Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (16 พฤศจิกายน 2566) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการใช้การติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ในสัญญาระหว่างประเทศ (ECC : United Nations Convention on the Use of Electronic Communications in international Contracts (New York, 2005)) ครั้งที่ 3/2566 ในรูปแบบonsite และ online โดยมีนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วยนางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะทำงานเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม _______________________________

ทดสอบ ทดสอบ

วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 4/2566 โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _____________________________________

วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี 2566 พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน ในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธี ณ วัดพระยาทำวรวิหาร แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ     _____________________________________

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาลมากกว่าครึ่ง ตามด้วยเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขณะที่ข่าวปลอมแอบอ้างธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อ-กู้เงิน ผ่านเพจออนไลน์ยังระบาดหนักและอยู่ในกระแสข่าวที่มีคนสนใจมากที่สุดติด 1 ใน 5 อันดับแรกในรอบสัปดาห์ เตือนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เช็คให้ชัวร์ ก่อนแชร์ ระวังมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน และล้วงเอาข้อมูลสำคัญ     นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 10 - 16 พฤศจิกายน 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,285,077 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 133 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 122 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 84 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 41 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย   กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 38 เรื่อง อาทิ รัฐบาลเตรียมเปิดโครงการ e-Refund สำหรับคนไม่เข้าเกณฑ์รับเงินดิจิทัล สามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคล เป็นต้น   กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 28 เรื่อง อาทิ สปสช. เพิ่มสิทธิประโยชน์ยารักษามะเร็งเต้านมระยะลุกลามในสิทธิบัตรทอง เป็นต้น   กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง กรมอุตุฯ เตือนเฝ้าระวังพายุ 2 ฝั่งไทย เตรียมรับมือฝนตกหนักเพิ่มขึ้นบริเวณภาคใต้ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง 11-14 พ.ย. 66 เป็นต้น   กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 12 เรื่อง อาทิ เปิดโอกาสให้ลงทุนหุ้น AOT เริ่มเทรด ฝึกเทรดกับโบรกเกอร์ กับหุ้นสนามบิน ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก เป็นต้น   โดย แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 10 เรื่อง   นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน ระหว่างวันที่ 10 - 16 พฤศจิกายน 2566 มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่   อันดับที่ 1 : ออมสินปล่อยกู้สินเชื่อเพื่อคุณ ผ่านเพจออมสินเงินด่วน วงเงินสูงสุด 30,000 บาท   อันดับที่ 2 : ออมสินปล่อยเงินกู้รายเดือน วงเงิน 300,000 บาท ผ่านเพจเงินกู้ ออนไลน์   อันดับที่ 3 : ห้างทองชื่อดังร่วมกับ ก.ล.ต. เปิดลงทุนกองทุนรวมทองคำไทย 1,000 บาท รับปันผล 260 บาทต่อวัน   อันดับที่ 4 : ออมสินปล่อยสินเชื่อออมสิน ให้ยืม 10,000-1,000,000 บาท ผ่านเพจ NBKC CPT 4460 อันดับที่ 5 : เพจ Don Mueang International Airport-DMK เปิดรับสมัครพนักงานจำนวนมาก   อันดับที่ 6 : วิธีช่วยรักษามะเร็งได้ดี คือดื่มน้ำต้มใบและดอกของมะละกอ   อันดับที่ 7 : เว็บสล็อตออนไลน์ถูกกฎหมายและจดลิขสิทธิ์เป็นเจ้าแรกในไทย   อันดับที่ 8 : ห้างทองเปิดให้ลงทุนกองทุนทองคำไทย เริ่ม 999 บาท กำไร 260 บาท รับรองโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ   อันดับที่ 9 : เรื่อง โทรศัพท์มือถือส่งผลต่อคลื่นสมอง ทำให้ก่อนนอนไม่สงบหลับยาก   อันดับที่ 10 : ดื่มน้ำใบย่านางช่วยรักษาโรคมะเร็ง “ขอฝากเตือนประชาชนเรื่องมิจฉาชีพที่ยังมีการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน อย่าหลงเชื่อในข้อความเชิญชวนต่าง ๆ โดยเฉพาะการหลอกลวงให้ลงทุน ให้สินเชื่อต่าง ๆ ดีอีเอส และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ให้ความสำคัญในการตรวจสอบข่าวปลอม ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูล ควรตรวจสอบให้รู้เท่าทันรอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น” นายเวทางค์ กล่าว ____________________________    

วันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2566 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 และร่วมงานเฉลิมฉลอง 90 ปีหอการค้าไทย โดยได้รับเกียรติจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษ "The time to act is now พลิกวิกฤต ฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน" พร้อมมอบรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด "สำเภาทอง" ประจำปี 2566 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Connect the dots ในการเชื่อมโยงความร่วมมือการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน Connect-Competitive-Sustainable  ณ ภิรัชฮอล์ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ  ____________________

วันนี้ (20 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) ปาฐกถาพิเศษ “ผลักดันไทยสู่ Smart City” ในงานสัมมนา Thailand Smart City 2024 จัดโดย Post Today ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA และพันธมิตร ภายใต้หัวข้อ ผลักดันไทยสู่ Smart City ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมือง ไปสู่เมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่สะดวกสบายมากขึ้น มุ่งสู่สังคม Net Zero อีกทั้งยังเป็นสื่อกลางงานแสดงวิสัยทัศน์และนวัตกรรม จากองค์กรภาครัฐและเอกชนชั้นนำของไทย พร้อมด้วยนายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เข้าร่วมงาน ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ _______________________________  

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 (สอบข้อเขียน)  และมีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 (สอบสัมภาษณ์)  และกำหนดวัน เวลา และสถานที่ประเมิน ในการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป  ในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ



วันนี้ (21 พฤศจิกายน 2566) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 1/2566 เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล รวมถึงภาพรวมของระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคน ได้แก่ ระบบ e-Workforce Ecosystem ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ระบบทรัพยากรบุคคล ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รวมทั้ง ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (GDX) ของ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) โดยมี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุม ONDE 1 ชั้น 9 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   _______________________________

รัฐมนตรี ประเสริฐ เผย พบ 1,158 หน่วยงาน ข้อมูลรั่ว และ 21 หน่วยงาน ระบบไซเบอร์ เสี่ยงสูงนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) กล่าวว่า ในช่วง ที่ผ่านมา มีปัญหาการหลุดรั่วของข้อมูลประชาชน ตลอดจนการซื้อขายข้อมูลประชาชนตามที่เป็นข่าว จึงได้เร่งดำเนินการ  6 มาตรการ เพื่อแก้ปัญหานี้ โดยแบ่งเป็น ระยะเร่งด่วน 30 วัน ระยะ 6 เดือน และ ระยะ 12 เดือน ดังนี้ ระยะเร่งด่วน ใน 30 วัน1. ให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC Eagle Eye เร่งตรวจสอบ ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมทั้งค้นหา เฝ้าระวัง การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล โดยในช่วง 9 - 20 พย. 66 ได้ดำเนินการและมีผลดังนี้- ตรวจสอบแล้ว จำนวน 3,119 หน่วยงาน (ภาครัฐ/ภาคเอกชน)- ตรวจพบข้อมูลรั่วไหล/แจ้งเตือนหน่วยงานแล้ว จำนวน 1,158 เรื่อง- หน่วยงานแก้ไขแล้วจำนวน 781 เรื่องนอกจากนี้ พบกรณีซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล 3 เรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนดำเนินคดีร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ ศูนย์ PDPC Eagle Eye เร่งตรวจสอบ 9,000 หน่วยงาน ใน 30 วัน2. ให้ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ตรวจสอบช่องโหว่ ระบบ cybersecurity หรือระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) อาทิ ด้านพลังงานและสาธารณสุข ด้านบริการภาครัฐ และการเงินการธนาคาร เป็นต้น โดยการตรวจสอบช่องโหว่ ของระบบ cybersecurity ช่วง 9-20 พย. 66- ตรวจสอบระบบ cybersecurity แล้ว จำนวน 91 หน่วยงาน- ตรวจพบมีความเสี่ยงระดับสูง 21 หน่วยงาน และ สกมช. ได้แจ้งให้แก้ไขแล้วนอกจากนี้ พบการซื้อขายข้อมูลคนไทยใน darkweb (เว็บผิดกฎหมาย ที่คนร้ายหรือโจรออนไลน์นิยมใช้) จำนวน 3 เรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนดำเนินคดีร่วมกับ บช.สอท.3. ให้ สคส. และ สกมช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมโรงแรมไทย รวมถึงเครือข่ายภาคสื่อมวลชน สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงาน ความรู้เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Awareness Training) เช่น การป้องกันการบุกรุกจากบุคคลภายนอก การตั้งค่าระบบอย่างปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด4. ให้ ดีอี และ สอท. เร่งรัดปิดกั้นการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่ผิดกฎหมาย และดำเนินคดีจับกุมผู้กระทำความผิดระยะ 6 เดือน5. ส่งเสริมการใช้งานระบบคลาวด์กลางภาครัฐที่มีความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงปลอดภัยตามหลักวิชาการสากล รองรับการใช้งานของบุคลากรของหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันและลดปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล จากสาเหตุที่หน่วยงานภาครัฐส่งข้อมูลให้หน่วยงานภายนอก หรือขาดบุคลากรในการกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระยะ 12 เดือน6. ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้ทันสมัยต่อบริบทของสังคมและพฤติการณ์ที่เปลี่ยนไป และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบและป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ดียิ่งขึ้น เช่น- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ครอบคลุมการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพิ่มบทลงโทษทางอาญาในการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล และ ให้อำนาจ สคส. ดำเนินคดีได้เอง โดยไม่ต้องรอผู้เสียหายร้องเรียน- พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พ.ศ. 2562 เพิ่มบทลงโทษแก่หน่วยงานรัฐที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับ 6 มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแก้ปัญหาซื้อขายข้อมูล รัฐมนตรี ดีอี ได้รายงานต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ในวันที่ 21 นี้ด้วยแล้ว รัฐมนตรี ประเสริฐ กล่าวในตอนท้ายว่า “ขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้ เอาจริง เรื่องขโมยข้อมูล ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล ต้องจับตัวเอามาลงโทษให้ได้ สำหรับ เรื่องหน่วยงานปล่อยปละละเลยให้ข้อมูลรั่ว ผม ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบ การเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เหมาะสม และ ระบบ cybersecurity ของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐที่มีข้อมูลประชาชนจำนวนมาก ยังพบว่ามีข้อมูลรั่ว และสั่งการให้เร่งแก้ไขไปแล้ว หากหน่วยงานไหน ยังทำผิดซ้ำ จะลงโทษอย่างเคร่งครัดเด็ดขาด ตามกฎหมาย” _______________________________

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ดีอี มุ่งมั่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อปิดทางมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน จึงประสานไปยัง กสทช. ให้เร่งรัดดำเนินการออกประกาศเพื่อบังคับให้ผู้ครอบครองหมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือซิมการ์ด ตั้งแต่ 5 เลขหมายขึ้นไป ต้องมาลงทะเบียนแจ้งการครอบครองกับผู้ให้บริการ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการนำซิมการ์ดไปใช้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ต่างๆ โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 มีผู้ครอบครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือหรือซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมาย จำนวนมากถึง 286,148 ราย และมีผู้ครอบครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือหรือซิมการ์ดตั้งแต่ 101 เลขหมายขึ้นไปถึง 7,664 รายจากสถิติการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ตุลาคม 2566 พบว่ามีมากถึง 25,696 คดี โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้มากถึง 25,234 ราย ขณะเดียวกันการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม – 31 ตุลาคม 2566 มีมากถึง 679 คดี โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ถึง 668 ราย และส่วนใหญ่มีการใช้ซิมการ์ดโทรศัพท์เป็นเครื่องมือสำคัญในการก่อคดี“กระทรวงดิจิทัลฯ มุ่งป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในทุกมิติ เพื่อปิดทางมิจฉาชีพและผู้ไม่หวังดีหลอกลวงประชาชน จึงประสานไปยัง กสทช. ให้เร่งรัดดำเนินการเรื่องการลงทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์มือถือแจ้งการครอบครองกับผู้ให้บริการให้มีความชัดเจน เพื่อแยกซิมการ์ดที่ถูกใช้เพื่อก่ออาชญากรรมออนไลน์ของกลุ่มมิจฉาชีพออกจากการใช้งานซิมการ์ดปกติของพี่น้องประชาชน และหากพบการครอบครองจำนวนมากผิดปกติ จะต้องประสานไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตรวจสอบโดยทันที” รัฐมนตรีดีอี กล่าว   ____________________________

วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) ร่วมกล่าวสนับสนุนในพิธีเปิดงานนิทรรศการไทยแลนด์เมืองอัจฉริยะ ประจำปี 2566 (Thailand Smart City Expo 2023) ภายใต้แนวคิด ASEAN Convergence จัดโดยบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นับเป็นเวทีแห่งโอกาสธุรกิจประจำปีที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะได้อย่างก้าวกระโดด และยั่งยืนเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนเทคนิคและความรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเมือง ทำให้เกิดการให้บริการประชาชนอย่างชาญฉลาด เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี ณ ฮอลล์ 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   _______________________________________

วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2566) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ปลัดดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน DigiTech ASEAN Thailand 2023 มหกรรมแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลอาเซียน ภายใต้แนวคิด “การเชื่อมต่อคุณกับเทคโนโลยีระดับโลกและชุมชนดิจิทัล” ชูบริการด้านดิจิทัลกว่า 300 แบรนด์ชั้นนำ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม 5,000 ราย จากกว่า 10ประเทศจัดแสดงนวัตกรรม จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานพันธมิตร ณ อาคาร 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพคเมืองทองธานี   โดย ปลัดวิศิษฏ์ กล่าวถึงแผนปฏิบัติราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 5ปี พ.ศ.2566-2570 ได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อสร้างสังคมแห่งอนาคตและลดความเหลื่อมล้ำด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างกำลังคนที่มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากลและใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ   _______________________________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.