Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (5 ธันวาคม 2566) นางอำไพ จิตแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง จากนั้น วางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ ____________________________  

วันนี้ (5 ธันวาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) และนายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง จากนั้นร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคม นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ ______________________________  

วันนี้ (06 ธ.ค.66) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล "รัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2566" (Digital Government Awards 2023) ซึ่งจัดโดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีการยกระดับองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล เป็นต้นแบบที่ดีในการพัฒนาหน่วยงาน เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและระบบราชการเพื่อตอบสนองด้านการบริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมชื่นชมและแสดงความยินดีหน่วยงานที่ได้รับรางวัลรัฐบาลดิจิทัลในปีนี้ โดยได้เน้นย้ำเรื่อง การปรับปรุงบริการออนไลน์ภาครัฐเพื่อให้การติดต่อกับภาครัฐเป็นเรื่องง่าย มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันได้ และเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี ปลอดภัย เข้าถึงได้จากที่บ้านของทุกคน โดยมี นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน   ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กระทรวง ดีอี รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ "สำนักงานปลัดกระทรวงดีอี." ได้รับรางวัลสำคัญถึง 3 รางวัล เป็นรางวัลหลัก ประกอบด้วย รางวัลรัฐบาลดิจิทัล หน่วยงานที่จัดทำนโยบาย ประสานงาน กำกับดูแล หรืออื่นๆ เป็นอันดับที่ 3, รางวัลหน่วยงานดีเด่นด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) และรางวัลพัฒนาการดีเด่น หน่วยงานระดับกรมที่จัดทำนโยบาย ประสานงาน กำกับดูแล หรืออื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีได้รับรางวัล Digital Government Awards 2023 คือ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล   "สำนักงานปลัดกระทรวงดีอี เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำนโยบาย กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ด้านสถิติ ด้านอุตุนิยมวิทยา สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร สารสนเทศ และโทรคมนาคม เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ต่อยอดการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมทั้งเป็นต้นแบบด้านดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ” สำหรับรายละเอียดรางวัลรัฐบาลดิจิทัลนี้ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ได้ทำการสำรวจหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า หน่วยงานภาครัฐระดับภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยมีหน่วยงานทั่วประเทศเข้าร่วมการสำรวจทั้งสิ้น 376 หน่วยงาน จำนวน 150 รางวัล _________________________________________

วันนี้ (7 ธันวาคม 2566) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ปลัดดีอี) ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน AI Engineering Innovation Summit 2023 ในหัวข้อ “AI and Digital Development” กล่าวถึง การส่งเสริมนโยบายภาครัฐ การลดการใช้กระดาษ การผลักดันการจัดทำข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ดังนโยบาย Go Cloud First เพื่อส่งเสริมการใช้ public cloud สร้างบริการของภาครัฐ สามารถให้บริการประชาชน แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานของภาครัฐทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นโดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ และผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ จากสถาบันชั้นนำถ่ายทอดความรู้ และร่วมหารือในประเด็นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ในด้านต่าง ๆ จัดโดยมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University) และสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Engineering Institute: AIEI) ณ True Digital Park _______________________________

วันนี้ (7 ธันวาคม 2566) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ ร่วมกล่าวเปิดงาน Thailand - Korea Smart City - ICT Day 2023 เน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญของไทยในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะภายใต้แผนงาน The growth engine of Thailand ของกระทรวงฯ และความสำเร็จของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยซึ่งปัจจุบันมีการรับรองเมืองอัฉริยะของไทยแล้ว 36 เมือง และมีเมืองที่อยู่ระหว่างการพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะอีกกว่า 100 เมือง พร้อมย้ำถึงความร่วมมือในฐานะพันธมิตรที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ รวมถึงกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี จัดโดย สํานักงานพาณิชย์เกาหลี ประจํากรุงเทพฯ (KOTRA Bangkok) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิทพร้อมร่วมหารือ กับ Mr. Oiyoung Jung รองประธานผู้บริหาร KOTRA สำนักงานใหญ่ Mr. Jeonghan Hahm อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และ Mr.Youngjung Yoon ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจเมือง กระทรวง ที่ดินโครงสร้างพื้นฐานและ คมนาคม จากสาธารณรัฐเกาหลี พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้าน Smart City ระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี ให้เข้มแข็งและแน่นแฟ้นขึ้นต่อไป __________________________  

วันนี้ (7 ธันวาคม 2566) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะผู้บริหารของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ในวันที่ 7 ธันวาคม 2566 ณ วังศุโขทัย ________________________

วันนี้ (7 ธ.ค.66) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากบริษัท Alibaba Group นำโดย Ms. Selina Yuan, Alibaba Group VP & President of Alibaba Cloud International  ร่วมหารือความร่วมมือด้านเทคโนโลยีคลาวด์ รวมถึงประโยชน์ของการนำคลาวด์มาใช้ประโยชน์กับการทำงานด้านต่าง ๆ อีกทั้งยังนำเสนอการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Alibaba Group ได้แก่ (1) Alibaba Cloud เป็นบริษัทคลาวด์คอมพิวติ้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีคลาวด์ในเอเชียแปซิฟิก ให้บริการคลาวด์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกด้านของธุรกิจ ตั้งแต่การประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล ฐานข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูล (2) Lazada เป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลก (3) Fliggy Travel เป็น แพลตฟอร์มการเดินทางออนไลน์ชั้นนำที่ให้บริการที่บูรณาการอย่างราบรื่นซึ่งตอบสนองความต้องการด้านการเดินทาง และ (4) Cainiao Smart Logistic Network หรือ ไช่เหนี่ยว สมาร์ท โลจิสติกส์ เน็ตเวิร์ค เป็นผู้นำระดับโลกในด้านโลจิสติกส์อีคอมเมิร์ซ ร่วมด้วย Ant Group เจ้าของบริการชำระเงิน Alipay ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Alibaba ปัจจุบันให้บริการทางการเงินดิจิทัล และผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้กล่าวถึงนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล การพัฒนาภาครัฐไปสู่รัฐบาลดิจิทัล การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และการเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ของประเทศด้านดิจิทัล สร้างกำลังคนวิชาชีพดิจิทัล รวมถึงมาตรการส่งเสริม e-Commerce และการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย พร้อมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศให้มีประสิทธิภาพ และมุ่งพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เข้าร่วมหารือด้วย ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ______________________________________

วันนี้ (8 ธันวาคม 2566) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอรร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ปี 2566  หยุดทุกการทุจริต! ร่วมแสดงพลัง BREAK THE CORRUPTION "ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ร่วมไทยต้านโกง" ภายใต้แนวคิด ZERO TOLERANCE คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ณ อิมแพ็คฟอรัม เมืองทองธานีงานนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการทุจริตเป็นวาระเร่งด่วน ด้วยความร่วมมือกับทั้งฝ่ายการเมือง รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ยั่งยืน โดยองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ได้ประกาศให้วันที่ 9 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล เพื่อให้ประชาคมโลก ตระหนักถึงภัยร้ายแรงที่เกิดจากการคอร์รัปชัน และร่วมแสดงจุดยืนประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการต่อต้านคอร์รัปชัน _____________________________

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง และกำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ และนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ 

แนะโทรสอบถาม - จองที่พักจากเว็บไซต์ที่เป็นทางการ กำชับทุกหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนพ้นภัยมิจฉาชีพ   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนภัยให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังมิจฉาชีพออนไลน์กำลังระบาดหลอกลวงพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ว่าจากการดำเนินการเร่งรัดปราบปราบอาชญากรรมออนไลน์ของกระทรวงดีอี ทำให้มิจฉาชีพไม่สามารถหลอกลวงพี่น้องประชาชนในรูปแบบเดิมๆ ได้ และมีการพัฒนารูปแบบการก่ออาชญากรรมออนไลน์ไปในรูปแบบต่างๆ และจากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดของกระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่ามิจฉาชีพกำลังดำเนินการใช้ช่องว่างของเทศกาลปีใหม่ 2567 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาว ซึ่งพี่น้องประชาชนจะเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนมาใช้เป็นช่องว่างในการหลอกลวงต้มตุ๋น โดยเฉพาะในการหลอกลวงเกี่ยวกับการจองโรงแรมที่พักในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งข้อมูลจากการแจ้งเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมายังศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center) หรือ AOC 1441 ของกระทรวงดีอีพบว่า ผู้เสียหายหลายรายได้แจ้งเรื่องร้องขอความช่วยเหลือในเรื่องการหลอกจองโรงแรมหลายรูปแบบวิธีการผ่านทางโซเชียลมีเดีย   นายประเสริฐ กล่าวว่า จากข้อมูลที่กระทรวงได้รับมา ส่วนใหญ่มิจฉาชีพจะทำการปลอมเพจ Facebook ของโรงแรม รีสอร์ต ขึ้นมาแล้วโพสต์ประชาสัมพันธ์ดึงดูให้มีการชำระเงินจองโรงแรมในราคาที่ถูกกว่าราคาจริง เพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ให้ทำลงทะเบียนจองและโอนเงินชำระเงินค่าบริการ ซึ่งพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่มักจะรู้ตัวเมื่อผู้เสียหายเดินทางไปถึงที่พักและพบว่าไม่มีจองโรงแรมจริง รวมทั้งเลขบัญชีธนาคารที่ทำโอนเงินชำระไปก่อนหน้านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับทางที่พัก ซึ่งเรื่องนี้ทางศูนย์ AOC 1441 ได้ดำเนินติดตามอายัดบัญชีได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลสู่การจับกุมผู้กระทำผิด   นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี ห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยกระทรวงดีอีได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดเพจปลอมและขยายผลจับกุมอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้พี่น้องประชาชนเพิ่มความระวังระวังอย่าหลงเชื่อกลโกงของมิฉาชีพ โดยสังเกตเพจ Facebook หรือโซเชียลมีเดียของโรงแรมที่พักต่างๆ ให้ดี พิจารณาว่ามีชื่อซ้ำกันหรือใกล้เคียงกันหรือไม่ ซึ่งเพจปลอมจะมีจุดสังเกตได้ง่ายคือ มักมีผู้ติดตามน้อยกว่าเพจจริง และมักจะเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ ในช่วงเวลาที่ไม่นานนัก และควรโทรศัพท์สอบถามจากเบอร์โทรศัพท์อย่างเป็นทางการของที่พักหรือโรงแรมนั้นๆ ก่อนดำเนินการจอง และชั่งใจพิจารณาเมื่อพบประกาศโฆษณาราคาถูกเกินจริงหรืออ้างว่าหลุดจอง ที่สำคัญควรจองที่พักจากเว็บไซต์ให้บริการจองที่พักที่เป็นทางการเท่านั้น   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า สำหรับในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ที่จะถึงนี้ ตนได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ พร้อมกำชับให้ทุกภาคส่วนของกระทรวงทำงานดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ในทุกด้าน หากพี่น้องประชาชนพบความผิดปกติในโลกออนไลน์หรือกังวลว่าตัวเองอาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ หรือมีเรื่องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับภัยออนไลน์ต่างๆ สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน AOC 1441 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center) พร้อมเร่งรัดช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง _____________________________



วันนี้ (12 ธันวาคม 2566) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบ ชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการเลขาธิการ กสทช., พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วย ผู้บริหาร NT AIS TRUE แถลงข่าวร่วมกันเรื่องมาตรการจัดการซิมม้าแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล          นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นที่ทราบกันดีว่าพี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนจากการถูกหลอกและโกงจากภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นอันดับต้นๆ ของความทุกข์ร้อนของคนในประเทศ โดยท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องขจัดภัยร้ายนี้ให้ออกจากสังคมไทย เพราะทุกๆ ที่ที่ไปเยี่ยมเยียนประชาชน มีการร้องทุกข์อย่างมาก จึงมีข้อสั่งการให้รัฐบาล ดำเนินการขจัดภัยนี้อย่างเร่งด่วน ด้วยรู้ว่าภัยนี้เป็นภัยระดับชาติที่ทั้งโลกกำลังประสบปัญหา โดยศัตรูซ่อนอยู่ในที่ที่เรามองไม่เห็น โดยให้กระทรวงดีอี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กสทช. เร่งดำเนินการขจัดภัยร้ายนี้ เพื่อนำความมั่นใจของประชาชนต่อระบบไซเบอร์ของประเทศกลับคืนมา พร้อมทั้งได้ประชุมกับ กสทช. อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาดังกล่าว          ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้มอบหมายให้เร่งแก้ปัญหาเรื่องหลอกลวงออนไลน์ และข้อมูลจากศูนย์ AOC ใน เดือน 1 เดือน (1-30 พ.ย. 66) ได้มีการรับแจ้งเข้ามาที่ศูนย์กว่า 80,000 สาย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เยอะมาก เราจึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้นในการจัดการเรื่องนี้และได้ดำเนินการร่วมกับ กสทช. และ Operator เพื่อจัดการผู้ต้องสงสัยผู้เข้าข่ายหลอกลวง โดยพุ่งเป้าไปที่เบอร์โทรที่โทรออกมากผิดปกติต่อวัน เช่น 100 ครั้งต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่น่าสงสัย โดยได้ตรวจเจอว่า ตั้งแต่วัน 9 ถึง 11 ธันวาคม ทั้งสิ้น 12,500 เบอร์ และจะทำการพักใช้ทุกเบอร์ทันทีในวันนี้ รวมทั้งจะมีการประชุมยกระดับมาตรการต่างๆ เพื่อให้เป็นการทำงานเชิงรุก อีกตัวอย่างคือ ตอนนี้มี 6 ล้านเลขหมายที่ขึ้นทะเบียนแบบไม่ถูกต้องเข้าข่ายผิดกฎหมาย และอยากเร่งรัดผู้ถือครองซิมมายืนยันตัวตนภายใน 30 วัน หากไม่มาดำเนินการเราจะระงับการโทรออก และให้รับสายได้อย่างเดียว          สำหรับสาเหตุและการใช้งานซิมโทรศัพท์ที่เป็นเหตุของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่า ซิมม้าหรือซิมที่คนร้าย หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในหลอกลวงประชาชนทางออนไลน์ พบพฤติกรรมที่ต้องสงสัยในการใช้งานเพื่อเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงสร้างปัญหากับประชาชนเป็นอย่างมาก กล่าวคือ ซิมโทรศัพท์หนึ่งเบอร์ ใช้โทรออกมากกว่า 100 ครั้งต่อวัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ และยังขาดการป้องกันที่ดีพอ หรือ พบการลงทะเบียนหรือ ชื่อผู้ใช้งานที่ถือครองซิมเป็นหลายร้อยเลขหมาย ที่ยังไม่ได้ยืนยันแสดงตัวตนให้ถูกต้อง อาจเป็นช่องทางของผู้ร้ายในการใช้ซิมม้าในการก่ออาชญากรรม         “ที่ผ่านมา ดีอีได้จัดประชุมร่วมกับ กสทช. กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)  รวมถึงภาคเอกชนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงมาตรการแก้ไขปัญหาซิมม้า” รัฐมนตรี ดีอี กล่าว         นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการใช้บัตรประจำตัวชาวต่างด้าวมาลงทะเบียนซิมการ์ดเปิดใช้งานและขายให้แก่บุคคลทั่วไป ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นช่องทางให้โจรใช้ในการหลอกลวงประชาชน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจับกุม ครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ อาทิ ที่ แม่สอด จังหวัดตาก พร้อมของกลางซิมพร้อมใช้งาน 4,379 หมายเลข และ ที่ชุมพร พบของกลางกว่า 10,000 หมายเลข และ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช., พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช. ด้านกฎหมาย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. เชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ประกอบด้วยบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด, บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด(มหาชน) เข้าร่วมประชุมพร้อมด้วย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. และผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หารือเพื่อดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีข้อสรุปร่วมกัน ดังนี้ 1. มอบหมายผู้รับใบอนุญาตตรวจสอบข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ใช้บริการประเภทบุคคลธรรมดาแบบชำระค่าบริการล่วงหน้า (Prepaid) ที่มีการโทรออกตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไปต่อวัน ในช่วงวันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2566 และรายงานจำนวนผู้ใช้บริการที่มีการใช้งานในลักษณะดังกล่าวมายังสำนักงาน กสทช. ภายในวันที่ 11 ธันวาคม 2566 ทางอีเมล pulsiri.n@nbtc.go.th 2. ให้ผู้รับใบอนุญาตศึกษาทางเทคนิคเพื่อหาวิธีเก็บข้อมูลการโทรออกโดยให้รวมถึงการโทรที่ไม่สำเร็จ (โทรออกแต่ไม่มีผู้รับสาย) 3. ให้ผู้รับใบอนุญาตพิจารณาการจัดทำทะเบียน White list ผู้ใช้บริการทั้งประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่อาจมีการโทรออกตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไปต่อวันแต่มิได้ใช้ในการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (เช่น ตัวแทนจำหน่ายประกัน หรือ Call Center ของหน่วยงานต่างๆ ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป) 4. กรณี ศูนย์ AOC ตรวจสอบพบว่า หมายเลขโทรศัพท์ใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” (Tier 1) ให้ศูนย์ AOC แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการยกเลิกการให้บริการได้โดยทันที และผู้รับใบอนุญาตจะต้องการขยายผลการตรวจสอบเลขหมายอื่นของผู้ใช้บริการรายดังกล่าว (Tier 2) รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นทราบและตรวจสอบด้วย โดยผู้รับใบอนุญาตจะระงับการให้บริการเลขหมาย Tier 2 เพื่อให้ผู้ใช้บริการมารายงานตน 5. กรณีเลขหมายที่อาจเข้าข่ายว่ากระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ศูนย์ AOC จะเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ผู้รับใบอนุญาตส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมพิจารณาการกระทำความผิด ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ตรวจสอบเส้นทางทราฟฟิกกรณีมีการใช้หมายเลขปลอม --------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (12 ธันวาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) พร้อมด้วย ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ และคณะทำงาน ตรวจเยี่ยม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ พร้อมรับฟังความคืบหน้าการดำเนินการ โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนนรับ ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล   ____________________________

วันนี้ (13 ธันวาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ ความร่วมมือด้านความปลอดภัยออนไลน์ประเทศไทย 2566: รู้เท่าทันการหลอกลวงทางออนไลน์ “Integrity Partnership for Thailand 2023: Staying Safe Online from Fraud and Scam” โดย Facebook ประเทศไทยจาก Meta พร้อมความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และองค์กรภาคีอื่นๆ เพื่อต่อยอดกิจกรรม “1212 ETDA : สร้างภูมิคนไทยรู้ทันปัญหาออนไลน์” ที่จัดขึ้นกว่า 20 จังหวัด ทั่วประเทศไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและสนับสนุน เป้าหมายร่วมในการเสริมสร้างความรู้แก่ประชาชนไทย เกี่ยวกับการป้องกันและรับมือปัญหามิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก 1.การพัฒนาโซเชียลแคมเปญ “จุดจบสแกมเมอร์” 2.จัดงาน Anti-Scam and Integrity Summit 2023 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เข้าร่วม และ นางสาวแคลร์ อมาดอร์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสารธารณะประจำประเทศไทย ผู้แทนจาก Meta กล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมแมคโนเลีย ชั้น 10 โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ   _________________________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.