Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (1 ธันวาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” และ PDPC หรือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาชิกเครือข่ายธุรกิจประกันภัย เพื่อยกระดับแนวทางป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เพิ่มความเชื่อมั่นให้ประชาชน ณ ห้องประชุม mdes 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโดยมีข้อสรุปดังนี้1. PDPC และ คปภ. ร่วมกันจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและติดตามการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับธุรกิจประกันภัย “ศูนย์ คปภ - PDPC Eagle Eye” เพื่อยกระดับการตรวจสอบกำกับดูแลการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในภาคธุรกิจประกันภัยอย่างเคร่งครัดเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งสอดส่องดูแลตัวแทน นายหน้าประกันภัย ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับเครือข่ายธุรกิจประกันภัย ตามแนวทางที่ คปภ. และ PDPC กำหนดอย่างเคร่งครัด2. PDPC คปภ. และสมาคมเครือข่ายธุรกิจประกันภัยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดทำและประกาศแนวปฏิบัติ (Guideline) เพื่อเป็นมาตรฐานสำหรับธุรกิจประกันภัยในการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม3. ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยกระดับความเข้มข้นในการกำกับดูแลบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในหลักสูตรการขอรับ/ขอต่อใบอนุญาตเป็นตัวแทนฯ นายหน้าฯ เป็นต้น“กระทรวงดิจิทัลฯ มีความมุ่งมั่นและพร้อมสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานตามข้อสรุปจากการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง PDPC คปภ. และสมาชิกเครือข่ายธุรกิจประกันภัย ในวันนี้เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่เห็นชอบแนวทางในการยกระดับมาตรฐานป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ ตามมาตรการระยะเร่งด่วน 30 วัน ระยะ 6 เดือน และ ระยะ 12 เดือนต่อไป” นายประเสริฐ กล่าวสรุปในตอนท้าย ____________________

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบมิจฉาชีพป่วนไม่หยุด “ชักชวนลงทุนเปิดโอกาสให้ร่วมลงทุนกับ CPALL เริ่มต้น 1,000 บาท รับปันผลสูง โดยการนำโลโก้ ของบริษัท และภาพผู้บริหารตัดต่อประกอบข้อความอันเป็นเท็จหลอกลวงประชาชน ลงโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมา “คลื่นแผ่จากเสาส่งโทรศัพท์มือถือและคลื่นไวไฟ เป็นสาเหตุของการก่อมะเร็ง” เตือนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เช็คให้ชัวร์ ก่อนแชร์นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 24 - 30 พฤศจิกายน 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,227,210 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 96 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 83 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 13 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 68 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 32 เรื่องทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 42 เรื่อง อาทิ รับเงินอุดหนุนพิเศษ 20,000 บาท 1 สิทธิ 1 ครอบครัว ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้นกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 18 เรื่อง อาทิ อธิบดีกรมการแพทย์ แนะนำผลิตภัณฑ์ Diaherbal ใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน เป็นต้นกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 3 เรื่อง อาทิ อีก 4 วัน เส้นทางเดียวกับพายุปลาบึก พายุเป็นระดับดีเปรสชั่น อาจจะเริ่มขึ้นฝั่ง ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 26 พ.ย. 66 เป็นต้นกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 5  เรื่อง กฟภ. แจ้งเตือนชำระค่าไฟฟ้าที่ค้างจ่าย จำนวน 3 เดือน ติดต่อผ่านลิ้งก์ เป็นต้น โดย แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 5 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ชักชวนลงทุนเปิดโอกาสให้ร่วมลงทุนกับ CPALL เริ่มต้น 1,000 บาท รับปันผล 3-7% 3,000 บาท รับปันผล 7-10%อันดับที่ 2 : เรื่อง คลื่นแผ่จากเสาส่งโทรศัพท์มือถือและคลื่น WiFi เป็นสาเหตุหลัก ๆ ของการก่อมะเร็งอันดับที่ 3 : เรื่อง  ออมสินปล่อยกู้ สูงสุด 100,000 บาท ผ่านเพจมายโม จำกัดอันดับที่ 4 : เรื่อง ปตท. แยกธุรกิจ PTTOR ให้เป็นเอกชนเต็มตัว เพื่อให้ขึ้นราคาน้ำมันได้ง่ายอันดับที่ 5 : เรื่อง ลุกจากที่นอนกระทันหัน ทำให้กระดูกกะโหลกศีรษะแตก หัวใจหยุดเต้นอันดับที่ 6 : เรื่อง ชวนลงทุนกองทุนรวมหุ้น หุ้นน้ำมัน หุ้นทอง เรียนฟรี สร้างกำไร โดยบริษัทชั้นนำ และถูกกฎหมายในตลาดหลักทรัพย์อันดับที่ 7 : เรื่อง ซื้อสลากดิจิทัลจากแอปฯ เป๋าตัง เรทจ่าย 3 ตัว 1,100 บาท เรทจ่าย 2 ตัว 110 บาท ได้ที่เพจเป๋าตังพลัสอันดับที่ 8 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กท่าอากาศยานไทย จำกัด เปิดโอกาสให้ลงทุนหุ้น AOT เปิดพอร์ตขั้นต่ำ 899 พอร์ต รับรายได้ 300 บาท ต่อ 30 นาทีอันดับที่ 9 : เรื่อง ออมสินให้ลงทุนกองทุนรวม SSF พิเศษ พร้อมรับสลากออมสินดิจิทัลเมื่อเปิดบัญชี ผ่านเพจซื้อ ขายกองทุน-หุ้นไทยอันดับที่ 10 : เรื่อง รับเงินอุดหนุนพิเศษ 20,000 บาท 1 สิทธิ 1 ครอบครัว ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนปัจจุบันข่าวปลอมยังคงมีจำนวนมาก ดีอีและศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมให้ความสำคัญในการตรวจสอบข่าวปลอมตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อได้รับข่าวสาร ข้อมูลควรตรวจสอบให้รู้เท่าทัน รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยสามารถติดตามแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง ________________________________

วันที่ 3 ธันวาคม 2566 นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี พร้อมด้วยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวง ร่วมการลงพื้นที่ตรวจราชการในการประชุมคณะรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2566 ณ จังหวัดหนองบัวลำภู และติดตามการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดบึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานีระหว่างวันที่ 3 – 4 ธันวาคม 2566 รมต.ดีอี และคณะได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย จำนวน 2 โครงการ ประกอบด้วย  1.โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลโพธิ์ตาก ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ตาก อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์ให้เป็นพื้นที่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนอย่างแท้จริง ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างสรรค์กิจกรรม เสริมทักษะดิจิทัล และส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นออนไลน์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในสังคมดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล รวมถึงลดการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลของประชาชนทุกคนในชุมชนให้มีความสามารถด้านดิจิทัลอย่างทั่วถึงสำหรับการดำเนินงานโครงการโดยได้ดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับทุกคนในชุมชน โดยได้จัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชนในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น วัด มัสยิด โรงเรียน สถานที่ราชการในท้องถิ่น และชุมชนที่เหมาะสม กระจายอยู่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 500 แห่ง และในปี 2566 ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพิ่มเติมอีก 1,722 แห่ง รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 2,222 แห่งทั่วประเทศ สำหรับศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลโพธิ์ตาก จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมทักษะความรู้ตลอดชีวิต รวมถึงเป็นพื้นฐานในการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน เพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในชีวิตประจำวันและใช้ในการประกอบอาชีพ โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ได้เป็นพื้นที่ของการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรดิจิทัล การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ด้านดิจิทัลให้แก่เยาวชน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอนให้แก่เด็กปฐมวัย รวมไปถึงใช้เป็นสถานที่ในการจัดประชุมและวางแผนงานต่างๆ ในระดับชุมชน นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการส่งเสริมการสร้างอาชีพค้าขายออนไลน์ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมดั้งเดิมของตำบลโพธิ์ตาก โดยมีการเปิดให้บริการถ่ายรูปสินค้าให้กับประชาชนที่สนใจนำสินค้าในชุมชนไปค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผ่านเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com   2. โครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่ ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรครบวงจรบ้านดงนาคำ  ต.หนองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ดำเนินการโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า โครงการนี้ เพื่อส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล ยกระดับชุมชนด้วยเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร โดยตั้งเป้าสร้างศูนย์บริการซ่อมบำรุง ฉีดพ่น จัดจำหน่ายโดรนการเกษตรในพื้นที่ภาคอีสานจำนวน 16 ศูนย์จาก 50 ศูนย์ทั่วประเทศ ชุมชนในพื้นที่ภาคอีสานมีการประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตรจำนวน 160 ชุมชน นอกจากนี้ยังตั้งเป้าผลิตบุคลากรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินฯ 1,000 คน และหลักสูตรการดูแลรักษาและการซ่อมบำรุงโดรนเพื่อการเกษตร 100 คน อย่างไรก็ตามโครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่ถือเป็นการสร้างสังคมดิจิทัลบนฐานความรู้ ทั่วถึง รู้ประยุกต์ใช้เป็น สนองตอบเป้าหมายสำคัญในเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ ภายใต้เครื่องยนต์แรกของนโยบาย The Growth Engine of Thailand สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรครบวงจรบ้านดงนาคำ เป็นโครงการที่ได้รับการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจาก ดีป้า ผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท โดยชุมชนได้นำเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรมาประยุกต์ใช้บริหารจัดการกระบวนการผลิตข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ลดต้นทุน ประหยัดเวลา สามารถฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ และเกิดการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ พยากรณ์ และต่อยอดในมิติต่าง ๆ นอกจากนี้ สมาชิกของวิสาหกิจชุมชนยังได้รับถ่ายทอดทักษะความรู้ และสอบใบอนุญาตบินโดรนอย่างถูกต้อง   นายประเสริฐ กล่าวว่า การเยี่ยมชมศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลโพธิ์ตาก และ เยี่ยมชมผลสำเร็จการยกระดับชุมชนด้วยโดรนเพื่อการเกษตร เป็นการสร้างสังคมดิจิทัลบนฐานความรู้ ทั่วถึง รู้ประยุกต์ใช้เป็น สนองตอบเป้าหมายสำคัญในเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness) เครื่องยนต์เครื่องที่หนึ่งของนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของกระทรวง หรือ The Growth Engine of Thailand   “กระทรวงดีอี มุ่งส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างรายได้และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งหนึ่งในกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงมาจากการขยายผลการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชมในชนบทสามารถเข้าถึงและเลือกประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสามารถนำทักษะทางด้านดิจิทัลสามารถสร้างรายได้และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน” นายประเสริฐ กล่าว ภาพเพิ่มเติม📸 1.โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลโพธิ์ตาก https://photos.app.goo.gl/cbCKXWdFGnKi3JjD6   2. โครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่ https://drive.google.com/drive/folders/1nHLnLJW-ZmwLhoACHURW7G_3VFDUClUV?usp=drive_link ________________________________

ณ ห้องพระเอราวัณ 1 - 2 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวชั่น  ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี ่ กรุงเทพฯ



กิจกรรมสัมมนาการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย วันที่ 14 กันยายน 2566ณ อาคารสโมสร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

กิจกรรมสัมมนาสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์ภาครัฐและเอกชน ในหัวข้อ “คดีภัยออนไลน์” 5 ตุลาคม 2566 ณ ห้องบุษราคม ชั้น 2 โรงแรม ไดมอนด์ ปาร์คอินน์ เชียงราย รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย

  กิจกรรมอบรม “การเตรียมความพร้อมผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน”วันที่ 16 ตุลาคม 2566ณ ห้องพระอินทร์ 1-2 โรงแรมอัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ 

กิจกรรม “รู้เท่าทันภัยออนไลน์ ห่างไกลวิถีสแกมเมอร์”  ” จัดโดย Meta (Facebook)

  กิจกรรมเสวนา ” Social Online ดาบ 2 คม วิชาชีพสื่อ เนื่องในโอกาสครบรอบ 69 ปี วันสถาปนาคณะวารสารศาสตร์ฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  

  กิจกรรมปาฐกถาพิเศษ “ผลักดันไทยสู่ Smart City” ในงานสัมมนา Thailand Smart City 2024 จัดโดย Post Today ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA และพันธมิตร ภายใต้หัวข้อ ผลักดันไทยสู่ Smart City ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมือง ไปสู่เมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่สะดวกสบายมากขึ้น มุ่งสู่สังคม Net Zero วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

กิจกรรมอบรมการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ครั้งที่ 22 (CDIC 2023)” ในหัวข้อ “วาระแห่งชาติ การสร้างคุณค่าและระบบนิเวศน์ด้านดิจิทัล สู่ความยั่งยืนในมิติด้านความั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”  วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องแกรนฮอลล์ 201 – 203 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศกำรและกำรประชุมไบเทค  

  กิจกรรมสัมมนาสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เครือข่ายเฝ้าระวังภัยภาครัฐ กับเอกชน วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุมจามจุรี ชั้น 1 โรงแรม ภูเก็ตเมอร์ลิน จังหวัดภูเก็ต

  กิจกรรมสัมมนาสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เครือข่ายเฝ้าระวังภัยภาครัฐและเอกชนวันที่ 14 ธันวาคม 2566ณ ห้องประชุม Blue Box โรงแรมบลูแรบบิท ถนนรักศักดิ์ชมูล จังหวัดจันทบุรี

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.