Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

          วันนี้ (13 ตุลาคม 2566) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ร่วมพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคม พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร   ______________

            กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จับตาข่าวปลอมสัปดาห์นี้ พบข่าวปลอมเกือบ 100% เกิดจากโลกออนไลน์ โดยประชาชนให้ความสนใจข่าวปลอมกลุ่มสุขภาพมากที่สุด โดยเฉพาะข่าวปลอม “สูตรพอกหน้าให้ขาวใสด้วยยาแอสไพริน มาแรงเป็นอันดับ 1 รองลงมายังคงเป็นข่าวปลอมหลอกลงทุน ทั้ง “ก.ล.ต. เปิดเพจเฟซบุ๊กลงทุนหุ้นทองคำ ด้วยเปิดพอร์ต 1,000 บาท และ 5,000 บาท” ยังไม่แผ่ว  เตือนอย่าเสียรู้โจร เช็คข้อมูลทุกด้านให้ดีก่อนหลงเชื่อ                นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 6 - 12 ตุลาคม 2566   พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,279,242 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 154 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 129 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 25 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 106 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 93 เรื่อง                ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในกระเทศ จำนวน 45 เรื่อง อาทิ ประกันสังคม เพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคมใหม่ ปีงบประมาณ 2567 ให้ผู้ประกันตนทุกมาตรา เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 25 เรื่อง อาทิไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะมีอาการปวดหัว อาเจียน ฉี่แตกเฉียบพลันอย่างรุนแรง และมีความรุนแรงมากกว่าโควิด-19 ทุกสายพันธุ์ เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 10 เรื่อง อาทิ พายุอีก 2 ลูกกำลังก่อตัวเข้าไทย เตรียมรับมือฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง 6-9 ต.ค. 66 เป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 13 เรื่อง เพจเฟซบุ๊กเปิดขาย SET50 กองทุนรวมทอองคำไทย ราคาเปิดพอร์ต 999 บาทปันผล 260 บาทต่อวัน 3,999 บาท ปันผล 780 บาทต่อวัน เป็นต้น โดยแบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 12 เรื่อง               สำหรับข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง สูตรพอกหน้าให้ขาวใสด้วยยาแอสไพริน อันดับที่ 2 : เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเพจเฟซบุ๊ก ให้ลงทุนหุ้นทองคำ เปิดพอร์ต 1,000 บาท และ 5,000 บาท อันดับที่ 3 : เรื่อง ห้ามกางร่มขณะยืนอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าช่วงฝนตก อาจถูกไฟฟ้าช็อตจนเสียชีวิตได้ อันดับที่ 4 : เรื่อง ก.ล.ต. ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดลงทุนระยะสั้น รับปันผล 10-30% ลงทุน 3,000 บาท อันดับที่ 5 : เรื่อง เพจตลาดหุ้นสำหรับสูงอายุ ได้การรับรองจาก ก.ล.ต. เปิดลงทุนหุ้นทองคำ เริ่ม 1,000 บาท รับปันผล 390 บาท/วัน อันดับที่ 6 : เรื่อง เดินไขว้เท้าเหมาะกับทุกคน เพราะช่วยให้หัวใจแข็งแรง อันดับที่ 7 : เรื่อง ถ้าไอ มีเสมหะ แปลว่าปอดมีสิ่งสกปรกตกค้าง ทำให้หายใจไม่สะดวก หอบเหนื่อย ต้องล้างปอด ขับเมือกของเสียออก อันดับที่ 8 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศเปิดเว็บไซต์ใหม่คือ https://set-th.net/# และhttps://th-set.com/#/ อันดับที่ 9 : เรื่อง กรมการปกครองเปิดศูนย์ช่วยเหลือผ่านเพจเฟซบุ๊ก ร้องทุกข์/แจ้งความออนไลน์ได้ อันดับที่ 10 : เรื่อง กรมการจัดหางานรับสมัครงานอิสระ รับประกันรายได้มั่นคง 100% ผ่านเพจ Maragret Kroll              “จาก 10 อันดับ พบข่าวเกี่ยวกับมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นหน่วยงานของภาครัฐมากถึง 6 อันดับ โดยส่วนใหญ่เป็นประเด็นใกล้ตัวเรื่องการหลอกลงทุน รับสมัครงาน และการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านช่องทางออนไลน์ ตลอดจนการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในสังคมจึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร” นายเวทางค์ กล่าว               ทั้งนี้ ดีอี มีความเป็นห่วงประชาชนในเรื่องความตระหนักและรู้เท่าทันสื่อออนไลน์/โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม ดังกล่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง   _______________

             นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) กล่าวว่า ในช่วง ที่ผ่านมา ปัญหา โจรออนไลน์ แก๊งคอลเซนเตอร์ การหลอกลวงออนไลน์ มีความรุนแรงมาก ในระยะเวลาหนึ่งปี เจ็ดเดือน ตั้งแต่ มีนาคม 65 - กันยายน 66 มีจำนวนคดีมากถึง 336,896 คดี เฉลี่ยวันละ 585 คดี ความเสียหายสูงถึง 45,700 ล้านบาท เฉลี่ยวันละ 80 ล้านบาท การทำงานป้องกันปราบปรามแบบเดิม ๆ คงไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้                 ตน (รมว. ดีอี) จึงมีนโยบายยกเครื่อง ปรับเปลี่ยนการทำงานครั้งใหญ่ นอกจากการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti-Online Scam Operation Center) การตั้งทีมเฉพาะกิจปราบโจรติดตามเส้นทางการเงิน การดึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่ช่วยงาน ดีอี และ อีกหลายเรื่องเพื่อป้องกันปราบปรามโจรออนไลน์แล้ว ในวันนี้ ก็เป็นดำเนินการอีกเรื่องที่สำคัญ เป็นการบูรณาการ ดึงกำลังของหลายหน่วยงาน  ติดดาบ บุคคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลัง โดยการพัฒนาความรู้และทักษะ เรื่องอาชญากรรมออนไลน์สมัยใหม่ วิธีการสืบสวนสอบสวน การเก็บ รวบรวม พิสูจน์หลักฐาน และวิธีการทำงานเรื่องโจรออนไลน์ของต่างประเทศ เพื่อร่วมปราบโจรออนไลน์               โดยวันนี้ 16 ต.ค. 2566 เวลา 09:00 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. ดีอี ได้เปิดการอบรม “การเตรียมความพร้อมผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน” เป็นการอบรมอย่างเข้มข้น ระยะเวลา 5 วัน ก่อนการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. คอมฯ โดยมีบุคคลากรจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลายกองบัญชาการ เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) เป็นต้น รวมทั้ง จาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (dsi) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ของกระทรวงยุติธรรม และ กรมสรรพากร ของกระทรวงการคลัง เป็นต้น โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ ประมาณ 100 คน ซึ่งเมื่ออบรมจบ 5 วันเต็มแล้ว จะต้องมีการทดสอบความรู้ก่อน ถึงจะได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พรบ. คอมฯ                สำหรับหัวข้อในการอบรม ประกอบด้วย อาชญากรรมออนไลน์สมัยใหม่ กฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญาที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ วิธีการสืบสวนสอบสวน การพิสูจน์หลักฐานการสืบสวนทางเทคนิค การตรวจสอบหมายเลข IP Address แหล่งที่มาของการกระทำความผิด การวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล /พยานหลักฐานข้างต้น (Principles of Computer Forensics and Digital/Electronic Evidence Crime scene, Digital/Electronic Evidence and Chain of Custody) การเก็บ การตรวจพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลโดยใช้โปรแกรมเฉพาะทาง การรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และ วิธีการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมออนไลน์ของต่างประเทศ เป็นต้น                นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า รัฐมนตรี ประเสริฐ ให้นโยบาย ดีอี ต้องดึงกำลังของหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยงาน เร่งเพิ่มพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. คอมฯ เร่งให้ความรู้และเครื่องมือทันสมัยปราบโจรออนไลน์ สำหรับ ระยะเร่งด่วนใน 2 เดือนนี้ ตั้งเป้าหมายพัฒนา พนักงานเจ้าหน้าที่ให้ได้จำนวน 500 คน ซึ่ง ดีอี จะมีการจัดอบรมและสอบพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. คอมฯ โดยเร็ว จากวันนี้ อีก 3 รุ่น เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการป้องการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และขอเชิญชวนหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามโจรออนไลน์ หรือ หน่วยงานที่มีความสนใจพัฒนาทักษะความรู้ ด้านอาชญากรรมออนไลน์สมัยใหม่ สามารถติดต่อมาที่ ดีอี ได้ ซึ่งอาจเป็นการอบรมพัฒนาทักษะความรู้ โดยไม่ต้องสอบเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. คอมฯ ก็ได้ ดีอี ยินดีหารือเพื่อจัดหลักสูตรที่เหมาะสมตามความต้องการของหน่วยงานได้               สำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. คอมฯ มีอำนาจหน้าที่ ในการเรียกพยานหลักฐาน สืบสวนสอบสวน ตาม พรบ.คอมฯ อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูล การใช้อำนาจในทางมิชอบ มีความผิด โทษจำคุก 3 ปี หรือ ปรับ 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ                “การจัดอบรม พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. คอมฯ เป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อให้ บุคคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลัง มีความรู้และทักษะสำคัญในการ สืบสวนสอบสวน เก็บรวมรวมพยายหลักฐานทางดิจิทัล ใช้โปรแกรมเฉพาะทางดิจิทัล รู้จักการวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลสมัยใหม่ รู้วิธีการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่เหมาะสม ทั้งของไทยและ วิธีการในต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ของไทย แก้ปัญหาให้คนไทยโดยเร็ว” รัฐมนตรีประเสริฐ กล่าวในตอนท้าย   ________________________













icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.