Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (30 มกราคม 2567) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวกรรวี  สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีเรดาร์สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ พร้อมหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถานีฯ โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ สถานีเรดาร์สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ …………………………………


วันที่ 30-31 มกราคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 4 (The 4th ASEAN Digital Senior Officials Meeting: ADGSOM) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อหารือและพิจารณาผลลัพธ์สำคัญของการประชุม ADGMIN ครั้งที่ 4 โดยมี ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และคู่เจรจา ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และ APT รวมด้วยผู้แทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียน   โดยในระหว่างการประชุมฯ ได้มีการรายงานความสำเร็จของประเทศไทยและอาเซียนในการผลักดันการจัดตั้งคณะทำงานอาเซียน ด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ (The ASEAN Working Group on Anti – Online Scam (WG – AS) ซึ่งเป็นข้อเสนอของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีสำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนในการประสานงานและร่วมมือกันในการเสริมสร้างศักยภาพ การฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับการหลอกลวงทางออนไลน์ และการหลอกลวงผ่านช่องทางดิจิทัลและโทรคมนาคม โดยจะเป็นการยกระดับการบูรณาการการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ของอาเซียน เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชน ……………………………………….

วันที่ (30 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงานเสวนาและแลกเปลี่ยนไอเดียการดำเนินธุรกิจ Digital Night #13: Business Transformation & Human Management โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยในงานได้มีการให้ความรู้ด้านการบริหารองค์กรและบุคลากร  จากวิทยากรชั้นนำ พร้อมเหล่าแพลตฟอร์ม และโซลูชั่น ที่จะช่วยเปลี่ยนให้ธุรกิจเป็นองค์กรดิจิทัลได้สะดวก และง่ายมากยิ่งขึ้น เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้บูรณาการส่งเสริมความรู้ทางด้านเทคโนโลยี  เป็นการเพิ่มโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ  และแสวงหาโอกาสในการขยายตลาดสินค้า บริการในตลาดสากลด้วยดิจิทัลได้มากยิ่งขึ้น โดยมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายอมฤต ฟรานเซน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล และคณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), นายสุทธิเกียรติวีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ Zilla Space ชั้น 11 Building 2, FYI Center กรุงเทพฯ ……………………………………….

ดีอี เตือนภัย คนรักผ้าไทย ระวังเพจเฟชบุ๊คปลอม มิจฉาชีพหลอก ตั้งราคาสินค้าถูกเกินจริง   นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า ดีอี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนกลุ่มร้านค้าผ้าไหมไทย โดยคุณละมุล เจ้าของร้าน ชนวีร์ผ้าไหมไทย จังหวัดชัยภูมิ ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันร้านผ้าไทยทั่วทั้งประเทศได้รับผลกระทบจากมิจฉาชีพออนไลน์ในรูปแบบเดียวกัน คือ   1) มิจฉาชีพได้แอบนำรูปผ้าไทย หรือเสื้อผ้าทางร้านไปแอบอ้างขายในเพจปลอมที่สร้างขึ้น โดยมีการตั้งราคาขายที่ถูกกว่าราคาร้านทั่วไปหลายเท่า เพื่อหลอกจูงใจให้คนหลงเชื่อ และโอนเงิน ก่อนจะทำการปิดเพจหนี 2) มิจฉาชีพจะทำการยิงแอดโฆษณาเพื่อหลอกล่อกลุ่มผู้ซื้อ โดยเพจปลอมจะมีผู้ติดตามและจำนวนผู้กดไลค์โพสต์จำนวนมาก ทำให้ผู้ชื้อหลงเชื่อว่าเป็นร้านค้าจริงที่ได้รับความนิยม 3) มิจฉาชีพจะทำการลอกเลียนแบบเพจร้านที่มีชื่อเสียง โดยปัจจุบันการไลฟ์ก็สามารถนำคลิปจากเพจจริงมาไลฟ์พร้อมกัน เพื่อสร้างความสับสนให้แก่ผู้ซื้อ 4) กลุ่มมิจฉาชีพจะมุ่งเป้าในกลุ่มวัยทำงานและกลุ่มผู้สูงอายุที่นิยมการสวมใส่ผ้าไทย และมีกำลังทรัพย์ในการซื้อผ้าผืนหรือชุดผ้าไทยจากทั่วประเทศ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่อร้านค้าและผู้ขาย เพื่อป้องกันความเสียหายกับประชาชน ดีอี ได้ประสานงานกับพันธมิตรในการปิดกั้นเพจปลอมแล้ว    “ดีอีขอให้ท่านที่สนใจจะสั่งซื้อผ้าไทยผ่านออนไลน์ ขอให้ท่านตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจ ก่อนที่ท่านจะกดคำสั่งซื้อสินค้า และขอให้ท่านพิจารณาว่าราคาสินค้าสอดคล้องกับสินค้าที่ท่านจะสั่งซื้อหรือไม่เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ หากท่านมีความสงสัยว่าร้านค้าออนไลน์ที่ท่านสินค้าที่ท่านสั่งซื้อเป็นสินค้าปลอม หรือร้านค้าปลอม ขอให้ท่านแจ้งไปยังศูนย์แก้ปัญหาหลอกลวงทางออนไลน์ หรือ AOC 1441 เพื่อตรวจสอบและป้องกันการหลอกลวงจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางออนไลน์” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าวว่า ดีอีจะดำเนินงานร่วมกับพันธมิตร ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ประชาชนปลอดภัยจากภัยออนไลน์มากที่สุด

รมว.ดีอี ร่วมเวที รัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 4 เร่งยกระดับต่อต้านหลอกลวงออนไลน์   วันนี้ (1 ก.พ.67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้เเทนประเทศไทย พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล (ADGMIN) ครั้งที่ 4  ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “การสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัลที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้” (Building an Inclusive and Trusted Digital Ecosystem) โดยมีรัฐมนตรีดิจิทัล จากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศเข้าร่วม   นายประเสริฐกล่าวว่า ดีอี ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลง โดยได้หยิบยกนโยบายสำคัญ “The Growth Engine of Thailand” ในการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย โดยแบ่งเป็น 3 ด้านของการพัฒนา อันได้แก่ 1) การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อการเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ยกระดับการให้บริการด้านดิจิทัลของภาครัฐกับประชาชน รวมถึงการโปรโมทการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ในภาครัฐที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่าระบบที่เป็นอยู่ 2) การเพิ่มระดับความปลอดภัยและมั่นคงทางดิจิทัล โดยเร่งสร้างเครื่องมือในการจัดการกับภัยทางไซเบอร์ หรืออาชญกรรมออนไลน์ รวมทั้งการป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นผ่านการให้ความรู้แก่ประชาชน 3) การสร้างบุคลากรด้านดิจิทัล โดยเน้นการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถด้านดิจิทัลให้กับประชาชนผ่านคอนเซป “Digital for All” นอกจากนี้ ยังตระหนักถึงความร่วมมือในแนวทางของการควบคุมและจรรยาบรรณของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance and Ethics) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ในปัจจุบัน เนื่องจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประเดิษฐ์ที่เป็นเทคโนโลยีที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในขณะนี้ โดยนายประเสริฐได้กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยได้เห็นถึงความสำคัญและได้มีการจัดทำ Thailand AI Ethics Guideline เพื่อควบคุมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในประเทศไทย   นายประเสริฐยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดการภัยออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่งด้านความมั่นคงระดับประเทศและเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะในการจัดตั้งคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ (The ASEAN Working Group on Anti – Online Scam: WG – AS) ซึ่งเป็นข้อเสนอของประเทศไทย เพื่อร่วมกันยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันและรับมือกับปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ของอาเซียน ซึ่งเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติระดับโลก เพื่อร่วมบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และได้กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ AOC 1441 เพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชน    นายประเสริฐ ได้เน้นย้ำว่า “อาเซียนต้องร่วมกันบูรณาการ เพื่อไขปัญหาเรื่องนี้ให้ได้อย่างจริงจังและเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชนในภูมิภาคอาเซียน”    

วันนี้ (8 ธันวาคม 2566) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอรร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ปี 2566  หยุดทุกการทุจริต! ร่วมแสดงพลัง BREAK THE CORRUPTION "ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ร่วมไทยต้านโกง" ภายใต้แนวคิด ZERO TOLERANCE คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ณ อิมแพ็คฟอรัม เมืองทองธานีงานนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการทุจริตเป็นวาระเร่งด่วน ด้วยความร่วมมือกับทั้งฝ่ายการเมือง รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ยั่งยืน โดยองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ได้ประกาศให้วันที่ 9 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล เพื่อให้ประชาคมโลก ตระหนักถึงภัยร้ายแรงที่เกิดจากการคอร์รัปชัน และร่วมแสดงจุดยืนประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการต่อต้านคอร์รัปชัน

วันนี้ (25 ตุลาคม 2566) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม “reBOX กล่องรักที่สัมผัสได้จากคุณ สู่คนพิการ” ประจำปี พ.ศ. 2566 ที่ร่วมสนับสนุนโครงการ “reBOX กล่องรักที่สัมผัสได้” ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรภายในองค์กรมีความตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อม ในการลดปริมาณขยะที่เป็นกระดาษ และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในกระบวนการผลิตกระกาษ และสร้างจิตสำนึกในการให้ มีจิตอาสาในการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรที่ดี โดยได้ดำเนินการตั้งจุดรับบริจาคกล่องพัสดุและซองกระดาษ ทุกวันพุธสัปดาห์สุดท้ายของเดือน โดยได้เริ่มกิจกรรมมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 6 ตั้งแต่เวลา 09.30 – 11.30 น.

วันนี้ (27 กันยายน 2566) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม “reBOX กล่องรักที่สัมผัสได้จากคุณ สู่คนพิการ” ประจำปี พ.ศ. 2566 ที่ร่วมสนับสนุนโครงการ “reBOX กล่องรักที่สัมผัสได้” ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรภายในองค์กรมีความตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อม ในการลดปริมาณขยะที่เป็นกระดาษ และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในกระบวนการผลิตกระกาษ และสร้างจิตสำนึกในการให้ มีจิตอาสาในการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรที่ดี โดยได้ดำเนินการตั้งจุดรับบริจาคกล่องพัสดุและซองกระดาษ ทุกวันพุธสัปดาห์สุดท้ายของเดือน โดยได้เริ่มกิจกรรมมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 6 ตั้งแต่เวลา 09.30 – 11.30 น.

วันนี้ (วันที่ 23 สิงหาคม 2566) นางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม “reBOX กล่องรักที่สัมผัสได้จากคุณ สู่คนพิการ” ประจำปี พ.ศ. 2566 ที่ร่วมสนับสนุนโครงการ “reBOX กล่องรักที่สัมผัสได้” ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรภายในองค์กรมีความตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อม ในการลดปริมาณขยะที่เป็นกระดาษ และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในกระบวนการผลิตกระกาษ และสร้างจิตสำนึกในการให้ มีจิตอาสาในการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรที่ดี โดยได้ดำเนินการตั้งจุดรับบริจาคกล่องพัสดุและซองกระดาษ ทุกวันพุธสัปดาห์สุดท้ายของเดือน โดยได้เริ่มกิจกรรมมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 6 ตั้งแต่เวลา 09.30 – 11.30 น.

วันนี้ (26 กรกฎาคม 2566) นางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวกรรวี  สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม “reBOX กล่องรักที่สัมผัสได้จากคุณ สู่คนพิการ” ประจำปี พ.ศ. 2566 ที่ร่วมสนับสนุนโครงการ “reBOX กล่องรักที่สัมผัสได้” ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรภายในองค์กรมีความตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อม ในการลดปริมาณขยะที่เป็นกระดาษ และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในกระบวนการผลิตกระกาษ และสร้างจิตสำนึกในการให้ มีจิตอาสาในการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรที่ดี โดยได้ดำเนินการตั้งจุดรับบริจาคกล่องพัสดุและซองกระดาษ ทุกวันพุธสัปดาห์สุดท้ายของเดือน โดยได้เริ่มกิจกรรมมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 6 ตั้งแต่เวลา 09.30 – 11.30 น.


วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล (Memorandum of Understanding between the Association of Southeast Asian Nations and the People’s Republic of China on Co – operation in Communications and Digital Technology) ในช่วงระหว่างการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัลและสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยบันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะมีระยะเวลา 5 ปี มีเนื้อหาและขอบเขตความร่วมมือ อาทิ1) การแลกเปลี่ยนนโยบายและกฎระเบียบด้านดิจิทัลและ ICT (Policies and Regulations) เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐประชาชนจีน2) ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) เพื่อที่จะร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาทางตรงและทางอ้อม3) ด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ (Emerging Technologies) ซึ่งประกอบด้วย 5G Use Cases, Artificial Intelligence, Cloud Computing, Big Data, Digital Governance, Smart Cities, และ Future Networks4) ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัล (Digital Security) เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูล5) ด้านทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy)6) ด้านคลื่นความถี่และการบริหารจัดการคลื่นความถี่ (Radio Frequency Spectrum and Management) เพื่อยกระดับความร่วมมือในการประชุมการสื่อสารโทรคมนาคมวิทยุระดับโลกภายใต้กรอบการทำงานของสหภาพโทรคมนาคม หรือ International Telecommunication Union (ITU)7) ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลและข้อมูล (Other Fields)นอกจากนี้ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศแห่งอินโดนีเซีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล (Memorandum of Understanding between the Ministry of Digital Economy and Society of the Kingdom of Thailand and The Ministry of Communications and Informatics of Indonesia on Information and Communication Technology and Digitalization Cooperation) โดยมีนายประเสริฐ รัฐมนตรีดีอี เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน สำหรับความร่วมมือสำคัญ ประกอบด้วย บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital platform services) การกำกับดูแลบริการดิจิทัล (Digital service governance) การป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ (Anti-online scamming) การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital transformation) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมโอกาสและศักยภาพของประชาชนอย่างครอบคลุม (Digital inclusion) กำลังคนทางดิจิทัล (Digital manpower) และเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital economy)   ___________________________

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบมิจฉาชีพแอบอ้างสถาบันการเงิน ออกเอกสารรับรองให้ยืนยันตัวตนเข้าระบบ เพื่อแก้ไขข้อมูลธนาคาร โดยการฝากเงินเข้าระบบกระเป๋าตังค์ 30,000 บาท ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมาเป็นเพจปลอมกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครงานแพ็กของ Giftshop เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อจนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 26 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,197,487 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 157 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 133 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 24 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 115 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 63 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 68 เรื่อง อาทิ กฟภ. แจ้งผู้ใช้ไฟฟ้า ชำระค่าไฟไม่สำเร็จ 2 เดือน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเข้าไปถอดมิเตอร์ หากชำระยื่นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 22 เรื่อง อาทิ การบินไทย บริการสั่งซื้อตั๋วเครื่องบินพร้อมส่วนลด 10% สำหรับการสั่งซื้อราคาเต็ม ให้ติดต่อและแอดไลน์ฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อรับคูปองฟรี 10,000 บาท เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 19 เรื่อง อาทิ ET50 เปิดโอกาสให้ซื้อหุ้น กองทุนในเครือ CP ราคาพอร์ตเริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 260 บาทต่อวัน เริ่มต้น 5,000 บาท ปันผล 1,600 บาทต่อวัน เป็นต้นทั้งนี้ แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 16 เรื่องโดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง เอกสารหนังสือรับรองให้ยืนยันตัวตนเข้าระบบ เพื่อแก้ไขข้อมูลธนาคาร โดยการฝากเงินเข้าระบบกระเป๋าตังค์ จำนวน 30,000 บาท อันดับที่ 2 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครงานแพ็กของ Giftshop อันดับที่ 3 : เรื่อง สมุนไพรจมูกปลาหลดใช้รักษาโรคมะเร็ง อันดับที่ 4 : เรื่อง เงินฉุกเฉิน กู้ง่ายได้จริงไม่ยุ่งยาก ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ผ่านเพจสินเชื่อ ออมสิน อันดับที่ 5 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รับสมัครพนักงาน รายได้ไม่จำกัด ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย อันดับที่ 6 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กชักชวนลงทุนกองทุนผู้สูงอายุ เริ่มต้นเพียง 13,000 บาท ปันผลกำไร 3-5% ต่อสัปดาห์ อันดับที่ 7 : เรื่อง สบู่แดงรักษาโรคมะเร็ง และแผลติดเชื้อเรื้อรัง อันดับที่ 8 : เรื่อง กฟภ. แจ้งผู้ใช้ไฟฟ้า ชำระค่าไฟไม่สำเร็จ 2 เดือน เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปถอดมิเตอร์ หากชำระแล้วให้ยื่นหลักฐานผ่านลิงก์ อันดับที่ 9 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กชักชวนลงทุนให้จองหุ้น ราคาเปิดพอร์ต 1,000 กำไรปันผล 12-30% ต่อวัน และ 20,000 กำไรปันผล 3-7% ต่อวัน อันดับที่ 10 : ออมสินส่ง SMS Mymo ออมสินให้ยื่นกู้ 50,000 บาท ใช้สิทธิ์ด้วยไอดีไลน์ aod476 พร้อมกันนี้ นายเวทางค์ ยังขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบให้รอบด้าน อย่าหลงเชื่อในข้อความเชิญชวนต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการหลอกลวงให้กู้เงิน หลอกลงทุน ให้สินเชื่อต่าง ๆ ของมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นธนาคาร หรือผู้ให้บริการทางการเงิน เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.