Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

              วันนี้ (27 เมษายน 2566) นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอำนวยการประจำศูนย์อำนวยการและประสานงานการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 2/2566 เพื่อเตรียมพร้อมแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานสนับสนุนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง   ______________________

            วันนี้ (27 เมษายน 66) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดโครงการ Girls in ICT Day 2023 ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ร่วมกับสำนักงาน กสทช. สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย สหประชาชาติ องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก และ ITU โดยกล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและโอกาสที่เด็กหญิงและสตรีจะได้รับจากการเรียนด้าน STEM และโอกาสจากการจ้างงานในอุตสาหกรรมดิจิทัล                        โครงการ Girls in ICT Day 2023 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กหญิงและสตรีสนใจการประกอบอาชีพด้าน ICT และการเรียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) โดยทางกระทรวงฯ ร่วมสนับสนุนโครงการ Girls in ICT Day ของ ITU เป็นประจำทุกปี และได้จัดกิจกรรมและจัดการฝึกอบรมแก่เด็กหญิงและสตรี เพื่อมุ่งเน้นให้มีทักษะด้านดิจิทัลและสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย   _______________________  

           วันนี้ (วันที่ 27 เมษายน 66 ) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวปาฐกถาในงานเฉลิมฉลอง Girls in ICT Day 2023 ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ในหัวข้อ Boys in ICT Thailand จัดขึ้นโดย ITU สำนักงาน สกทช. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม               นางสาวกัลยาฯ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรม ICT ต้องการกำลังคนจำนวนมาก การส่งเสริมให้ทั้งหญิงและชายมีทักษะดิจิทัลจึงเป็นสิ่งจำเป็น และยังได้กล่าวถึงโครงการต่างๆ ของกระทรวงฯ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล และโครงการการส่งเสริมทักษะและความรู้ด้านดิจิทัล ณ โรงแรมเรดิสสันบลูพลาซ่า กรุงเทพฯ   ___________________


             วันนี้ (28 เมษายน 2566) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมหารือกับ Mr. Mahesh Uttamchandani ,Practice Manager และคณะผู้แทนจากธนาคารโลก (World Bank) ในประเด็นความร่วมมือ การพัฒนาด้านดิจิทัลในประเทศไทย ประกอบด้วย  National Data Governance, Cyber Hygiene, National Digital Identity, National Public Infrastructure, Green Data Infrastructure, Operationalizing Personal Data Protection และ Digital Government Procurement ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8   ____________________

           จากกรณีที่ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากการที่มิจฉาชีพแอบอ้างส่ง SMS และ อีเมล์ (e-mail) ไปยังประชาชนผู้รับปลายทาง และมิจฉาชีพยังแนบลิ้งค์ ซึ่งอาจจะเป็นลิ้งค์ ที่หลอกลวงเพื่อโอนเงินจากลูกค้าของธนาคารโดยผิดกฎหมายนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอชี้แจงว่า SMS และอีเมล์ที่ส่งไปให้ประชาชนเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ               ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ  ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากได้รับ SMS และอีเมล์ ของธนาคารหรือองค์กรต่างๆ พร้อมการแนบลิ้งค์มาเหมือนกับธนาคารหรือองค์กรต่างๆ โดยไม่ผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการวิธีการนี้เรียกว่า False Base Station (FBS) Attack ที่กำลังระบาดจำนวนมากนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยและดีอีเอส ขอแจ้งเตือนภัยกับทุกท่านว่า เป็นการกระทำของมิจฉาชีพ โดยมิจฉาชีพมีความประสงค์ให้ประชาชนที่ได้รับ SMS และอีเมล์ เป็นเหยื่อหลงเชื่อคิดว่าเป็นข้อความจากธนาคารนั้นจริง ทั้งนี้ หากท่านได้รับ SMS ใด ๆ จากธนาคาร แล้วมีการแนบลิงก์มาด้วย ให้สงสัยไว้ได้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันธนาคารได้ยกเลิกการส่งลิงก์ใด ๆ ผ่าน SMS ตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย                 สำหรับท่านที่ได้รับ SMS หรือ อีเมล์ จากธนาคาร หรือ องค์กรต่างๆ จากมิจฉาชีพ ท่านสามารถป้องกันตนเองได้โดย - แจ้งความผ่านศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaipolice online.com - หรือ โทร 1441 ตลอด 24 ชม. เพื่อระงับธุรกรรมได้ทันทีที่ตรวจพบ - เร่งตอบสนองต่อข้อมูลที่ได้จากการแจ้งความออนไลน์ที่เป็นช่องทางที่จัดขึ้นโดยแบงก์ชาติ สตช., สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับการทำธุรกรรมได้ทันทีที่ตรวจพบ   ____________

               วันนี้ (2 พ.ค.2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูล ระหว่างผู้แทนสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อพัฒนามาตรฐานทักษะวิชาชีพ ICT สำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกัน โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรม เซ็นทรา บายเซนทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ   ________________________________

             วันนี้ (3 พ.ค. 2566) - นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เข้าร่วมเป็นประธาน และสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การบูรณาการบริการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์ และการแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์และข่าวปลอมแก่ประชาชนผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และธนาคารทั้ง 16 แห่ง ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ พร้อมด้วยนางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นสักขีพยาน เพื่อร่วมกันเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องต่อประชาชนและสาธารณชน ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารต่างๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางในการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันการหลอกลวงออนไลน์ และข่าวปลอม ป้องกัน และยับยั้งการถูกหลอกลวง ลดความสูญเสียของประชาชนในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์                นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ เป็นการขยายผลการดำเนินการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการรู้เท่าทันมิจฉาชีพ จากการที่กระทรวงดิจิทัลฯ ได้นำร่องจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในการใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งมีประชาชนใช้งานกว่า 40 ล้านคน เป็นช่องทางแจ้งเตือนภัยออนไลน์ ในช่วงปลายปี 2565 โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลข่าวปลอม ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ( AFNC) ที่ดําเนินงานโดยกระทรวงดิจิทัลฯ ไปยังแอปพลิเคชันของธนาคารต่างๆ เพื่อให้มีการเผยแพร่การแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงิน หรืออาชญากรรมทางการเงิน (Financial Fraud) ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งทางออนไลน์และข่าวปลอมแก่ประชาชน เพื่อให้รับทราบและเท่าทันต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น                 สำหรับ 16 ธนาคารที่เข้าร่วมลงนามครั้งนี้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารเกียรตินาคินจำกัด (มหาชน), ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน), ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน), ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน), ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน), ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน                 การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ เป็นความร่วมมือของกระทรวงดิจิทัลฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และ 16 ธนาคาร ในการลดอาชญากรรมออนไลน์ ต่อเนื่องจากการที่กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ออกพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้ 17 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีการออกมาตรการต่างๆ ตามมา อาทิ ธนาคารงดส่งลิงก์ทุกประเภทผ่าน SMS อีเมล, ธนาคารต้องแจ้งเตือนบน Mobile Banking ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง, กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์ปิดกั้น SMS และเบอร์ Call Center รวมกว่า 167,000 เบอร์, สำนักงาน ปปง. ได้ส่งรายชื่อบุคคลพฤติกรรมเสี่ยงสูง หรือต้องเฝ้าระวัง กรณีบัญชีม้า (รหัส HR-03) ผ่านระบบให้ธนาคารเฝ้าระวัง                 “ขอขอบคุณความร่วมมือกันของธนาคารในครั้งนี้ ซึ่งการเผยแพร่การแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงออนไลน์ จะนำไปสู่การลดความสูญเสียของประชาชนในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน และเชื่อมั่นว่าการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการนําข้อมูลดิจิทัลไปใช้ประโยชน์ เพื่อขับเคลื่อนกลไกการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างยั่งยืนได้” นายชัยวุฒิ กล่าว   _________________________

            วันนี้ (3 พ.ค.66) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ครั้งที่ 4/2566 โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุม 601 ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _________________________

     กระทรวงดิจิทัลฯ เร่งจัดการปัญหาหลอกลวงการลงทุนผ่านโซเชียลมีเดียทั้งแอบอ้างชื่อ-โลโก้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ชวนลงทุน-กู้เงิน เพื่อรับเงินปันผลสูง เป็นต้น เจอปุ๊บดำเนินคดี-ปิดกั้น Account เว็บไซต์ทันที ลดผลกระทบความเสียหายประชาชน กางโทษจำคุก-ปรับเงิน            กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แจ้งเตือนมิจฉาชีพนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ Facebook ในการหลอกลวงประชาชนให้สูญเสียทรัพย์สิน โดยคนร้ายมีการปรับรูปแบบและวิธีการหลอกหลวงประชาชน จนมีเหยื่อหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ทั้งแอบอ้างชื่อหรือใช้โลโก้ของหน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ต่าง ๆ อาทิการเชิญชวนซื้อกองทุนในตลาดหลักทรัพย์ และบมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน, ชวนลงทุนเพื่อรับเงินปันผลสูงซึ่งรับรองโดยสำนักงาน กลต.,กู้เงินฉุกเฉินของธนาคารกสิกรไทย เป็นต้น จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ มีสติ รู้เท่าทันข่าวปลอม โดยหน่วยงานภาครัฐไม่มีนโยบายในการเชิญชวนประชาชนเข้าลงทุนในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น  สำหรับด้านบริษัทเอกชน จะใช้หน้าเพจ Facebook ทางการ (Official Facebook Page) ของตนเองในการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทจะมีการลงทะเบียนและตรวจสอบจาก Facebook แล้ว (verified) ว่าเป็นหน้าเพจของหน่วยงานจริง โดยจะมีเครื่องหมาย ถูก () สีฟ้าหลังชื่อเพจ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อโดยง่าย ตรวจสอบข้อมูลกับเพจทางการหน่วยงานที่ถูกแอบอ้างก่อนจะทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ ด้านโทษของคนร้ายที่ชักชวนและหลอกลวงประชาชนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างผิดกฎหมาย มีโทษหนัก อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จำคุก 10 ปี และกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จำคุก 5 ปี              ที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ร่วมงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่อง และแก้ไขข่าวปลอม โดยประกาศผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) และประสาน Facebook ปิดกั้นเพจปลอมต่างๆ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจัดการเพจปลอมตามกฎหมาย หากท่านได้รับโทรศัพท์หรือข้อมูลที่ผิดปกติ ข้อมูลเว็บผิดกฎหมายสามารถแจ้งกับกระทรวงดิจิทัลฯ เพจอาสาจับตาออนไลน์ หรือ แจ้งความออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์https://thaipoliceonline.com หรือแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand หรือ โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง    ________________

       กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มอนิเตอร์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์นี้ พบข่าวปลอมที่คนสนใจสูงสุดติด1 ใน 3  ได้แก่ 10 พ.ค. 66 ปรับเบี้ยผู้สูงอายุเพิ่ม 3,000 บาท สูงสุด 3 เดือน รีบยืนยันสิทธิทันที รองลงมาเป็นข่าวลวงเครื่องดื่มผักเชียงดา ตรามณีชา ตัวช่วยลดน้ำตาล  ปรับสมดุลความดันให้เป็นปกติได้ และลดไขมันสะสมได้ และผลิตภัณฑ์ Rich Skin กำจัด ริ้วรอย   อ่อนกว่าวัย ไม่ต้องทำศัลยกรรม เตือนข่าวปลอม วอนอย่าแชร์!              ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึง ผลการมอร์นิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่  28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 3,207,970 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 164 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 142 ข้อความ ตามมาด้วย การแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 22 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 106 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 47 เรื่อง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนโยบายรัฐบาล รองลงมากลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ     สำหรับจำนวนเรื่องที่ดำเนินการตรวจสอบในสัปดาห์นี้ แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคมขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 55 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน38 เรื่อง กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 7 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่อง ทั้งนี้ ประเด็นข่าวที่เกี่ยวกับโควิด-19  พบจำนวน 1 เรื่อง              ดร.เวทางค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุดหลัก ๆ อยู่ในหมวดข่าวกลุ่มนโยบายรัฐบาลข่าวสารราชการ รวมถึงความสงบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงภายในประเทศ อาทิ ปรับเบี้ยผู้สูงอายุเพิ่ม3,000 บาท สูงสุด 3 เดือน รีบยืนยันสิทธิทันที ,รัฐฯ แจกเงินคนละ 10,000 บาท ใช้ซื้อได้ทุกอย่าง  มีสิทธิรับเงินได้ทุกคน และจ้าหน้าที่ กฟน. โทรติดต่อเรื่องระบบมียอดชำระเกิน รองลงมาอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง อาทิอั้นปัสสาวะจนเลือดหนืด ส่งผลให้ปวดหลัง ข้อพับเข่าบวม ตาไม่สู้แสง และเป็นต้อง่าย, ลิ้นแตะเพดาน และนำนิ้วโป้งกดตรงหน้าผาก 20 วินาที ช่วยแก้อาการน้ำมูกไหลได้ และผลิตภัณฑ์ SATTOCHI ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เป็นต้น               สำหรับข่าวที่ได้รับความสนใจและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 เรื่อง 10 พ.ค. 66 ปรับเบี้ยผู้สูงอายุเพิ่ม 3,000 บาท สูงสุด 3 เดือน รีบยืนยันสิทธิทันที อันดับที่ 2 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผักเชียงดา ตรา มณีชา ตัวช่วยน้ำตาลสูง ช่วยลดระดับน้ำตาล ปรับสมดุลความดันให้เป็นปกติได้ และลดไขมันสะสมได้ อันดับที่ 3 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Rich Skin สามารถกำจัดริ้วรอย และตำหนิบนใบหน้าได้ ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยได้ 20 - 30 ปีโดยไม่ต้องทำศัลยกรรม อันดับที่ 4 เรื่อง  กรุงไทยให้ยืม 50,000 บาท ผ่อน 1,380 บาท/เดือน ไม่ต้องค้ำ อันดับที่ 5 เรื่อง ออมสินปล่อยกู้สินเชื่อประชาชนสุขใจ บริการออนไลน์ ผ่านเพจ MyMo ให้ทุนกู้ อันดับที่ 6 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ B9 Vit Mix Oil ฟื้นฟูกระดูกและข้อเข่า ช่วยยับยั้งการเสื่อมของกระดูก ลดอาการอักเสบเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ อันดับที่ 7 เรื่อง รัฐฯ แจกเงินคนละ 10,000 บาท ใช้ซื้อได้ทุกอย่าง มีสิทธิรับเงินได้ทุกคน อันดับที่ 8 เรื่อง งดกินอาหารที่มีกลูตามีนอย่าง เนื้อ นม ไข่ เพราะเซลล์มะเร็งจำเป็นต้องใช้กลูตามีนในการเจริญเติบโตและการอยู่รอด อันดับที่ 9 เรื่อง กรมการจัดหางาน ร่วมกับสายการบิน เปิดรับสมัครพนักงาน Part Time อันดับที่ 10 เรื่อง กฟภ. ไลน์แจ้งความประสงค์ โอนเงินที่เกินคืนแก่เจ้าของบ้าน               อย่างไรก็ตาม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ติดตามความเคลื่อนไหวข้อความที่ผิดปกติในทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติ ผ่านเอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และขอให้ท่านตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดียและออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ______________

          วันนี้ (6 พฤษภาคม 2566) นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธีตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมฉลองวาระครบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  ณ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา   _______________

           วันนี้ (8 พ.ค. 66) น.ส. พิยะดา สุดกังวาล รักษาการที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อรับฟังความคิดเห็น “การจัดการสื่อสารในภาวะวิกฤต” ในโครงการศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการด้านระบบสื่อสารในภาวะวิกฤต โดยมีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น หลักสี่   ______________

              นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 115/2566 เร่งรัดและติดตามการดำเนินการตาม พ.ร.ก. มารตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 พร้อมทั้งเปิดเผยผลการดำเนินงานหลังจากที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ดังกล่าว                  นายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งได้แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อกำหนดแนวทางในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเหตุอันควรสงสัยตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ในการคุ้มครองประชาชนจากการหลอกลวงผ่านโทรศัพท์ หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำกระบวนการและระบบงานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อยับยั้งการกระทำความผิดทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน                  วันนี้ (8 พฤษภาคม 2566) นายชัยวุฒิ รัฐมนตรีดีอีเอส พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.อ. ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. พล.ต.ท. วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.อ.ต. อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. พตท. พเยาว์ ทองแสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย นางสาวสุชา บุณยเนตร ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. นางสาวอรวรี เจริญพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการหมายเลขโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2566 เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับตาม พ.ร.ก. มารตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และพิจารณากระบวนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในการระงับยับยั้งธุรกรรมที่ต้องสงสัยและช่องทางสำหรับให้บริการประชาชนอย่างสะดวกและรวดเร็ว                  เมื่อเทียบก่อนและหลังออก พ.ร.ก. สถิติการเกิดคดีออนไลน์ ลดลง และสามารถอายัดบัญชีคนร้ายได้มากขึ้น ก่อน พ.ร.ก. (1 ม.ค. – 16 มี.ค. 66 ) และหลัง พ.ร.ก. (17 มี.ค. – 26 เม.ย. 66) ดังนี้ - สถิติคดีออนไลน์ ก่อน เฉลี่ย 790 เรื่อง/วัน หลัง เฉลี่ย 661 เรื่อง/วัน (คดีลดลงเฉลี่ย 129 เรื่อง/วัน) - การอายัดบัญชี ก่อน อายัดได้ทัน 6.5% (ขออายัด 6.9 พันล้านบาท อายัดทัน 449 ล้านบาท) หลัง อายัดได้ทัน 20% (ขออายัด 527 พันล้านบาท อายัดทัน 97 ล้านบาท) (อายัดได้ทันเพิ่มขึ้น 13.5%)                 โดยสถิติคดี 5 ประเภทสูงสุดก่อน พ.ร.ก. (1 ม.ค. – 16 มี.ค. 66 ) และหลัง พ.ร.ก. (17 มี.ค. – 26 เม.ย. 66) มีดังนี้ 1. หลอกซื้อสินค้า (ก่อน 288 เรื่อง/วัน หลัง 275 เรื่อง/วัน) 2. หลอกทำงานออนไลน์ (ก่อน 103 เรื่อง/วัน หลัง 79 เรื่อง/วัน) 3. Call center (ก่อน 97 เรื่อง/วัน หลัง 61 เรื่อง/วัน) 4. หลอกให้กู้เงิน (ก่อน 78 เรื่อง/วัน หลัง 36 เรื่อง/วัน) 5. หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอม (ก่อน 36 เรื่อง/วัน หลัง 32 เรื่อง/วัน)                 ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย ได้เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อมูลผ่านระบบกลาง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เสียหายจะสามารถยับยั้งธุรกรรมต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว กระทรวงดีอีเอส สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปปง. ร่วมสรุปแนวทางบริหารจัดการเพื่อรองรับการบริการผู้เสียหายสามารถโทรแจ้งให้ธนาคารระงับธุรกรรมที่ต้องสงสัยได้ทันที และยับยั้งการโอนเงินทุกธนาคารที่รับโอนเงินต่อเป็นการชั่วคราว โดยหลังจากแจ้งธนาคารแล้ว ให้ผู้เสียหายแจ้งความกับพนักงานสอบสวนได้ทั่วประเทศ หรือผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ภายใน 72 ชั่วโมง และเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันหลังจากได้รับแจ้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมการรองรับในส่วนพนักงานสอบสวนและระบบการรับแจ้งความออนไลน์ และจะได้เร่งจับกุมผู้กระทำความผิดฐานเปิดบัญชีม้าและซิมม้า รวมถึงผู้เป็นธุระจัดหาหรือโฆษณาบัญชีม้าและซิมม้ามาดำเนินคดีเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งบทลงโทษสูงสุดของผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ              สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์อยู่ระหว่างกำหนดข้อมูลที่ต้องสงสัยและจัดเตรียมระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ เพื่อสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์และพนักงานเจ้าหน้าที่ และระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์กันเอง ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีและจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษ นอกจากนี้ กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์ยังได้ร่วมกับกระทรวงดีอีเอส ปิดกั้น SMS และเบอร์โทรศัพท์ที่เข้าข่ายหลอกลวงผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. 64 – 26 เม.ย. 64 สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือได้ปิดกั้น SMS/โทรศัพท์หลอกลวง ไปแล้ว 167,616 หมายเลข สำนักงาน ปปง. ได้แต่งตั้งคณะทำงานกำหนดรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เป็นผู้พิจารณากำหนดรายชื่อดังกล่าว ขณะนี้มีการกำหนดรายชื่อประเภทรายชื่อบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน หรือเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารที่ถูกใช้ในการกระทำความผิดมูลฐานกรณีพนักงานสอบสวนยังไม่รับเป็นเลขคดีอาญา (รหัส HR-03-2) แล้ว จำนวน 1,581 รายชื่อ และได้แจ้งรายชื่อบัญชีต้องสงสัยให้สถาบันการเงินเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการทำธุรกรรมการเงินที่อาจสร้างความเสียหายต่อไป จำนวน 988 รายชื่อ                รัฐมนตรีชัยวุฒิ มั่นใจทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาลดความเสียหายและอาชญากรรมที่เกิดขึ้น บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จับกุมผู้กระทำความผิด และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าและซิมม้ามาลงโทษ ลดโอกาสการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ และบรรเทาการสูญเสียทรัพย์ของประชาชนได้เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน และย้ำเตือนอีกครั้ง บัญชีม้า ซิมม้า มีโทษแรง คนที่ไปเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้หรือไปลงชื่อใช้ทะเบียนซิมมือถือให้คนอื่นใช้ มีความผิดทุกคนโทษจำคุก 2-5 ปี ปรับ 200,000 - 500,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับที่ไปรับจ้างได้เงินเพียง 500-2,000 บาท แต่ต้องมาโดนปรับสูงสุดถึง 500,000 บาท จึงขอเตือนว่าให้พี่น้องประชาชนทุกคนไปที่ธนาคารไปแจ้งยกเลิกบัญชีที่ท่านไปรับจ้างเปิดไว้และยกเลิกซิมด้วยไม่เช่นนั้นอาจจะมีความผิดถ้าตรวจพบในภายหลัง   _______________________

             วันนี้ (8 พ.ค. 66) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมประชุมเจรจากรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด – แปซิฟิก (Indo - Pacific Economic Framework: IPEF) รอบที่ 3 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ผ่านระบบการประชุมทางไกล ในหัวข้อ การค้าดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัล ระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุม MOC ดศ. โดยมีผู้แทนจาก 14 ประเทศหุ้นส่วน (partners) เข้าร่วมการประชุมฯ   ___________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.