Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


           ดีอีเอส ประกาศ กฎหมาย Digital Platform จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ พร้อมประกาศให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นสื่อกลาง อาทิ โซเชียลมีเดีย อีคอมเมิร์ซ sharing economy บริการสืบค้น (search engine) บริการรวบรวมข่าว โฮสติ้ง คลาวด์ แจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA                 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เพื่อรองรับ พ.ร.ฎ. การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมาย Digital Platform ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล คือ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีรายได้เกิน 50 ล้านบาทต่อปี กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล หรือเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา หรือมีจำนวนผู้ใช้บริการเกิน 5,000 รายต่อเดือน มีหน้าที่แจ้งให้ ETDA ทราบก่อนการประกอบธุรกิจ และหากเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักร แต่ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรมีหน้าที่แต่งตั้งผู้ประสานงานในราชอาณาจักร โดยกฎหมายDigital Platform จะกำหนดหน้าที่ให้เหมาะสมกับลักษณะของการให้บริการและผลกระทบที่อาจเกิดจากการให้บริการ และกฎหมายนี้จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 21 สิงหาคม นี้ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ประกอบธุรกิจอยู่ก่อนวันดังกล่าวจะต้องแจ้งให้ ETDA ทราบภายใน 90 วันซึ่งจะตรงกับวันที่ 18 พฤศจิกายน 2566 หากไม่แจ้งภายในเวลาดังกล่าว จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ               “กฎหมาย Digital Platform กำกับดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้มีมาตรฐานที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้บริการได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม มีการดูแลผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสมและยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน โดยกฎหมายนี้มุ่งเน้นการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ดังนั้น ผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ขายสินค้าออนไลน์ หรือคนไลฟ์สด หรือคนทำ content ที่เผยแพร่บนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ได้มีหน้าที่ต้องมาแจ้งให้ ETDA ทราบตามกฎหมายนี้แต่อย่างใด” นายชัยวุฒิ กล่าว               อย่างไรก็ตาม เพื่อให้กฎหมายมีความครบถ้วนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ETDA จึงได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อกฎหมายลำดับรองภายใต้ พ.ร.ฎ. Digital Platform  (Public hearing) รวม 4 ครั้ง  โดยปัจจุบันได้ดำเนินการมาจนถึงครั้งที่ 4 ในวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2566 เกี่ยวกับ (ร่าง) คู่มือการพิสูจน์และยืนยันตัวตนเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาที่สำคัญจากการใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น การหลอกลวง การไม่ทราบตัวคนที่ต้องรับผิด เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำแนวปฏิบัติที่ดี (Best practice) หรือมีกลไกในการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสม                นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดโต๊ะหารือกับ 2 ผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม “Pantip – Blockdit” ถึงวิธีการลงทะเบียนผู้ใช้บริการผ่าน User ID เร่งดัน “(ร่าง) คู่มือการพิสูจน์และยืนยันตัวตนเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการ” สู่การสร้างกลไกการดูแลตนเอง (Self-regulation) และการดูแลผู้ใช้บริการที่เหมาะสม ภายใต้ กฎหมาย Digital Platform Services ด้วย                พร้อมกันนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการพูดคุยกันถึงแนวทางการดูแล ป้องกันและแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการ ผ่านกลไกการลงทะเบียนก่อนเข้าใช้งาน เนื่องจาก Pantip และ Blockdit ถือเป็นตัวอย่างผู้ให้บริการ social media ที่มีการใช้กลไกการลงทะเบียนของผู้ใช้บริการ หรือ User ID ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง และมีบัญชีผู้ใช้บริการที่ยังใช้งานอยู่ในระบบจำนวนมาก จากการพูดคุยพบว่า ทั้ง 2 ผู้ให้บริการได้มีการกำหนดวิธีการลงทะเบียนเข้าใช้งานของผู้ใช้บริการที่ค่อนข้างชัดเจน คือ มีการกำหนดระดับความน่าเชื่อถือในการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งานตามความเสี่ยงของการใช้งาน เช่น ถ้าเป็นการใช้งานขั้นพื้นฐานทั่วไปที่มีความเสี่ยงน้อย ก็จะเน้นลงทะเบียนยืนยันตัวตนด้วย ชื่อ-สกุล อีเมล หรือ เบอร์โทรศัพท์ แต่ถ้าหากเป็นการใช้งานที่มีความเสี่ยงมากๆ เช่น ขายสินค้า ก็จะต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ หรือยืนยันตัวตนด้วย Digital ID ที่น่าเชื่อถือ อย่างDigital ID ที่ออกโดยแอพพลิเคชัน ThaiD ของกรมการปกครอง ซึ่งจากการให้บริการของ 2 แพลตฟอร์ม พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ค่อนข้างมีความตระหนักในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการลงทะเบียน หรือ สมัครเข้าใช้บริการ โดยเฉพาะการกรอกเลขบัตรประชาชนและเลขโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น              โดยข้อมูลที่ได้จากการประชุมร่วมครั้งนี้ จะถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอแนะที่จะนำไปปรับปรุง “(ร่าง) คู่มือการพิสูจน์และยืนยันตัวตนเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการ” กฎหมายลำดับรองภายใต้ กฎหมาย DPS  (Digital Platform Services) ที่จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น Public Hearing ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ แก่ผู้ให้บริการ ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการ ผ่านการลงทะเบียนการเข้าใช้งาน เพื่อให้ได้บัญชีผู้ใช้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ ระบุตัวตนได้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภคลดการฉ้อโกงออนไลน์ โดยเนื้อหาของร่างคู่มือฉบับนี้ จะครอบคลุมทั้งการจัดประเภทผู้ใช้งานที่ควรพิสูจน์และยืนยันตัวตน กำหนดระดับความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์และยืนยันตัวตน List ข้อมูลที่จะต้องเก็บรวบรวม แนวทางการตรวจสอบข้อมูล การแสดงสัญลักษณ์หรือข้อความว่าดำเนินการพิสูจน์และยืนยันตัวตนแล้ว โดย (ร่าง) คู่มือ ฉบับดังกล่าวนับเป็นหนึ่งตัวอย่างของการสร้างกลไกการดูแลตนเอง (Self-regulation) ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เหมาะสม สอดคล้องตามเจตนารมณ์ภายใต้กฎหมายฉบับนี้                นายชัยวุฒิ กล่าวย้ำว่า “กฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อมุ่งคุ้มครองประชาชน โดยให้แพลตฟอร์มและ SOCIAL รายใหญ่ต้องจดแจ้งกับ ETDA อย่างไรก็ตาม สำหรับพ่อค้าแม่ค้าอออนไลน์ ที่ไม่ใช่เจ้าของแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่จำเป็นต้องจดแจ้งกับ ETDA”                ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดความเคลื่อนไหวและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กฎหมาย DPS เพิ่มเติมได้ที่https://www.etda.or.th/th/regulator/Digitalplatform/index.aspx หรือที่เพจเฟซบุ๊ก ETDA Thailand   __________

          วันนี้ (22 มิถุนายน 2566) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการหารือ ร่วมกับ BDi สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ____________

         วันนี้ (22 มิถุนายน 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และประธานคณะกรรมการกำกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ บอร์ด ETDA เป็นประธานกล่าวเปิดงาน “ETDA Foresight Symposium 2023 : Light Up the Future of Well-Being and Tourism” พร้อมด้วย ดร.ชัยชนะ  มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ซึ่งเป็นผู้จัดงาน                 ปลัดดีอีเอสกล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ความสำคัญกับการจัดทำฉากทัศน์ภาพอนาคต หรือที่เรียกว่า Foresight ที่จะเข้ามาเป็นกลไกช่วยให้ประเทศได้เห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าก่อนที่อนาคตจะมาถึง ทำให้การเดินหน้ายุทธศาสตร์และนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้บริบทที่ทุกภาคส่วนสามารถร่วมออกแบบและร่วมกำหนดภาพอนาคตที่พึงปรารถนาไปพร้อมๆ กัน โดยเรื่อง สุขภาวะความเป็นอยู่ (Well-Being) และ การท่องเที่ยว (Tourism)” ที่ ETDA Foresight นำมาศึกษาเพื่อให้ได้ภาพฉากทัศน์อนาคตที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้าชัดเจนขึ้น ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเข้ามาเร่งเครื่องทั้งในมุมของการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ณ True digital park West ห้อง แกรนด์ ฮอลล์  ชั้น  3 กรุงเทพฯ   _____________


              วันนี้ (22 มิถุนายน 2566) ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2566 โดยมี พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   _________________

               วันนี้ (22 มิถุนายน 2566) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเฉพาะด้านระบบสุขภาพดิจิทัล ครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ 2566 เพื่อติดตามและจัดทำนโยบายแผนงาน แนวทาง และมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาด้านสุขภาพดิจิทัล รวมถึงความคืบหน้าระบบบริหารจัดการการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ และระบบคลาวด์กลาง ในการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพด้วยมาตรฐานเดียวกัน อันเป็นการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ทุกที่ ทุกเวลา แบบไร้รอยต่อ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี   _____________________




               วันนี้ (23 มิถุนายน 2566) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมเป็นเกียรติในงานในงานวันสถาปนากรมอุตุนิยมวิทยา ครบรอบ 81 ปี โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้การต้อนรับ ณ กรมอุตุนิยมวิทยา บางนา กรุงเทพมหานคร   _____________


             นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 2/2566 เพื่อเร่งรัดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์                วันนี้ (23 มิถุนายน 2566) นายชัยวุฒิ รัฐมนตรีดีอีเอส พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.อ. ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการ ปปง. พล.ต.ท. วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ท. สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นาวาโท ศักติพงษ์ สิบหมื่นเปี่ยม ผู้อำนวยการฝ่ายเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ สกมช. นายเขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกฤษณ์ ไพโรจน์กีรติกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส บมจ. ธนาคารกรุงไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย นางสาวสุชา บุณยเนตร ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. นางสาวอรวรี เจริญพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการหมายเลขโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 2/2566 เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และพิจารณากระบวนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในการระงับยับยั้งธุรกรรมที่ต้องสงสัยและช่องทางสำหรับให้บริการประชาชนอย่างสะดวกและรวดเร็วที่ผ่านมาหลัง พ.ร.ก. มีผลบังคับใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ สรุปผลได้ดังนี้                เมื่อเทียบก่อนและหลังออก พ.ร.ก. สถิติการเกิดคดีออนไลน์ ลดลง และสามารถอายัดบัญชีคนร้ายได้มากขึ้น ดังนี้  - สถิติคดีออนไลน์  ก่อน  เฉลี่ย 790 เรื่อง/วัน หลัง  เฉลี่ย 684 เรื่อง/วัน    (คดีลดลงเฉลี่ย 106 เรื่อง/วัน) - การอายัดบัญชี ก่อน  อายัดได้ทัน 6.5% (ขออายัด 1.35 พันล้านบาท อายัดทัน 87 ล้านบาท)   หลัง  อายัดได้ทัน 15.3%  (ขออายัด 1.5 พันล้านบาท อายัดทัน 229 ล้านบาท)   (อายัดได้ทันเพิ่มขึ้น 8.8%) ผลการดำเนินงาน 4 ด้าน  1. บัญชีม้า ซิมม้า แก๊ง Call Center - ปิดกั้น SMS/เบอร์โทรหลอกลวง รวม 188,915 รายการ (กสทช.) / ปิดกลุ่ม facebook ซื้อขายบัญชีม้า 19 กลุ่ม (กระทรวงดิจิทัลฯ) / อายัดบัญชี 101,904 บัญชี (สตช.) / - แจ้งรายชื่อบุคคล /เจ้าของบัญชีธนาคาร ที่ใช้กระทำความผิด 993 รายชื่อ (ปปง.) / ดำเนินคดี บัญชีม้า ซิมม้า 219 คดี  ผู้ต้องหา 216 คน (ตำรวจ) 2.การหลอกลวงลงทุน-ระดมทุนออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน - ดำเนินคดี 740 คดี / ผู้ต้องหา 762 ราย (ตำรวจ) 3.การพนันออนไลน์ - ดำเนินคดี 662 คดี / ผู้ต้องหา 774 ราย (ตำรวจ) / ปิดกั้น 2,334 เว็บไซต์ (กระทรวงดิจิทัลฯ) 4.การหลอกลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์ - ดำเนินคดี 331 คดี / ผู้ต้องหา 347 ราย (ตำรวจ)                ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ 7 เรื่อง 1.เหตุอันควรสงสัยของสถาบันการเงิน โดยได้กำหนดเหตุอันควรสงสัยของธุรกรรมทางการเงินที่อาจเป็นการดำเนินการของมิจฉาชีพ 18 ข้อ 2.เหตุอันควรสงสัยของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ที่อาจเป็นการดำเนินการของมิจฉาชีพ 10 ข้อ 3.ระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลฯ ระหว่าง สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสมาคมธนาคารไทยอยู่ระหว่างพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล ITMX ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศและสมาคมธนาคารไทยเร่งรัดการจัดทำระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 4.ระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่าง ผู้ให้บริการ เครือข่ายโทรศัพท์ ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงาน กสทช เร่งพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ เพื่อใช้ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ 5.วิธีการและช่องทางในการแจ้งเหตุอันควรสงสัย และรับส่งข้อมูล ของสถาบันการเงินฯ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตำรวจจะพัฒนาระบบ Banking เชื่อมต่อกับระบบ ITMX ของสถาบันการเงินเพื่อเป็นช่องทางรับแจ้งเหตุอันควรสงสัย และให้ ปปง. และ DSI พิจารณาช่องทางในการรับแจ้งเหตุอันควรสงสัยและการรับส่งข้อมูลกับสถาบันการเงินด้วย 6.วิธีการและช่องทางในการแจ้งเหตุอันควรสงสัย และรับส่งข้อมูล ของผู้ให้บริการโทรศัพท์ฯ   กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบบ banking ของตำรวจจะเชื่อมต่อกับระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลของ กสทช. ด้วยเพื่อรับแจ้งเหตุอันควรสงสัย 7.วิธีการและช่องทาง ของสถาบันการเงินฯ ในการรับแจ้งจากผู้เสียหาย โดยหน่วยงานได้ร่วมกันดำเนินงานตาม พรก อย่างจริง 8.มาตรการอื่นๆ ได้แก่ การควบคุมการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อไม่ให้เป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนและฟอกเงิน การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรัฐร่วมเอกชน แนวทางการป้องกันและปราบปรามบัญชีม้าและซิมม้า  แนวทางในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้แก่ประชาชน มาตรการในการป้องกันปราบปรามคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีประเภท แอปพลิเคชันดูดเงิน                    รัฐมนตรีชัยวุฒิฯ แจ้งว่า คณะกรรมการได้เห็นชอบแนวทางตามที่เสนอและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาลดความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยเร็วต่อไป และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขานรับและตั้งใจร่วมกันในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาลดความเสียหายและอาชญากรรมที่เกิดขึ้น บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จับกุมผู้กระทำความผิด และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าและซิมม้ามาลงโทษ ซึ่งจะสามารถบรรเทาการสูญเสียทรัพย์ได้แน่นอน   _____________________



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.