Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

            23 ม.ค. 2566 - ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2565 พร้อมด้วย นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม __________________

                วันนี้ (24 มกราคม 66 ) นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายในการบริหารสิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม รวมทั้งการกำหนดและการดำเนินการเกี่ยวกับดาวเทียมแห่งชาติ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Application Cisco Webex Meetings)   _________________

                 วันนี้ (24 มกราคม 66) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้การต้อนรับ Dr. Vinaya Prakash Singh เลขาธิการสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian-Pacific Postal Union: APPU) องค์การระหว่างประเทศระดับภูมิภาคสำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการบริการ ไปรษณีย์ระหว่างกัน ณ ห้องรับรองชั้น 8 สป.ดศ.   _______________

        นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่าวันที่ 24 ม.ค. 66 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนประกาศใช้บังคับต่อไป โดยร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าว มีสาระสำคัญ ดังนี้   1. สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจ มีอำนาจแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าผ่านระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล 2. ผู้ให้บริการโทรคมนาคม มีอำนาจแลกเปลี่ยนข้อมูล และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน ปปง. และหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตเข้าถึงข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนได้ 3. สำนักงาน กสทช.เป็นหน่วยงานจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางเท่าที่จำเป็น เกี่ยวกับข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้งาน ข้อความสั้น เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนและป้องกัน 4. ขั้นตอนในการระงับการทำธุรกรรม อาทิ          • กรณีสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจพบเหตุอันควรสงสัยเองหรือได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน ให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจระงับการทำธุรกรรม แล้วแจ้งให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่รับโอนระงับการทำธุรกรรมต่อไปทันทีเป็นการชั่วคราว หากตรวจสอบแล้วไม่พบเหตุสงสัย ให้สามารถดำเนินการทำธุรกรรมต่อไปได้        • กรณีได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจระงับการทำธุรกรรมและแจ้งให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่รับโอนระงับการทำธุรกรรมไว้ทันทีเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในเวลา 48 ชั่วโมง และให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์นั้นภายในเวลา 7 วัน นับแต่วันได้รับแจ้ง 5.การแจ้งข้อมูลหรือหลักฐาน สามารถแจ้งผ่านทางโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ 6.กำหนดบทลงโทษ แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้   1) ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดบัญชี บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตน และห้ามไม่ให้ผู้ใดยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้ซิมโทรศัพท์ของตนในทั้งที่รู้หรือควรจะรู้ ซึ่งอาจจะนำไปใช้ในการทุจริตหรือทำผิดกฎหมาย ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2) ห้ามไม่ให้ผู้ใดเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายบัญชี บัตรอิเล็กทรอนิกส์ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือซิมโทรศัพท์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการกระทำความผิดอาญา ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,0000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ              ทั้งนี้ ร่างพระราชกำหนดดังกล่าว มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินโดยผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ทำการเปิดบัญชี บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำเงินหรือทรัพย์สินมาใช้ในการกระทำความผิดอาญา โดยให้อำนาจแก่หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลธุรกรรมทางการเงิน สามารถระงับหรือหน่วงการทำธุรกรรมทางการเงินในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในกรณีที่พบพฤติกรรมผิดปกติหรือเมื่อมีผู้ร้องเรียนต่อธนาคาร และให้อำนาจธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเปิดเผย เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดออนไลน์ผ่านระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้ในการป้องกัน ระงับ ยับยั้ง การก่ออาชญากรรมออนไลน์ รวมทั้งยกเว้นข้อจำกัดการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคล อันเป็นการขจัดปัญหาข้อกฎหมายบางประการที่ทำให้การบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ต้องติดขัดหรือล่าช้าไม่ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ              “การจัดทำกฎหมายฉบับนี้ เป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นต้น และเชื่อมั่นว่ากฎหมายฉบับนี้ จะช่วยในการแก้ปัญหา ซิมผี บัญชีม้า และลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้อย่างแน่นอน” นายชัยวุฒิ กล่าว               ด้าน ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า หลังจากได้เข้าชี้แจง ร่าง พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฯ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ ยังต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาก่อนประกาศใช้บังคับต่อไป ___________________

             วันนี้ (26 มกราคม 66) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อให้ข้าราชการบรรจุใหม่มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบ แบบแผนในการปฏิบัติราชการ พร้อมเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น และสามารถปรับต้วการทำงาน ในระบบราชการให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของความเป็นข้าราชการที่ดี อันจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติราชการต่อไป ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   __________________  



            วันนี้ (27 มกราคม 66) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรประกาศยกย่ององค์กร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับหน่วยงานที่เข้าร่วมการประเมินองค์กรคุณธรรม และเป็นแรงจูงใจให้กับหน่วยงานอื่นๆ ในการส่งเสริมคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับเกียรติบัตรยกย่อง จำนวน 5 หน่วยงาน ดังนี้ - ระดับคุณธรรมต้นแบบ ได้แก่ 1. สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 2. บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) - ระดับองค์กรคุณธรรม ได้แก่ 1. สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 2. สำนักงานสถิติแห่งชาติ 3. บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด                รวมทั้ง มอบนโยบายในการก้าวสู่องค์กรคุณธรรมในระดับต่าง ๆ สอดรับกับแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติและแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) พร้อมเน้นย้ำการมีธรรมาภิบาลในการไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใด จากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมที่มีความคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   __________________


         วันนี้ (28 มกราคม 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ตรวจเยี่ยมพื้นที่ปิ่นฟ้าฟาร์ม จังหวัดปทุมธานี  ซึ่งเป็นโครงการสมาร์ทฟาร์มที่สนับสนุนโดย สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือดีป้า โดยให้เงินสนับสนุนส่วนหนึ่งร่วมกับวิสาหกิจชุมชนหรือกลุ่มเกษตรกร ในการทำสมาร์ทฟาร์ม ด้วยการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทําการเกษตร                ทั้งนี้ ปิ่นฟ้าฟาร์ม มีการนำโดรนบินฉีดพ่นยา ฉีดปุ๋ย และฉีดสารเคมีต่าง ๆ  ใช้ในพื้นที่เกษตร เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และความปลอดภัยให้กับเกษตรกร ซึ่งทางกระทรวงดีอีเอสได้ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้โดรนมากยิ่งขึ้นภายใต้โครงการ “คนละครึ่ง” คือเกษตรกรออกเงินครึ่งหนึ่ง  เงินที่เหลือทางดีอีเอส โดยกองทุนดีอีสนับสนุนเพื่อให้ประชากรได้ซื้อในราคาพิเศษ เพื่อจะได้เอาไปใช้พัฒนาการทําการเกษตรให้ทันสมัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น               สำหรับ ปิ่นฟ้าฟาร์ม ถือเป็นต้นแบบของสมาร์ทฟาร์ม จังหวัดปทุมธานี ซึ่งถือเป็นการทําการเกษตรเชิงท่องเที่ยว   _______________

       กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาลยังนำโด่ง โดยข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด ได้แก่ ธกส.สนับสนุนค่าตอบแทนผู้นำศาสนาอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีละ 893 ล้านบาท วอนอย่าหลงเชื่อ หยุดแชร์ หยุดส่งในโลกออนไลน์                 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เผยถึงผลสรุปการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมช่วงสัปดาห์นี้ (20 – 26  มกราคม 2566 ) พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 3,397,995 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 257 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 236 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 21 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 124 เรื่อง  ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย               กลุ่มที่ 1 :  นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 71 เรื่อง กลุ่มที่ 2:   ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิด               กฎหมาย จำนวน 29 เรื่อง กลุ่มที่ 3 :  ภัยพิบัติ จำนวน 7 เรื่อง กลุ่มที่ 4 :  เศรษฐกิจ จำนวน 17 เรื่อง   สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 2 เรื่อง               นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจลำดับต้น ๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวปลอมด้านนโยบายรัฐบาล และสุขภาพ สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 20 – 26  มกราคม 2566  ได้แก่               อันดับที่ 1 : ธกส. สนับสนุนค่าตอบแทนผู้นำศาสนาอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้                 ปีละ 893 ล้านบาท อันดับที่ 2 :  ดื่มน้ำต้มตะไคร้ มะตูมแห้งและเกสรบัวหลวงก่อนนอนช่วยความจำ อันดับที่ 3  : ป้องกันการปวดหัว โดยใช้น้ำตบท้ายทอยเบา ๆ สัก 2 - 3 ครั้ง ทุกวันตอนเช้า อันดับที่ 4 :  สูตรเครื่องดื่มธัญพืชหรือน้ำอาร์ซี สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ อันดับที่ 5 :  รัฐบาลเตรียมสั่งทุบวัดในเขตอุทยาน 6,000 แห่งทั่วประเทศ อันดับที่ 6 :  ธนาคารออมสิน ส่ง SMS ให้กดรับสิทธิ์กู้เงิน อันดับที่ 7 :  Mistletoe ยาฆ่าเซลล์มะเร็งทางเลือกใหม่ที่ไม่ทำลายเม็ดเลือดขาว อันดับที่ 8 :  ออมสินเปิดสินเชื่อให้ยืม เพื่อทำธุรกิจต้องการเงินลงทุนผ่านเพจเฟซบุ๊ก อันดับที่ 9 :  รัฐบาลเล็งเตรียมเก็บภาษีรถเก่าอายุ 10 ปี กระตุ้นเศรษฐกิจป้ายแดง อันดับที่ 10 : รับประทานผักกาดขาวเป็นประจำ ช่วยรักษาอาการตับอักเสบ               พร้อมกันนี้ นางสาวนพวรรณ ยังขอความร่วมมือประชาชน เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล           ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ เพื่อความปลอดภัยและรู้เท่าทัน โดยทางกระทรวงดิจิทัล           เพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ติดตามความเคลื่อนไหวข้อความที่ผิดปกติในทุกช่องทางและได้มีการติดตามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพในทุกรูปแบบ หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติ ผ่านเอสเอ็มเอสหรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น สามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ______________

          นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 66 ร่วมกับ ผู้แทนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการปิดกั้นแพลตฟอร์มขายสลากออนไลน์ผิดกฎหมาย กรณีแพลตฟอร์มของกองสลากพลัส โดยได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและถ้อยคำประกอบคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว เพื่อปิดกั้นแพลตฟอร์มกองสลากพลัส ไม่ให้ดำเนินการขายสลากได้จนกว่าศาลจะมีคำตัดสินให้ปิดกั้นเป็นการถาวร ซึ่งทางกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ยื่นเรื่องไปที่ศาลขอปิดกั้นแพลตฟอร์มกองสลากพลัส และขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของศาล               ทั้งนี้ ตั้งแต่ มิ.ย. 65 ที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลในการขอปิดกั้นแพลตฟอร์มกองสลากพลัส และแพลตฟอร์มอื่นที่เข้าข่ายจำหน่ายสลากอย่างผิดกฎหมายตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้แจ้งความดำเนินคดีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 15 แฟลตฟอร์ม ซึ่งศาลมีคำสั่งปิดกั้นแล้ว 12 แพลตฟอร์ม ส่วนที่เหลืออีก 3 แพลตฟอร์มอยู่ระหว่างดำเนินการในชั้นศาล                นายเวทางค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ดำเนินการปิดกั้นแพลตฟอร์มสลากออนไลน์ที่จำหน่ายสลากเกินราคาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินการมาแล้ว 15 แพลตฟอร์ม และ หากกระทรวงฯ ได้รับเรื่องพร้อมหลักฐานจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงฯ จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป   __________________

              วันนี้ (31 ม.ค.66 ) ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ระยะ 5 ปี (2566-2570) โดยมี นางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ และผู้แทนหน่วยงานของ ดศ. เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สป.ดศ.   __________________



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.