Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

การประเมินจริยธรรม ๐ การประเมินจริยธรรม ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน 2564 รายงานผลการนำประเมินจริยธรรมไปใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล ปี 2566 

                 วันนี้ (21 เม.ย. 66) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้การต้อนรับและร่วมหารือกับ Mr. Zeizo Onoe ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานโทรคมนาคมของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ในการเตรียมความพร้อมในการจัดการประชุมใหญ่ระดับโลกว่าด้วยมาตรฐานโทรคมนาคม (World Telecommunication Standardization Assembly ค.ศ. 2024) ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2567 ณ สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อพิจารณาข้อมติที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานโทรคมนาคม โดยมี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงฯ และ Ms. Atsuko Okuda ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ ITU ร่วมหารือ ณ ห้องรับรองชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ______________________  

ประกาศการขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๖๖)

          กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดผลมอนิเตอร์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์นี้ พบข่าวปลอมเกือบ 100% เกิดจากโลกออนไลน์ โดยมีข่าวต้องคัดกรอง 3,243,222 ข้อความพบประชาชนให้ความสนใจข่าวปลอมกลุ่มสุขภาพมากที่สุด โดยเฉพาะข่าวปลอม ไม่ควรสระผมก่อนอาบน้ำ เพราะทำให้เส้นเลือดสมองแตก รองลงมาข่าว โควิดสายพันธุ์ XBB และ XBB.1.16 ตรวจพบยาก เป็นพิษมากกว่าเดลต้า 5 เท่า มีอัตราการตายที่สูงกว่า และดื้อต่อภูมิคุ้มกันข้อมูลเท็จ ไม่เป็นความจริง อย่าแชร์!                 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่  14- 20 เมษายน 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 3,243,222ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 211 ข้อความโดยช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 193 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 18 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 135 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 74 เรื่อง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสุขภาพ                สำหรับจำนวนเรื่องที่ดำเนินการตรวจสอบในสัปดาห์นี้ แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้  กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคมขัดศีลธรรม อันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 46 เรื่อง  กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน70 เรื่อง  กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 9 เรื่อง  กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 10 เรื่อง  ทั้งนี้ เมื่อโฟกัสประเด็นข่าวที่เกี่ยวกับโควิด-19  พบจำนวน 17 เรื่อง                ดร.เวทางค์ กล่าวว่า ในส่วนของข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุดหลัก ๆ อยู่ในหมวดข่าวกลุ่มสุขภาพ พบข่าวโควิด-19 กลับมาได้รับความสนใจอีกทครั้ง โควิดสายพันธุ์ XBB ตรวจพบยาก เป็นพิษมากกว่าเดลตา 5 เท่า และมีอัตราการตายที่สูงกว่า และข่าวปลอมโควิดโอมิครอนลูกผสม XBB.1.16 สมรรถนะการแพร่สูง และดื้อต่อภูมิคุ้มกันที่สุด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ข่าวที่ได้รับความสนใจและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) มากสุด  10 อันดับ ได้แก่              อันดับที่ 1 : ไม่ควรสระผมก่อนอาบน้ำ เพราะทำให้เส้นเลือดแตกได้ อันดับที่ 2 : โควิดสายพันธุ์ XBB ตรวจพบยาก เป็นพิษมากกว่าเดลต้า 5 เท่า และมีอัตราการตายที่สูงกว่า อันดับที่ 3 : ใช้พริกขี้หนูตำคลุกกับใบยาสูบ พอกตรงบริเวณที่ถูกงูกัด ช่วยแก้พิษงูได้ อันดับที่ 4 : แก้ผมหงอกได้ด้วยว่านหางจระเข้  ใบบัวบก ใบฝรั่ง และบอระเพ็ด อันดับที่ 5 : เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ คนละ 100 บาท ให้ทุกคนไปรายงานตัวที่เขต อันดับที่ 6 : โควิดโอมิครอนลูกผสม XBB.1.16 สมรรถนะการแพร่สูง และดื้อต่อภูมิคุ้มกันที่สุด อันดับที่ 7 : โครงการรักษาหัวใจ 7/24 เฉลิมพระเกียรติ ใช้สิทธิประกันสังคม ข้าราชการืและบัตรทอง รักษาไม่ต้องใช้ใบส่งตัว       อันดับที่ 8 : กระทรวงสาธารณสุขห้ามจำหน่ายขนมที่มีส่วนผสมไขมันทรานส์ อันดับที่ 9 : ผู้สูงอายุ 3 กลุ่ม รับเบี้ยพิเศษรายปี คนละ 1,000 บาท อันดับที่10 : มะระขี้นกตากแห้งแล้วนำมาคั่ว ต้มรับประทานมีสรรพคุณรักษาโรคไต และล้างไต               “ปัจจุบันข่าวปลอมยังคงมีจำนวนมาก ดีอีเอส และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ให้ความสำคัญในการตรวจสอบข่าวปลอม ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อได้รับข่าวสาร ข้อมูล ควรตรวจสอบให้รู้เท่าทัน รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น สามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand หรือ โทรสายด่วนGCC 1111 ต่อ 87” ดร.เวทางค์ กล่าว   _______________  




             วันนี้ (24 เม.ย.66) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ USTTI Regulatory Best Practices, 5G, Emerging Technologies and Network Security Training ร่วมกับ นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย ศาสตราจารย์คลินิก นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และนายจิม โอ-คอนเนอร์ ผู้บริหารสถาบันฝึกอบรมโทรคมนาคมแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Telecommunication Training Institutea: USTTI) เพื่อร่วมมือในการเพิ่มขีดความสามารถและประชาสัมพันธ์ถึงความตระหนักรู้ให้แก่ผู้กำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีอุบัติใหม่ในระดับภูมิภาค รวมถึงเปิดโอกาสให้แก่ผู้แทนจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแล และผู้กำหนดนโยบายด้านไอซีทีจากระดับภูมิภาคได้มีเวทีร่วมหารือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากาครัฐและภาคเอกชน โดยมีประเด็นสำคัญในการหารือ อาทิ การจัดสรรคลื่นความถี่ 6 GHz Open RAN เทคโนโลยีอุบัติใหม่ และแนวปฏิบัติกฎระเบียบและมาตรฐานด้านโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ   _______________________




             วันนี้ (25 เมษายน 2566) นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมศึกษาดูงานระบบสารบรรณ และระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับกระทรวงสาธารณสุข ในการเรียนรู้การดำเนินงานระบบงานสารบรรณในปัจจุบันและอนาคต การเชื่อมโยงข้อมูลเอกสารระบบงานสารบรรณระหว่างหน่วยงาน การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ มาตรการประหยัดพลังงาน เป็นต้น โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ____________________________

           26 เมษายน 2566, กรุงเทพมหานคร - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วยผู้บริหาร GBDi สังกัดดีป้า สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ร่วมเปิดตัวการ ใช้งาน Health Link รูปแบบใหม่ เพื่อเป็นช่องทางการลงทะเบียนและให้ความยินยอมในการส่งต่อข้อมูลสุขภาพ เข้าสู่ระบบแก่ประชาชนโดยสะดวกด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียวในการลงทะเบียน ณ จุดบริการที่แผนกต่าง ๆ และแผนกเวชระเบียนของโรงพยาบาล เล็งนำร่องกับโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครเป็นกลุ่มแรกพฤษภาคมนี้               นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (GBDi) หน่วยงานผู้พัฒนา Health Link ระบบเชื่อมโยงข้อมูลประวัติการรักษาผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาล ทั่วประเทศ สังกัด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดตัวการใช้งาน Health Link รูปแบบใหม่ โดยเพิ่มช่องทางการลงทะเบียนและให้ความยินยอมในการส่งต่อข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ระบบแก่ประชาชน พร้อมรับชมกิจกรรมสาธิตการใช้งาน ณ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โดยมี นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ นพ.พรเทพ แซ่เฮ้ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสดีป้า และ นพ.ธนกฤต จินตวร รองผู้อำนวยการ GBDi ร่วมงานโดยพร้อมเพรียง               นายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯ โดย GBDi มุ่งมั่นมอบความสะดวกให้กับประชาชนในการลงทะเบียนและให้ความยินยอมในการส่งต่อข้อมูลสุขภาพของตนเองเข้าสู่ระบบ Health Link ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะประชาชนบางกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือใช้งานแอปพลิเคชันไม่คล่อง ทำให้ไม่สามารถลงทะเบียนเข้าสู่ระบบได้ ดังนั้นทีมงาน Health Link จึงพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ที่ทำให้การลงทะเบียนและให้ความยินยอมในการส่งต่อข้อมูลสุขภาพของตนเองเข้าสู่ระบบเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วด้วยการใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว ณ จุดบริการที่แผนกต่าง ๆ รวมถึงแผนกเวชระเบียนของโรงพยาบาลนั้น ๆ โดยจะนำร่องปฏิบัติการร่วมกับโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ทั้ง 11 แห่งเป็นกลุ่มแรกในเดือนพฤษภาคมนี้               ขณะที่ รศ.ดร.ธีรณี กล่าวต่อว่า รูปแบบการให้บริการของ Health Link ที่เปิดตัวในวันนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลประวัติสุขภาพและการรักษาระหว่างโรงพยาบาลได้ง่ายขึ้น และยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเชื่อมต่อข้อมูลประวัติการรักษาโดยแพทย์สามารถเรียกดูข้อมูลต่าง ๆ ได้ทันทีที่ผู้ป่วยลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ จากเดิมที่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า 1 วัน               “ปัจจุบันมีโรงพยาบาลทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ Health Link แล้วกว่า 300 แห่ง โดยในปี 2566 ตั้งเป้าหมายเพิ่มการเชื่อมต่อข้อมูลผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลให้ครอบคลุมมากกว่า 200 แห่ง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการ โดยปีที่ผ่านมา GBDi ได้ส่งเสริมให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Health Link เพื่อยินยอมให้โรงพยาบาลส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยไว้ในระบบผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ในหมวดสิทธิที่น่าสนใจ ฟีเจอร์กระเป๋าสุขภาพ และตอนนี้สามารถมาลงทะเบียนที่โรงพยาบาลได้” ผู้อำนวยการ GBDi กล่าว                 สำหรับประชาชนสามารถศึกษารายละเอียดต่าง ๆ และติดตามข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าการพัฒนาระบบ Health Link ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก HealthLink.go.th และเว็บไซต์ www.healthlink.go.th                  ปัจจุบัน GBDi อยู่ระหว่างจัดตั้งเป็น สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Institute) ในการเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบาย พร้อมยกระดับทักษะบุคลากรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่อย่างเป็นประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศในอนาคต   --------------------------------------------------------------------- ข้อมูลเพิ่มเติม : Health Link เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ (Health Information Exchange) ที่มีประสิทธิภาพด้วยระบบป้องกันภัยทางไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล มีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยยกระดับบริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน ไม่ว่าจะเจ็บป่วยหรือเกิดเหตุฉุกเฉินที่ใดก็สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทันที โดยแพทย์สามารถสืบค้นข้อมูลผู้ป่วย Health Link ทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอการส่งข้อมูลจากโรงพยาบาลเดิมของผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยให้การวินิจฉัย และการวางแผนรักษารวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนกรณีที่ต้องการย้ายโรงพยาบาลจะดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เพราะข้อมูลประวัติการรักษาจะตามตัวผู้ป่วยไปในทุกที่

              วันนี้ (26 เมษายน 2566) นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชกากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าของประเทศไทย (Empower Thailand Exhibition : EMTEX) กับ 11 หน่วยงาน ภายในงาน MICE DAY 2023 โดยมี ดร. อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5   ______________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.