Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (8 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) พร้อม คณะทำงานฯ เดินทางมาเยี่ยมชมบูธสมาคม อุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ (สอป.) ในงาน Defense and Security 2023 รับฟังแนวทางขับเคลื่อน 3 โครงการ 1.อุตสาหกรรมด้านอวกาศ โดย บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) 2.อุตสาหกรรมด้านอากาศยาน และยานต์ไร้คนขับ โดย บริษัท พัลซ์ไซเอนซ์ จำกัด 3.อุตสาหกรรมด้านระบบ Data Link และ Cyber Security เพื่อความมั่นคง โดย สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี __________________________________


วันนี้ (9 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงฯ และคณะทำงาน เข้าตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายให้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ พร้อมร่วมรับฟังแนวทาง การดำเนินการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และกระทรวงดิจิทัลฯ โดยมีนางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด ให้การต้อนรับ __________________

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 66 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเพจดังกล่าว ในการนี้ทางเจ้าหน้าที่กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ช่วยกู้เพจ META (Facebook) ของที่ทำการปกครองจังหวัดลำปาง และแก้เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมให้แก่ที่ทำการปกครองจังหวัดลำปางเรียบร้อยแล้ว ภายในวันดังกล่าวอย่างทันท่วงที   ทั้งนี้ DE ขอเตือนผู้จัดการเพจ ทั้งในหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน ควรหมั่นตรวจสอบความปลอดภัยของเพจอย่างสม่ำเสมอ ในการตั้งค่าและตรวจสอบการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย ทั้งเรื่องรหัสผ่าน การมอบสิทธิ์ในการเข้าถึงเพจ หรือการยืนยันตัวตนสองชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามายึดครองเพจและแอบอ้างไปกระทำความเสียหายต่าง ๆ ได้ รวมทั้งหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนยังสามารถรับมือกับปัญหา และแก้ไขปัญหาได้ทันที หากเกิดเหตุสื่อสังคมออนไลน์ของตนเองถูกแฮก ตลอดจนการสังเกตปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการแฮกระบบที่ตนเองคาดไม่ถึง เช่น ความสำคัญของอีเมล ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการแฮกเข้าสู่ระบบ การสังเกตประวัติการใช้งานอีเมล การตรวจสอบประวัติการเข้าใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ และแนวทางลดการสูญเสียของข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยแนะนำการสำรองข้อมูล เพื่อให้มีข้อมูลไว้ใช้หากเกิดเหตุไม่คาดคิด และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นพยานหลักฐานในการกู้คืนกับผู้ให้บริการในต่างประเทศได้   สำหรับผู้ประสบปัญหา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชม. หรือแจ้งผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน 1212 OCC   __________________________

นายกสั่ง จัดการข่าวปลอมเด็ดขาด   วันนี้ (9 พฤศจิกายน 2566) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ ครั้งที่1/2566 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ ในฐานะเลขานุการฯ และกรรมการ เข้าร่วมประชุม ในการหารือเร่งแก้ไขปัญหาข่าวเท็จ ข่าวหลอกลวงในสื่อสังคมออนไลน์ ที่จะสร้างความแตกแยก สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง เช่น ข่าวเท็จแอปพลิเคชั่น ดิจิทัลวอลเล็ต รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท และการเปิดรับลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพื่อลดความเดือนร้อนให้แก่ประชาชน จากความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการบูรณาการ ทำงานร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล   _____________________________

วันนี้ (9 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) ร่วมประชุมหารือแนวทางการบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์จากกรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง หน่วยงานสังกัด และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ​___________________________


วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2566) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รองปลัดดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการ eGovernment Forum 2024 ในฐานะประธานที่ปรึกษาการจัดงาน จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ร่วมกับสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงาน  ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อบูรณาการหน่วยงานภาครัฐที่จะสามารถตอบโจทย์ด้านการอำนวยความสะดวกในด้านการบริการแก่ประชาชนได้มากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของภาครัฐไทย เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และตรงจุดมากขึ้น ยกระดับงานบริการภาครัฐไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 29 – 30 พฤษภาคม 2567 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์โฮเต็ล ประตูน้ำ กรุงเทพฯ  _________________________

วานนี้ (9 พฤศจิกายน 2566) นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) เปิดเผยว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีดีอี ได้รับมอบหมายจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้เร่งดำเนินการเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ จากกรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือแนวทางการการบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์จากกรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล โดยข้อสรุปของที่ประชุม คือ แบ่งมาตรการการดำเนินการเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยมีรายละเอียด ดังนี้   1. ระยะสั้น 1.1 พฤติกรรมละเลย: ดำเนินการโดยใช้เครื่องมือของศูนย์เผ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตรวจสอบการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล 1.2 กรณีโจรกรรมข้อมูล (hack) ให้ สกมช. วิเคราะห์ว่า ความเสี่ยงมีที่จุดไหนบ้าง แจกแจงมาประมาณ 4 - 5 กรอบ และระบุมาตรการของแต่ความเสี่ยง พร้อมจัดให้มีคนเฝ้าระวัง (monitor) 1.3 กรณีซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล: ให้มีมาตรการจัดการเด็ดขาด ได้แก่ การปิดกั้น และจับกุม 2. ระยะกลาง ได้แก่ การสร้างและพัฒนาระบบคลาวด์ที่น่าเชื่อถือสำหรับจัดเก็บข้อมูล และ 3. ระยะยาว ได้แก่ การแก้กฎหมาย PDPA และ Cybercrime   “นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ จึงได้กำชับรัฐมนตรีดีอี ให้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้โดยด่วน และให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือ หาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพให้เด็ดขาดด้วย” โฆษกฯ ดีอี กล่าว _________________________________

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบมิจฉาชีพปั่นข่าวปลอม “ชวนลงทุนกองทุนทองคำคุณภาพ เริ่มพอร์ต 1,000 บาท เปิดพอร์ตวันนี้ รับทองคำน้ำหนัก 2.5 กรัม” ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมาการไฟฟ้าฯ ส่งเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนตามหมู่บ้าน เพื่อเปลี่ยนวิธีการแจ้งหนี้เป็นช่องทาง SMS” เตือนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เช็คให้ชัวร์ก่อนแชร์ ระวังมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน และล้วงเอาข้อมูลสำคัญ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 3 - 9 พฤศจิกายน 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,274,716 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 112 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 101 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 77 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 38 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 45 เรื่อง อาทิ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอครม. พักหนี้สหกรณ์ ปล่อยสินเชื่อช่วยชาวนา เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 23 เรื่อง อาทิ ปิดปากขณะจาม เสี่ยงเสียชีวิต เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 1 เรื่อง ปี2566 ไม่มีลมหนาว เตรียมรับอุณหภูมิร้อนสูง เป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 8  เรื่อง อาทิ ครม. มีมติพยุงราคาข้าวชะลอการขายข้าวเปลือกหอมมะลิ จากราคาตลาดตันละ 11,000 บาทเป็น 12,000 บาท เป็นต้น นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน ระหว่างวันที่ 3 - 9 พฤศจิกายน 2566 มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ชวนลงทุนกองทุนทองคำคุณภาพ เริ่มพอร์ต 1,000 บาท เปิดพอร์ตวันนี้ รับทองคำน้ำหนัก 2.5 กรัม อันดับที่ 2 : เรื่อง การไฟฟ้าฯ ส่งเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนตามหมู่บ้าน เพื่อเปลี่ยนวิธีการแจ้งหนี้เป็นช่องทาง SMS อันดับที่ 3 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทยส่ง SMS ยื่นสิทธิให้กู้ 160,000 บาท ผ่านลิงก์ อันดับที่ 4 : เรื่อง ออมสินปล่อยเงินกู้ฉุกเฉิน 10,000-300,000 บาท ผ่านเพจ Mong to Vu dep946127 เพจ PKCPT 07 และเพจ NBK CPT 09 อันดับที่ 5 : เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อเปิดบริการให้ยืม วงเงิน 10,000-1,000,000 บาท ผ่านเพจ DBK CPT 05 และเพจ BKCPT 27 อันดับที่ 6 : เรื่อง อาการขี้หนาวเป็นสัญญาณของไตขวาเสื่อม อันดับที่ 7 : เรื่อง จนท. กรมบัญชีกลาง โทรแจ้งมีเงินมรดกตกทอด ให้ทำเรื่องขอรับเงิน โดยกรอกข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์ อันดับที่ 8 : เรื่อง ออมสินปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินผ่านเพจเงินด่วน ออมสิน 5,000-1,000,000 บาท อันดับที่ 9 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กเปิดขาย SET50 กองทุนรวมทองคำไทย ราคาเปิดพอร์ต 999 บาท และ 3999 บาท ความเสี่ยงต่ำ ลงทุนครั้งเดียว ปันผลไม่หมดอายุ อันดับที่ 10 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กทำบัตรประชาชนไทย ทำบัตร 10 ปี รับรองจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์/โซเชียลมีเดีย ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอมดังกล่าว โดยสามารถติดตามข่าวสารที่ถูกต้อง และสามารถแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์@antifakenewscenter เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง --------------------------------

วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน Blockchain Genesis, Thailand Blockchain Week 2023: “Build in Bear, Rise in Bull” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด “Build in Bear, Rise in Bull” จับทันทุกเทรนด์ในโลก บล็อกเชน ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Ethereum ฯลฯ  จากมุมมองผู้บริหารโปรเจกต์ชั้นนำทั้งระดับ ประเทศและระดับโลก เปิดมุมมองต่ออนาคตบล็อกเชนในประเทศไทยจากตัวแทนองค์กรภาครัฐ และนักการเมือง โดยมี นายสัญชัย ปอปลี ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ในฐานะผู้จัดงานร่วมกล่าวเปิด พร้อมด้วย นายวัลลภ รุจิรากร เลขนุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วมงาน ณ ฮอลล์ชั้น5 ห้างสรรพสินค้าสามย่าน มิตรทาวน์ โดย รวม.ประเสริฐ กล่าวว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจ และหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองมากที่สุดคือเทคโนโลยีบล็อกเชน หากประเทศไทยสามารถประยุกต์ใช้ ได้อย่างเต็มที่ จะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมต่าง ๆ รวมถึงลดความเสี่ยงการทุจริต อีกทั้งเปิดโอกาสทางการค้า ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ สร้างงานใหม่ เกิดธุรกิจและอาชีพใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบล็อกเชน เนื่องจากมีความเป็น Open and Neutral ที่ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และเพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี บล็อกเชนได้อย่างเต็มที่ คนไทยทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือ ปรับตัว และเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ เพื่อก้าวไปสู่โลกใบใหม่ที่ไร้พรมแดนและสร้างประโยชน์ได้สูงสุด _______________________


วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงฯ และคณะทำงาน ตรวจเยี่ยมสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และร่วมรับฟังแนวทางการดำเนินการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และกระทรวงดิจิทัลฯ โดยมี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนนรับ ณ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ _______________________

กระทรวงดิจิทัลฯ ชี้ Digital ID สำคัญต่อธุรกิจ และชีวิตประจำวัน เดินหน้าขับเคลื่อนการพิสูจน์ตัวตนผ่าน 8 มาตราการหลัก พร้อมกำหนดแนวทางในการเก็บเงินปลาย (Cash on Delivery) สำหรับธุรกิจออนไลน์นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า จากการประชุมหารือเพื่อผลักดันการดำเนินงานในระดับนโยบายที่สำคัญเกี่ยวการส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ดีอี และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ภายใต้บทบาทของการกำกับดูแลและการส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ สำหรับกลุ่มธุรกิจบริการดิจิทัล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการรองรับการขยายตัวของกิจกรรมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมในยุคดิจิทัล ที่ประชุมได้สรุปประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งผลักดัน 2 เรื่อง ได้แก่ การดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือ Digital ID และ การประกาศใช้ข้อเสนอแนะมาตรฐานว่าด้วยบริการเก็บเงินปลายทางสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Cash on Delivery (COD)สำหรับการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Digital ID (การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล) ดีอี มีนโยบายในการขับเคลื่อน และผลักดันการดำเนินงานภายใต้ “กรอบการขับเคลื่อนการให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของประเทศ ในระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565-2567) เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ” ที่มีมติ ครม. (6 ธันวาคม 2565) มอบหมายให้กระทรวงดีอี และกระทรวงมหาดไทยตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการขยายการใช้งานทั้งในบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลเพิ่มมากขึ้น รวมถึงผลักดันให้เกิดการยกระดับเป็นงานที่มีความสำคัญ เช่น การเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้าน ภายใต้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อกำหนดแผนการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมในระยะต่อไป ภายใน 2 ปีทั้งนี้ การดำเนินงานได้มีการกำหนด 8 กลยุทธ์หลักที่สำคัญ ภายใต้กรอบการขับเคลื่อนฯ ที่ครอบคลุมในประเด็น ดังนี้1. การมี Digital ID ที่ครอบคลุมบุคคล นิติบุคล และบุคคลต่างชาติ เพื่อรองรับการยืนยันตัวตนการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ การมอบอำนาจและการให้ความยินยอมทางอิเล็กทรอนิกส์2. ประชาชนสามารถเลือกใช้ Digital ID ในระดับความเชื่อมั่นที่มีความเหมาะสม เพื่อการเข้าถึงบริการทางออนไลน์ของภาครัฐและเอกชน3. กระทรวงมหาดไทย จะเป็นหน่วยงานหลักในการให้ข้อมูลและบริการ สนับสนุนการพิสูจน์ตัวตน โดยมุ่งเน้นกระบวนการกำกับดูแลให้มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ4. การใช้ Digital ID ในการทำธุรกรรมของนิติบุคคลเป็นการใช้ Digital ID บุคคลธรรมดาของผู้มีอำนาจของนิติบุคคลนั้น ร่วมกับการมอบอำนาจ (หากจำเป็น)5. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) จะเป็นหน่วยงานหลักในการให้ข้อมูลของฝั่งนิติบุคคล เพื่อสนับสนุนการทำธุรกรรมของนิติบุคคล ผ่าน Digital ID6. ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐผ่านระบบ Digital ID ที่น่าเชื่อถือ และใช้งานได้อย่างวงกว้าง โดยไม่ต้องลงทะเบียนพิสูจน์ตัวตนซ้ำซ้อน7. ETDA จะพัฒนามาตรฐานกลางที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการมีมาตรฐานที่สอดคล้องกัน และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ โดยให้หน่วยงานในแต่ละภาคส่วน นำไปประยุกต์ใช้8. ETDA จะพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ เพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับบริการ Digital ID ระหว่างรัฐและเอกชนทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ Digital ID อย่างแพร่หลายผ่านหลายบริการที่สำคัญ เช่น ThaID (11.4 ล้านคน), เป๋าตัง (37.3 ล้านคน), NDID (15.66 ล้าน Account) และ Mobile ID (85,000 คน)ในส่วนของการประกาศใช้ข้อเสนอแนะมาตรฐานว่าด้วยบริการเก็บเงินปลายทางสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Cash on Delivery : COD)สำหรับผู้ให้บริการขนส่งสินค้า และบุคคลที่สามที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและผู้ส่งสินค้า เช่น ผู้ให้บริการจองขนส่งออนไลน์ (shipping aggregator) ผู้ให้บริการตลาดออนไลน์ (online marketplace) นั้น ที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหากรณีผู้บริโภคถูกหลอกลวงให้ชำระค่าสินค้าที่ไม่ได้สั่งหรือได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งโดยมีประเด็นที่เป็นข้อกำหนดของบริการเก็บเงินปลายทาง ดังนี้1. การพิสูจน์ตัวตนผู้ส่งสินค้า2. การกำหนดระยะเวลาการถือเงินค่าสินค้า3. การบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการส่งสินค้า4. การให้ข้อมูลผู้บริโภค5. การเฝ้าติดตามพฤติกรรมการส่งพัสดุของผู้ส่งสินค้า “ประโยชน์ของ COD สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถสืบทราบข้อมูลของผู้กระทำความผิดได้ทันท่วงที ส่วนผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้เสียหายมีโอกาสได้เงินคืนจากการถือเงินค่าสินค้าของ ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและผู้รับโอนเงินทุกทอด ขณะเดียวกัน ยังป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้บริโภคเมื่อผู้ให้บริการขนส่งสินค้าตรวจพบพฤติกรรมการส่งสินค้าที่ต้องสงสัยด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าวสำหรับการดำเนินงานในระยะถัดไป คือ การนำมาตรฐานไปปฏิบัติ ร่วมกับผู้ให้บริการขนส่ง พร้อมส่งเสริมการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ให้บริการที่ให้บริการได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ __________________________________________

ดีอี - ดีป้า เปิดยิ่งใหญ่โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล “ชุมชนโดรนใจ” เดินหน้าพัฒนาชุมชนเกษตรกรไทยด้วยเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร   วันนี้ (13พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และคณะผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมในพิธี ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   โดยโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเพื่อมุ่งพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้และซ่อมบำรุงโดรนเพื่อการเกษตรแก่ชุมชนและเกษตรกรทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านธุรกิจดั้งเดิมสู่ ศูนย์บริการซ่อมบำรุง ฉีดพ่น และจำหน่ายโดรนเพื่อการเกษตร คาดภายใน 1 ปีของการดำเนินโครงการจะเกิดศูนย์บริการฯ ทั่วประเทศ 50 ศูนย์ ผลักดันให้ชุมชนเกิดการประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตร 500 ชุมชน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท ตอบสนองเป้าหมายสำคัญในเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ ภายใต้แผนงานเครื่องยนต์เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล   รมว.ประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลผ่านเครื่องยนต์ใหม่ของประเทศไทย (The Growth Engine of Thailand) ซึ่งถือเป็นแผนการดำเนินงานสำคัญที่มุ่งเน้นเป้าหมายด้านการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness)  “สำหรับ โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) ที่ดำเนินการโดย กระทรวงดีอี และ ดีป้า จะช่วยส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างรายได้และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นการสร้างสังคมดิจิทัลบนฐานความรู้ ทั่วถึง รู้ประยุกต์ใช้เป็น สนองตอบเป้าหมายสำคัญในเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศตามแผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทย"   เกษตรกรและชุมชนที่สนใจ รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถร่วมอบรมผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินฯ และหลักสูตรทักษะการซ่อมบำรุงและดูแลรักษาโดรนเพื่อการเกษตรผ่านระบบ Online และ Onsite หรือร่วมกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรใน 5 ภูมิภาค รวมถึงการแข่งขันบินและซ่อมบำรุงโดรนเพื่อการเกษตรระดับภูมิภาคและชิงแชมป์ประเทศไทย โดยสามารถติดตามข่าวสารและศึกษารายละเอียดโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) ได้ที่ Facebook Page: depa Thailand หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 08 5125 1340 และ 08 2516 6224   _____________________________  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.