Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ประจำเดือนธันวาคม ๒๕๖๕)

เมื่อวันอังคารที่ 10 – วันพุธที่ 11 มกราคม 256๖ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงฯ พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตามภารกิจของหน่วยงานในสังกัด ณ จังหวัดลำปาง ในการนี้ ปลัดกระทรวงฯ และคณะ ได้พบปะหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ สำนักงานสถิติจังหวัดลำปาง ส่วนบริการลูกค้าจังหวัดลำปาง (NT) และสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดลำปาง พร้อมทั้งรับฟังสรุปผลการดำเนินงานสำคัญ ตลอดจนปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงาน ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้ให้ข้อแนะนำในการปฏิบัติงานต่าง ๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานเพื่อขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล และ Thailand 4.0


        นายเวทางค์  พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกกระทรวง เปิดเผยว่า ปัญหามิจฉาชีพที่ใช้สารพัดกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะกรณีหลอกดูดข้อมูลด้วยสาย ชาร์จปลอมและได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกรายงานในหน้าสื่อโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนมีข้อวิจารณ์ว่ารัฐบาลเพิกเฉยไม่เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งดีอีเอส ไม่เคยนิ่งนอนใจ และเดินหน้าร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดการปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป.ป.ง. และหน่วยงานอื่นๆ โดยมีการดำเนินการดังนี้            1. การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา รัฐบาล มีนโยบายเร่งรัดแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และสั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานกสทช. ดำเนินการแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ มีการสรุปผลของการปฏิบัติงานและสถิติการดำเนินคดีทางอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญ ในปี 2565 (เดือนมกราคม ถึงธันวาคม 2565) ประกอบด้วย  - ดำเนินคดีแก๊ง Call Center ในต่างประเทศ 8 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 166 คน - ปิดกั้นการโทรหลอกลวง/ข้อความ SMS หลอกลวง จำนวน 118,530 หมายเลข - การอายัดบัญชีม้าจำนวน 58,463 บัญชี และปิดกลุ่มโซเชียลมีเดียซื้อขายบัญชีม้า จำนวน 8 กลุ่ม - การดำเนินคดีหลอกลวงลงทุน ระดมทุน ออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน ดำเนินคดีจำนวน 657 คดี จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 673 ราย - การปราบพนันออนไลน์ โดยดำเนินคดี 318 คดี มีผู้ต้องหาจำนวน 461 ราย และปิดกั้นเว็บพนันจำนวน 1,830 เว็บ - การดำเนินคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์ จำนวน 263 คดี และจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 270 ราย            2. การแก้ปัญหา บัญชีม้า และ sim ผี ดีอีเอสได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการปราบบัญชีม้าและ SIM ผิดกฎหมาย (SIM ผี) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ประกอบการฉ้อโกงและหลอกลวงประชาชน สำหรับการแก้ปัญหาบัญชีม้าและบัญชีต้องสงสัยนำไปใช้กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ได้จัดทำประกาศหลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดหรือทบทวนรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า พ.ศ. 2563 ซึ่งประกาศฉบับนี้ ได้ลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 12 มกราคม 2566 นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. ได้แจ้งรายชื่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ประมาณ 1,000 รายชื่อ ให้สถาบันการเงิน ซึ่งสถาบันการเงินจะดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป             สำหรับการแก้ปัญหา SIM ผิดกฎหมาย สำนักงาน กสทช. ได้มีแผนดำเนินการ กรณีผู้ถือครองซิมการ์ด 100 ซิมขึ้นไป ประมาณ 8,000 ราย ต้องยืนยันตัวตนให้ถูกต้องภายใน มกราคม 2566 ทั้งนี้ เพื่อตัดวงจรการที่มิจฉาชีพใช้SIM ผีประกอบการหลอกลวงประชาชน และทำธุรกรรมการเงินออนไลน์           3. การแก้ปัญหา Remote app ทางธนาคารแห่งประเทศไทย และสมคมธนาคารไทย ได้จัดทำระบบป้องกันมิจฉาชีพใช้ Remote Application ควบคุมการทำ Mobile Banking และสวมรอยโอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายโดย ธนาคารพาณิชย์ได้จัดทำระบบป้องกัน และปรับปรุงต่อเนื่อง           4. การเตือนภัย อาชาญากรรมออนไลน์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทยใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง เป็นช่องทางใหม่แจ้งเตือนภัยออนไลน์เนื่องจากประชาชนมีการใช้งานกว่า 40 ล้านคน โดยได้แจ้งเตือนข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว ซึ่งการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เป็นการดำเนินการเพิ่มเติมจากการเตือนภัยออนไลน์ ของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทยสมาคมธนาคารไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสื่อมวลชนทุกแขนง            กระทรวงดิจิทัลฯ มีความมุ่งมั่น ที่จะดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน และขอแสดงความห่วงใย ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทัน ภัยออนไลน์จากมิจฉาชีพ อย่าหลงเชื่อ หากท่านใดได้รับความเดือดร้อนจากแก๊งมิจฉาชีพ หรือถูกหลอกลวงออนไลน์ต่าง ๆ หรือพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ทางสายด่วนโทร 1212 ตลอด 24 ชั่วโมง    _______________

               19 ม.ค. 2566 - ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยมีนางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. และคณะผู้บริหาร หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีเอส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   __________________



          20 ม.ค. 2566 - ศ.พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อการใช้งานระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคลระดับกรม โดยมีข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม ณ ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ ชั้น 6 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    __________________

      ชัยวุฒิ ร่วม สกมช. แจงกรณีแอปดูดเงินอันตราย หลังพบประชาชนได้รับผลกระทบจากการติดตั้งแอปพลิเคชันอันตรายลงในโทรศัพท์มือถือ แล้วทำให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาดูดเงินออกไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง           นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของมัลแวร์อันตราย ที่มาในรูปแบบของแอปพลิเคชัน ซึ่งดีอีเอส และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้มีการตรวจสอบมาโดยตลอด โดยพบปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะผู้ใช้งานโทรศัพท์ที่ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ถูกระบุว่าสามารถขโมยข้อมูล หรือควบคุมเครื่องโทรศัพท์ได้ โดยในปี 2022 มีการเผยแพร่รายชื่อแอปพลิเคชันอันตรายเหล่านี้ ซึ่งมีมากกว่า 200 รายการ ทั้งในระบบ iOS และ Android ตามที่ปรากฎใน Facebook ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ Facebook ของ สกมช. (NCSA THAILAND) จึงขอให้ผู้ใช้งานทำการตรวจสอบ หากพบแอปพลิเคชันดังกล่าวให้ถอนการติดตั้งโดยทันที และควรอัพเดทระบบของเครื่องโทรศัพท์ของตนเองให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ          ทั้งนี้ ดีอีเอส ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่างๆ ลงบนโทรศัพท์มือถือ เพราะอาจจะไปเจอมัลแวร์อันตรายได้ เพราะหากมีการโหลดเข้าไปในเครื่องก็จะมีโอกาสที่จะถูกดูดข้อมูลส่วนบุคคล หรือถูกรีโมทเข้ามาควบคุมมือถือของท่าน ซึ่งถ้ามีเกี่ยวกับการเงินก็อาจจะถูกโอนเงินออกไป ที่เรียกว่าใช้แอปดูดเงิน และถ้าพบแอปฯ เหล่านี้อยู่ในมือถือของท่านให้รีบลบออก ซึ่งขณะนี้ กระทรวงฯ ได้ประสานกับทาง Play Store หรือ App Store ทั้งหมดแล้วไม่ให้มีแอปฯ เหล่านี้ในระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนหลงกลแล้วโหลดเข้าไป           นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการสร้าง SMS โดยใช้ชื่อเดียวกับผู้ส่ง (Sender Name) ที่เป็นธนาคาร  แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้รับ SMS เข้าใจผิดและหลงเชื่อว่ามาจากหน่วยงานจริง ซึ่งโดยทั่วไปหน่วยงานส่วนใหญ่ได้ออกประกาศว่าจะไม่มีการส่งลิงก์ผ่าน SMS ให้กับผู้รับบริการ ดังนั้นจึงขอเตือนให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ที่มากับ SMS หรือเพิ่มเพื่อนจากไลน์ไอดี โดยให้สังเกตรูปแบบ เนื้อหาที่อาจเป็นสิ่งที่ดีเกินจริงหรือทำให้หวาดกลัว เช่น “คุณได้รับอนุมัติวงเงินกู้ 50,000 บาท คลิกลิงก์...” หรือ “โปรดยืนยันรหัสผ่าน มิฉะนั้นบัญชีของท่านจะถูกระงับการใช้งาน ติดต่อไลน์ไอดี...” โดยอาจจะตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่ถูกระบุว่าส่ง SMS มาอีกครั้ง         ทั้งนี้ สกมช. ได้มีการรวบรวมรายชื่อบริษัทที่ทําการส่ง SMS ปลอมเหล่านี้ เพื่อหยุดการทําธุรกรรมต่างๆ ซึ่งกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการประสานงานกับ กสทช. เพื่อขอให้ผู้ให้บริการมือถือทุกค่าย และธุรกิจที่ทำ SMS แล้วปล่อยให้มีการปลอมชื่อออกมา ซึ่งหากทําสําเร็จก็จะไม่มี SMS ปลอมอีก นอกจากนี้ เรื่องการแอดไลน์ก็เช่นเดียวกัน บางทีส่งไลน์มาก็เป็นไลน์ปลอมให้เข้าไปแอด เห็นชื่อเห็นรูปอาจจะเป็นคนที่เรารู้จัก หรือเป็นบริษัท หน่วยงานที่เรารู้จัก เพราะฉะนั้นขอให้ระวังเช่นเดียวกัน            “อย่าไปแอดไลน์ อย่าไปคุยกับคนเหล่านี้ เพราะว่าถ้าเขาพูดคุยเข้ามา ส่งข้อความมาที่เป็นของที่ดีเกินจริงได้ประโยชน์มากเกินควร เช่น อาจจะให้กู้เงินห้าหมื่นบาท ให้ขายสินค้าในราคาพิเศษถูกมากๆ หรือหลอกว่าจะมีรายได้พิเศษให้เรา ถ้าเราไปทํางานกับเขา ไปลงทุนกับเขา พวกนี้มันดีเกินจริง คิดไว้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพ ผ่านช่องทางไลน์ปลอม หรือ SMS ปลอม ก็อย่าไปยุ่ง อย่าไปกดลิงก์ อย่าไปให้ข้อมูลเด็ดขาด”  นายชัยวุฒิ กล่าว          อย่างไรก็ตาม หากจะติดต่อกับหน่วยงานใดๆก็ตาม ผ่านช่องทางออนไลน์ ควรติดต่อผ่านแอปพลิเคชันที่ได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นแอปพลิเคชันจริง หรือไปที่เว็บไซต์ของเขา ซึ่งเว็บไซต์ก็ต้องเป็นเว็บจริง วิธีการสังเกต คือ เป็นเว็บที่ลงท้ายด้วยดอททีเอช ทีเอชก็คือไทยแลนด์ เป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งอันนี้ได้มีการตรวจสอบยืนยันตัวตนอย่างถูกต้องและเชื่อถือได้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนดูที่แอปพลิเคชันที่ท่านคุ้นเคย และใช้งานอยู่เป็นประจำ มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานและไม่ถูกหลอกให้สูญเงินด้วย   ___________________

             วันนี้ (20 ม.ค.66) ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับ นายมาร์ก กุดดิง เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ในโอกาสหารือความร่วมมือทวิภาคีในสาขาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยประเด็นความร่วมมือสำคัญที่ถูกหยิบยกระหว่างการหารือ ได้แก่ เศรษฐกิจและการค้าดิจิทัล การรู้เท่าทันดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโดยเฉพาะการพัฒนากรอบกฎหมายด้านดิจิทัล ข้อมูลเปิด และการระบุตัวตนดิจิทัล นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความร่วมมือที่กำลังดำเนินการร่วมกันอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในห้วงเวลานี้ โดยมี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และคณะผู้แทนหน่วยงาน ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องรับรอง ชั้น 8 สป.ดศ.   __________________

            นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เปิดเผยว่า ตามที่เป็นข่าวในโซเชียลมีเดีย เรื่อง เว็บพนัน macau888 ขอชี้แจงว่า กระทรวงดีอีเอส ได้ดำเนินการปิดกั้นเว็บพนันอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดกั้นเว็บพนันที่เกี่ยวข้องกับ macau888 ตามคำสั่งศาลแล้ว 7 URLs และอยู่ดำเนินการขอคำสั่งศาลปิดกั้นเว็บพนันที่เกี่ยวข้องกับ macau888 อีก 13 URLs                อย่างไรก็ตาม หลังจากแจ้งให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตปิดกั้นเว็บพนันตามคำสั่งศาลแล้ว พบว่า เจ้าของเว็บมีการเปิดเว็บหรือเปลี่ยน URL ขึ้นมาใหม่ เช่น Macau8882 โดยมีการเพิ่มเลข 2 หรือใช้ชื่ออื่นใกล้เคียง ซึ่งทางทีมงานมีการเฝ้าระวังติดตาม และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการบังคับใช้กฎหมายปิดกั้น และดำเนินคดีต่อไป                สำหรับปัญหาเว็บพนัน ดีอีเอส ได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินคดี จับกุม สอบสวน โดยมีสถิติการดำเนินคดีที่สำคัญในปี 2565 (1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2565) ดำเนินคดีจำนวน 318 คดี จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 461 ราย และ ดศ. ได้ขอคำสั่งศาลเพื่อปิดกั้นเว็บพนันไปแล้วจำนวน 1,830 URLs               ทั้งนี้ ดีอีเอส มีนโยบายให้เร่งดำเนินการปิดกั้นเว็บพนันอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นแหล่งอบายมุขที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน และอาจเป็นแหล่งที่เก็บข้อมูลไว้ใช้สำหรับการกระทำความผิดอื่นๆ อีก เช่น แก๊งหลอกเอาข้อมูลบัญชีธนาคาร แก๊งหลอกให้เงินกู้ หรือแก๊งคอลเซนเตอร์ จึงจำเป็นต้องจัดการให้เด็ดขาด               รองปลัดกระทรวงฯ กล่าวในตอนท้ายว่า “ขอเตือนเยาวชนอย่าเข้าไปเล่นเว็บพนัน เพราะอาจถูกหลอกลวงขโมยข้อมูลสำคัญ หรือหลอกให้โหลดแอปดูดเงินมาติดตั้งในเครื่อง นอกจากมีส่วนสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ท่านเองอาจเสียทรัพย์หรือถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ทำผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายให้กับตนเองและครอบครัว และขอเน้นย้ำว่า ดีอีเอส มีการปราบปรามเว็บพนันต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อไป”               สำหรับประชาชน หรือผู้ที่มีข้อมูลเว็บพนันออนไลน์ สามารถแจ้ง กับกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ที่ 1212 หรือ https://facebook.com/DESMonitor เพจอาสาจับตาออนไลน์   __________________

             วันนี้ (20 ม.ค.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และผู้บริหารกระทรวงฯ ให้การต้อนรับนางสาวตาน ตาน สเว ผู้ว่าการธนาคารกลางเมียนมา และคณะผู้แทนจากธนาคารกลางเมียนมาและบริษัท เพย์พลัส จำกัด เพื่อส่งเสริมนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล และอำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานเมียนมาในประเทศไทยในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันมีแรงงานเมียนมาเข้ามาทำงานในประเทศไทยกว่า 5 ล้านคน ซึ่งกลุ่มแรงงานดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น รวมถึงจะช่วยลดปัญหาแรงงานเมียนมาที่ถูกเอาเปรียบจากกลุ่มคนที่รับส่งเงินข้ามประเทศด้วย ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ___________________  

        วันนี้ (21 มกราคม 2566) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พูดคุยประเด็น "บัญชีม้า Smart City และ ฟรี Wi-Fi" พร้อมตอบคำถามทุกข้อสงสัยกับประชาชน ในรายการ "คุยเรื่องบ้านคุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องกับรัฐมนตรี" ณ ห้องส่งสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (NBT )ถนนวิภาวดีรังสิต   ___________________

        กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เผยมิจฉาชีพปลอมโลโก้แบงค์ระบาดหนัก สอดรับสถิติเฟคนิวส์รายสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจส่วนใหญ่เป็นเรื่องการกู้เงินออนไลน์ให้วงเงินสูง ระวัง! ถูกหลอกให้กู้เงินวอนตรวจสอบให้ดี ไม่โดนหลอกแน่            นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำวันที่ 13 – 19 มกราคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 3,513,218 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 199 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 184 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 15 ข้อความรวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 117 เรื่อง            ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 72 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน26 เรื่อง กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 14 เรื่อง สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 1 เรื่อง             “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวปลอมการเชิญชวนให้กู้เงินออนไลน์ โดยมีการนำโลโก้ตราสัญลักษณ์ของธนาคารมาใช้แอบอ้างเป็นผู้ให้บริการเงินกู้จากสถาบันการเงิน แล้วมาหลอกลวงประชาชน ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้ง ข้อความในโทรศัพท์มือถือ สื่อสังคมออนไลน์ เช่น ไลน์เฟสบุ๊ก และแอปพลิเคชั่นเงินกู้ โดยใช้ความเชิญชวนว่า กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้ จึงอยากเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นผู้ให้บริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และควรติดต่อไปยังผู้ให้บริการที่ถูกอ้างชื่อถึงก่อนตัดสินใจโอนเงิน เพื่อป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินได้” นางสาวนพวรรณ กล่าว             สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 13 - 19 มกราคม 2566 ดังนี้ อันดับที่ 1 เรื่อง ธกส. ปล่อยกู้วงเงินสูง ผ่านเพจสินเชื่อเพื่อการเกษตร อันดับที่ 2 เรื่อง เพจรับทำใบขับขี่ถูกกฎหมาย จากกรมการขนส่งทางบก อันดับที่ 3 เรื่อง เริมที่ปากแก้ได้ด้วยการดื่มน้ำจากเปลือกไข่ไก่ อันดับที่ 4 เรื่อง ใช้หม้อทอดไร้น้ำมันปรุงอาหาร ทำให้ก่อมะเร็ง อันดับที่ 5 เรื่อง รักษาโรคมะเร็ง ด้วยการกินหัวใต้ดินของว่านสบู่เลือดดองเหล้า อันดับที่ 6 เรื่อง นวดศีรษะของตัวเอง วันละ 1 - 2 นาทีช่วยป้องกันเส้นเลือดสมองตีบได้ อันดับที่ 7 เรื่อง เพจ Trudyb Odonoghue รับทำใบขับขี่ออนไลน์ ใช้งานได้จริงตามกฎหมาย ส่งตรงจากกรมขนส่ง อันดับที่ 8 เรื่อง ออมสินปล่อยกู้ผ่านเพจสินเชื่อออมสิน กู้ง่ายทางมือถือ อันดับที่ 9 เรื่อง ออมสินปล่อยกู้ผ่านเพจ สินเชื่อออมสินธุรกิจ อันดับที่ 10 เรื่อง การเหวี่ยงแขนไปมา ช่วยป้องกันความจำเสื่อม             อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนโปรดสังเกตให้รู้เท่าทัน อย่าหลงเชื่อกลโกงของมิจฉาชีพควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการเหล่านั้นได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ติดตามความเคลื่อนไหวข้อความที่ผิดปกติในทุกช่องทาง และได้มีการติดตามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพในทุกรูปแบบ หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติ ผ่านเอสเอ็มเอสหรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ขอให้ท่านตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดีย และออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ______________

             วันนี้ (23 มกราคม 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถานีเรดาร์ตรวจอากาศ สุราษฎร์ธานีอุตุนิยมวิทยา เพื่อติดตามการดำเนินการตรวจสอบอากาศชั้นบนจากสถานีเรดาร์ การแสดงผลผ่านหน้าจอระบบอัตโนมัติ รวมถึงการขึ้นไปตรวจสอบเรดาร์บนชั้น 9 ของสถานี โดยมี ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมให้การต้อนรับ   __________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.