Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลฯ ชี้ Digital ID สำคัญต่อธุรกิจ และชีวิตประจำวัน เดินหน้าขับเคลื่อนการพิสูจน์ตัวตนผ่าน 8 มาตราการหลัก พร้อมกำหนดแนวทางในการเก็บเงินปลาย (Cash on Delivery) สำหรับธุรกิจออนไลน์นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า จากการประชุมหารือเพื่อผลักดันการดำเนินงานในระดับนโยบายที่สำคัญเกี่ยวการส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ดีอี และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ภายใต้บทบาทของการกำกับดูแลและการส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ สำหรับกลุ่มธุรกิจบริการดิจิทัล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการรองรับการขยายตัวของกิจกรรมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมในยุคดิจิทัล ที่ประชุมได้สรุปประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งผลักดัน 2 เรื่อง ได้แก่ การดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือ Digital ID และ การประกาศใช้ข้อเสนอแนะมาตรฐานว่าด้วยบริการเก็บเงินปลายทางสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Cash on Delivery (COD)สำหรับการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Digital ID (การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล) ดีอี มีนโยบายในการขับเคลื่อน และผลักดันการดำเนินงานภายใต้ “กรอบการขับเคลื่อนการให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของประเทศ ในระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565-2567) เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ” ที่มีมติ ครม. (6 ธันวาคม 2565) มอบหมายให้กระทรวงดีอี และกระทรวงมหาดไทยตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการขยายการใช้งานทั้งในบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลเพิ่มมากขึ้น รวมถึงผลักดันให้เกิดการยกระดับเป็นงานที่มีความสำคัญ เช่น การเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้าน ภายใต้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อกำหนดแผนการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมในระยะต่อไป ภายใน 2 ปีทั้งนี้ การดำเนินงานได้มีการกำหนด 8 กลยุทธ์หลักที่สำคัญ ภายใต้กรอบการขับเคลื่อนฯ ที่ครอบคลุมในประเด็น ดังนี้1. การมี Digital ID ที่ครอบคลุมบุคคล นิติบุคล และบุคคลต่างชาติ เพื่อรองรับการยืนยันตัวตนการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ การมอบอำนาจและการให้ความยินยอมทางอิเล็กทรอนิกส์2. ประชาชนสามารถเลือกใช้ Digital ID ในระดับความเชื่อมั่นที่มีความเหมาะสม เพื่อการเข้าถึงบริการทางออนไลน์ของภาครัฐและเอกชน3. กระทรวงมหาดไทย จะเป็นหน่วยงานหลักในการให้ข้อมูลและบริการ สนับสนุนการพิสูจน์ตัวตน โดยมุ่งเน้นกระบวนการกำกับดูแลให้มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ4. การใช้ Digital ID ในการทำธุรกรรมของนิติบุคคลเป็นการใช้ Digital ID บุคคลธรรมดาของผู้มีอำนาจของนิติบุคคลนั้น ร่วมกับการมอบอำนาจ (หากจำเป็น)5. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) จะเป็นหน่วยงานหลักในการให้ข้อมูลของฝั่งนิติบุคคล เพื่อสนับสนุนการทำธุรกรรมของนิติบุคคล ผ่าน Digital ID6. ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐผ่านระบบ Digital ID ที่น่าเชื่อถือ และใช้งานได้อย่างวงกว้าง โดยไม่ต้องลงทะเบียนพิสูจน์ตัวตนซ้ำซ้อน7. ETDA จะพัฒนามาตรฐานกลางที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการมีมาตรฐานที่สอดคล้องกัน และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ โดยให้หน่วยงานในแต่ละภาคส่วน นำไปประยุกต์ใช้8. ETDA จะพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ เพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับบริการ Digital ID ระหว่างรัฐและเอกชนทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ Digital ID อย่างแพร่หลายผ่านหลายบริการที่สำคัญ เช่น ThaID (11.4 ล้านคน), เป๋าตัง (37.3 ล้านคน), NDID (15.66 ล้าน Account) และ Mobile ID (85,000 คน)ในส่วนของการประกาศใช้ข้อเสนอแนะมาตรฐานว่าด้วยบริการเก็บเงินปลายทางสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Cash on Delivery : COD)สำหรับผู้ให้บริการขนส่งสินค้า และบุคคลที่สามที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและผู้ส่งสินค้า เช่น ผู้ให้บริการจองขนส่งออนไลน์ (shipping aggregator) ผู้ให้บริการตลาดออนไลน์ (online marketplace) นั้น ที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหากรณีผู้บริโภคถูกหลอกลวงให้ชำระค่าสินค้าที่ไม่ได้สั่งหรือได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งโดยมีประเด็นที่เป็นข้อกำหนดของบริการเก็บเงินปลายทาง ดังนี้1. การพิสูจน์ตัวตนผู้ส่งสินค้า2. การกำหนดระยะเวลาการถือเงินค่าสินค้า3. การบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการส่งสินค้า4. การให้ข้อมูลผู้บริโภค5. การเฝ้าติดตามพฤติกรรมการส่งพัสดุของผู้ส่งสินค้า “ประโยชน์ของ COD สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถสืบทราบข้อมูลของผู้กระทำความผิดได้ทันท่วงที ส่วนผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้เสียหายมีโอกาสได้เงินคืนจากการถือเงินค่าสินค้าของ ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและผู้รับโอนเงินทุกทอด ขณะเดียวกัน ยังป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้บริโภคเมื่อผู้ให้บริการขนส่งสินค้าตรวจพบพฤติกรรมการส่งสินค้าที่ต้องสงสัยด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าวสำหรับการดำเนินงานในระยะถัดไป คือ การนำมาตรฐานไปปฏิบัติ ร่วมกับผู้ให้บริการขนส่ง พร้อมส่งเสริมการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ให้บริการที่ให้บริการได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ __________________________________________

ดีอี - ดีป้า เปิดยิ่งใหญ่โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล “ชุมชนโดรนใจ” เดินหน้าพัฒนาชุมชนเกษตรกรไทยด้วยเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร   วันนี้ (13พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และคณะผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมในพิธี ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   โดยโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเพื่อมุ่งพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้และซ่อมบำรุงโดรนเพื่อการเกษตรแก่ชุมชนและเกษตรกรทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านธุรกิจดั้งเดิมสู่ ศูนย์บริการซ่อมบำรุง ฉีดพ่น และจำหน่ายโดรนเพื่อการเกษตร คาดภายใน 1 ปีของการดำเนินโครงการจะเกิดศูนย์บริการฯ ทั่วประเทศ 50 ศูนย์ ผลักดันให้ชุมชนเกิดการประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตร 500 ชุมชน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท ตอบสนองเป้าหมายสำคัญในเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ ภายใต้แผนงานเครื่องยนต์เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล   รมว.ประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลผ่านเครื่องยนต์ใหม่ของประเทศไทย (The Growth Engine of Thailand) ซึ่งถือเป็นแผนการดำเนินงานสำคัญที่มุ่งเน้นเป้าหมายด้านการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness)  “สำหรับ โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) ที่ดำเนินการโดย กระทรวงดีอี และ ดีป้า จะช่วยส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างรายได้และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นการสร้างสังคมดิจิทัลบนฐานความรู้ ทั่วถึง รู้ประยุกต์ใช้เป็น สนองตอบเป้าหมายสำคัญในเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศตามแผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทย"   เกษตรกรและชุมชนที่สนใจ รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถร่วมอบรมผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินฯ และหลักสูตรทักษะการซ่อมบำรุงและดูแลรักษาโดรนเพื่อการเกษตรผ่านระบบ Online และ Onsite หรือร่วมกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรใน 5 ภูมิภาค รวมถึงการแข่งขันบินและซ่อมบำรุงโดรนเพื่อการเกษตรระดับภูมิภาคและชิงแชมป์ประเทศไทย โดยสามารถติดตามข่าวสารและศึกษารายละเอียดโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) ได้ที่ Facebook Page: depa Thailand หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 08 5125 1340 และ 08 2516 6224   _____________________________  


วานนี้ (13 พฤศจิกายน 2566), กรุงเทพมหานคร - รมว.ดีอี เป็นประธานหารือแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยร่วมกับผู้บริหารจาก 4 สมาคมสำคัญ พร้อมรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น ทั้งการยกระดับกำลังคนและบุคลากรดิจิทัลของประเทศ การเพิ่มมูลค่าจากการส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่เป็นลิขสิทธิ์ของคนไทยและมีศักยภาพในการทำตลาด การส่งเสริมระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการขยายตลาดสู่ต่างประเทศเพื่อสร้างเม็ดเงินจากการส่งออก ระบุดิจิทัลคอนเทนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย อีกทั้งเป็นหนึ่งในแนวทางสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันไทยไปเวทีโลกจากเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการสร้างประเทศไทยเป็นโลกใหม่ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ สอดรับเครื่องยนต์แรกตามแผนงาน The Growth Engine of Thailand         นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานการหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (เกม อีสปอร์ต แอนิเมชัน คาแรคเตอร์) ร่วมกับผู้บริหารภาคเอกชน ประกอบด้วย นายเนนิน อนันต์บัญชาชัย นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) นายสุมิตร สีมากุล นายกสมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย (DCAT) และ นายนพ ธรรมวานิช นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ และคณะผู้บริหาร ดีป้า ร่วมหารือ         นายประเสริฐ กล่าวว่า รัฐบาล โดย กระทรวงดีอี เล็งเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเกม อีสปอร์ต แอนิเมชัน และคาแรคเตอร์ ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ และมีอัตราการเติบโตที่สูงมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย โดยการสอดแทรกประเพณีและวัฒนธรรมไทยเข้าไปในทุกกลุ่ม ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอต่อการเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลคอนเทนต์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้         นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า กระทรวงดีอี พร้อมรับทุกข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกสมาคมในการหารือร่วมกันในครั้งนี้มาดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการการยกระดับกำลังคนและบุคลากรดิจิทัลของประเทศ การเพิ่มมูลค่าจากการส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่เป็นลิขสิทธิ์ของคนไทย (Intellectual Property: IP) และมีศักยภาพในการทำตลาด การส่งเสริมระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อสร้างเม็ดเงินจากการส่งออก และมาตรการส่งเสริมสนับสนุนที่จูงใจ อาทิ การมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี การจับคู่ธุรกิจกับผู้ให้บริการหรือผู้จัดจำหน่ายระดับโลก เป็นต้น         "กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลผ่านเครื่องยนต์ใหม่ของประเทศไทย (The Growth Engine of Thailand) ซึ่งถือเป็นแผนการดำเนินงานสำคัญที่มุ่งเน้นเป้าหมายด้านการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness) การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Safety & Security) และการเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ของประเทศด้านดิจิทัล (Human Capital) โดยการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ทั้งเกม อีสปอร์ต แอนิเมชัน และคาแรคเตอร์ ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนั้นถือเป็นหนึ่งในแนวทางสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันไทยไปเวทีโลกจากเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการสร้างประเทศไทยเป็นโลกใหม่ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (New World of Digital Content) สอดรับกับเครื่องยนต์ที่ 1 การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ ตามแผนงาน The Growth Engine of Thailand" รมว.ดีอี กล่าว ----------------------------------------------------------



วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2566) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อ “Seamless Conectivity: The ASEAN Digital Hub Advantage” ในงาน Telecoms World Asia 2023 โดยกล่าวถึงการขับเคลื่อนด้านโทรคมนาคมและการผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียน รองรับการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนทั่วโลก งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยบริษัท เทอราพิน พีทีอี จำกัด และมีบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการจัดงาน ณ Centara Grand & Bangkok Convention Centre Centralworld     ___________________________________

วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นวิทยากรงาน Thailand Competitiveness Conference 2023 ภายใต้หัวข้อ The Pitch "DES: The Future of Digital Thailand: Digital as the Backbone for Future Development" พร้อมด้วย ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ ร่วมงาน ณ โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ       ________________________



วันนี้ (16 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ และคณะทำงาน ตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  โดยมี ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ให้การต้อนรับพร้อมจัดประชุมเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) กลุ่มภาครัฐรวม 85 หน่วยงานที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจำนวนมาก เดินหน้ามอบนโยบายส่งเสริมสนับสนุนการทำงานและสร้างเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเป็นกลไกในการกำกับดูแลหน่วยงานให้ปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาความมั่นคงปลอดภัยและป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สอดรับนโยบายรัฐมนตรีฯ ในการดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุก ยกระดับความเข้มข้นของการดำเนินงานศูนย์ PDPC Eagle Eye ในการเฝ้าระวังเหตุละเมิด พบ 8 เดือนเจอเหตุละเมิด 192 เรื่อง สาเหตุหลักมาจากการเผยแพร่ข้อมูลประชาชนโดยไม่มีกระบวนการปกปิดข้อมูลที่สำคัญ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   โดยรมว.ประเสริฐ กล่าวว่า “รัฐบาลและกระทรวงดิจิทัลฯ ให้ความสำคัญเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพี่น้องประชาชน โดยได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กำกับดูแลหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เฝ้าระวังและป้องปรามไม่ให้มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลประชาชนจากหน่วยงานต่างๆ”   นอกจากนี้ รัฐมนตรีได้สนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของ สคส. ในการส่งเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงผลักดันการพัฒนาด้านสร้างเครือข่าย DPO ที่เข้มแข็ง เพื่อทำให้เกิดกลไกที่จะช่วยให้กลุ่มของผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล สามารถดำเนินการปฏิบัติตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดหรือรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของแต่ละหน่วยงาน   ด้วยนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์จากกรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ประกอบกับรัฐบาลและกระทรวงดิจิทัลฯ มีนโยบายในเครื่องยนต์ที่ 2 ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัล (Safety and Security) โดยเน้นการป้องกันเชิงรุก จึงทำให้การสร้างเครือข่าย DPO เป็นกลไลสำคัญในการช่วยให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น DPO จึงเปรียบเสมือนเป็น ‘Super Hero’ ผู้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน’ ให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพและอันตรายต่าง ๆ   โดยสามารถป้องกันการรั่วไหลข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยมาตรการดังนี้ 1. ตรวจสอบและดูแลให้หน่วยงานมีการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด 2. ตรวจสอบเฝ้าระวังไม่ให้มีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนรั่วไหลบนเว็บไซต์และช่องทางอื่น ๆ 3. ตรวจสอบไม่ให้มีการเก็บรวบรวมหรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนมากเกินความจำเป็น 4. จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ การพิสูจน์ยืนยันตัวตน กำหนดสิทธิในการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลฯ   5. จัดให้มีมาตรการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานไม่ให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไปขาย หรือเปิดเผยโดยมิชอบ   6. จัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อสร้างองค์ความรู้และความตระหนักรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน   _______________________

วันนี้ (16 พฤศจิกายน 2566) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธาน ในพิธีเปิดสัมมนาสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์ภาครัฐและเอกชน ของกองป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในหัวข้อ “คดีภัยออนไลน์ ” ภายใต้โครงการ พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ การช่วยเหลือประชาชนด้านคดีและภัยออนไลน์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่องค์ความรู้ สร้างความเข้าใจ ถึงแนวทางการป้องกันภัยออนไลน์ ให้กลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มความปลอดภัย ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่กระทำผิดต่อกฎหมายบนโลกออนไลน์ ณ ห้องประชุมสัตตบงกช B ชั้น 1 โรงแรมอุบลบุรี รีสอร์ท จังหวัดอุบลราชธานี __________________________

วันนี้ (16 พฤศจิกายน 2566) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน TikTok Safety Talk Day ในแคมเปญ #TikTokForGoodTH #พื้นที่ป ลอดภัยเพื่อทุกการสร้างสรรค์ เนื่องจากเดือนพฤศจิกายนเป็น Safety month โดยในงานจะมีการเสวนาด้วยตัวแทนจาก กรมสุขภาพจิต โคแฟค ประเทศไทย (Cofact Thailand) มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (INET) และ Sati app ณ Creator House สยามพารากอน   _________________________  

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  แถลงต่อรัฐสภา  

คำแถลงนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.