Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบมิจฉาชีพแอบอ้างสถาบันการเงิน ออกเอกสารรับรองให้ยืนยันตัวตนเข้าระบบ เพื่อแก้ไขข้อมูลธนาคาร โดยการฝากเงินเข้าระบบกระเป๋าตังค์ 30,000 บาท ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมาเป็นเพจปลอมกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครงานแพ็กของ Giftshop เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อจนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 26 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,197,487 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 157 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 133 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 24 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 115 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 63 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 68 เรื่อง อาทิ กฟภ. แจ้งผู้ใช้ไฟฟ้า ชำระค่าไฟไม่สำเร็จ 2 เดือน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเข้าไปถอดมิเตอร์ หากชำระยื่นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 22 เรื่อง อาทิ การบินไทย บริการสั่งซื้อตั๋วเครื่องบินพร้อมส่วนลด 10% สำหรับการสั่งซื้อราคาเต็ม ให้ติดต่อและแอดไลน์ฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อรับคูปองฟรี 10,000 บาท เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 19 เรื่อง อาทิ ET50 เปิดโอกาสให้ซื้อหุ้น กองทุนในเครือ CP ราคาพอร์ตเริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 260 บาทต่อวัน เริ่มต้น 5,000 บาท ปันผล 1,600 บาทต่อวัน เป็นต้นทั้งนี้ แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 16 เรื่องโดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง เอกสารหนังสือรับรองให้ยืนยันตัวตนเข้าระบบ เพื่อแก้ไขข้อมูลธนาคาร โดยการฝากเงินเข้าระบบกระเป๋าตังค์ จำนวน 30,000 บาท อันดับที่ 2 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครงานแพ็กของ Giftshop อันดับที่ 3 : เรื่อง สมุนไพรจมูกปลาหลดใช้รักษาโรคมะเร็ง อันดับที่ 4 : เรื่อง เงินฉุกเฉิน กู้ง่ายได้จริงไม่ยุ่งยาก ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ผ่านเพจสินเชื่อ ออมสิน อันดับที่ 5 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รับสมัครพนักงาน รายได้ไม่จำกัด ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย อันดับที่ 6 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กชักชวนลงทุนกองทุนผู้สูงอายุ เริ่มต้นเพียง 13,000 บาท ปันผลกำไร 3-5% ต่อสัปดาห์ อันดับที่ 7 : เรื่อง สบู่แดงรักษาโรคมะเร็ง และแผลติดเชื้อเรื้อรัง อันดับที่ 8 : เรื่อง กฟภ. แจ้งผู้ใช้ไฟฟ้า ชำระค่าไฟไม่สำเร็จ 2 เดือน เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปถอดมิเตอร์ หากชำระแล้วให้ยื่นหลักฐานผ่านลิงก์ อันดับที่ 9 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กชักชวนลงทุนให้จองหุ้น ราคาเปิดพอร์ต 1,000 กำไรปันผล 12-30% ต่อวัน และ 20,000 กำไรปันผล 3-7% ต่อวัน อันดับที่ 10 : ออมสินส่ง SMS Mymo ออมสินให้ยื่นกู้ 50,000 บาท ใช้สิทธิ์ด้วยไอดีไลน์ aod476 พร้อมกันนี้ นายเวทางค์ ยังขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบให้รอบด้าน อย่าหลงเชื่อในข้อความเชิญชวนต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการหลอกลวงให้กู้เงิน หลอกลงทุน ให้สินเชื่อต่าง ๆ ของมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นธนาคาร หรือผู้ให้บริการทางการเงิน เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”


เหยื่อร้อง AOC 1441 โจรไซเบอร์แสบ! หลอกขายรถหรู สูญเงินกว่า 3 ล้านบาท รายงานพบอีก 2 ราย เสียหายร่วม 4 ลบ. ถูกลวงให้โอนเงินเพื่อหายรายได้เสริม   นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า จากการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ระหว่าง วันที่ 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงผ่านเครือข่ายออนไลน์ในหลายรูปแบบจำนวน 5 คดี ประกอบด้วย    คดีที่ 1 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 3,170,000 บาท รายละเอียดคดี คือ ผู้เสียหายได้พบการโฆษณาขายรถยนต์ยี่ห้อพอเชอร์ (Porsche) ผ่านช่องทาง Facebook จึงได้ทำการติดต่อพูดคุยสอบถามรายละเอียดการซื้อขาย ต่อมามิจฉาชีพแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินชำระค่ารถล่วงหน้า ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินชำระค่ารถล่วงหน้าไป เมื่อถึงกำหนดวัดนัดหมายไม่ทำการส่งมอบรถยนต์ให้กับผู้เสียหาย และไม่สามารถติดต่อ กับเจ้าหน้าที่ทางเพจได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 2 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,878,293 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายสนใจทำงานหารายได้เสริม ญาติจึงแนะนำไปเพราะเคยทำมาก่อน ผู้เสียหาย จึงติดต่อพูดคุยรายละเอียด มิจฉาชีพอ้างว่าเป็นการทำงานร่วมลงทุนเปิดร้านดำเนินการขายสินค้าโดยให้ผลตอบแทนสูงต้นทุนในการลงทุนต่ำและไม่ต้องมีหน้าร้านจำหน่าย ก็สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินร่วมลงทุนไปโดยสามารถถอนเงินออกมาใช้ได้จริงในครั้งแรก ผู้เสียหายจึงโอนเงินเข้าไปลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นต้องการถอนเงินออกมาใช้อีก ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 3 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 2,054,987 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายรู้จักกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook จากนั้นพูดคุยกันจนสนิทใจและชักชวนร่วมลงทุนหารายได้เสริม โดยแอบอ้างเป็นการโปรโมทกระตุ้นผลักดันสินค้าของบริษัท THAI LUCKY SHIPPING COMPANY LIMITED โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทคอยแนะนำการสนับสนุนและผลักดันสินค้า ภารกิจให้ผู้เสียหายเข้าไปกดดันสินค้าให้สำเร็จตามจำนวนครั้งที่กำหนด โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป และจะได้รับผลตอบแทน ค่าคอมมิชชัน ในระยะแรกได้ผลตอบแทนที่ดีและสามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ ต่อมาระยะหลังต้องเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ กดดันสินค้าไม่สำเร็จ และไม่สามารถ ถอนเงินออกมาใช้ได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 6,500 บาทรายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายสั่งซื้อสินค้าชุดผ้าไหมผ่านทางช่องทาง Facebook ชื่อร้าน "แสงทองผ้าไหม  ลายไทย" ได้พูดคุยกับทางร้านค้าพร้อมเลือกชุดผ้าไหมแบบผ้าที่สนใจ จากนั้นได้โอนเงิน ไปให้ร้านค้า ภายหลังจากโอนเงินไปก็ไม่สามารถติดต่อร้านค้าได้อีกเลย ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    และ คดีที่ 5 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 5,390 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายค้นหาที่พักผ่านช่องทาง Facebook พบชื่อที่พัก “ภูดอย โฮมสเตย์ ม่อนแจ่ม” จังหวัดเชียงใหม่ เห็นลงรูปภาพบรรยากาศห้องพักสวยและราคาไม่แพง ผู้เสียหายสนใจ จึงส่งข้อความพูดคุยสอบถามราคาห้องพักและได้โอนเงินจองห้องพักชำระเต็มราคา ภายหลังจากโอนเงินไปแล้วไม่สามารถติดต่อทางเพจที่พักได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี 7,115,170 บาท   กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความเป็นกังวล และขอให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาผ่านโทรศัพท์ และสื่อสังคมออนไลน์ หากมั่นใจว่าปลายสายเป็นมิจฉาชีพ ให้วางสายทันที และแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแล เนื่องจาก 5 คดีที่กล่าวมา ผู้เสียหายส่วนใหญ่ได้ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนจะพูดคุยจนเกิดการหลงเชื่อ และโอนเงินผ่านออนไลน์ไปยังบัญชีธนาคารของมิจฉาชีพ    “ดีอี ขอเตือนภัยให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาในหลากหลายรูปแบบ ให้สังเกต และงดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ขอให้ท่านอย่าไว้ใจหรือตระหนักเสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันการถูกกลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพจนหมดตัวได้ รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ------------------------------------  


ผู้แทน APT เข้าพบ รัฐมนตรีดีอี เพื่อหารือความร่วมมือระหว่างกัน   วันที่ 24 มกราคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายสุทธิเกียรติวีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และนางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ และคณะทำงาน ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asia - Pacific Telecommunity: APT) นำโดย Mr. Masanori Kondo เลขาธิการองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก และ Mr. Liu Zipping รองเลขาธิการฯ โดยได้ร่วมหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ และ APT การเฉลิมฉลอง 45 ปี APT และการประชุมระดับรัฐมนตรีของ APT ซึ่งจะมีกำหนดจัดขึ้นในปี 2568 โดยมีผู้แทนจากกองการต่างประเทศ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เข้าร่วม ณ ห้องรับรองต่างประเทศ ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

ดีอี จับมือ สกมช. เปิดประชุม “2024 1st ASEAN - Japan Cybersecurity Working Group Meeting” ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในอาเซียน   วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงาน อาเซียน - ญี่ปุ่น ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 (2024 1st ASEAN - Japan Cybersecurity Working Group Meeting) ด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมครั้งนี้  โดยมีพลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส กรุงเทพมหานคร   สำหรับในปีนี้ ศูนย์ AJCCBC มีแผนที่จะร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Cybersecurity เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร หรือ แคนนาดา เป็นต้น เพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาบุคลากรประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งยังมีแผนที่จะอบรมหลักสูตร OT Security เพื่อยกระดับการป้องกันและรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภาคอุตสาหกรรม และยกระดับการเสริมสร้างศักยภาพการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ต่อไปในระยะยาว   โดยในงาน ศาสตรจารย์พิเศษวิศิษฏ์ หรือ ปลัดดีอี กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 1973 และเมื่อปีที่แล้ว (2023) เป็นการฉลองความร่วมมือครบรอบ 50 ปี ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับประเทศญี่ปุ่นได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทำให้เกิดความมั่นคง การพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรวดเร็ว และมาพร้อมกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ความสงบเรียบร้อยของสังคม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศต่าง ๆ ทั้งในประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้น การสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ และถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกัน รับมือ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานรัฐและ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทางสารสนเทศ และจำเป็นต้องพัฒนาความสามารถและทักษะในการตอบสนองภัยคุกคามทางไซเบอร์ จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญมากในการสนับสนุนความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกของอาเซียนกับประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลและการยกระดับทักษะและความสามารถในการป้องกันและรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์”

ดีอี จับมือ สมาคมค้าทองคำ เตือนนักลงทุน ระวังอย่าหลงเชื่อ! หลอกลงทุนทองออนไลน์ สูญเงินมหาศาล   ( วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 67 ) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ และนายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ ร่วมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหามิจฉาชีพปลอมแปลงเฟซบุ๊กของเพจผู้ประกอบการร้านทองหลอกหลวงผู้บริโภค ร่วมกับนาย จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ และคณะผู้แทนจากสมาคมค้าทองคำ มูลค่าความเสียหายจำนวนมาก   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า  ทางสมาคมค้าทองคำได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก ว่าขณะนี้มีมิจฉาชีพปลอมแปลงเฟซบุ๊กเพจร้านค้าทองคำที่มีชื่อเสียงและเป็นสมาชิก สมาคมค้าทองคำทำการเผยแพร่โฆษณาชักชวนหลอกให้มีการลงทุน และอ้างว่ามีการ จ่ายเงินปันผลทุกวัน หรือให้ผลประโยชน์เกินจริงเพื่อจูงใจให้หลงเชื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับประชาชนผู้บริโภคจำนวนมาก อีกทั้งยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของประเทศมิจฉาชีพใช้ช่องโหว่ ในการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการหลอกลวงให้นักลงทุน ลงทุนซื้อทองคำออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มปลอม ทำให้นักลงทุนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก   ด้าน นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่าปัจจุบันประชาชนเปลี่ยนจากการเก็บออม เป็นการลงทุนเพื่อการเก็งกำไรในทองคำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีวิธีการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งการซื้อขายทองผ่านหน้าร้านทอง การลงทุนทองออนไลน์ รวมถึงการลงทุนทองคำในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) อาจเป็นช่องทางหนึ่งที่มิจฉาชีพ ต่างอาศัยชื่อเสียงและความเชื่อมั่น ของผู้บริโภคที่มีต่อร้านค้าทองคำ นำมาหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ และเกิดความเสียหาย โดยตัวอย่างของสมาชิกสมาคมที่ได้รับผลกระทบ อาทิ จินฮั้วเฮง ,  YLG , ออโรร่า ซึ่งได้สร้างความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงต่อองค์กรโดยรวม ส่งผลลทำให้ลูกค้าเกิดความสับสน ไม่แน่ใจ ขาดความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ทางสมาคมฯ ขอเสนอแนะให้มีขั้นตอนการปิดเพจปลอม โดยส่งข้อมูลยืนยันว่าเป็น เพจปลอมจริง และแจ้งไปยังสมาคมค้าทองคำ เพื่อประสานงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการปิดเพจปลอมนั้นต่อไป    โดยที่ผ่านมา ในปี 2566-2567 มิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการสร้าง Facebook และ TikTok ปลอมแทน โดยยกตัวอย่าง บจ.ฮั่วเซ่งเฮง มีการตรวจพบครั้งแรกในช่วง เดือนกันยายน 2566 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ มีการเก็บข้อมูลการปลอมทั้ง 2 ช่องทางรวมกันทั้งสิ้น 40 บัญชี ดังนี้ 1. Facebook : จำนวน 14 บัญชี 2. TikTok : จำนวน 26 บัญชี  โดยบริษัทฯ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายผ่านช่องทางต่างๆ จำนวน 44 เคส ความเสียหายโดยรวมประมาณ 20.8 ล้านบาท และความเสียหายของ บจ.ออโรร่า มีผู้เสียหายรวมถึง ลูกค้าของบริษัทฯ เป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนผู้เสียหาย ที่ติดต่อเข้ามากับฝ่ายกฎหมายประมาณ 150 คน ค่าเสียหายโดยรวมประมาณ 60 ล้าน    “มิจฉาชีพจะใช้วิธีหลอกลวงผ่านรูปแบบตามกระแสนิยมในแต่ละช่วง เช่นในปี 2565 จะเป็นเรื่องของการลงทุนใน Forex และ Crypto currency ส่วนในปี 2566 จะเป็นเรื่องของการลงทุนหรือการออมแบบ Passive Income เป็นต้น ซึ่งเราสามารถสังเกตสัญญาณเพื่อเตรียมป้องกันได้จากกระแสความสนใจในเรื่องการลงทุนที่มี การเปลี่ยนไปของประชาชน ทางสมาคมขอความร่วมมือกับกระทรวงดีอี ในการป้องกันและปราบปรามปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด”นายจิตติฯ กล่าว   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงดีอี โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และศูนย์แก้ปัญหาหลอกลวงทางออนไลน์ หรือ AOC1441 จะดำเนินการประสานเพื่อการปิดกั้นแพลตฟอร์มปลอม และรับการร้องเรียนผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากมิจฉาชีพนอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับสมาคมค้าทองคำในการแก้ไขปัญหาระยะยาวรวมถึงมีการเตรียมการพูดคุยถึงความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับแฟลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดด้วย   “ผมหวังว่าการหารือในวันนี้จะเป็นโอกาสสำหรับกระทรวงดีอี และ สมาคมค้าทองคำ ในการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหามิจฉาชีพปลอมแปลงเฟซบุ๊กของเพจผู้ประกอบการร้านทอง” นายประเสริฐฯ กล่าวทั้งนี้นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 ถึงเดือนมกราคม 2567 กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับ Online Scams บนแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ไปแล้วกว่า 30,000 URLs และปิดกั้นเว็บไซต์โดยมีคำสั่งศาล กว่า 1,400 URLs” นายประเสริฐฯ กล่าว ------------------------------------  


วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานสักขีพยานและมอบนโยบาย ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ด้านการเผยแพร่ข้อมูลและรณรงค์ตระหนักรู้ เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล และงานเสวนาหัวข้อ “หลักเกณฑ์ PDPA ภาคธุรกิจและ SMEs ต้องรับมืออย่างไร” ระหว่างหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง Meeting Room 208 ชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  

รมว.ดีอี หารือผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ครั้งที่ 4/2567   วันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 4/2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2567) ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงานสัมมนาสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์ภาครัฐและเอกชน ในหัวข้อ “คดีภัยออนไลน์” ภายใต้โครงการพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนด้านคดีและภัยออนไลน์ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และเพื่อสร้างการตระหนักรู้ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงแนวทางการป้องกันภัยออนไลน์ และเพิ่มความปลอดภัยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่กระทำผิดต่อกฎหมายบนโลกออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยมี นายจักรพงษ์ ชาวงษ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ดีอี กล่าวรายงาน และให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมจามจุรี ชั้น 1 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน ถนนเยาวราช ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ______________________

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเสริมสร้างจิตสำนึกด้าน คุณธรรม จริยธรรม และการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมมอบเกียรติบัตรยกย่ององค์กรคุณธรรมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ,  นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดิจิทัลฯ, นางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้อง NT Auditorium อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)




icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.