Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

          เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 66 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ ร่วมหารือกับ Dr. Cosmas Zavazava ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาโทรคมนาคม (Bureau of Telecommunication Development) ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(ITU) ถึงแนวทางความร่วมมือและแผนงานระหว่างไทย และ ITU ในปี 2023 ซึ่งในช่วงเดือนกันยายน 2566 สำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ ITU ในประเทศไทย จัดให้มีการประชุม Regional Development Forum (RDF) ณ กรุงเทพฯ โดยจะมีผู้แทนจากภาครัฐ และภาคเอกชนสำคัญมาร่วมประชุมกว่า 100 หน่วยงาน            ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เสนอให้ ITU จัดเวทีหารือในหัวข้อ อาชญากรรมไซเบอร์ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีในระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก รวมถึงได้มีการหารือโครงการความร่วมมือสำคัญด้านอื่นๆ เช่นกิจกรรม Girls in ICT Day โครงการธรรมาภิบาล AI และโครงการ Mobile Aging ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้สูงอายุในด้านสาธารณสุข ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์   _______________

      เมื่อเร็วๆ นี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Roundtable) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุม World Summit on the Information Society Forum ประจำปี 2023 หรือ WSIS Forum 2023 ระหว่างวันที่ 13 – 17 มีนาคม 2566 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส           การประชุมดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการกำหนดนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านสังคมสารสนเทศ โดย รมว.ดีอีเอส ได้ชูประเด็น Digital Trust and Security เพื่อเน้นย้ำความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ อาทิ Online Scams ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก ที่ต้องสร้างกลไกความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพร่วมกันระหว่างกระทรวงต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการช่วยป้องกันและเฝ้าระวังการทำธุรกรรมด้านการเงินที่น่าสงสัย ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้และความตระหนักในเรื่องการใช้ออนไลน์อย่างปลอดภัยให้กับประชาชนที่ถือเป็นนโยบายลำดับต้นๆ ที่ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญ โดยมีรัฐมนตรีเข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฟิลิปปินส์ อิหร่าน เอสโตเนีย โรมาเนีย อาร์เจนติน่า เม็กซิโก เคนย่า แอฟริกาใต้ และไทย   ____________


          แก๊งคอลเซ็นเตอร์มามุกใหม่ ใช้ QR Code หลอกดูดเงินร้านอาหารผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ทำทีสั่งอาหาร และให้ร้านแสกนเพื่อรับเป็นเพื่อน แท้จริงคือ Scams วอนประชาชนตระหนัก รู้เท่าทันกลโกง และระวังก่อนสแกน              นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนในเรื่องการฉ้อโกงออนไลน์รูปแบบใหม่ของแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยการใช้ QR Code หลอกดูดเงิน วิธีการคือ แก๊งคอลเซนเตอร์ติดต่อร้านอาหารผ่านแอปพลิเคชันไลน์หลอกสั่งข้าวกล่องจำนวน 100 กล่อง เพื่อนำไปจัดเลี้ยงประชุม และโอนมัดจำมาก่อน 2,000 บาท วันต่อมา คนร้ายได้โทรศัพท์บอกให้ร้านอาหารสั่งชุดอาหารพิเศษเพิ่ม 7 ชุด และส่ง QR Code มาให้ร้านแอด และบอกว่าจ่ายเงินเพิ่มให้ภายหลัง โดยอ้างว่าเป็น QR Code แอดไลน์เท่านั้น แต่เมื่อแสกน QR Code พบว่า หน้าจอเหมือนถูกไวรัส เจ้าของโทรศัพท์จึงรีบเข้าแอปฯ ธนาคาร เพื่อโอนเงินออกส่วนใหญ่ออกไปบัญชีอื่นก่อน และโทรศัพท์ก็เริ่มค้าง ระบบรวนจึงรีบปิดเครื่อง               จากกรณีที่เกิดขึ้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความห่วงใยความปลอดภัยของประชาชน จึงขอแจ้งเตือนว่า ในการใช้จ่ายสินค้าหรือบริการต่างๆ ร้านอาหารหลายแห่งเริ่มใช้ QR CODE ในการชำระเงินแบบไร้เงินสด แต่เหรียญมีสองด้าน การใช้งานที่ค่อนข้างสะดวกของ QR CODE ก็ต้องระวังและมีสติในการใช้งานด้วยเช่นกัน เพราะคนร้ายหรือมิจฉาชีพอาจจงใจใช้ QR CODE พิมพ์ URL ซึ่งนำไปสู่เว็บไซต์หลอกลวง (Phishing) หลอกให้กรอกข้อมูลหรือบัญชีธนาคาร หรือหลอกให้โอนเงินไปบัญชีคนอื่นที่ไม่ใช่บัญชีของร้านค้าได้ ดังนั้นประชาชนต้องปกป้องตัวเอง และป้องกันภัยจาก QR Code หลอกลวง หรือ QR Code Scams ดังนี้                1. ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของ QR CODE ว่ามีความหน้าเชื่อถือหรือไม่ โดยก่อนกด Scan ควรตรวจสอบหรือ Preview ตัวลิงก์หรือ URL โดยเมื่อเราใช้กล้องของมือถือ Smart Phone ส่องดูก่อนกด Scan หากพบว่าลิงก์ที่ปรากฎขึ้นมาแปลกๆ หรือไม่ตรงกับชื่อเว็บไซต์ที่ใช้บริการอยู่ก็ไม่ควรที่จะกด Scan ต่อ                2. ใช้โปรแกรมในการ Scan ที่สามารถระบุได้ว่าลิงก์ที่ Scan จาก QR CODE เป็นลิงก์ที่ปลอมหรือหลอกลวง(malicious links) ซึ่งสามารถหาใช้งานได้จากโปรแกรม Antivirus ที่มีคุณสมบัตินี้ คล้ายก็การ scan virus ก่อนใช้งาน usb drive แต่นี้คือการ Scan QR CODE หรือลิงก์ก่อนที่จะทำธุรกรรมต่อไป                3. เมื่อกด Scan QR CODE ไปแล้ว ก่อนโอนเงินหรือทำธุรกรรมใดๆ ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นบัญชีของผู้ขายจริงๆ โดยสอบถามยืนยันกับผู้ขายว่าชื่อบัญชีนี้ถูกต้องหรือไม่ ก่อนที่จะโอนเงินชำระค่าสินค้าไป เพราะคนร้ายสามารถสร้าง QR CODE ปลอมบัญชีอื่นซึ่งไม่ใช่บัญชีของร้านค้าเอามาหลอกเราได้ ควรตระหนักหรือระวังในส่วนนี้ด้วย                หากท่านใดได้รับความเดือดร้อนจากแก๊งมิจฉาชีพ หรือถูกหลอกลวงออนไลน์ต่าง ๆ หรือพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ทางสายด่วนโทร 1212 ตลอด 24 ชั่วโมง   _________________

             วันนี้ (20 มี.ค. 66) - ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกำกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) โดยมี พลเอกเดชา พลสุวรรณ ประธานกรรมการ สคส. เป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _____________

              กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เตือนประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบ รอบด้าน อย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ หลังพบตัวเลขข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด ระบุคนสนใจเรื่อง มังคุดนึ่งรักษาโรคมะเร็ง - อ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หลอกแอดไลน์ ติดตั้งแอฟลดค่าไฟ – ธนาคารกรุงไทย - ออมสินอ่วม! อ้างชื่อปล่อยกู้วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ และเกาหลีขึ้นบัญชีดำนักท่องเที่ยวไทย 4 ภาคอีสาน ติดอันดับ วอนอย่าเชื่อ-เช็คก่อนแชร์                 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำวันที่ 10 - 16 มีนาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 3,227,794 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 240ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 207 ข้อความ ข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 33 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 148 เรื่อง                  ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย   กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดีและ ความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 67 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 64 เรื่อง กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 1 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 8 เรื่อง สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 3 เรื่อง                  นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 10 - 16 มีนาคม 2566 ดังนี้ อันดับที่ 1 เรื่อง มังคุดนึ่งรักษาโรคมะเร็ง อันดับที่ 2 เรื่อง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าโทรแจ้งประชาชนให้แอดไลน์ และติดตั้งแอปฯ เพื่อลดค่าไฟ อันดับที่ 3 เรื่อง ธ.กรุงไทยปล่อยกู้ยืมสำหรับอาชีพอิสระ อันดับที่ 4 เรื่อง ออมสินปล่อยกู้สินเชื่อออมสิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ผ่านเพจ Mymoเงินด่วน อันดับที่ 5 เรื่อง กินมากแต่ไม่ถ่าย มีอาการท้องแข็ง ถ้าปล่อยไว้ปอดกับหัวใจจะทำงานผิดปกติ อันดับที่ 6 เรื่อง เกาหลีขึ้นบัญชีดำนักท่องเที่ยวไทย 4 จังหวัดภาคอีสาน ขอนแก่น ศรีสะเกษ อุดรธานี และยโสธร ให้เป็นพื้นที่สีแดง อันดับที่ 7 เรื่อง ออมสินเปิดลงทะเบียนเงินกู้ ดอกเบี้ยถูก อันดับที่ 8 เรื่อง เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน โทรแจ้งประชาชนให้อัปเดตข้อมูลผ่านลิงก์ อันดับที่ 9 เรื่อง ไขมันสูง หน้ามืดบ่อย มึนหัวเป็นประจำ หากมีเบาหวานหลอดเลือดจะแตกง่าย อันดับที่ 10 เรื่อง จิบน้ำเกลือหิมาลัย ช่วยป้องกันเพลีย ปวดหัว มึนหัวได้                   “ปัจจุบันข่าวปลอมยังคงมีจำนวนมาก ดีอีเอส และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ให้ความสำคัญในการตรวจสอบข่าวปลอม และตระหนักถึงผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างมาก เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางได้ที่ Line : @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาว นพวรรณ กล่าว   _______________________


                 วันนี้ (20 มีนาคม 2566) - นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีและมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศที่ได้เข้าร่วมโครงการต้นแบบการอบรมกลุ่มหลักสูตรทักษะดิจิทัลพื้นฐานที่จำเป็นและทักษะดิจิทัลชั้นสูงเฉพาะทาง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรดิจิทัลทางการศึกษาในบริบทประเทศไทย โดยมีนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และคณะผู้บริหารฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมวายุภักดิ์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ   _______________________

             วันนี้ (21 มี.ค. 66) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ( Working Group on Digital Transformation) ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT : Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle) เข้าร่วมการประชุมวางแผนยุทธศาสตร์แผนงาน IMT-GT ครั้งที่ 16 โดยในส่วนของประเทศไทยได้นำเสนอโครงการการส่งเสริมการลงทุนและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G                 ทั้งนี้การประชุมดังกล่าว เป็นการหารือการดำเนินงานที่ผ่านมา ภายใต้ Implementation Blueprint 2022 – 2026 รวมถึงแผนการดำเนินงานการฉลองครบรอบ 30 ปี IMT-GT และ IMT-GT Visit Year 2023 – 2025 ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพ   _______________________  

            วันนี้ (21 มี.ค. 66) ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ในการประชุมผู้นำเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านดิจิทัลและผู้นำสภาหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 1 (The 1st ASEAN Digital Senior Officials Meeting - ASEAN Telecommunications Regulators’ Council Leaders’ Retreat of 2023) ประจำปี 2556 เพื่อร่วมหารือและขับเคลื่อนการดำเนินงานความร่วมมือด้านดิจิทัล ภายใต้แผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล ค.ศ. 2025 และความร่วมมือด้านดิจิทัลที่สำคัญในด้านต่าง ๆ รวมถึงแผนงานความร่วมมือในอนาคต ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับคู่เจรจา ระหว่างวันที่ 20 - 21 มีนาคม 2566 ณ สำนักงานเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย                ในโอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงฯ ได้ร่วมผลักดันข้อเสนอของไทย 3 โครงการ ในปี 2567 ได้แก่ โครงการการเป็นเจ้าภาพจัดงาน ASEAN Digital Award 2024 โครงการ Coding with KidBright in ASEAN: 1st Pilot Project in Laos and Myanmar ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สำหรับเยาวชนในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการจัดทำหลักสูตรอบรมออนไลน์ สำหรับการเขียนโปรแกรมด้วย KidBright simulator โดยเริ่มจากการสอนบุคลากรครูและเยาวชนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและเมียนมา และโครงการการจัดตั้งคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ (ASEAN Working Group on Anti - Online Scam: WG - AS) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประสานงาน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศสมาชิกอาเซียนด้านการป้องกัน และการรับมือกับปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบาย กฎระเบียบ มาตรการ และแนวทางการดำเนินงานในการจัดการกับปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ แบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันประชาชนจากปัญหาดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม               ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้สนับสนุนข้อเสนอโครงการของไทยดังกล่าว โดยเฉพาะการจัดตั้ง ASEAN Working Group on Anti - Online Scam: WG – AS ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในระดับภูมิภาคในการส่งเสริมความเชื่อมั่นในการปรับเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิอาเซียนต่อไป   ___________________    

               วันนี้ (22 มี.ค 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานประสานความร่วมมือติดตาม เร่งรัด และแก้ไขปัญหาการดำเนินงานด้านอุตุนิยมวิทยาที่เกี่ยวข้องให้บริการกิจการท่าอากาศยาน ครั้งที่ 2/2566 โดยมี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยหน่วยงานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _____________________


            วันนี้ (22 มีนาคม 2566) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สป.ดศ. ร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม “คุณทำได้ เลิกใช้พลาสติก” ประจำปี พ.ศ. 2566 โดยการบริจาคผลิตภัณฑ์ที่ทํามาจากพลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้งเป็นภาพรวมของกอง/ศูนย์/กลุ่มในสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ บริเวณลานเอนกประสงค์ ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ______________

                นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากกรณีที่มีการหลอกลวงประชาชนให้ค่าตอบแทน 400-500 บาท อ้างว่าจะนำเป็นหลักฐานไปใช้ในการทำสวัสดิการต่าง ๆ จากหน่วยงานรัฐ อาทิ การร่วมเป็นสมาชิกพรรคการเมือง การรับเงินสนับสนุนต่าง ๆ ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนหลงเชื่อและอยากได้เงินค่าจ้าง โดยบางรายมาทราบทีหลังพบว่า มีการเปิดบัญชีธนาคารและมีเงินหมุนเวียนหลายแสนบาท ซึ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีฐานความผิดเปิดบัญชีม้าแล้ว ตอนนี้มีประชาชนจำนวนมากที่ออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ แจ้งความต่อตำรวจตามโรงพักในท้องที่ และตรวจสอบตามธนาคารต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบและดำเนินการปิดบัญชี เพราะหากมีการนำเอกสารไปเปิดบัญชีโดยไม่มีส่วนรู้เห็น เพื่อป้องกันความผิดฐานเปิดบัญชีม้า                  ทั้งนี้ การเปิดบัญชี หรือเบอร์ม้า มีโทษอาญาหนัก จำคุก 3 ปี หรือ ปรับ 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงผู้ที่ได้เป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนหมายเลขโทรศัพท์ ก็มีโทษอาญาหนักเช่นกัน คือ จำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ                  “หากประชาชนท่านใดรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ถูกดูดเงินจากมิจฉาชีพให้รีบโทรไปที่ศูนย์แจ้งเหตุภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพธนาคารที่ท่านมีบัญชีอยู่เพื่อระงับบัญชีได้ทันทีและไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ขอฝากถึงผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีม้า ซิมม้าให้มิจฉาชีพใช้เพื่อหลอกลวงประชาชนให้ไปปิดบัญชีเสีย หากเจ้าหน้าที่จับได้จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นางสาวนพวรรณ กล่าว   _______________________

               วันนี้ (22 มี.ค 66) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา PDPA Going Forward หลังพ.ร.บ.บังคับใช้สมบูรณ์ กว่า 9 เดือน โดยได้มีการขับเคลื่อนการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการจัดทำร่างกฎหมายแล้ว 21 ฉบับ พร้อมเร่งสร้างการรับรู้ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ให้เกิดความเชื่อมั่นและยอมรับในมาตรฐานระดับสากล โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งนักวิชาการเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมบอลรูม ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ   _________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.