทำงานผิดปกติ มีการขโมยหรือทำลายข้อมูลหรืออาจจะเปิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาควบคุมเครื่องโทรศัพท์ได้จึงขอเตือนประชาชนให้ระวังอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่มีผู้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานใดที่หลอกให้ทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์           นอกจากนี้ กระทรวงดีอีเอส จะมีการ นัดประชุมกับสถาบันการเงิน ผ่านสมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเร่งรัดแก้ปัญหาให้แอพธนาคารหรือ โมบายแบงก์กิ้ง มีระบบป้องกันการถูกควบคุมหรือโจรกรรมข้อมูล อย่างเร็วที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ได้ตกลงกันแล้วให้ทุกธนาคารมีระบบ Cybersecurity ป้องกันแอพพลิเคชั่นธนาคาร ซึ่งได้รับการตรวจสอบแล้วว่าสามารถป้องกันได้จริง ซึ่งหลายธนาคารก็ได้ปรับปรุงไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางธนาคารที่ต้องขอร้องให้ช่วยกัน คืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหานี้ เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน   ___________________

       วันนี้ (30 พฤศจิกายน 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ     และสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงฯ ร่วมหารือกับสภาธุรกิจสหภาพยุโรป – อาเซียน (EU – ASEAN Business Council: EU – ABC) และสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์(The European Association for Business and Commerce: EABC) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงานและกฎหมายของไทยที่สนับสนุนการพัฒนาด้านดิจิทัล ได้แก่ การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ การควบคุมดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการจัดการดูแลธุรกิจที่ให้บริการเนื้อหาสตรีมมิ่ง ผ่านบริการ OTT พร้อมกันนี้ ฝ่าย EU ยังสนใจที่จะส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อพัฒนาในด้านทักษะดิจิทัลและความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล และการสนับสนุนบริการสุขภาพดิจิทัลในอนาคตระหว่างกัน  ณ ห้องประชุมMDES 1 ชั้น 9   ___________________

           วันนี้ (1 ธันวาคม 2565)  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัว “ดิจิทัลโพสต์ไอดี” ( Digital Post ID) ทางเลือกใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากการใช้ชื่อ ที่อยู่ ให้สามารถระบุตำแหน่ง สถานที่ และการขนส่งแบบ Easy Privacy Security และ Digital Economy รวมทั้งยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาเส้นทางขนส่ง การป้องกันการปลอมแปลงตัวตน เป็นต้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบระบบและรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งเป้าเปิดใช้งานในปี 2566 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงฯ, ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ, ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารร่วมงาน ณ ไปรษณีย์ไทย จำกัด(สำนักงานใหญ่)    ___________________

         1 ธันวาคม 2565 - นางสาวกัลยา ชินาธิวร รักษาการ ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “การใช้ ICT เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการสตรี” ซึ่งจัดโดยศูนย์วิจัย CCDKM มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ร่วมกับ ศูนย์ฝึกอบรม Asian and Pacific Training Centre for Information and Communication Technology for Development หรือ APCICT ภายใต้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) โดยคัดเลือกผู้ประกอบการสตรีที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าร่วมการฝึกอบรม จำนวน ๕๘ คนเข้าร่วม การฝึกอบรมครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของ ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนระหว่าง เมืองพัทยา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิพระมหาไถ่เมืองพัทยา และบริษัท Microsoft ประเทศไทย เพื่อ “การพัฒนาพัทยาบุคลากรสู่สากล” โดยหลักสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Workshop on ICT for Women Entrepreneurs (Women Entrepreneurs Track) ภายใต้ศูนย์ฝึกอบรม APCICT ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อผู้ฝึกสอนที่มีศักยภาพประกอบด้วย ข้าราชการจากหน่วยงาน ราชการท้องถิ่น อาสาสมัคร และผู้ประกอบการ (สตรี) เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้านต่าง ๆ และเป็นโอกาสในการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงต่อเศรษฐกิจโดยการใช้ประโยชน์จากไอซีทีและเทคโนโลยีดิจิทัล ณ ห้องประชุมเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี   _________________

      วันนี้ (2 ธันวาคม  65) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานเปิดการประชุม “สถิติทางการเพื่อการพัฒนาประเทศ” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ “ความสำคัญของข้อมูลในยุคดิจิทัล” จัดโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ  เพื่อให้หน่วยงานรับรู้และเข้าใจต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาสถิติและแผนกำหนดความรับผิดชอบในการจัดทำสถิติทางการ รวมทั้งการสนับสนุนในการขึ้นชุดข้อมูลสถิติทางการบนระบบบัญชีข้อมูลหน่วยงาน และลงทะเบียนระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ (GD Catalog) โดยดีอีเอสได้จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อให้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Service: GDCC) ที่จะเป็น Platform กลาง สำหรับให้บริการข้อมูล โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติให้การต้อนรับ ณ โรงแรมอัศวินแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ   _______________________

       ดีอีเอส แจ้งเตือนผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ระวังการโหลดสติกเกอร์ไลน์จากมิจฉาชีพ อาจโดนสวมสิทธ์ จากภัยไซเบอร์           นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีการชักชวนสมาชิกผู้ใช้แอปพลิเคชันสื่อสารและส่งข้อความไลน์ ให้โหลดสติกเกอร์จำนวนมาก อาทิ สติกเกอร์ปีใหม่ สติกเกอร์การ์ตูน ดีอีเอส ได้มีการติดตามผู้กระทำความผิดผ่านไลน์และได้รับแจ้งข้อมูลจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ในฐานะผู้กำกับดูแลและรับผิดชอบความมั่นคงปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตให้กับประชาชน ขอแนะนำผู้ใช้ไลน์ทุกท่านตรวจสอบและระวังการโหลดสติกเกอร์ที่ไม่ได้มาจากผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์โดยตรง โดยมีข้อความที่ไม่น่าไว้วางใจ เช่น โหลดสติกเกอร์ฟรี หากท่านส่งข้อมูลให้กับเพื่อนครบจำนวน 10 คน เป็นต้น            ทั้งนี้การเชิญชวนการโหลดสติกเกอร์ดังกล่าว อาจมีการหลอกลวงให้ผู้ใช้ไลน์ใส่ชื่อ และรหัสการเข้าใช้ไลน์รวมถึงข้อมูลส่วนตัว ซึ่งอาจจะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพ นำชื่อและรหัสการใช้งานของท่านไปทำธุรกรรมต่างๆ หรืออาจมีการสวมสิทธิ์เป็นท่านเพื่อกระทำผิดได้            นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า สติกเกอร์ที่ท่านสามารถดาวน์โหลดจากไลน์มี 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1. Sponsored Sticker > สติกเกอร์ฟรีที่ได้รับเมื่อเพิ่มบัญชีทางการของแบรนด์นั้นๆ 2. Mission Sticker > สติกเกอร์ฟรีที่ได้รับเมื่อร่วมกิจกรรมทางการตลาดผ่านบัญชีทางการของแบรนด์นั้นๆ เช่น การร่วมตอบแบบสอบถาม “หากท่านสงสัยว่าสติกเกอร์ที่ส่งมาให้ท่านโหลดฟรี มีความถูกต้องหรือไม่ แนะนำให้ผู้ใช้งานโหลดสติกเกอร์ฟรีในแท็บ Free ของ Sticker Shop ภายในแอพพลิเคชัน LINE เท่านั้น และ กรณีที่เพิ่มบัญชีทางการ ขอให้สังเกตไอคอนรูปโล่ที่อยู่หน้าชื่อบัญชีทางการว่าเป็นสีเขียวหรือน้ำเงินหรือไม่เนื่องจากสัญลักษณ์ดังกล่าวจะเป็นการแสดงว่าเป็นบัญชีที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากไลน์            อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการถูกหลอกลวงออนไลน์ต่างๆ  สามารถแจ้งมาได้ทางสายด่วนโทร1212  ทั้งนี้ดีอีเอส ได้มีการติดตามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพในทุกรูปแบบสื่อออนไลน์” นางสาว นพวรรณ กล่าว   _________________

        กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาล มากที่สุด ขณะที่ข่าวปลอมเรื่องสุขภาพอันดับ 2  ด้านข่าวปลอมโควิด-19 มี 10 เรื่อง สอดรับกระแสการกลับมาของโควิด-19 ที่สามารถติดต่อได้ง่ายมากขึ้น              นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน -1 ธันวาคม 2565 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข้อความที่เข้ามาจำนวน 5,180,831 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 185 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 146 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 35 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 76 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่องโควิด -19 จำนวน 10 เรื่อง              ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 41 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน25 เรื่อง กลุ่มที่ 3  ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง              สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 10 เรื่อง นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่าเมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม ดังนี้              อันดับที่ 1 เรื่อง มะเร็งระยะสุดท้ายหายได้ เพียงใช้ใบมะละกอต้มดื่ม อันดับที่ 2 เรื่อง ไทยเตรียมรับมือซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ตั้งแต่วันที่ 2 - 5 ธ.ค. 65 อันดับ 3 เรื่อง  เพจและแอปพลิเคชันไลน์ Aomsin Gsb ชวนกู้เงินออนไลน์ อันดับที่ 4 เรื่อง ซาอุฯ นำคนมุสลิมเข้าไทย 1 ล้านคนในปี 2565 อันดับที่ 5 เรื่อง หญ้าลิ้นงูช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ อันดับที่ 6 เรื่อง เบอร์อันตรายห้ามรับสาย หากรับสายเงินหายหมดทั้งบัญชี อันดับที่ 7 เรื่อง ผู้ส่งเบี้ยประกันสังคมทุกราย สามารถกู้เงินชราภาพของประกันสังคมได้ อันดับที่ 8 เรื่อง รัฐบาลเตรียมประกาศงดเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด เดลตาครอล XBC อันดับที่ 9 เรื่อง เกาหลีเปิดรับสมัครแรงงานเก็บองุ่น โดยกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน อันดับที่ 10 เรื่อง ถอดโคเคน มอร์ฟีน ฝิ่น ออกจากยาเสพติดให้โทษ ประชาชนครอบครองได้ ถูกกฎหมาย              “ปัจจุบันข่าวปลอมมีการแพร่ระบาดในทุกช่องทางทั้งจากโชเชียลมีเดีย โทรศัพท์ และเอสเอ็มเอส ดีอีเอส ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปรกติ ผ่านโชเชียลมีเดีย เอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ดีอีเอสให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข่าวปลอมอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ” นางสาว นพวรรณกล่าว   _________________

      นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า  ตามที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องห้ามสแกนจ่ายเงินค่าปรับ ผ่านใบสั่งเจ้าหน้าที่พนักงานเด็ดขาด  ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ          โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่าตามภาพ คือ ใบสั่ง ไม่ใช่ ใบเสร็จเป็นใบสั่งจริง และสามารถสแกนจ่ายได้โดยการออกใบสั่ง เจ้าหน้าที่ตํารวจจราจร ที่ดําเนินการมี 2 กรณี คือ 1.จะให้ใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ต่อตัวผู้ขับขี่ ให้สะดวกต่อการชําระค่าปรับได้และลิ้งค์เชื่อมไปที่ระบบฐานข้อมูลทันทีโดยเครื่องออกใบสั่งตัวนี้ จะมีตัวอ่านบัตรประชาชนอยู่ในตัว เมื่อเสียบบัตรประชาชนเข้าเครื่องจะมีข้อมูลผู้ขับขี่ทันที ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่ประชาชนได้รับจากตํารวจจราจร และ 2.จะแปะหน้ารถ กรณีรถถูกล็อกล้อ ตามหาตัวผู้ขับขี่ไม่ได้เท่านั้น ยังไม่มีการส่งใบสั่งลักษณะนี้ไปที่บ้าน เหมือนกรณีใบสั่งกล้องวงจรปิด ที่ก็ต้องมีภาพหมายเลขทะเบียนรถยืนยันตัวด้วยเช่นกัน            ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว ไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ___________________

         วันนี้ (5 ธันวาคม 65)  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงฯร่วมพิธีทำบุญตักบาตร วางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 ณบริเวณพิธีท้องสนามหลวง   ___________________

         วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะผู้บริหารของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ในวันที่ 7 ธันวาคม 2563 ณ วังศุโขทัย   _______________________

        วันนี้ (8 ธ.ค. 65) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์  วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นวิทยากรพิเศษในงาน Digital Transformation Forum 2022  ในหัวข้อ The Future of Digital Ecosystem The Real Journey จัดโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ณ ศูนย์การประชุม ซี อาเซียน (C Asean)  อาคารไซเบอร์เวิลด์ ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร   _______________________

       กระทรวงดิจิทัลฯ ผนึกกําลังแบงก์กรุงไทย เพิ่มช่องทางแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงทางสื่อ ออนไลน์และข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางการเงินผ่านแอป “เป๋าตัง” เพิ่มสปีดใน การเข้าถึงประชาชนมากกว่า 40 ล้านคน เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียก่อนตกเป็นเหยื่อ มิจฉาชีพออนไลน์              วันนี้ (8ธ.ค.65)ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือ “การบูรณาการบริการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์ และการแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์และข่าวปลอมแก่ประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องต่อประชาชนและสาธารณชน ผ่านแอป “เป๋าตัง” ซึ่งบริหารจัดการโดยธนาคารกรุงไทย และปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 40 ล้านคนโดยจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้เทา่ ทัน การหลอกลวงทางออนไลน์ และข่าวปลอม เพื่อป้องกันและยับยั้งก่อนเกิดปัญหาการถูกหลอกลวง ลดความสูญเสีย ของประชาชนในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์             สําหรับความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับธนาคารกรุงไทย จะมีการพัฒนา ระบบเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้บริการข้อมูลจากฐานข้อมูลข่าวปลอม ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ( AFNC) ที่ ดําเนินงานโดยกระทรวงดิจิทัลฯ ไปยังแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อให้มีการเผยแพร่การแจ้งเตือนภัยจากการ หลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงิน หรืออาชญากรรมทางการเงิน (Financial Fraud) ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งทางออนไลน์และข่าวปลอมแก่ประชาชน เพื่อให้รับทราบทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ           “แอปเป๋าตัง จะเป็นอีกช่องทางที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลข้อเท็จจริง ที่ผ่านการตรวจสอบยืนยันจาก หน่วยงานภาครัฐแล้ว ในรูปแบบการแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์และข่าวปลอมที่เกี่ยวข้อง กับการฉ้อโกงทางการเงิน หรืออาชญากรรมทางการเงิน (Financial Fraud) ให้ทันต่อสถานการณ์และ รูปแบบการหลอกลวงที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันและสามารถรับมือกับการหลอกลวง รูปแบบใหม่ที่ทวีความซับซ้อน และก่อความเสียหายรุนแรงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน” ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์กล่าว            ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ในฐานะผู้พัฒนาและบริหารจัดการแอปพลิเคชันเป๋าตัง ยินดีให้การสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูล การแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์ และข่าวปลอมผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ตามเจตนารมย์ของทั้ง สองฝ่ายซึ่งเป็นส่วนสําคัญในการสร้างความตระหนักรู้ต่อปัญหาการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์ โดยมี การพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูล จากฐานข้อมูลข่าวปลอม ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เพื่อไปนําเสนอ บนแอปพลิเคชันเป๋าตังในการเสริมสร้างความร่วมมือในทางปฏิบัติอีกด้วย สําหรับความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ และธนาคารกรุงไทยครั้งนี้ เพื่อให้บรรลุภารกิจตาม ยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการบริการประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพบริการภาครัฐให้เป็นไปอย่าง ทั่วถึงและไร้รอยต่อ รวมถึงการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการนําข้อมูลดิจิทัลไปใช้ประโยชน์ เพื่อขับเคลื่อนกลไกการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนอย่างยั่งยืน   —————————————-

          วันนี้ (8 ธ.ค. 65) ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้แทน วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ) ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษในงานสัมมนาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง 6 Solo Talk และร่วมเสวนาSustainability for Prosperity and Stability จัดโดย สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) ณ  หอประชุมศาสตรจารย์สังเวียน  อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย    ______________________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.