Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา




ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรและการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรร ในการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ

วันนี้ (25 ธันวาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัล และประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงาน ที่มีผลพัฒนาการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566  รางวัล Prime Minister Awards : Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2023 เป็นรางวัลเกียรติยศที่ทรงคุณค่าสะท้อนถึงความตระหนักและความมุ่งมั่นของหน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนาการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพ ร่วมทั้งสร้างความตระหนักและรับรู้ถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างกว้างขวางในทุกภาคส่วนของสังคมไทย โดยมีพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวรายงานในพิธี และนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมขึ้นรับรางวัล ในสาขา Cybersecurity Performance Excellence Awards 2023 ประเภทหน่วยงานภาครัฐ (สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ   ______________________

วันนี้ (25 ธันวาคม 2566) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการแถลงสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2566 และแถลงแผนการปฏิบัติงานประจำปี 2567 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร เพื่อให้ผู้บริหาร กอ.รมน. (ส่วนกลาง) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องได้รับทราบผลการปฏิบัติงาน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แผนการปฏิบัติงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และนโยบายจากนายกรัฐมนตรี เพื่อยึดถือเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรัฐมนตรีว่าการจากกระทรวงฯ ต่างๆ เข้าร่วม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล   __________________________

วันนี้ (25 ธันวาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯให้การต้อนรับ และร่วมหารือกับคณะผู้แทนบริษัท Microsoft ในโอกาสขอเข้าพบ นำโดย นางสาวชนิกานต์ โปรณานันท์ ตำแหน่ง Deputy Managing Director (Public Sector and Education), Microsoft คืบหน้าการดำเนินงานความร่วมมือระหว่างบริษัท Microsoft และกระทรวงฯ ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับบริษัทไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด รวมถึงหารือในประเด็นการจัดทำแผนงานสำหรับการดำเนินงานร่วมกันในอนาคตตามขอบเขตความร่วมมือของบันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าวฯ เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิชที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ และคณะทำงานพร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   __________________________________





วันนี้ (25 ธันวาคม 2566) ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล ณ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   _____________________________

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) กล่าวว่า ตามที่ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ ดีอี แก้ปัญหาการหลุดรั่วของข้อมูลประชาชน ตลอดจนการซื้อขายข้อมูลประชาชนตามที่เป็นข่าว จึงได้เร่งดำเนินการ 6 มาตรการ ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะ 6 เดือน และระยะ 12 เดือน และได้เสนอคณะรัฐมนตรีรัฐมนตรี ประเสริฐ เผยว่า สำหรับมาตรการระยะเร่งด่วน ที่ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC Eagle Eye เร่งตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมทั้งค้นหา เฝ้าระวัง การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ตรวจสอบช่องโหว่ ระบบ Cybersecurity หรือระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล พบว่า 1. สคส. โดยศูนย์ PDPC Eagle Eye ระหว่าง 9 พ.ย. – 28 ธ.ค. 66 ได้เร่งตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ 15,820 หน่วยงาน พบว่า 4,801 หน่วยงาน มีข้อมูลรั่ว โดยแบ่งเป็น - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 2,600 หน่วยงาน - หน่วยงานรัฐอื่น (ไม่ใช่ อปท.) 1,975 หน่วยงาน - สถาบันการศึกษา 153 หน่วยงาน - เอกชน 25 หน่วยงาน ซึ่ง 4,753 หน่วยงานได้แก้ไขแล้ว ยังเหลืออีก 48 หน่วยงาน อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข 2. สกมช. ระหว่าง 9 พ.ย. – 28 ธ.ค. 66 เร่งตรวจสอบช่องโหว่ ระบบ Cybersecurity หรือระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) อาทิ ด้านพลังงานและสาธารณสุข ด้านบริการภาครัฐ และการเงินการธนาคาร เป็นต้น โดยการตรวจสอบช่องโหว่ ของระบบ Cybersecurity ตรวจพบมีความเสี่ยงระดับสูง 22 หน่วยงาน และ สกมช. ได้แจ้งให้แก้ไขแล้ว 3. การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลใน Meta (Facebook) พบ 10 เรื่อง และได้ดำเนินการปิดกั้นแล้ว 4. การซื้อขายข้อมูลใน Dark web (เว็บผิดกฎหมาย ที่คนร้ายหรือโจรออนไลน์นิยมใช้) จำนวน 3 เรื่อง สำหรับการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล ที่พบทั้ง ใน Facebook และ Dark web ขณะนี้ อยู่ระหว่างสืบสวนดำเนินคดีร่วมกับ บช.สอท.รัฐมนตรี ประเสริฐ กล่าวในตอนท้ายว่า “ ดีอี เอาจริง เรื่องขโมยข้อมูล ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล ผมได้สั่งการให้ เร่งตรวจสอบ การเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เหมาะสม และระบบ Cybersecurity ของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐที่มีข้อมูลประชาชนจำนวนมาก ยังพบว่ามีข้อมูลรั่ว และสั่งการให้เร่งแก้ไขไปแล้ว หากหน่วยงานไหน ปล่อยปละละเลยให้ข้อมูลรั่ว หรือยังทำผิดซ้ำ จะลงโทษอย่างเคร่งครัดเด็ดขาดตามกฎหมาย สำหรับการดำเนินคดีกับคนร้ายขโมยข้อมูล หรือซื้อขายข้อมูล ได้มีการจับมาลงโทษแล้ว และอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจับตัวในกรณีอื่นๆ เอามาลงโทษ ถึงเป็นโจรต่างชาติ ก็จะประสานตำรวจสากลเอาตัวมาลงโทษให้ได้”   ___________________________________________

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมที่ประชาชนให้ความสนใจสูงเป็นอับดับหนึ่ง คลอรีนในน้ำประปาเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็งเมื่อถูกความร้อน รองลงมาเป็นข่าวปลอมด้านสุขภาพ ดื่มน้ำอัดลมเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง และข่าวหลอกลงทุนออนไลน์ King Power ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามลำดับ ทั้งนี้ขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อย่าตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 22 - 28 ธันวาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,199,440 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 88 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 77 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 55 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 40 เรื่องทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคง ภายในกระเทศ จำนวน 37 เรื่อง อาทิ รัฐบาล ร่วมกับสคร. ส่ง SMS แจ้งประชาชนที่ถูกรางวัลเลขท้ายเบอร์มงคล ประจำปี 2566 ติดต่อรับรางวัล เป็นต้นกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 6 เรื่อง อาทิ ยาลดกรด ทำให้เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง  เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 1 เรื่อง  กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 11 เรื่อง อาทิ ธนาคารอิสลาม ชี้แจงปม ทำโฉนดที่ดินลูกค้าหาย ทำให้ไม่สามารถขายเพื่อชำระหนี้ได้ทันเวลา เป็นต้น  ทั้งนี้ แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 7 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่  อันดับที่ 1 : เรื่อง คลอรีนในน้ำประปาเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็งเมื่อถูกความร้อน อันดับที่ 2 : เรื่อง ดื่มน้ำอัดลมเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง อันดับที่ 3 : เรื่อง King Power ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดกองทุนระยะสั้น 1,000 บาท กำไร 12-30% ต่อวัน อันดับที่ 4 : เรื่อง มีบัญชีไลน์ให้ข้อมูลด้านการลงทุน โดยมีหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนไทย อันดับที่ 5 : เรื่อง ผู้ที่กระเพาะมีปัญหา กินของเย็น ผลไม้ให้น้ำมาก อาการจะยิ่งรุนแรง ทำให้ใจสั่น และเต้นแรง อันดับที่ 6 : เรื่อง ครม. อนุมัติเพิ่มวันหยุดปีใหม่เป็น 5 วันติด 28 ธ.ค. 66-1 ม.ค. 67 อันดับที่ 7 : เรื่อง เพจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการออนไลน์จาก รพ.บำรุงราษฎร์ ชวนลงทุนผ่านไลน์ โดยมีการรับรองจาก ก.ล.ต. อันดับที่ 8 : เรื่อง กระทรวงดิจิทัลฯ เปิดรับแจ้งปัญหาออนไลน์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ อันดับที่ 9 : เรื่อง ต้นฝ้ายกับแห้วหมู ต้มดื่มแก้ต่อมลูกหมากอักเสบ และต่อมลูกหมากโต อันดับที่ 10 : เรื่อง โควิด 19 ไม่ใช่ไวรัส แต่เกิดจากแบคทีเรียสัมผัสรังสี 5Gทั้งนี้ ดีอี ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์/โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม ดังกล่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”   ___________________________________

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เผย ผลการทำงานของ AOC 1441 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC ) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 28 ธันวาคม 2566 ประชาชนติดต่อ 183,016 สาย และ AOC 1441 ช่วยอายัดบัญชีแล้ว 20,204 บัญชี โดยในเดือน ธันวาคม ใช้เวลาเฉลี่ย 9 นาที ต่อการอายัดบัญชี นอกจากนี้ ช่วยจับกุมคนร้ายแล้วกว่า 400 ราย 👉สำหรับ TOP 5 การอายัดบัญชีแยกตามประเภทคดีออนไลน์ และ ร้อยละ ของจำนวนบัญชีที่อายัดทั้งหมด 1. หลอกลวงซื้อขายสินค้า อายัด 16,033 บัญชี คิดเป็น 45.2 % ของจำนวนบัญชีที่อายัดทั้งหมด2. หลอกลวงรายได้พิเศษ อายัด 4,596 บัญชี คิดเป็น 13.0 %3. หลอกลวงลงทุน อายัด 3,126 บัญชี คิดเป็น 8.8%4. หลอกลวงให้กู้เงิน   อายัด 2,870 บัญชี คิดเป็น 8.1%5. หลอกลวง call center อายัด 2,520 บัญชี คิดเป็น 7.1% ภาพรวมการดำเนินงาน AOC 1441 น่าพอใจ สามารถช่วยประชาชนได้เป็นจำนวนมาก การทำงานลงตัวขึ้น หลังจากที่ขลุกขลัก ในสัปดาห์แรกๆ หลังจากนั้น การทำงานเร็วขึ้นมาก สามารถอายัดบัญชีได้รวดเร็ว และทำการขยายผลจับกุมดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป ตำรวจ ต้องเร่งขยายผลจับกุมดำเนินคดี จากข้อมูล บัญชีม้า (บัญชีที่คนร้ายใช้สำหรับการรับโอนเงิน) และเส้นทางการเงิน หมายเลขโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงกับ บัญชี เป็นต้น     รัฐมนตรี ดีอี กล่าวเพิ่มว่า ถึงแม้ว่าการดำเนินการของ AOC 1441 จะช่วยประชาชนได้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ต้อง ขอเตือนว่า การซื้อขายออนไลน์ ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะช่องทาง facebook มีคนร้ายใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียนี้ เยอะมาก คนร้ายใช้วิธีการซื้อโฆษณา ใน facebook เพื่อเข้าถึงประชาชนจำนวนมาก และ ยังพบว่ามีประชาชนหลงเชื่อ โฆษณาของโจรอยู่มาก มีคนถูกหลอกลวง ทุกๆ วัน เป็นจำนวนมาก 🌟 เป้าหมายของศูนย์ AOC 1441 คือ 1. อายัดบัญชีของคนร้าย ให้ผู้เสียหายทันที2. ติดตามสถานะ การแก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายทุกขั้นตอนได้ทันที3. เร่งการคืนเงินให้ผู้เสียหาย4. เพิ่มประสิทธิภาพการจับกุม ดำเนินคดีและการขยายผลคดี โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยงานบูรณาการข้อมูล และร่วมทำงานทันทีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย 📌สำหรับศูนย์ AOC สายด่วน 1441 โทร.ปรึกษาได้ตลอด 24 ชม. จัดตั้งขึ้นเพื่อให้มีการบูรณาการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ให้บริการ one stop service แก่ประชาชน ช่วยดำเนินการ ระงับ/อายัดบัญชี ได้ทันที รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยออนไลน์     รัฐมนตรี ประเสริฐฯ (รมว. ดีอี) กล่าวในตอนท้ายว่า "นายกฯ เศรษฐา มีความห่วงใย ต่อผู้เสียหายจากโจรออนไลน์ ได้สั่งการให้ ดีอี ทำงานเชิงรุก ดีอี ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ  ได้จัดตั้ง ศูนย์ AOC 1441 ขึ้น ซึ่ง ในภาพรวม มีการทำงานดีขึ้นมาก โดยในเดือน ธันวาคม 2566 ใช้เวลาในการอายัดบัญชีลดลงเหลือ เฉลี่ย 9 นาที จากเดิมเฉลี่ย 15 นาที และทำการอายัด ได้ถึง 500 บัญชีต่อวัน ผม (รมว. ดีอี) มั่นใจว่า ศูนย์นี้ ช่วยแก้ปัญหาภัยออนไลน์ให้ประชาชนได้  ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บังคับใช้กฎหมาย จะสามารถดำเนินคดี หาตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สามารถลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้อย่างแน่นอน

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.