Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

        เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลง ภายใต้การประชุม High - level Forum on Digital Economy ในห้วงการประชุม Belt and Road Initiative for International Cooperation Forum  ครั้งที่ 3  โดยเน้นย้ำถึงแผนงานเครื่องยนต์ใหม่ของประเทศไทย (The Growth Engine of Thailand) ที่มุ่งเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลและการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และการเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัล และเน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และการเชื่อมโยงด้านดิจิทัลระหว่างประเทศต่าง ๆ โดยเห็นว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยขับเคลื่อนการเติบโตรวมถึงเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ อันจะนำมาสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืนร่วมกัน  ณ ศูนย์การประชุม China National Convention Center (CNCC) กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน   ________________

        กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบมิจฉาชีพปั่นข่าวปลอม “การบินไทยรับสมัครพนักงานหลายอัตรารายได้ 26,000 ต่อเดือน สมัครฟรี ไม่ต้องอบรม ไม่ต้องเดินทาง” ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประจำสัปดาห์ รองลงมาเป็นเรื่องหลอกลงทุน-สินเชื่อปลอมเป็นธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อ-เงินกู้ด่วน ดอกเบี้ยถูก แก้หนี้นอกระบบ ยังระบาดหนักเตือนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เช็คให้ชัวร์ ก่อนแชร์ ระวังมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินและล้วงเอาข้อมูลสำคัญ               นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ  กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 13-19 ตุลาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,277,070 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 168 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 144 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 24 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 95 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 57 เรื่อง              ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในกระเทศ จำนวน 51 เรื่อง อาทิ ค่าทำแอปฯ สำหรับโครงการแจกเงินดิจิทัล 1.2 หมื่นล้านบาท กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย 28 เรื่อง อาทิ ขณะหลับสมองมีการสร้างเซลล์สมองใหม่ เพื่อไว้ใช้ในวันถัดไป การที่อดนอนเป็นการทำลายช่วงเวลาการสร้างเซลล์สมองเป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง อาทิ กรมอุตุฯ เตือนเตรียมรับมือพายุลูกใหม่เข้าไทย เฝ้าระวังฝนตกหนัก อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ และอีสาน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน 14-23 ต.ค. 66 เป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 10 เรื่อง ปตท. เปิดให้ลงทุนซื้อกองทุนปันผลระยะสั้น 1,000 บาท ปันผล 320 ต่อวัน3,000 บาท ปันผล 990 บาท ต่อวัน เป็นต้น โดยเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 9 เรื่อง              นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่              อันดับที่ 1 : การบินไทยรับสมัครพนักงานหลายอัตรา รายได้ 26,000 ต่อเดือน สมัครฟรี ไม่ต้องอบรบ ไม่ต้องเดินทาง อันดับที่ 2 : ออมสินปล่อยสินเชื่อธนาคารประชาชน เพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบ วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาท ผ่อนนาน 5 ปี อันดับที่ 3 : ออมสินปล่อยกู้ฉุกเฉิน 10,000-300,000 บาท ผ่านเพจ NBKC CPT14 อันดับที่ 4 : ออมสินปล่อยสินเชื่อเปิดบริการให้ยืม 10,000-1,000,000 บาท ผ่านเพจ BK CPT 2366 อันดับที่ 5 : ออมสินปล่อยเงินกู้ด่วน 5,000-10,000,000 บาท ผ่านเพจสินเชื่อออมสิน ทุกอาชีพก็กู้ได้ อันดับที่ 6 : ออมสินเปิดบริการให้ยืม 10,000-1,000,000 บาท ผ่านเพจ BK CPT 03 เพจ CPK BT 54 และเพจNBKC CPT 2254 อันดับที่ 7 : ลงทุนซื้อกองทุนปันผลระยะสั้นกับ ปตท. 1,000 บาท รับปันผล 320 ต่อวัน 3,000 บาท ปันผล 990 บาทต่อวัน อันดับที่ 8 : พม. เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ชื่อศูนย์ช่วยเหลือสังคม อันดับที่ 9 : เพจศูนย์ดำรงธรรมร้องทุกข์ ออนไลน์ เปิดรับแจ้งความเฉพาะถูกโกงออนไลน์ อันดับที่ 10 : ปตท. ขาย SET50 กองทุนรวมทองคำไทย เปิดพอร์ต 999 บาท ปันผล 260 บาท/วัน 3,999 บาท ปันผล780 บาท/วัน                “อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์/   โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม ดังกล่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”   _______________

                 วันนี้ (24 ตุลาคม 2566) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานงานแถลงข่าวความสำเร็จโครงการ Smart School Bus โครงการรถโรงเรียนรุ่นใหม่เด็กปลอดภัย โดยโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในด้านความปลอดภัยเชิงป้องกันและส่งเสริมการสร้างระบบบริหารจัดการรถรับ-ส่งนักเรียนอัจฉริยะต้นแบบ ( Smart School Bus Showcase) ที่เหมาะสม ให้กับการเดินทางโดยรถรับส่งนักเรียนของเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาลถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่มีความพร้อม โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวรายงานฯ ณ ห้อง Magic 3 โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ   ______________________


             นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ตามที่มีผู้ไปปล่อยข่าวโดยไม่หวังดีว่า ในการหารือกับมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียในระหว่างการเยือนซาอุดีอาระเบีย เพื่อเข้าร่วมการประชุม ASEAN-GCC Summit (การประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ) ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา จากข้อมูลของ เพจไทยคู่ฟ้า ว่า ทีมไทยคู่ฟ้า  ได้เข้าร่วมฟังการหารือ ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ถูกตำหนิว่าใช้ภาษาไม่เหมาะสมแต่อย่างใด บรรยากาศการพบปะหารือก็เต็มไปด้วยมิตรภาพและความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกันของประเทศและประชาชน                  ทั้งนี้ รูปที่นำมาใช้ประกอบข้อความยังไม่เป็นภาพจริง ซึ่งเป็นรูปถ่ายขณะที่นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงสนามบินกรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยผู้ให้การต้อนรับคือ Prince Mohammed bin Abdulrahman bin Abdulaziz รองผู้ว่าการมณฑลริยาด (Deputy Governor of Riyadh)                  “ดีอี ขอย้ำว่าการเผยแพร่ข่าวที่บิดเบือนไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่น ๆ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่งในโลกออนไลน์ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนไทยกับประชาชนของประเทศนั้นๆ จากการส่งต่อรูป และข้อความที่เป็นภาพตัดต่อ บิดเบือน เกี่ยวกับการเดินทางไปซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายทั้งแก่ตัวบุคคล และภาพลักษณ์ของประเทศไทย รวมทั้งอาจทำให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้”  รมว.ดีอี กล่าว                 อีกทั้งการกระทำเหล่านี้ยังอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ    _____________________

          วันนี้ (25 ตุลาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(รมว.ดีอี) เป็นประธานเปิดสัมมนาและนิทรรศการผู้รับทุนกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี พ.ศ. 2566 (กองทุนดีอี) พร้อมด้วยนายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นเกียรติในงาน โดยมีนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวรายงานและแถลงผลการดำเนินงานในภาพรวมของการให้ทุนสนับสนุนจากกองทุนฯ โดยในงานมีการบรรยาย และกิจกรรมเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะกรุงเทพฯ   _____________

                 วันนี้ (25 ตุลาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 3/2566 โดยมีนายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ______________________

           ในวันที่ 25 ตุลาคม 2566 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมเสวนา “รู้เท่าทันภัยออนไลน์ ห่างไกลวิถีสแกมเมอร์” จัดโดย Meta (Facebook) โดยการเสวนามุ่งหวังให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และส่งเสริมความร่วมมืออันดี ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและ Meta เพื่อป้องกันและลดปัญหาหลอกลวงออนไลน์               นายเวทางค์ ได้กล่าวว่า รัฐบาลและ ดีอี ให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหาหลอกลวงออนไลน์ โดย ดีอี มีนโยบายเชิงรุก เน้นที่การป้องกัน ตัดตอน และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน สรุปได้ดังนี้ 1. การป้องกัน โดยเฉพาะการให้ความรู้และการปิดกั้นเว็บหรือ เพจหลอกลวง ซึ่ง ดีอี ได้เปลี่ยนวิธีการใช้คน ดีอี มากขึ้น ร่วมมือกับโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มมากขึ้น จากเดิม ปี 2566 ปิดกั้นเว็บ/เพจผิดกฎหมาย เฉลี่ยสถิติ 53 เพจ/รายการต่อวัน (ประมาณ 1500 รายการต่อเดือน) เป็นเฉลี่ย 350 เพจ/รายการต่อวัน (ประมาณ 10,500 รายการต่อเดือน) 2. การเร่งตัดตอนวงจรอาชญากรรม โดยเฉพาะซิมม้า (โจรใช้ติดต่อสื่อสาร) บัญชีม้า (โจรใช้รับ-โอนเงิน) ซึ่งตามกฎหมายใหม่ที่ออกมา ผู้ขายมีโทษหนัก จำคุก 3 ปี ผู้เป็นนายหน้าจัดหามีโทษจำคุก 2 – 5 ปี และมีการเร่งแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปิดบัญชี จับกุมคนร้ายที่เกี่ยวข้อง   3. การบูรณาการทำงาน ใช้เทคโนโลยีเชิงรุก โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC) เพื่อบูรณาการทำงาน ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงาน กสทช. เป็นต้น เพื่อใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย บุคลากร และแลกเปลี่ยนข้อมูลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์            “ในปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัล ได้ช่วยให้เรามีชีวิตที่สะดวกสบาย หลายคนร่ำรวยจากโลกออนไลน์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ธุรกิจ เข้าถึงลูกค้าเป็นล้านๆ คนได้ง่ายๆ แต่ในขณะเดียวกัน คนร้ายก็ใช้ช่องทางและเทคโนโลยีดิจิทัล ในการทำร้าย หลอกลวงประชาชน เข้าถึงคนหมู่มากเป็นล้านๆ คน ได้โดยง่ายเช่นกัน ขอโซเชียลมีเดียช่วยเข้ม เรื่องการขายโฆษณาให้คนร้าย ทำงานร่วมกับ ดีอี ใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาโจรออนไลน์ ดียิ่งขึ้น” นายเวทางค์กล่าว   ________________

                     วันนี้ (25 ตุลาคม 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือและเตรียมการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ___________________

              วันนี้ (26 ตุลาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานประชุมเพื่อติดตามแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ด้านการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมบรรยายสรุปภารกิจการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ ระบบแจ้งเตือนภัยเหตุร้ายแรง การลดความซ้ำซ้อนของแอปพลิเคชันภาครัฐ การผลักดันรัฐบาลดิจิทัล และการส่งเสริม Start Up/e-Sport ของคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _____________________

       วันนี้ (26 ตุลาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีดีอี เชื่อว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จากศูนย์ AOC 1441 โดยจะเป็นศูนย์ One Stop Service ในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์            วันที่ 26 ตุลาคม 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์  ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สมาคมธนาคารไทย และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทดสอบศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) 1441 ในการรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนในเหตุภัยจาก online ซี่งศูนย์ดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 นี้           ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ที่จัดตั้งขึ้นนี้ เพื่อให้มีการบูรณาการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ มีศูนย์ one stop service สามารถดำเนินการปิดกั้นอายัดบัญชีให้แก่ประชาชนได้ทันที รวมทั้งให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยออนไลน์           สำหรับในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลนั้น จะมีการจัดเก็บด้วยระบบ Cloud Service ซึ่งเป็นระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดตาม ISO 27001 ISO 200001 และ CSA-STAR และเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ศูนย์ AOC 1441 จะยกระดับสายด่วน 1441 (สายด่วนตำรวจไซเบอร์) จากเดิมที่มี 20 คู่สายเป็น  100 คู่สาย และให้บริการเรื่องภัยออนไลน์แก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และครอบคลุมเรื่องการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ด้วย ที่มีจำนวนคดีมากกว่า 130,000 คดี ในระยะ 1 ปี 6 เดือน           นายประเสริฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวในตอนท้ายว่า "เชื่อว่าศูนย์ AOC 1441 มีความพร้อมในการแก้ปัญหาภัยออนไลน์ของประชาชน เกิดจากการความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ  ช่วยกันอย่างเต็มที่ มั่นใจว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บังคับใช้ กฎหมาย จะสามารถดำเนินคดีหาตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น"   ________________


วันนี้ (27 ตุลาคม 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขยายผลการใช้งานแอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อพัฒนาระบบและเพิ่มประสิทธิภาพให้ประชาชนสามารถใช้งานได้มากยิ่งขึ้น โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รัฐมนตรีประเสริฐ กังวลกับคดีหลอกลวงออนไลน์ โดยเฉพาะซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่มีจำนวนคดีสูงมาก จึงได้สั่งการให้เร่งเสนอมาตรการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการเก็บเงินปลายทาง (COD) ที่คนร้ายชอบใช้   วันนี้ (27 ตุลาคม 2566) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หารือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แนวทางการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ แบบเก็นเงินปลายทาง Cash On Delivery (COD)  ที่ประชุม สรุปเบื้องต้น 5 มาตรการ  การพิสูจน์ตัวตนผู้ส่งสินค้า – การกำหนดระยะเวลาการถือเงินค่าสินค้า – การบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการส่งสินค้า - การให้ข้อมูลผู้บริโภค - การเฝ้าติดตามพฤติกรรมการส่งพัสดุของผู้ส่งสินค้า   นายเวทางค์  พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เปิดเผยว่า รัฐมนตรี ประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้มอบหมายให้นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช  ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ได้เป็นประธานหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด สภาองค์กรของผู้บริโภค แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น ลาซาด้า ช้อปปี้ มายออเดอร์ สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย และตัวแทน บริษัทขนส่งพัสดุ หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ กรณีใช้ช่องทาง Cash On Delivery (COD)   ในที่ประชุม ได้มีการหารือเรื่อง ร่างข้อเสนอ แก้ปัญหาค้าขายออนไลน์ แบบเก็บเงินปลายทาง  (Cash On Delivery  หรือ COD)  5 ข้อ ดังนี้ 1. การพิสูจน์ตัวตนผู้ส่งสินค้า 2. การกำหนดระยะเวลาการถือเงินค่าสินค้า 3. การบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการส่งสินค้า 4. การให้ข้อมูลผู้บริโภค  5. การเฝ้าติดตามพฤติกรรมการส่งพัสดุของผู้ส่งสินค้า   ด้าน ผู้แทน บช.สอท. กล่าวว่า ตำรวจมีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปรามการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอทั้ง 5 ข้อ ข้างต้น ซึ่งในส่วนของการป้องกัน มีการจัดเก็บข้อมูลของผู้ขายสินค้าที่หลอกลวง ก็อาจจะเป็นการป้องกันได้ส่วนหนึ่ง ในส่วนของการปราบปราม ควรจะได้รับความร่วมมือจากบริษัทขนส่ง พบเหตุน่าสงสัย ช่วยเร่งส่งข้อมูลให้ทางตำรวจดำเนินการทางคดีด้วย   ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่า ควรมีฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสม กับผู้ซื้อ และใช้แลกเปลี่ยนเพื่อป้องกันปราบปรามโจรออนไลน์ ได้ดียิ่งขึ้น

         กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบมิจฉาชีพปลอม เพจธนาคารออมสิน เปิดลงทะเบียนเงินกู้ วงเงิน 5,000-500,000 บาท ไม่ใช้สลิปเงินเดือน ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมา    เป็นข่าวปลอมไปรษณีย์ไทย ประกาศรับสมัครพนักงานผ่านเฟซบุ๊ก เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เช็คข้อมูลครบทุกด้าน อย่าแชร์ต่อ          นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 20-26 ตุลาคม 2566   พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,275,035 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 171 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 147 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 24 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 85 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 46 เรื่อง        ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 53 เรื่อง อาทิ ดาวน์โหลด super app รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท  เปิดให้ลงทะเบียนเดือน พ.ย 2566 เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 19 เรื่อง อาทิ ร้อนท้อง ร้อนสะโพก มดลูกหย่อนก่อนวัย เพราะไขมันหน้าท้องเกิน อุ้งเชิงกรานหย่อน เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 3 เรื่อง อาทิ ไทยจะมีฝนตกลากยาวถึงวันที่ 7 พ.ย. 66 เนื่องจากมีพายุก่อตัวในทะเลจีนใต้ ทวีความรุนแรงได้ถึงระดับพายุไต้ฝุ่น เป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 10 เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก ชักชวนลงทุน SET50 กองทุนรวมทองคำไทย เปิดพอร์ต 999 บาท รับปันผล 289 บาท/วัน 3,999 บาท รับปันผล 889 บาท/วัน เป็นต้น แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 7 เรื่อง โดยข่าวปลอม และข่าวบิดเบือนที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 :  ออมสินเปิดลงทะเบียนเงินกู้ วงเงิน 5,000-500,000 บาท ไม่ใช้สลิปเงินเดือน ผ่านเพจธนาคารออมสิน อันดับที่ 2 :  ไปรษณีย์ประกาศรับสมัครพนักงานผ่านเฟซบุ๊ก อันดับที่ 3 :  ออมสินปล่อยเงินกู้ฉุกเฉิน ผ่านเพจ BK CPT 9879 10,000-300,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ อันดับที่ 4 :  เพจรับทำใบขับขี่ ออนไลน์ ของกรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่รถทุกชนิด จะทำใหม่หรือต่อก็ทำได้ทุกจังหวัด อันดับที่ 5 : ธนาคารกรุงไทยใช้เบอร์ 0822968406 ติดต่อประชาชน ซึ่งเป็นเบอร์ junkcall.org อันดับที่ 6 : ไปรษณีย์ไทยเปิดสมัครคนทำงานพับซองไปรษณีย์ ไม่มีค่าจัดส่ง ค่าแรงตามขนาดซอง รายได้ 460-1,580 บาทต่อวัน อันดับที่ 7 : ร่างกายอักเสบ ตัวร้อน เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกได้ อันดับที่ 8 : ลงทุนเปิดพอร์ตกองทุนรวมทองคำไทย 1,000 บาท รับปันผล 260 บาท/วัน 3,000 บาท รับปันผล 780 บาท/วัน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก อันดับที่ 9 : หากสแกน QR Code จากใบนัดนำจ่ายสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ จะถูกดูดเงินในบัญชีได้ อันดับที่ 10 : เพจ BK CPT 3211 เพจ BK CPT 3498 และ เพจ NBKC CPT 219 ของธนาคารออมสินปล่อยเงินกู้ฉุกเฉิน 10,000-300,000 บาท “จาก 10 อันดับ พบข่าวปลอมด้านสินเชื่อ-เงินกู้ และหลอกสมัครงานมากถึง 7 อันดับ โดยส่วนมากเป็นประเด็นใกล้ตัวเรื่องสินเชื่อ และการหลอกลงทุน รับสมัครงาน ตลอดจนการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในสังคมจึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร” นายเวทางค์ กล่าว พร้อมกันนี้ นายเวทางค์ ยังขอความร่วมมือประชาชน เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ เพื่อความปลอดภัยและรู้เท่าทัน โดยทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ติดตามความเคลื่อนไหวข้อความที่ผิดปกติในทุกช่องทางและได้มีการติดตามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพในทุกรูปแบบ หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติ ผ่านเอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น สามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์@antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง” -----------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.