Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (10 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 1/2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม .............................................

วันนี้ (10 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ,  นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ และคณะทำงาน ตรวจเยี่ยม สำนักงานสถิติแห่งชาติ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ พร้อมมอบนโยบายและรับฟังความคืบหน้าการดำเนินการ โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานสถิติแห่งชาติ .............................................


วันนี้ (10 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขานรับนโยบายส่งเสริมสินค้าวัฒนธรรม เปิดตัวโครงการ “กางเกงแมวโคราช” แฟชั่นไอเทมใหม่ล่าสุดภายในเกม Free Fire เกมแบทเทิลรอยัลระดับโลก จากการีนาที่เข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกกว่า 568 ล้านคน จาก 160 ประเทศ ซึ่ง “กางเกงแมวโคราช” เป็นสินค้าเอสเอ็มอีไทยที่ต่อยอดมาจากการประกวดออกแบบลายโคราช โมโนแกรม (KORAT MONOGRAM) นับเป็นการต่อยอดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลคอนเทนต์จากอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่กำลังเติบโต ตลอดจนยังสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้เล่นด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ที่พาผู้เล่นทั้งในไทยและต่างประเทศเข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความแปลกใหม่ เป็นการเผยแพร่เสน่ห์ของประเทศไทยในมุมใหม่ ๆ ออกไปสู่สายตาชาวโลก ด้วยความมือของ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์เจริญ ประธาน YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ การีนา อีสปอร์ต สตูดิโอ   ทั้งนี้ นายประเสริฐ รมว.ดีอี ได้กล่าวเสริมว่า “ในโลกสมัยใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยี การผสานร่วมวัฒนธรรม อัตลักษณ์พื้นถิ่น และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเผยแพร่สินค้าวัฒนธรรม (Cultural Products) ผ่านดิจิทัลคอนเทนท์ จะเพิ่มคุณค่า การรับรู้ และสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ สู่เวทีโลก ให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง” .............................................




วันนี้ (11 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันแถลงข่าว “ผลการทำสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566” โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ, นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องไดมอนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี สำหรับโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 เป็นสำมะโนการเกษตรของประเทศไทย ครั้งที่ 7 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ทำการเก็บข้อมูลจากเกษตรกรในไทย มาประมวลผลและนำเสนอผลข้อมูลสถิติ ซึ่งจะทำให้ทราบโครงสร้างการเกษตรของประเทศ และการเปลี่ยนแปลงในรอบ 10 ปี นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังใช้อ้างอิง ในการกำหนดนโยบาย มาตรการ ติดตามและประเมินผล การพัฒนาการเกษตรของประเทศ รวมทั้งใช้ วางแผนพัฒนาการเกษตรและประชากรในภาคการเกษตรของประเทศต่อไป ทั้งนี้ ภารกิจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรนั้น ได้มีนโยบายส่งเสริมการยกระดับเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีแผนการพัฒนาศักยภาพการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพที่อาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆรวมถึงการใช้และการเข้าถึงเทคโนโลยีการเกษตรเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบข้อมูลสำหรับวางแผนการผลิตเพื่อพัฒนาเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรอัจฉริยะที่สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้พัฒนาไปสู่รูปแบบฟาร์มอัจฉริยะรวมทั้งสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ เข้ามาใช้ทำการเกษตร ได้แก่โดรน ไอโอที (Internet of Things) รวมถึงแพลตฟอร์มต่าง ๆ ด้วย ……………………………………………

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว “รายคดีสำคัญ” พร้อมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยึดทรัพย์และทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ 3 จังหวัด เชียงใหม่ –นนทบุรี และกรุงเทพฯ จำนวน 13 จุด ยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 1,205 ล้านบาท วันนี้ (12 มกราคม 67 ) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีดีอี, นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.), พลตำรวจเอก รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พลตำรวจโท วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และนายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมายและโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ร่วมแถลงข่าวปฏิบัติการยึดทรัพย์เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัด นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาล โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการให้ดีอี เร่งปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ พร้อมเน้นย้ำการทำงานใกล้ชิดร่วมกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด โดยได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 เพื่อให้เป็น One Stop Service แก้ปัญหาออนไลน์แก่ประชาชน โดยให้บริการ 24 ชั่วโมง ตลอดจนมี War-room ในการติดตามสถานการณ์ สั่งการปฏิบัติการป้องกันปราบปรามโจรออนไลน์อย่างทันเวลา รวมทั้งการบูณาการความร่วมมือด้านการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาชญากรรมออนไลน์และขยายผลไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดการติดตามทรัพย์สินให้กับผู้เสียหาย ทั้งนี้จากความร่วมมือกันทำงานอย่างเข้มข้น ได้นำมาสู่นำมาสู่การจับกุมคดีสำคัญ และดำเนินการผู้กระทำความผิด และคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหายได้เป็นจำนวนมาก ดังนี้  คดี นางสาวธารารัตน์ฯ กับพวก ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน มีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะ ร่วมกันกระทำความผิดเป็นขบวนการ ทั้งในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้วิธีการโทรศัพท์สุ่มเข้ามาหลอกลวงประชาชน แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ และหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายด้วยการโพสต์ข้อความผ่าน Facebook เพื่อชักชวนให้บุคคลทั่วไปมาแลกเปลี่ยนเงินสกุลบาทเป็นเงินสกุลหยวนในอัตราที่ถูกกว่าอัตราแลกเปลี่ยนของสถาบันการเงิน โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มของนางสาวธารารัตน์ฯ กับพวก มีการโอนเงินมากกว่า 3 พันล้านบาท ไม่สอดคล้องกับอาชีพรายได้ รวมทั้งกลุ่มผู้กระทำความผิดดังกล่าวมีการโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากของกลุ่มผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ และทำธุรกรรมเพื่อปกปิด อำพราง ซ่อนเร้น หรือยักย้ายถ่ายเทเงินและแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ด้วย โดยในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 ณ สำนักงาน ปปง. คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมไว้ชั่วคราว มูลค่าประมาณ 924 ล้านบาท  สำหรับปฏิบัติการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ ทางสำนักงาน ปปง. ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ลงพื้นที่ตรวจค้นและยึดทรัพย์เครือข่ายของผู้กระทำความผิดในรายคดีดังกล่าว เป้าหมาย 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ จำนวน 4 จุด นนทบุรี จำนวน 2 จุด และกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 จุด รวม 13 จุด  ผลจากการเข้าตรวจค้นพบทรัพย์สินผลการเข้าตรวจค้นพบทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวนหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 161.5 ล้านบาท และตรวจพบบ้านพักหรู จำนวน 2  หลัง รวมมูลค่าประมาณ 120 ล้านบาท  ซึ่งได้ยึดไว้และดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป  ทั้งนี้ ในคดีความผิดที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระในคดีรายอื่นๆ สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายเพื่อดำเนินการคุ้มครองสิทธิฯ โดยให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายในรายคดีที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียดแห่งความเสียหายและจำนวนความเสียหายที่ได้รับต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปปง. ภายในระยะเวลา 90 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามแต่คดี โดยผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์สำนักงาน ปปง. (www.amlo.go.th) “กระทรวงดีอี และพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มีความมุ่งมั่นที่จะกวาดล้างอาชอาญกรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซิมผี-ซิมม้า พนันออนไลน์ หลอกโหลดแอป และอื่น ๆ เพื่อลดความเสียหายและลดความเสี่ยงให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน รวมทั้งหามาตรการใหม่ๆ เพื่อยับยั้งการทำงานของมิจฉาชีพด้วย และบูรณาการการทํางานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เมื่อได้รับแจ้งจาก ผู้เสียหาย” นายประเสริฐ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ......................................................................

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตือนข่าวปลอม “ปตท. ตัดน้ำตัดไฟไม่ให้ใช้ห้องน้ำ ในสถานีบริการ” ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมา “นวดศีรษะของตัวเอง วันละ 1-2 นาที ป้องกันเส้นเลือดสมองตีบได้” และเปิดรับสมัครงานเพจ THAI Corporate Communications ของการบินไทย เตือนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เช็คให้ชัวร์ ก่อนแชร์ ระวังมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน และล้วงเอาข้อมูลสำคัญ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 5 - 11 มกราคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,195,046 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 168 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 150 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 18 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 106 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมา 37 เรื่อง   ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 63 เรื่อง อาทิ รับสมัครพนักงานแพ็คของ รายได้เฉลี่ย 450 บาท/ต่อวันผ่านเพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 21 เรื่อง อาทิ หากจมูกเริ่มไม่ได้กลิ่น แม้ไม่เป็นหวัด ให้รีบไปตรวจ เพราะอาจมีผลต่อสมองส่วนความจำ เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง อาทิ ไทยเข้าสู่ฤดูฝุ่นจากความกดอากาศสูง และอัตราการระบายฝุ่นต่ำทำให้เกิดการสะสมของฝุ่น เป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 16 เรื่อง อาทิ กลต. ร่วมกับ CP ALL เปิดโอกาสให้จองหุ้น CPF และกองทุนหุ้นเครือ CP เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 12-30% ต่อวัน 20,000 บาท ปันผล 3-7% ต่อวัน เป็นต้น โดย แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 11 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : ปตท. ตัดน้ำตัดไฟไม่ให้ใช้ห้องน้ำในสถานีบริการ อันดับที่ 2 : นวดศีรษะของตัวเอง วันละ 1-2 นาที ช่วยป้องกันเส้นเลือดสมองตีบได้ อันดับที่ 3 : เพจ THAI Corporate Communications เฟซบุ๊กหลักฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัทฯ การบินไทยเปิดรับสมัครงาน อันดับที่ 4 : กรุงไทยเปิดเว็บไซต์ https://88886666z.top/ ปล่อยสินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ อันดับที่ 5 : เปิดโอกาสลงทุนกองทุนรวมหุ้น มั่นคง และมีการรับรองจาก กลต. ราคาเปิดพอร์ต 899 ปันผล 250 บาท อันดับที่ 6 : PEA เปิดบัญชีซื้อขายกองทุนรวมหุ้น ราคาเปิดพอร์ต 899 บาท ปันผล 250 บาทต่อวัน อันดับที่ 7 : รับประทานไข่ทำให้แผลเป็นนูน อันดับที่ 8 : เส้นเลือดตีบตัน เช็กได้จากปลายลิ้น อันดับที่ 9 : มอบสิทธิ์ลุ้นรับของขวัญ ให้คลิกปุ่ม รับของขวัญ เพื่อดำเนินการต่อ อันดับที่ 10 : กรุงไทยปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล วงเงิน 50,000-1,000,000 บาท ผ่อนนาน 5 ปีดีอี ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบให้รอบด้าน อย่าหลงเชื่อในข้อความเชิญชวนต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการหลอกลวงให้กู้เงิน หลอกลงทุน ให้สินเชื่อต่าง ๆ ของมิจฉาชีพ หากหากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติ ผ่านเอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ขอให้ท่านตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดีย และออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ที่ ไลน์@antifakenewscenter เว็บ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ (13 มกราคม 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ พร้อมเยี่ยมชมบูธกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์กรมหาชน) และนายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ดีป้า ร่วมให้การตัอนรับ พร้อมนำของที่ระลึกมามอบให้กับเด็กๆ  ณ บูธของกระทรวงดิจิทัลฯ โดยดีอี ได้นำกิจกรรมสนุกๆ มาร่วมมอบความสุข ให้กับเด็กๆ ในปีนี้ ได้แก่🌟บูธกิจกรรม DE x Depa ขอชวนน้อง ๆ หนู ๆ เข้าสู่ depa Digital Content Zone ในคอนเซปท์ Digital Soft Power ที่จะเสิร์ฟสาระและความบันเทิงแบบจุก ๆ พร้อมลุ้นรับผลงานคาแรกเตอร์ฝีมือคนไทย ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล  🌟บูธกิจกรรม DE x BDI ชวนเด็กๆ มาร่วมสนุก พร้อมเรียนรู้เรื่องโค้ดดิ้ง ปูพื้นฐานทักษะการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นด้วย code.org ณ ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล ________________________

ตามที่มีข้อมูลเผยแพร่ทั่วสื่อออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เปิดเพจเฟซบุ๊กเพื่อติดต่อกับ ปชช. ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วนงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ   โดย เพจเฟซบุ๊กจริงจะมีชื่อว่า เศรษฐา ทวีสิน - Srettha Thavisin และมีเครื่องหมายกาถูกสีฟ้า (meta verified) กำกับอยู่หลังชื่อเท่านั้น ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันตัวตนของเฟซบุ๊ก ทั้งนี้ สามารถสังเกตลิงก์ URL ของเพจ คือ https://www.facebook.com/Thavisin.Official   หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสข่าวปลอม สามารถแจ้งได้ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG) Website : https://www.antifakenewscenter.com/ Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand Tiktok : @antifakenewscenter สายด่วน : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน 1111 ต่อ 87



วันนี้ (12 มกราคม 67 ) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคร่วมกันระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สภาองค์กรของผู้บริโภค นำโดยนางสาวบุญเย็น ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค และคณะทำงาน เพื่อหารือแนวทางการทำงานร่วมกันในการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ………………………………………………….

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.