Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

         วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2566 เวลา 10.00 น. นายเวทางค์  พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วมประชุม เรื่องแนวทางการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ณสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยมีนายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ร้อยตำรวจโทหญิงศรัณย์กร เลิศโอภาส ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและระเบียบการคลัง กรมบัญชีกลาง  ผู้แทนจากหน่วยงาน ทั้ง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)  สำนักงาน ก.พ.ร.  สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล(องค์การมหาชน)  สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) ร่วมหารือ                ที่ประชุมได้หารือประเด็นข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติ การเบิกจ่าย การใช้จ่าย การเก็บหลักฐานทางการเงินด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ของหน่วยงานของรัฐ ซึ่ง ตาม พรบ การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ได้รองรับวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการเบิกจ่าย การใช้จ่ายเงิน และตาม พ.รบ.ฯ หาก กรมบัญชีกลาง หรือ หน่วยงานมีกฎหมาย ระเบียบ ที่เป็นอุปสรรค ก็ต้องเร่งแก้ไขปรับปรุงไม่ให้เป็นอุปสรรค                 พ.รบ. ดังกล่าว มีเจตนาต้องการให้ การเบิกจ่าย การใช้จ่ายเงิน  การทำธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนการเก็บหลักฐานทางการเงินทำได้ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินการทางการเงินดังกล่าวของหน่วยงานรัฐ ผู้แทนกรมบัญชีกลางได้กล่าวว่า จะเร่งทำ หนังสือซักซ้อมความเข้าใจเรื่อง การเบิกจ่าย การใช้จ่ายเงิน การทำธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนการเก็บหลักฐานทางการเงิน ที่สามารถทำ ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้หน่วยงานรัฐ สามารถยึดเป็นแนวทางทำงานต่อไป                นายเวทางค์ กล่าวว่า “ต้องขอขอบคุณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และกรมบัญชีกลาง ที่ส่งเสริมการใช้วิธีทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเงิน การเงินจ่าย ของหน่วยงานของรัฐ และเชื่อว่า หนังสือซักซ้อมความเข้าใจเรื่องการเบิกจ่าย การใช้จ่ายเงิน ของกรมบัญชีกลาง จะช่วยยกระดับการใช้วิธีทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเงิน   การจ่ายเงินภาครัฐ อย่างก้าวกระโดด”    ____________

        กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์นี้ พบมือปั่นข่าวปลอมอ้างชื่อธนาคารออมสินเปิดให้ลูกจ้างประจำกู้เงินแบบไม่มีคนค้ำระบาดหนัก! รองลงมาเพจ Collins Tammy รับทำใบขับขี่สำหรับบุคคลที่ไม่เคยมีบัตรหรือต่ออายุ ด้านสุขภาพไม่แผ่ว! ลุกจากที่นอนกะทันหัน ส่งผลกระดูกกะโหลกศีรษะแตกหัวใจหยุดเต้น ติด Top 10 ข่าวปลอมคนสนใจสูงสุด เตือนประชาชน ควรตรวจสอบก่อนแชร์              ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมระหว่างวันที่ 24 - 30 มีนาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด3,238,996 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 277 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 243 ข้อความ ข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 34 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 166 เรื่อง               ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคมขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 71 เรื่อง  กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน72 เรื่อง  กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 14 เรื่อง  กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 9 เรื่อง  สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 2 เรื่อง               ดร.เวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจลำดับต้น ๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวปลอมด้านนโยบายรัฐบาล และสุขภาพ สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่24 - 30 มีนาคม 2566 ได้แก่               อันดับที่ 1 เรื่องเพจเฟซบุ๊กของธนาคารออมสินเปิดให้ลูกจ้างประจำยืมเงินไม่ต้องมีคนค้ำอันดับที่ 2 เรื่องเพจCollins Tammy รับทำใบขับขี่สำหรับบุคคลที่ไม่เคยมีบัตรหรือต่ออายุ อันดับที่ 3 เรื่องกรมการจัดหางานเปิดรับสมัครพนักงานออนไลน์ อายุ 20 ปีขึ้นไป อันดับที่ 4 เรื่องลุกจากที่นอนกะทันหัน ทำให้กระดูกกะโหลกศีรษะแตก หัวใจหยุดเต้น อันดับที่ 5 เรื่องลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ผ่าน SMS ได้ อันดับที่ 6 เรื่องต้องปิดท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เพราะหมอกควันบดบังทัศนวิสัย อันดับที่ 7 เรื่องข้อนิ้วข้อมือบวมใหญ่ มี 2 สาเหตุ คือ รูมาตอยด์ หรือแคลเซียมสะสม รักษาโดยทำให้เลือดเป็นด่าง    อันดับที่ 8 เรื่องบริษัท การบินไทย เปิดรับสมัครพนักงานจำนวนมาก ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา  อันดับที่ 9 เรื่องส่งข้อความทักทายเป็นรูป หรือภาพเคลื่อนไหว ทำให้ถูกล้วงข้อมูลส่วนตัวได้  อันดับที่ 10 เรื่องผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสร้างเพจเฟซบุ๊ก              “ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียล/ออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ www.antifakenewscenter.com/ twitter.com/AFNCThailand ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง ” ดร.เวทางค์ กล่าว   ________________

             วันนี้ (3 เม.ย. 66 ) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานเปิดกิจกรรมพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม เพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะ “แต้มสี เติมฝัน ปรับปรุงภูมิทัศน์ สป.ดศ.” ร่วมกับการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2566 พร้อมด้วยข้าราชการ หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม ณ บริเวณลานเอนกประสงค์ ชั้น 6   _____________________

             วันนี้ (3 เม.ย. 66 ) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างและพัฒนากลุ่มกำลังคนคุณภาพผู้มีศักยภาพสูง ของ สป.ดศ. "MDES Young Talent" โดยมี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมฯ ณ บริเวณหน้าห้องประชุม 803 ชั้น 8 สป.ดศ.   _______________________

                วันนี้ (3 เม.ย. 66 ) ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ระดมความคิดเห็นแนวทางในการบริหารจัดการด้านระบบสื่อสารในภาวะวิกฤต” เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการระบบสื่อสารของกระทรวงฯ ให้พร้อมรับกับภาวะฉุกเฉิน ภัยพิบัติและวิกฤตการณ์ความมั่นคง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นาย มนัส ทรงแสง ประธานสหพันธ์สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประเทศไทยณ และทีมที่ปรึกษาโครงการศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการด้านระบบสื่อสารในภาวะวิกฤต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 601 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบการประชุมออนไลน์   ___________________

             นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณี ผู้ใช้งานบัญชี “9near” ที่อ้างว่ามีข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านราย บนเว็บไซต์ Breach Forums นอกเหนือจากที่เร่งหาหลักฐานและตัวคนร้ายแล้ว ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องเร่งหาข้อเท็จจริง ดูแลผู้เสียหายจาก 9near ตลอดจนเร่งรัดการใช้ Digital ID และยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล                 โดยวันที่ 3 เมษายน 2566 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เป็นประธานการประชุม “การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐ” โดยได้เชิญหน่วยงานรัฐที่มีข้อมูลส่วนบุคคลขนาดใหญ่หรือมีจำนวนมากหารือ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สำนักงาน กกต. เป็นต้น รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน กสทช. สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ในการประชุม ได้มีการ หารือประเด็นสำคัญดังนี้                1. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศรวมทั้งฐานข้อมูลของหน่วยงานเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ มีการตรวจสอบเพื่อป้องกันและแก้ไขช่องโหว่ของระบบที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ ผลเป็นอย่างไร                 โดยนายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้รายงานในที่ประชุมว่า จากการสุ่มตรวจของ สคส. ได้พบการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสมของหน่วยงานของรัฐ และได้ทำการแจ้งเตือนไปแล้ว ที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือปรับปรุงตามคำแนะนำ                 ทาง พลอากาศตรี อมร ชมเชย. เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า THAICERT ของ สกมช ตรวจพบว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานถูกโจมตี และยังมีการหลุดรั่วของข้อมูล ซึ่งได้ประสานงาน เร่งแก้ปัญหาและป้องกันปัญหาอย่างต่อเนื่อง                       2. แนวปฏิบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในหน่วยงานของรัฐ อาทิ พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ พรบ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมทั้งประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๕ และ ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๕                ทั้งนี้ หากหน่วยงานทำข้อมูลรั่ว โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความอ่อนไหว ต้องรีบแจ้ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้เสียหาย รวมถึงควรทำการเยียวยาผู้เสียหายด้วย               3. การช่วยเหลือสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ และกระทรวงดิจิทัลฯ ต่อหน่วยงานต่างๆ ในเรื่อง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของหน่วยงาน รวมทั้งแนวทางการทำงานร่วมกันในเรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล               นอกจากนี้ ได้หารือถึงแนวทางเร่งรัดการใช้ Digital ID เพื่อช่วยยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของหน่วยงาน ซึ่งในเรื่องนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้จัดทำ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. 2565 (Digital ID) ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2565 และ ผลักดันการพัฒนาระบบยืนยันตัวตน National Digital ID ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีประโยชน์ในการป้องกันข้อมูลรั่วไหล และยืนยันตัวตนได้อย่างมั่นใจมาขึ้นอีกระดับหนึ่ง ซึ่งการยืนยันตัวตนด้วย Digital ID จะช่วยป้องกันการถูกขโมยข้อมูล รวมทั้งการป้องกันการหลอกลวงประชาชนจากการทำธุรกรรมออนไลน์                ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า “วันนี้สรุปได้ว่าการหาข้อเท็จจริงเรื่องที่อ้างว่าข้อมูลขนาดใหญ่รั่วจากหน่วยงานภาครัฐ ยังดำเนินการอยู่ กรณีที่มีข้อมูลรั่ว หรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีช่องโหว่ หน่วยงานต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข ในขณะเดียวกันทำการซักซ้อม แนวปฎิบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงขอความร่วมมือหน่วยงาน ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล และช่วยผลักดันการใช้ Digital ID”                ติดต่อ call center กระทรวงดิจิทัลฯ 1212 หรือ สายด่วน ตำรวจไซเบอร์ 1441   _______________________

            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เร่งดำเนินการตาม พ.ร.ก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 โดยสั่งการให้จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.ก.                ตามที่ได้มีการประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 เป็นต้นมา เพื่อคุ้มครองประชาชนจากการหลอกลวงผ่านโทรศัพท์ หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีผู้ถูกหลอกลวงจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายสูงมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดการทำงาน และจัดทำกระบวนการทำงานตามที่กำหนดใน พ.ร.ก. และบริการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน                วานนี้ (3 เมษายน 2566) นายชัยวุฒิ รัฐมนตรีดีอีเอส ได้จัดประชุมร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สำนักงาน ปปง. สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานและช่องทางสำหรับให้บริการประชาชนอย่างสะดวกและรวดเร็ว               ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย ได้เชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากันทั้งหมดผ่านระบบกลาง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เสียหายจะสามารถยับยั้งธุรกรรมต้องสงสัยได้ทุกทอดอย่างรวดเร็ว โดยเป็นการทำงานแบบอัตโนมัติ (Automation) นอกจากนี้ ที่ผ่านมาได้จัด Workshop หลายครั้ง ร่วมกับธนาคารและสถาบันการเงิน กระทรวงดีอีเอส สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปปง. เพื่อสรุปแนวทางบริหารจัดการทุจริตออนไลน์จากการทำธุรกรรมการเงิน เพื่อรองรับการบริการผู้เสียหายสามารถโทรแจ้งให้ธนาคารระงับธุรกรรมต้องสงสัยได้ทันที และยับยั้งการโอนเงินทุกธนาคารที่รับโอนเงินต่อเป็นการชั่วคราว โดยหลังจากแจ้งธนาคารแล้ว ให้ผู้เสียหายแจ้งความกับพนักงานสอบสวนได้ทั่วประเทศ หรือผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ภายใน 72 ชั่วโมง และเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันหลังจากได้รับแจ้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมการรองรับในส่วนพนักงานสอบสวนและระบบการรับแจ้งความออนไลน์ และจะได้เร่งจับกุมผู้กระทำความผิดฐานเปิดบัญชีม้าและซิมม้า รวมถึงผู้เป็นธุระจัดหาหรือโฆษณาบัญชีม้าและซิมม้ามาดำเนินคดีเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งบทลงโทษสูงสุดของผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ                สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์ อยู่ระหว่างจัดเตรียมระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ เพื่อสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์และพนักงานเจ้าหน้าที่ และระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์กันเอง ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีและจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษ นอกจากนี้ กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์ยังได้ร่วมกับกระทรวงดีอีเอส ปิดกั้น SMS และเบอร์โทรศัพท์ที่เข้าข่ายหลอกลวงผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย                สำนักงาน ปปง. ได้แต่งตั้งคณะทำงานกำหนดรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เป็นผู้พิจารณากำหนดรายชื่อดังกล่าว ขณะนี้มีการกำหนดรายชื่อประเภทรายชื่อบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน หรือเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารที่ถูกใช้ในการกระทำความผิดมูลฐานกรณีพนักงานสอบสวนยังไม่รับเป็นเลขคดีอาญา (รหัส HR-๐๓-๒) แล้วได้แจ้งรายชื่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ประมาณ 1,000 รายชื่อ ให้สถาบันการเงินเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการทำธุรกรรมการเงินที่อาจสร้างความเสียหายต่อไป                รัฐมนตรีชัยวุฒิ ปลื้มทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขานรับและตั้งใจร่วมกันในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาลดความเสียหายและอาชญากรรมที่เกิดขึ้น บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จับกุมผู้กระทำความผิด และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าและซิมม้ามาลงโทษ บรรเทาการสูญเสียทรัพย์ได้แน่นอน   ________________________

                วันนี้ (3 เม.ย. 66) ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในการศึกษาดูงานของศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ ห้องประชุม 601 ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _________________

                 วันนี้ (3 เมษายน 2566) - ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) หารือร่วมกับนายวันชัย รุจนวงศ์ ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็ก ในประเด็น มาตรการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านสื่อออนไลน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ______________________

             วันนี้ (4 เม.ย. 66 ) นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและเทคนิควิธีการเกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการงานของหน่วยงาภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment – ITA) ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2566 เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างความรู้ ความเข้าใจในรายละเอียด วิธีการ และเทคนิคการประเมิน ITA ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานป.ป.ช. กำหนด ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการดำเนินการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ จัดโดย สำนักงานคณะกรรมกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ณ ห้องลาเวนเดอร์ 1 ชั้น 3 อาคารทีเค 3 โรงแรมทีเค พาเลซ & คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   _________________

รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๖)

           วันนี้ (4 เมษายน 2566) – ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รับโล่รางวัลองค์กรเกียรติยศ จากพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ มี 3 หน่วยงานในสังกัด ที่มีผลการดำเนินงานโครงการสำคัญปี พ.ศ. 2565 (3 โครงการ) ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมาธิการฯ ให้เข้าพิธีรับโล่รางวัลองค์กรเกียรติยศ โดยมีผู้แทนขึ้นรับ ดังนี้   1. ปลัดกระทรวงฯ ขึ้นรับโล่รางวัลฯ ในโครงการ “ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti – Fake News)” ของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ   2. ผอ.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ขึ้นรับโล่รางวัลฯ ในโครงการ “นักส่งเสริมดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ (The Smart City Ambassadors)”   และ 3. ผอ.สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นรับโล่รางวัลฯ ในโครงการ “ETDA Digital Citizen”                สำหรับงานพิธีมอบโล่รางวัลดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่มีผลงานเพื่อเสริมสร้างคนดี คนเก่ง คนกล้า และโอกาสสู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมสัมมนา B1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา)   ___________________


        นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองทุนดิจิทัลฯ ได้มอบหมายให้ตรวจพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วางจ.เชียงใหม่ ในโครงการที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จัดสรรงบกองทุน DE เพื่อช่วยส่งเสริมในเรื่องการนำเทคโนโลยีโดรนเข้ามาใช้ในการตรวจพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ทั้งในส่วนพื้นที่ทำเกษตรกรรม อาณาเขต การจัดทำแผนที่ และที่สำคัญร่วมภารกิจในการตรวจไฟป่า บริเวณที่มีจุดความร้อน  เมื่อพบว่ามีจุดความร้อน ก็จะแจ้งไปที่อุทยาน เพื่อเจ้าหน้าที่ส่งหน่วยที่ดับไฟป่ารีบสกัดและเข้าพื้นที่ดับไฟป่าอย่างทันท่วงที ก่อนที่จะลุกลาม ซึ่งขณะนี้จากรายงานของอุทยานแห่งชาติแม่วางสามารถควบคุมไฟป่าได้ดี มากกว่าปี 2562-2563 ที่มีมากก็ถึง 130 กว่าจุด โดยในปีนี้เกิดขึ้นเพียง 75 จุดก็สามารถควบคุมได้ดีขึ้นแล้ว และที่สําคัญเวลามีโดรนเข้าไปตรวจในพื้นที่ ประชาชน หรือชาวบ้านที่เข้ามาลักลอบเผาป่า หรือสร้างปัญหาภายในอุทยาน ก็จะไม่กล้าเข้ามาเพราะมีโดรนบินตรวจอยู่ ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมและการป้องกันรักษาป่าได้ดีขึ้น       “ สิ่งสำคัญเราต้องจัดงบประมาณสนับสนุนให้กับกรมอุทยานรวมถึงกรมป่าไม้ เพื่อให้ดูแลพื้นที่ป่า และ การดับไฟป่า รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้โนเฉพาะเรื่องโดรนการบินตรวจพื้นที่ป่า ตรวจจุดความร้อน เพื่อป้องกันคนไม่ให้ลักลอบเข้ามาทําลายป่าหรือเผาป่า ซึ่งถ้ามีการบินตรวจด้วยโดรน ทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าปัญหาไฟป่าในประเทศไทยเราก็จะลดลงได้อย่างชัดเจนแน่นอน อย่างที่อำเภอแม่วางก็ลดลงไปเกือบครึ่ง ของงบประมาณ ซึ่งทางรัฐบาลก็คงจะต้องเข้าไปดูแล เพื่อจัดทำโครงการแล้วก็ขอจัดสรรงบประมาณด้านโดรน เรื่องเทคโนโลยีการตรวจป่าให้ดีขึ้น ครอบคลุมทุกพื้นที่ให้ได้” นายชัยวุฒิ กล่าว        ทั้งนี้ ผมอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าปัญหาเรื่องฝุ่นควันมันเกิดจากไฟไหม้ป่า ซึ่งในป่ามันมีทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านด้วยซึ่งก็มีการเผาโดยพี่น้องประชาชน รวมถึงพื้นที่การเกษตรด้วยก็มีการเผาเพื่อทำการเกษตรกันนะแต่ปลูกข้าวโพดก็ต้องเผาก่อนที่จะปลูกใหม่ ซึ่งอันนี้ก็เป็นปัญหาที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกันรัฐบาลจะไปบังคับประชาชน ก็ทำได้มีกฎหมายแต่ว่าก็คงบังคับไม่ได้ทั้งหมด ก็จะมีคนบางคนก็ยังฝ่าฝืนอยู่แล้วก็สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมซึ่งอันนี้อยากให้พวกเราทุกคนช่วยกันให้ตระหนักถึงปัญหาของไฟป่าแล้วก็อย่าเผาช่วยกันอย่าเผาแล้วก็อาจจะต้องมีการดูแลเรื่องรายได้ของเขาด้วยในการส่งเสริมอาชีพให้เขาจะได้ไม่ต้องเข้ามาเผาป่ากัน            นอกจากนี้ นายชัยวุฒิได้กล่าวเเสดงความเห็นใจเจ้าหน้าที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมทุกคนโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อยู่กับอุทยานกับป่าไม้ซึ่งทํางานหนัก  ผมทราบว่า หน่วยที่ทําหน้าที่ดับไฟป่าทํางานต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้ว  ไม่ได้พัก งานหนักมากเพราะปีนี้มีปัญหาไฟป่ารุนแรง เนื่องจากฝนทิ้งช่วง  อากาศแห้งมาก มีใบไม้ตกอยู่ที่พื้นเป็นเชื้อเพลิงสะสมอยู่ในป่ามาก เพราะว่าสองสามปีก่อนก็ไม่ค่อยมีไฟป่า ซึ่งปีนี้เพราะว่าอากาศแห้ง ฝนตกน้อยทิ้งช่วงก็ทําให้ปัญหารุนแรงมากในปีนี้  ซึ่งทําให้เจ้าหน้าที่ทํางานหนักมากก็ขอให้กําลังใจเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าทุกคนให้ทํางานให้เต็มที่และขอเป็นกําลังใจให้   _______________

รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินสมรรถนะเพิ่มเติม และกำหนดวัน  เวลา และสถานที่สอบสัมภาษณ์ เพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.