Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 นาย ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมถวายแจกันดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี และร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2567 ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ด้านตะวันออก ศาลาว่าการพระราชวังในพระบรมมหาราชวัง

       เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) พร้อมด้วยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เข้าร่วมถวายแจกันดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2567 ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง -------------------------------






วันนี้ ( 5 มกราคม 2567 ) ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีวันคล้ายวันสถาปนา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ครบรอบ 3 ปี โดยมีผู้บริหาร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ณ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ .......................................................................

วันนี้ (5 มกราคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมหารือการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ซึ่งในที่ประชุมได้หนดกลไกในการยกระดับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และการดำเนินการของธนาคารในการระบุได้ว่าบัญชีใดที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และบัญชีม้า และสามารถหยุดยั้งเงินในบัญชีหรือการทำธุรกรรมทางการเงินของบัญชีนั้น พร้อมทั้งหารือแนวทางให้ธนาคารต่าง ๆ ดูแลบัญชีลูกค้าของตนเอง เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นบัญชีการพนันและบัญชีม้า โดยมีนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ...............................................................

วันนี้ (5 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การพัฒนาระบบบริการโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 72 พรรษา ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับ มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช, นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิด พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม และนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานในพิธี ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 อาคาร 1 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข   ทั้งนี้ นายประเสริฐ รมว.ดีอี ได้ร่วมกล่าวถึงความร่วมมือการพัฒนาระบบบริการโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจรฯ ว่า “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่สนับสนุนการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตระบบเทคโนโลยี และการสื่อสารร่วมกับภาคีเครือข่ายสำหรับการให้บริการรถวินิจฉัยและรักษาภาวะวิกฤติ ทางหลอดเลือดสมองเคลื่อนที่ (Mobile Stroke Unit (MSU) ) ในพื้นที่ต่างๆ และพื้นที่ห่างไกลรวมทั้งให้ การช่วยเหลือด้านอื่นๆที่จําเป็น” ……………………………………………….

          กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนไลน์ปลอมของธนาคารกรุงไทย  “KTB 5 PLUS” ข่าวปลอมขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมายังเป็นข่าวปล่อยสินเชื่อ-เงินกู้-หลอกลงทุน  ยังอาละวาดหนักทั่วโซเชียล นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2566 - 4 มกราคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,119,817 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 114 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 105 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 9 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 81 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 37 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 47 เรื่อง อาทิ กรมจัดหางานเพิ่มโควต้าหาคนไปทำงานเกาหลี จาก 2,500 คน เป็น 15,000 คน เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 22 เรื่อง อาทิ สปสช. มอบของขวัญปีใหม่ ดูแลสุขภาพคนไทยในต่างประเทศ ผ่านระบบการแพทย์ทางไกล เริ่ม 15 ม.ค. 67เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 3 เรื่อง อาทิ ายกฯ สั่งติดตามแผ่นดินไหวญี่ปุ่นและสึนามิ เตรียมแผนช่วยคนไทยกรณี  ฉุกเฉิน เป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 9 เรื่อง อาทิ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดขาย SET50 กองทุนรวมทองคำไทย เปิดพอร์ต เริ่มต้น 1,000 บาท รับปันผล 30,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 8 เรื่อง โดยพบข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กรุงไทยใช้ชื่อบัญชีไลน์ KTB 5 PLUS อันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารออมสินปล่อยเงินกู้ฉุกเฉิน ผ่านเพจเพื่อนแท้ เงินด่วน อันดับที่ 3 : เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อกองทุนรวม SSF พิเศษ ผ่านเพจ GSB Trading อันดับที่ 4 : เรื่อง กรมจัดหางานเพิ่มโควตาหาคนไปทำงานเกาหลี จาก 2,500 คน เป็น 15,000 คน อันดับที่ 5 : เรื่อง ก.ล.ต. ร่วมกับหุ้น CPF เปิดกองทุนหุ้นเครือ CP ราคาเริ่มต้นที่ 1,180 รับปันผล 390 ต่อวัน อันดับที่ 6 : มะเร็งรักษาหายได้ ด้วยต้นกาฝากทับทิม อันดับที่ 7 : เรื่อง สำนักงานประกันสังคมเตรียมเก็บเพิ่ม จาก 750 เป็น 875 บาท/เดือน เริ่ม 1 ม.ค. 67 อันดับที่ 8 : เรื่อง กินเผ็ดเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ผอมเร็ว อันดับที่ 9 : เรื่อง ไปรษณีย์เตือนมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 จากจดหมายหรือพัสดุ อันดับที่ 10 : เรื่อง สภากาชาดไทยจำหน่ายเลือดที่ได้จากการบริจาคฟรีให้กับโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์/โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม ดังกล่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์@antifakenewscenter เว็บ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ (8 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณะผู้แทนบริษัท อเมซอน เว็บ เซอวิสเซส (ประเทศไทย) (AWS) นำโดย คุณอิริค คอนราด (Mr.Eric Conrad) กรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าภาครัฐ ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ AWS และหน่วยงานจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และผู้แทนจากบริษัท โทรคมนาคมแหงชาติ จำกัด (มหาชน) โดยที่ประชุมได้หารือความร่วมมือด้าน cloud services เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการฝึกอบรมและพัฒนาบุคคลากร การลงทุน การประสานความร่วมมือกับเครือข่ายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เเละประเด็นหารืออื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป โดยมี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ………………………………………………….  



นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า จากการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ระหว่าง วันที่ 1-5 มกราคมที่ผ่านมา มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงผ่านเครือข่ายออนไลน์ในหลายรูปแบบ โดยมีเคสตัวอย่าง 5 คดี ดังนี้ คดีที่ 1 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance scam) มูลค่าความเสียหาย 1.9 ล้านบาท รายละเอียดคดี คือ ผู้เสียหายรู้จักกับคนร้ายที่ติดต่อมาผ่านช่องทาง Facebook ต่อมาได้พูดคุยผ่านช่องทาง Line เริ่มพูดคุยกันจนสนิทใจและได้หลอกให้โอนเงินเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่อ้างว่าเดือดร้อนเรื่องเงิน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไป ปัจจุบันทำการติดต่อไม่ได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 2 หลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1.25 ล้านบาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายรู้จักกับทางมิจฉาชีพที่ติดต่อมาผ่านช่องทาง Facebook ต่อมาได้พูดคุยผ่านช่องทาง Line และหลอกให้ลงทุนอ้างว่าเป็นการลงทุนผ่าน www.clubshopmall.com โดยต้องแลกเงินสกุลไทยเป็นเงินสกุลดอลลาร์ เพื่อเป็นเงินทุนในร้านค้า ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป ผ่านแพลตฟอร์ม Bittaza เพื่อแลกเป็นเงินสกุลดอลลาร์ เมื่อผู้เสียหายโอนเงิน ไปแล้ว ไม่สามารถเอาเงินออกจากระบบได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 3 หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 1.21 ล้านบาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายรู้จักมิจฉาชีพที่ติดต่อมาผ่านช่องทาง Facebook ใช้ชื่อว่า Steluke ต่อมา ได้พูดคุยผ่านช่องทาง Line และชักชวนให้ลงทุน Forex โดยให้ทำการลงทุนเพื่อจะได้ ค่าคอมมิชชั่นจึงได้โอนเงินไปหลายครั้ง แต่พอลงทุนเงินเพิ่มก็ไม่สามารถถอนออกได้ ทั้งยัง อ้างว่าต้องชำระค่าภาษี ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป แต่ก็ยังไม่สามารถถอนเงินออกมา ได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 4 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ มูลค่าความเสียหาย 4 ล้านบาท รายละเอียดคดี พบว่า มิจฉาชีพโทรหาผู้เสียหาย แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีกรมที่ดิน ต่อมาได้มีการพูดคุยผ่านช่องทาง Line หลอกลวงให้ติดตั้งแอพพลิเคชันของกรมที่ดินให้ทำการสแกนใบหน้า จากนั้นปรากฏว่าโทรศัพท์ถูกล็อกไม่สามารถเข้าใช้งานได้ และทราบว่าเงินในบัญชีธนาคารของผู้เสียหายถูกโอนออกไปจากบัญชีของตน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก และ คดีที่ 5 หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 20 ล้านบาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายรู้จักมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook แล้วได้มีการติดต่อพูดคุยกันผ่านช่องทาง Line ต่อมามิจฉาชีพได้มีการชักชวนผู้เสียหายลงทุนเทรดหุ้นผ่านแพลตฟอร์มที่ส่งมาให้ ซึ่งอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและได้โอนเงินไปลงทุนตามคำแนะนำ แต่เมื่อต้องการถอนเงินไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก ซึ่งทั้ง5 คดี ได้ติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ AOC 1441 รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดีมากกว่า 28 ล้านบาท ดีอี ขอให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook และ Line เนื่องจาก 5 คดีที่กล่าวมา มิจฉาชีพติดต่อกับผู้เสียหายผ่าน Facebook จากนั้นมิจฉาชีพจะขอ Line ผู้เสียหาย เพื่อขอให้ผู้เสียหายมีการพูดคุยผ่าน Line ก่อนที่จะหลอกให้มีการโอนเงินผ่านออนไลน์ไปยังบัญชีธนาคารของมิจฉาชีพ “ดีอี ขอเตือนภัยกับทุกท่าน ที่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่คุ้นเคยที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย จากนั้นขอพูดคุยสานต่อขอเป็นคนรัก ขอชวนลงทุน ขอให้ช่วยโหลดโปรแกรมต่างๆ ขอให้ท่านอย่าไว้ใจหรือตระหนักเสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพจนหมดตัวได้” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   .......................................................................

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.