Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วานนี้ (30 ตุลาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกาการการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 เพื่อให้ท่านผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกาฯ อันจะส่งผลต่อการนำไปผลักดันความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศในการสร้างความเข้าใจกับเอกชนหรือผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการจากประเทศต่าง ๆ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ทั้งในรูปแบบ online และ onsite ณ ห้องประชุม MDES 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันนี้ (31 ตุลาคม 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการ ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) ครั้งที่ 1/2566 โดยมี พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เป็นประธาน นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองประธาน พล.ต.ท. สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผอ.ตร. ปฏิบัติราชการ บช.สอท. พร้อมคณะทำงาน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ อาคาร 12 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ


นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรี ดีอี kick off เปิดตัวศูนย์ AOC 1441 (สายด่วน 1441) โดยจะเป็นศูนย์ One Stop Service ในการแก้ไขปัญหาหลอกลวงออนไลน์สำหรับประชาชน ช่วย ระงับ/อายัดบัญชีคนร้ายทุกทอด ทันที ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล นายกฯ เศรษฐา ให้ ดีอี ทำงานเชิงรุก แก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน เศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง มีจำนวนคดี กว่า 330,000 คดี และความเสียหายสูงกว่า 45,000 ล้านบาท ในระยะ 1 ปี 7 เดือน (1 มี.ค 2565 – 30 ก.ย. 2566)   วันนี้ 1 พฤศจิกายน 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดดีอี ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้แทนจากสมาคมธนาคารไทย และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงาน กสทช. กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC ) หรือ AOC 1441 ในการให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาภัย online สำหรับประชาชน   ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) จัดตั้งขึ้น เพื่อให้มีการบูรณาการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ให้บริการ one stop service แก่ประชาชน ช่วยดำเนินการ ระงับ/อายัดบัญชี ได้ทันที รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยออนไลน์   โดยเป้าหมายของศูนย์ AOC 1441 1. ระงับ/อายัดบัญชีของคนร้าย ให้ผู้เสียหาย/ผู้ถูกหลอกลวงออนไลน์ ทันที 2. ติดตามสถานะ การแก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายทุกขั้นตอน ได้ทันที 3. เร่งการคืนเงินให้ผู้เสียหาย 4. เพิ่มประสิทธิภาพการจับกุม ดำเนินคดีและการขยายผลคดี โดย การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยงาน บูรณาการข้อมูล และร่วมทำงานทันทีทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย   ศูนย์ AOC จะมีระบบ การติดตามสถานการณ์ สั่งการ ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม โจรออนไลน์ อย่างบูรณาการและทันเวลา ต้องทำงานแข่งกับเวลา โดยมี War-room ภายใต้ AOC และ ใช้เทคโนโลยี พัฒนา Intelligent Assistant (IA) และ Intelligence based platform ทำให้เกิด รวบรวมเชื่อมโยงข้อมูล เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ให้พร้อมใช้งานในการป้องกัน ปราบปราม โดย platform นี้จะมีการใช้และการวิเคราะห์ ทั้งข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัย และ ใช้เทคโนโลยี AI ใช้ Data scientists เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ คาดการณ์   ภายใต้ AOC จะมีการจัดตั้ง War-room เพื่อแก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์ ดำเนินการด้านคดีให้ประชาชนแบบเร่งด่วน เชิงรุก ตั้งเป้าหมาย จบระงับ/อายัดบัญชีการเงินได้ ใน 1 ชม. นับจากเวลาที่รับแจ้งเรื่องจากเหยื่อของโจรออนไลน์ โดยนำข้อมูล อาทิ การโอนเงินให้คนร้าย ส่งธนาคาร ให้ทำการระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องทันทีที่ได้รับเรื่อง ทำการระงับ/อายัด ทุกๆ ทอดที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงินอื่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ง. ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน กสทช. ผู้ให้บริการมือถือ สำนักงาน ก.ล.ต. แลกเปลี่ยนข้อมูลทันที และหน่วยงานเกี่ยวข้อง บังคับใช้อำนาจตาม กฎหมายที่มี ตามความเหมาะสม เช่น พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พรบ.คอมฯ) และ พ.รบ. ป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น   สำหรับในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลนั้น จะมีการจัดเก็บด้วยระบบ Cloud Service ซึ่งเป็นระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดตาม ISO 27001 ISO 200001 และ CSA-STAR และเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562   ศูนย์ AOC 1441 จะยกระดับสายด่วน 1441 (เดิม สายด่วนตำรวจไซเบอร์) จากเดิมที่มี 20 คู่สายเป็น 100 คู่สาย และให้บริการเรื่องภัยออนไลน์แก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และครอบคลุมเรื่องการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ ที่การหลอกลวงซื้อขายออนไลน์มีจำนวนคดีมากกว่า 133,000 คดี ในระยะ 1 ปี 7 เดือน   นายประเสริฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวในตอนท้ายว่า " ศูนย์ AOC สายด่วน 1441 เกิดจากการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันอย่างเต็มที่ มั่นใจว่า ศูนย์นี้ ยกระดับความสามารถในการแก้ปัญหาภัยออนไลน์ให้ประชาชน ในขณะเดียวกัน เมื่อ ใช้เทคโนโลยีที่ดี ข้อมูลที่ดี ส่งข้อมูลทันเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บังคับใช้กฎหมาย จะสามารถดำเนินคดีหาตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สามารถลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรมใน 3 เดือน"

วันนี้ (1 พฤศจิกายน 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการตรวจสอบด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อมุ่งยกระดับการบริหารราชการด้วยระบบดิจิทัล และสนับสนุนให้กระบวนการตรวจสอบผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นไปโดยโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว   ด้าน ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า การประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของดีอีในการยกระดับมาตรฐานและการดำเนินงานในการรับตรวจสอบด้านการเงินของกระทรวงในภาพรวม อีกทั้งเป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ของทุกหน่วยงานในสังกัดดีอี ในการขับเคลื่อนและส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาภาครัฐทันสมัย มีการดำเนินงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการและการพัฒนาประเทศในภาพรวมต่อไป โดยมีผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องดำริอิศรานุวรรต อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

วันนี้ (1 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) แถลงข่าว “งาน 140 ปี ไปรษณีย์ไทย และงานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566” เพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ และบิ๊กเฟสติวัลส่งความสุขให้คนไทยส่งท้ายปี เตรียมจัดงาน POSTiverse : ส่งสุขไปทุกเวิร์ส เฉลิมฉลองการครบรอบ 140 ปี ไปรษณีย์ไทย พร้อมเนรมิตจุดเช็คอินย่านบางรัก โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2566 ณ อาคารไปรษณีย์ไทย (บางรัก) เพื่อให้คนไทยได้เห็นถึงวิวัฒนาการกิจการของชาติ และสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวล้ำของไปรษณีย์ไทยที่ทันสมัย สอดรับกับชีวิตยุคดิจิทัลในปัจจุบัน โดยมี นายสุรจิตร ก้องวัฒนา ที่ปรึกษาสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ และดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกล่าวให้ข้อมูลในงาน ณ ห้องไปรษณีย์นฤมิต ไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพฯ

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 รัฐมนตรี ประเสริฐ ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC ) หรือ AOC 1441 ให้บริการ 24 ช.ม. และได้สั่งการให้ติดตามผลดำเนินงาน พร้อมปัญหาอุปสรรคอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ ศูนย์ AOC 1441 สามารถให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาภัย online สำหรับประชาชน อย่างมีประสิทธิภาพ   ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี ได้เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึงเวลา 18:00 น AOC 1441 ได้รับสายจำนวน 1,025 สาย ส่วนใหญ่เป็นติดต่อขอคำปรึกษา และ AOC 1441 ได้ช่วยอายัดบัญชีจบภายใน 1 ชม. จำนวน 12 บัญชี (ข้อมูลเบื้องต้น) ซึ่งภาพรวม AOC 1441 สามารถให้ข้อมูล หรือช่วยเหลือ ผู้ติดต่อเข้ามาได้ดี น่าพึงพอใจ สำหรับปัญหาอุปสรรคในวันแรก ยังพบว่า 1. สายโทรเข้าสูงมาก ในช่วงเวลา 9:00 – 12:00 น. ทำให้ผู้โทร มีการรอสายนาน หรือวางสายไปจำนวนหนึ่ง (ปกติ จะทำการโทรเข้ามาใหม่)   2. นอกจากนี้ พบปัญหาในการติดต่อ สถาบันการเงิน เพื่อทำการระงับบัญชี ดังนี้ • ธนาคารกรุงเทพ ระหว่างนี้ สามารถติดต่อสายด่วน ของธนาคารกรุงเทพ 02-645-5555 กด *3 เพื่อทำการขออายัดบัญชี ผิดกฎหมาย ได้ • ธนาคาร TTB มีการปรับปรุงระบบ โดยจะมีความพร้อม ในการดำเนินการ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งระหว่างนี้ สามารถติดต่อสายด่วน ของ TTB 1428 กด 03 เพื่อทำการขออายัดบัญชี ผิดกฎหมายได้ สำหรับ สถาบันการเงินอื่น ๆ ไม่พบปัญหาอุปสรรค ได้รับความร่วมมือ และช่วยทำการอายัดบัญชีให้ทันที   สำหรับ AOC 1441 จัดตั้งขึ้นเพื่อให้มีการบูรณาการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ให้บริการ one stop service แก่ประชาชน ช่วยดำเนินการ ระงับ/อายัดบัญชี ได้ทันที รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยออนไลน์   โดยเป้าหมายของศูนย์ AOC 1441 คือ 1. ระงับ/อายัดบัญชีของคนร้าย ให้ผู้เสียหาย/ผู้ถูกหลอกลวงออนไลน์ทันที 2. ติดตามสถานะ การแก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายทุกขั้นตอนได้ทันที 3. เร่งการคืนเงินให้ผู้เสียหาย 4. เพิ่มประสิทธิภาพการจับกุม ดำเนินคดีและการขยายผลคดี โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยงานบูรณาการข้อมูล และร่วมทำงานทันทีทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย   นายประเสริฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวในตอนท้ายว่า "นายกฯ เศรษฐา มีความห่วงใย ต่อผู้เสียหายจากโจรออนไลน์ ได้สั่งการให้ ดีอี ทำงานเชิงรุก ทั้งนี้ DE ได้รับด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ จึงได้จัดตั้ง ศูนย์ AOC สายด่วน 1441 ขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าศูนย์นี้ช่วยแก้ปัญหาภัยออนไลน์ให้ประชาชนได้ ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บังคับใช้กฎหมาย จะสามารถดำเนินคดี หาตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สามารถลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้อย่างแน่นอน" ____________________________

วันนี้ (2 ตุลาคม 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ปลัดดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนาเชิงอภิปรายเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาให้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการการศึกษา จัดทำข้อเสนอแนะทิศทางการพัฒนาและการใช้ประโยชน์ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศ ณ ห้องกมลทิพย์ 1 (ชั้น 2) โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ___________________

เมื่อวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2566 นายณัฐพล ณัฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าร่วมสัมมนา Japan – ASEAN Open RAN Symposium ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างภูมิภาคอาเซียน – ญี่ปุ่น โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนรวมไปถึงภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ และแนวทางความร่วมมือสำหรับการผลักดันประเด็น 5G/Open RAN จัดโดยกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร (Ministry of Internal Affairs and Communications: MIC) ของประเทศญี่ปุ่น ณ โรงแรมนิว โอตานิ โตเกียว กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  __________________________


วันนี้ (2 ตุลาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการ Thailand Digital Valley ในอำเภอศรีราชา ระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลสำคัญของประเทศไทย โดยการบริหารจัดการของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า สานต่อความร่วมมือ หัวเว่ย เตรียมลงทุนในพื้นที่ พร้อมร่วมหารือคณะผู้บริหารจากภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ สอดรับกับเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทยด้าน Thailand Competitiveness การยกระดับความสามารถของประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะต่อไป โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า คณะผู้บริหารและพนักงาน ดีป้า รวมถึงผู้บริหารจากภาคเอกชนร่วมให้การต้อนรับ ณ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี    นายประเสริฐ กล่าวว่า โครงการ Thailand Digital Valley มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2568 โดยจะเป็นระบบนิเวศดิจิทัลสำคัญของประเทศไทย อีกทั้งเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมกำชับให้ ดีป้า ดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่บรรดานักลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ  _______________________________________

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) ในฐานะ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้สั่งการให้ บูรณาการการเตือนภัยออนไลน์ รวมทั้งการสร้างการตระหนักรู้ และให้ความรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์ เพื่อป้องกันและลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ที่ยังสร้างความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง อย่างต่อเนื่อง โดยให้นโยบายว่า ควรมีความร่วมมือ ของหน่วยงานต่างๆ เพื่อ สร้างการเตือนภัยออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ มีสาระ น่าสนใจ ตรงใจ เข้าถึงกลุ่มเสี่ยง ต่างๆ รวมทั้ง ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัด ดีอี ในฐานะ เลขานุการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้เป็นประธานการประชุม เรื่องการจัดทำแผนการเตือนภัยและให้ความรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์ โดยมี พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สำนักงาน กสทช สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ สมาคมธนาคารไทย กระทรวงศึกษาธิการ ธนาคารแห่งประเทศไทย และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น ร่วมประชุม   ประเด็นสำคัญจากการประชุมมีดังนี้ 1. ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ได้ทำการเตือนภัยออนไลน์ ประชาสัมพันธ์กันไปมาก แต่โดยรวม ยังไม่ดีเท่าที่ควร   2. การรณรงค์ระดับชาติ ควรมีทำต่อเนื่อง ทิศทางเดียวกัน และ ควรมีข้อความการเตือน ไม่หลากหลายเกินไป   3. แต่ละหน่วยงาน มีกลุ่มเป้าหมาย ทั้งที่ซ้ำกัน และแตกต่างกัน ความร่วมมือ จัดทำ mapping กลุ่มประชากร คนไทย จะทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมดีขึ้น   4. การแจ้งเตือน ให้ความรู้ภัยออนไลน์ ต้องมีความรวดเร็ว ทันสถานการณ์ เนื่องจาก การหลอกลวงออนไลน์ สามารถ เข้าถึงประชาชนในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว และมีรูปแบบการหลอกลวง เปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา   5. การร่วมมือดำเนินการ ของหน่วยงาน จำเป็นต้องร่วมมือกับเอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด   นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสบการณ์ การเตือนภัยและให้ความรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์   “เรื่องการแจ้งเตือนและให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์ มีความสำคัญมาก ที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆ ได้ทำกันไปมาก แต่ ก็ยังมีข้อจำกัด ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร การร่วมหารือวันนี้ ในเรื่องนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการลดและแก้ปัญหาโจรออนไลน์ นอกเหนือจากการป้องกันปราบปราม การจัดตั้ง AOC 1441 ที่ ดีอี ร่วมกับ สตช ปปง ธปท สมาคมธนาคาร และหน่วยงานอื่นๆ เร่งดำเนินการในขณะนี้” นายเวทางค์ กล่าวในตอนท้าย   ______________________________

วันนี้ (3 ตุลาคม 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานออกแบบฐานข้อมูลเพื่อรองรับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ครั้งที่ 1/2566 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม _______________________

วันนี้ (3 ตุลาคม 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาของโครงการศึกษาและพัฒนาทักษะทางสังคม (Soft Skills) และทักษะดิจิทัล (Digital Skills) เพื่อรองรับการพัฒนาแห่งอนาคต ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวต้อนรับ ณ ห้องบีบี 201 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ _______________________________

วันนี้ (3 ตุลาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) ร่วมเป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานเสวนา ” Social Online ดาบ 2 คม วิชาชีพสื่อ เนื่องในโอกาสครบรอบ 69 ปี วันสถาปนาคณะวารสารศาสตร์ฯ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของคนยุคใหม่ ที่ใครๆก็สามารถเป็นสื่อสารมวลชนได้เมื่อโลกดิจิทัลเข้ามามีคุณค่าในการใช้ชีวิตประจำวัน จัดโดยคณะวารสารศาสตร์ฯและสมาคมฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ________________________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.