Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

              วันนี้ (14 กันยายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานเปิดงาน "MDES FutureScape 2023” โครงการสัมมนาการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย พร้อมแสดงวิสัยทัศน์อนาคตกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประจำปี 2566 ครบรอบ 7 ปี โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง ณ อาคารสโมสร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)   ______________________


                วันนี้ (14 กันยายน 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมงาน "MDES FutureScape 2023” โครงการสัมมนาการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประจำปี 2566 ครบรอบ 7 ปี พร้อมเสวนาพิเศษ “ดีอีเอสกับทิศทางขับเคลื่อนอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันดิจิทัลของประเทศ” โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง ณ อาคารสโมสร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)   _________________________

            14 กันยายน 2566, กรุงเทพมหานคร - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ แถลงนโยบายการดำเนินงานของกระทรวง ภายใต้แผนงาน “The Growth Engine of Thailand” โดยโฟกัส 3 ด้านสำคัญคือ การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และการเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศในระยะถัดไป                 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แถลงนโยบายการดำเนินงานของกระทรวง ภายใต้แผนงาน “The Growth Engine of Thailand” แก่สื่อมวลชน โดยเน้นย้ำว่า เครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศจะให้ความสำคัญใน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness) 2. การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Safety & Security) และ 3. การเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ (Human Capital)                 นายประเสริฐ กล่าวว่า เครื่องยนต์ที่ 1 ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศคือ แนวทางการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ ซึ่ง กระทรวงดิจิทัลฯ จะมุ่งเน้นในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสจากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศอย่างจริงจัง โดยจะเร่งพัฒนาระบบสื่อสารโทรคมนาคมและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ให้มีการใช้งานที่สอดคล้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม สร้างโอกาสความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนผ่านโครงข่ายการสื่อสารระหว่างประเทศสู่ระดับนานาชาติ มุ่งเน้นบทบาทในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำผ่านกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค การขยายโอกาสผ่านเส้นทาง One-belt และ China Plus One เร่งรัดและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการค้าออนไลน์และ E-commerce ลดความยุ่งยากในการใช้ National Digital ID หรือระบบพิสูจน์ยืนยันตัวตนของผู้รับบริการภาครัฐและเอกชนผ่านระบบออนไลน์ เตรียมพร้อมรองรับยุคเศรษฐกิจ AI อีกทั้งเร่งให้เกิดแผนแม่บทการส่งเสริมการพัฒนา AI โดยเฉพาะการวางแนวทางการเยียวยาความเสียหายจากความผิดพลาดของ AI (Responsible AI) อย่างมีทิศทาง                 นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ จะเร่งสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของไทยสู่เวทีโลกจากเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านแผนงานการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของ Digital Startup เน้นการสร้างระบบ Co-Investment และกองทุนเพื่อการพัฒนา Digital Startup Go Global ยกระดับศักยภาพการสร้างรายได้ของเกษตรกร สนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น New World of Digital Content and E-SPORTS และเป็นจุดหมายทางการค้า การลงทุนในเวทีโลก ส่งเสริมการลงทุนจัดตั้งธุรกิจ OTT Platform ในประเทศไทย พร้อมเร่งประสานแก้ไขปัญหาเพื่อให้การจัดตั้งธุรกิจมีความสะดวกและเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจประเภทต่าง ๆ โดยมุ่งพัฒนามาตรการหรือสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนเพื่อให้ไทยเป็นระบบนิเวศที่แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีการปรับตัวไปก่อนหน้าได้ อีกทั้งพัฒนา National Platforms เพื่อเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ สร้างสังคมดิจิทัลบนฐานความรู้ ทั่วถึง รู้ประยุกต์ใช้เป็น โดยเปิดโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนผ่านการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน สร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยสามารถสืบค้นข้อมูลในห้องสมุดโลกผ่านระบบ AI ที่มีความปลอดภัยและมีความถูกต้องของข้อมูล ยกระดับชุมชนสู่การเป็น ชุมชนดิจิทัล หรือ One Community One Digital โดยการส่งเสริมให้ชุมชนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างรายได้และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของรัฐบาลดิจิทัล โดยการเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบริการแก่ภาคประชาชน ภาคเอกชน หรือแม้แต่ภาครัฐในทุกมิติ และการเปิด API ให้ประชาชนและภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมเร่งรัดให้เกิดบริการภาครัฐแบบ One Stop Service พัฒนาระบบ One Wallet ส่งเสริมการนำเทคโนโลยี Blockchain และ Smart Contracts มาใช้สร้างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนและธุรกิจภาคเอกชนสามารถเข้าถึงการบริการได้สะดวก ปลอดภัย โดยจะเปิดโอกาสให้ Digital Startup ไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ สร้างเครือข่ายนานาชาติและ Digital Diplomacy เชิงรุกระหว่างประเทศ โดยเตรียมความพร้อมเข้าเป็นสมาชิก Organization for Economic Cooperation and Development (OECD) และร่วมมือกับหน่วยงานด้านดิจิทัลระหว่างประเทศในเวทีพหุภาคี ส่งเสริมและกระชับความร่วมมือเชิงรุกในรูปแบบทวิภาคีกับประเทศแถวหน้าด้านดิจิทัล และเร่งสร้าง Mega Program พลิกโฉมประเทศไทย ผ่านการพัฒนา ASEAN Digital HUB โดยการขยายผลโครงการ Thailand Digital Valley ให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาเขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone) และขยายเขตเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ทั่วประเทศ                  นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า เครื่องยนต์ที่ 2 แนวทางการสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลจะต้องเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไทย ผ่านแผนงานการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์โดยเร่งด่วน โดยจะประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและจับกุมผู้เปิดบัญชีแทน/บัญชีม้าในประเทศไทย เว็บพนันออนไลน์ รวมถึงมิจฉาชีพคอลล์เซ็นเตอร์ และจะเพิ่มประสิทธิภาพระบบการอายัดบัญชีให้ทันท่วงที ควบคู่ไปกับการป้องกันการจู่โจมทางไซเบอร์จากต่างประเทศ ผ่านแผนงานการสร้างศูนย์เตือนภัยไซเบอร์ (Cyber Alert Center) ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมการยกระดับศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศทุกระดับ เตรียมความพร้อมภาครัฐและภาคเอกชนด้านข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยการให้ความรู้และส่งเสริมให้เกิดความพร้อมด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดดภัยไซเบอร์ รวมถึงการส่งเสริมระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ทั้งในระดับความมั่นคงปลอดภัยสูงสุดและระดับทั่วไป                  ในส่วนของเครื่องยนต์ที่ 3 การเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ กระทรวงดิจิทัลฯ จะให้ความสำคัญกับการผลิตเมล็ดพันธุ์ดิจิทัล สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย ผ่านการสร้างโรงเรียนโค้ดดิ้งสำหรับเด็กไทยทุกคน (Coding Thailand) และการสร้างห้องเรียนทางเลือกให้เด็กมีสิทธิเลือกเรียนวิชาชีพอนาคต ตรงใจ ตรงตัว ตรงงาน รวมถึงการสร้างเด็กอาชีวะดิจิทัล (Digital Skills for Future Industries) สร้างแรงงานไทยให้มีทักษะและความรู้ด้านดิจิทัล โดยการสร้างห้องเรียนฟรีสำหรับคนไทยวัยทำงาน จัดให้มีห้องเรียนเปิดด้านดิจิทัล หรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของคนไทย เรียนฟรี 24 ชั่วโมง ช่วยให้คนวัยทำงานทุกคนมีโอกาส Upskill และ Reskill ทักษะที่เหมาะสมกับตัวเอง และทักษะอื่นที่จำเป็นสำหรับงานในโลกอนาคต และจัดให้มีมาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการพัฒนาทักษะดิจิทัล (Incentives for Thais)                  นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มกำลังคนดิจิทัลในสาขาขาดแคลน โดยการพัฒนาระบบการศึกษาด้านดิจิทัลรูปแบบเปิด (Open Digital University) มุ่งพัฒนาระบบการเรียนบนโลกดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยได้เรียนกับมหาวิทยาลัยชั้นนำหรือบริษัทเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลกผ่านระบบ 5G พร้อมดึงดูดกำลังคนในสาขาที่ขาดแคลนยิ่งยวด โดยให้มี Global Digital Talent Visa สำหรับเด็กที่จบจากมหาวิทยาลัย Top 600 ระดับโลก มีโอกาสได้มาท่องเที่ยวและทำงานกับบริษัทไทยที่มีความตกลงได้โดยสะดวก เพื่อประโยชน์ในการเติมเต็มกำลังคนของประเทศ และสร้างโอกาสด้านดิจิทัลให้คนกลุ่มเปราะบาง ผ่านแผนงาน Digital for ALL หรือการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัยและผู้พิการ เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิต มีงานทำ และมีรายได้                  “ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้กำหนดแผนงานระยะสั้น ซึ่งจะดำเนินการโดยทันที ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์เตือนภัยไซเบอร์ (Cyber Alert Center) เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน เร่งส่งเสริมชุมชนดิจิทัลโดรนใจ ตามแผนการดำเนินงานยกระดับชุมชนสู่การเป็นชุมชนดิจิทัล หรือ One Community One Digital ไม่น้อยกว่า 500 ชุมชน 50 ธุรกิจ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ล้านไร่ เพื่อเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับเกษตรกร เร่งสร้างและพัฒนาอาชีพในอุตสาหกรรมเกมและกีฬา E-SPORTS แก่เยาวชนไทยมากกว่า 80,000 คน โดยคาดว่าจะเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนแก่ภาคอุตสาหกรรมผ่าน Global Digital Talent Visa เพื่อเปิดประเทศไทยในเวทีการแข่งขันโลกในระยะถัดไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวทิ้งท้าย   _________________________


              วันนี้ (14 กันยายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธียกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรเกษียณอายุราชการ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประจำปี 2566 ณ ห้อง Auditorium ชั้น 2 อาคารสโมสร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด(มหาชน)   _____________

       ในวันที่ 14 กันยายน 2566 นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ. รุ่นที่ 65 โดยมีนายสุทิน คลังแสงรมว.กลาโหม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  รวมทั้งผู้แทนจากส่วนราชการต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมรับฟัง  โดยในงาน นายเวทางค์พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้นำเสนอวิธีขับเคลื่อน DATA Economy ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ digital economy และเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ Advanced Technologies เช่น technology AI              รองปลัดฯ เวทางค์ เป็นผู้แทนรุ่น เสนอ 4 เรื่องเพื่อขับเคลื่อน Data Economy ดังนี้ 1. การพัฒนาตลาดข้อมูลและกลไกสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพ 2. การจัดทำกฎหมายกฎระเบียบ ลดปัญหาอุปสรรค ลดความเสี่ยงโดยเฉพาะทางกฎหมาย สำหรับการเข้าถึง การใช้และแลกเปลี่ยนข้อมูล สนับสนุนการเกิดของอุตสาหกรรมข้อมูล 3. การจัดทำมาตรการการจูงใจ และหน่วยงานรัฐต้องทำ open data ใช้ cloud และ 4. การพัฒนาบุคคลากรสำหรับอุตสาหกรรมข้อมูล และ  ให้ความรู้ที่เหมาะสมกับประชาชน ท้ายสุด เสนอให้จัดทำ ฐานข้อมูลกลางภาครัฐ เชื่อมโยง พร้อมใช้งาน    _______________



             วันนี้ (15 กันยายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานพิธีสักการะพระพรหม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะครบรอบ 7 ปี ในวันที่ 16 กันยายน 2566 นี้ โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้าศาลพระพรหม อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จากนั้นได้เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายจตุปัจจัยเครื่องไทยธรรมและถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์ ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ____________________

               วันนี้ (15 กันยายน 2566) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานกล่าวเปิด การฝึกอบรมหลักสูตร e-Commerce จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งต่อยอดจากโครงการฝึกอบรมหลักสูตร KOL : Kick Off Live - Commerce Program ในรูปแบบออนไลน์ในปี 2564 ที่ดีอีเอสจัดร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรฐกิจดิจิทัล และศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCICT) เพื่อเรียนรู้การสร้างรายได้ จากการตลาดออนไลน์ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 40 คน ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ   _______________________

         กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ มิจฉาชีพปลอม “เพจออมสิน จำกัดมหาชน” ปล่อยสินเชื่อ อนุมัติไวไม่ต้องมีคนค้ำ ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมาเป็นข่าวปลอมด้านสุขภาพ ลมขึ้นเบื้องสูงนาน ส่งผลเป็นโรคอัลไซเมอร์ และวิธีตรวจระดับความเสื่อมของสมอง ด้วยการกดและขยับเคลื่อนไหวนิ้ว อย่าหลงเชื่อเตือนประชาชนเช็คข้อมูลครบทุกด้าน อย่าแชร์                นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 8 – 14 กันยายน 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,271,154 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 225 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 211 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 14 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 152 เรื่อง โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล จำนวน 62 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จำนวน 59 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 9 เรื่อง และกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 22 เรื่อง โดยเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 18 เรื่อง                โดยข่าวปลอม และข่าวบิดเบือนที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : ธ. ออมสินปล่อยสินเชื่อ อนุมัติไวไม่ต้องมีคนค้ำ ผ่านเพจออมสิน จำกัดมหาชน อันดับที่ 2 : ลมขึ้นเบื้องสูงนานส่งผลให้เส้นเลือดฝอยในสมองฝ่อ ทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ อันดับที่ 3 : วิธีตรวจระดับความเสื่อมของสมอง อันดับที่ 4 : นำนิ้วโป้ง นิ้วกลาง และนิ้วนางมาชนกัน จะช่วยป้องกันโรคตับ อันดับที่ 5 : ผู้ที่เป็นโรคไมเกรน เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกมากกว่าคนปกติถึง 46%  อันดับที่ 6 : คณบดีศิริราชและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก ขายผลิตภัณฑ์ Oclarizin เพื่อแก้ปัญหาสายตา อันดับที่ 7 : ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้รายย่อยร่วมเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. เริ่มซื้อ 112 หน่วย 3,920 บาท อันดับที่ 8 : ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดซื้อ-ขายกองทุนระยะยาว เริ่มต้น 10,000-5,000,000 บาท อันดับที่ 9 : วัยหนุ่มสาวที่สุขภาพดีความดันอยู่ที่ 120/80 ผู้สูงวัยที่แข็งแรงความดันอยู่ที่ 140/90  อันดับที่ 10 : วิธีถูมือช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดีและนอนหลับง่าย                 พร้อมกันนี้ นายเวทางค์ ยังขอความร่วมมือประชาชน เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ เพื่อความปลอดภัยและรู้เท่าทัน โดยทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ติดตามความเคลื่อนไหวข้อความที่ผิดปกติในทุกช่องทางและได้มีการติดตามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพในทุกรูปแบบ หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติ ผ่านเอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น สามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม    ________________

          วันนี้ (16 กันยายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดีอีเอส ,นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดีอีเอส ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวง ดีอีเอส และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) เพื่อพบปะและร่วมพูดคุยกับคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ถึงประเด็นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ระบบขนส่งคมนาคมสังคมและ สิ่งแวดล้อม (PM 2.5) และยังได้พบกับกลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อรับฟังปัญหาภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่ และส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Start Up) ณห้องประชุม THE Brick X   ______________

       วันนี้ ( 17 ก.ย.66) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผย หลังการลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชน ร่วมกับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยได้รับข้อมูลจากคนในท้องถิ่นว่าปัจจุบันมีกลุ่ม Digital Nomad ที่ทำงาน ในจังหวัดเชียงใหม่มากกว่า5-6 พันคน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่จำนวนมาก จึงขอให้นายกรัฐมนตรี สนับสนุนให้มีการขยายตัวกลุ่ม Digital Nomad เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาทำงาน ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีได้รับปากว่าจะรีบพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว             รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า digital nomad visa จะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจ และสามารถขยายผล ในวงกว้าง ให้กับจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม  digital  โดยทางดีอีเอส จะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบาย Digital Nomad หรือ Remote Worker โดยเฉพาะด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ในการดึงดูดแรงงานขั้นสูง และกำลังคนดิจิทัลสาขาขาดแคลน             "ทั้งนี้จะทำการดึงนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Top 600 ระดับโลกก่อน และเชื่อว่ามาตรการนี้ จะส่งผลประโยชน์กับทางจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยโดยรวมอย่างแน่นอน" รมว.ดีอีเอส กล่าว    _____________

                วันนี้ (18 ก.ย.66) นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมแสดงความยินดีในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ครบรอบ 108 ปี โดยมีคณะผู้บริหารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้การต้อนรับ ณ ห้องวรพากษ์พินิจ อาคาร 2 ชั้น 3 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน   ________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.