Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

เหยื่อร้อง AOC 1441 โจรไซเบอร์แสบ! หลอกขายรถหรู สูญเงินกว่า 3 ล้านบาท รายงานพบอีก 2 ราย เสียหายร่วม 4 ลบ. ถูกลวงให้โอนเงินเพื่อหายรายได้เสริม   นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า จากการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ระหว่าง วันที่ 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงผ่านเครือข่ายออนไลน์ในหลายรูปแบบจำนวน 5 คดี ประกอบด้วย    คดีที่ 1 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 3,170,000 บาท รายละเอียดคดี คือ ผู้เสียหายได้พบการโฆษณาขายรถยนต์ยี่ห้อพอเชอร์ (Porsche) ผ่านช่องทาง Facebook จึงได้ทำการติดต่อพูดคุยสอบถามรายละเอียดการซื้อขาย ต่อมามิจฉาชีพแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินชำระค่ารถล่วงหน้า ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินชำระค่ารถล่วงหน้าไป เมื่อถึงกำหนดวัดนัดหมายไม่ทำการส่งมอบรถยนต์ให้กับผู้เสียหาย และไม่สามารถติดต่อ กับเจ้าหน้าที่ทางเพจได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 2 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,878,293 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายสนใจทำงานหารายได้เสริม ญาติจึงแนะนำไปเพราะเคยทำมาก่อน ผู้เสียหาย จึงติดต่อพูดคุยรายละเอียด มิจฉาชีพอ้างว่าเป็นการทำงานร่วมลงทุนเปิดร้านดำเนินการขายสินค้าโดยให้ผลตอบแทนสูงต้นทุนในการลงทุนต่ำและไม่ต้องมีหน้าร้านจำหน่าย ก็สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินร่วมลงทุนไปโดยสามารถถอนเงินออกมาใช้ได้จริงในครั้งแรก ผู้เสียหายจึงโอนเงินเข้าไปลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นต้องการถอนเงินออกมาใช้อีก ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 3 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 2,054,987 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายรู้จักกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook จากนั้นพูดคุยกันจนสนิทใจและชักชวนร่วมลงทุนหารายได้เสริม โดยแอบอ้างเป็นการโปรโมทกระตุ้นผลักดันสินค้าของบริษัท THAI LUCKY SHIPPING COMPANY LIMITED โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทคอยแนะนำการสนับสนุนและผลักดันสินค้า ภารกิจให้ผู้เสียหายเข้าไปกดดันสินค้าให้สำเร็จตามจำนวนครั้งที่กำหนด โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป และจะได้รับผลตอบแทน ค่าคอมมิชชัน ในระยะแรกได้ผลตอบแทนที่ดีและสามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ ต่อมาระยะหลังต้องเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ กดดันสินค้าไม่สำเร็จ และไม่สามารถ ถอนเงินออกมาใช้ได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 6,500 บาทรายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายสั่งซื้อสินค้าชุดผ้าไหมผ่านทางช่องทาง Facebook ชื่อร้าน "แสงทองผ้าไหม  ลายไทย" ได้พูดคุยกับทางร้านค้าพร้อมเลือกชุดผ้าไหมแบบผ้าที่สนใจ จากนั้นได้โอนเงิน ไปให้ร้านค้า ภายหลังจากโอนเงินไปก็ไม่สามารถติดต่อร้านค้าได้อีกเลย ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    และ คดีที่ 5 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 5,390 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายค้นหาที่พักผ่านช่องทาง Facebook พบชื่อที่พัก “ภูดอย โฮมสเตย์ ม่อนแจ่ม” จังหวัดเชียงใหม่ เห็นลงรูปภาพบรรยากาศห้องพักสวยและราคาไม่แพง ผู้เสียหายสนใจ จึงส่งข้อความพูดคุยสอบถามราคาห้องพักและได้โอนเงินจองห้องพักชำระเต็มราคา ภายหลังจากโอนเงินไปแล้วไม่สามารถติดต่อทางเพจที่พักได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี 7,115,170 บาท   กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความเป็นกังวล และขอให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาผ่านโทรศัพท์ และสื่อสังคมออนไลน์ หากมั่นใจว่าปลายสายเป็นมิจฉาชีพ ให้วางสายทันที และแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแล เนื่องจาก 5 คดีที่กล่าวมา ผู้เสียหายส่วนใหญ่ได้ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนจะพูดคุยจนเกิดการหลงเชื่อ และโอนเงินผ่านออนไลน์ไปยังบัญชีธนาคารของมิจฉาชีพ    “ดีอี ขอเตือนภัยให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาในหลากหลายรูปแบบ ให้สังเกต และงดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ขอให้ท่านอย่าไว้ใจหรือตระหนักเสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันการถูกกลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพจนหมดตัวได้ รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ------------------------------------  


ผู้แทน APT เข้าพบ รัฐมนตรีดีอี เพื่อหารือความร่วมมือระหว่างกัน   วันที่ 24 มกราคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายสุทธิเกียรติวีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และนางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ และคณะทำงาน ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asia - Pacific Telecommunity: APT) นำโดย Mr. Masanori Kondo เลขาธิการองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก และ Mr. Liu Zipping รองเลขาธิการฯ โดยได้ร่วมหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ และ APT การเฉลิมฉลอง 45 ปี APT และการประชุมระดับรัฐมนตรีของ APT ซึ่งจะมีกำหนดจัดขึ้นในปี 2568 โดยมีผู้แทนจากกองการต่างประเทศ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เข้าร่วม ณ ห้องรับรองต่างประเทศ ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

ดีอี จับมือ สกมช. เปิดประชุม “2024 1st ASEAN - Japan Cybersecurity Working Group Meeting” ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในอาเซียน   วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงาน อาเซียน - ญี่ปุ่น ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 (2024 1st ASEAN - Japan Cybersecurity Working Group Meeting) ด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมครั้งนี้  โดยมีพลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส กรุงเทพมหานคร   สำหรับในปีนี้ ศูนย์ AJCCBC มีแผนที่จะร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Cybersecurity เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร หรือ แคนนาดา เป็นต้น เพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาบุคลากรประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งยังมีแผนที่จะอบรมหลักสูตร OT Security เพื่อยกระดับการป้องกันและรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภาคอุตสาหกรรม และยกระดับการเสริมสร้างศักยภาพการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ต่อไปในระยะยาว   โดยในงาน ศาสตรจารย์พิเศษวิศิษฏ์ หรือ ปลัดดีอี กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 1973 และเมื่อปีที่แล้ว (2023) เป็นการฉลองความร่วมมือครบรอบ 50 ปี ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับประเทศญี่ปุ่นได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทำให้เกิดความมั่นคง การพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรวดเร็ว และมาพร้อมกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ความสงบเรียบร้อยของสังคม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศต่าง ๆ ทั้งในประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้น การสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ และถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกัน รับมือ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานรัฐและ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทางสารสนเทศ และจำเป็นต้องพัฒนาความสามารถและทักษะในการตอบสนองภัยคุกคามทางไซเบอร์ จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญมากในการสนับสนุนความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกของอาเซียนกับประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลและการยกระดับทักษะและความสามารถในการป้องกันและรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์”

ดีอี จับมือ สมาคมค้าทองคำ เตือนนักลงทุน ระวังอย่าหลงเชื่อ! หลอกลงทุนทองออนไลน์ สูญเงินมหาศาล   ( วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 67 ) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ และนายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ ร่วมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหามิจฉาชีพปลอมแปลงเฟซบุ๊กของเพจผู้ประกอบการร้านทองหลอกหลวงผู้บริโภค ร่วมกับนาย จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ และคณะผู้แทนจากสมาคมค้าทองคำ มูลค่าความเสียหายจำนวนมาก   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า  ทางสมาคมค้าทองคำได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก ว่าขณะนี้มีมิจฉาชีพปลอมแปลงเฟซบุ๊กเพจร้านค้าทองคำที่มีชื่อเสียงและเป็นสมาชิก สมาคมค้าทองคำทำการเผยแพร่โฆษณาชักชวนหลอกให้มีการลงทุน และอ้างว่ามีการ จ่ายเงินปันผลทุกวัน หรือให้ผลประโยชน์เกินจริงเพื่อจูงใจให้หลงเชื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับประชาชนผู้บริโภคจำนวนมาก อีกทั้งยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของประเทศมิจฉาชีพใช้ช่องโหว่ ในการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการหลอกลวงให้นักลงทุน ลงทุนซื้อทองคำออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มปลอม ทำให้นักลงทุนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก   ด้าน นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่าปัจจุบันประชาชนเปลี่ยนจากการเก็บออม เป็นการลงทุนเพื่อการเก็งกำไรในทองคำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีวิธีการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งการซื้อขายทองผ่านหน้าร้านทอง การลงทุนทองออนไลน์ รวมถึงการลงทุนทองคำในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) อาจเป็นช่องทางหนึ่งที่มิจฉาชีพ ต่างอาศัยชื่อเสียงและความเชื่อมั่น ของผู้บริโภคที่มีต่อร้านค้าทองคำ นำมาหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ และเกิดความเสียหาย โดยตัวอย่างของสมาชิกสมาคมที่ได้รับผลกระทบ อาทิ จินฮั้วเฮง ,  YLG , ออโรร่า ซึ่งได้สร้างความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงต่อองค์กรโดยรวม ส่งผลลทำให้ลูกค้าเกิดความสับสน ไม่แน่ใจ ขาดความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ทางสมาคมฯ ขอเสนอแนะให้มีขั้นตอนการปิดเพจปลอม โดยส่งข้อมูลยืนยันว่าเป็น เพจปลอมจริง และแจ้งไปยังสมาคมค้าทองคำ เพื่อประสานงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการปิดเพจปลอมนั้นต่อไป    โดยที่ผ่านมา ในปี 2566-2567 มิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการสร้าง Facebook และ TikTok ปลอมแทน โดยยกตัวอย่าง บจ.ฮั่วเซ่งเฮง มีการตรวจพบครั้งแรกในช่วง เดือนกันยายน 2566 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ มีการเก็บข้อมูลการปลอมทั้ง 2 ช่องทางรวมกันทั้งสิ้น 40 บัญชี ดังนี้ 1. Facebook : จำนวน 14 บัญชี 2. TikTok : จำนวน 26 บัญชี  โดยบริษัทฯ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายผ่านช่องทางต่างๆ จำนวน 44 เคส ความเสียหายโดยรวมประมาณ 20.8 ล้านบาท และความเสียหายของ บจ.ออโรร่า มีผู้เสียหายรวมถึง ลูกค้าของบริษัทฯ เป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนผู้เสียหาย ที่ติดต่อเข้ามากับฝ่ายกฎหมายประมาณ 150 คน ค่าเสียหายโดยรวมประมาณ 60 ล้าน    “มิจฉาชีพจะใช้วิธีหลอกลวงผ่านรูปแบบตามกระแสนิยมในแต่ละช่วง เช่นในปี 2565 จะเป็นเรื่องของการลงทุนใน Forex และ Crypto currency ส่วนในปี 2566 จะเป็นเรื่องของการลงทุนหรือการออมแบบ Passive Income เป็นต้น ซึ่งเราสามารถสังเกตสัญญาณเพื่อเตรียมป้องกันได้จากกระแสความสนใจในเรื่องการลงทุนที่มี การเปลี่ยนไปของประชาชน ทางสมาคมขอความร่วมมือกับกระทรวงดีอี ในการป้องกันและปราบปรามปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด”นายจิตติฯ กล่าว   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงดีอี โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และศูนย์แก้ปัญหาหลอกลวงทางออนไลน์ หรือ AOC1441 จะดำเนินการประสานเพื่อการปิดกั้นแพลตฟอร์มปลอม และรับการร้องเรียนผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากมิจฉาชีพนอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับสมาคมค้าทองคำในการแก้ไขปัญหาระยะยาวรวมถึงมีการเตรียมการพูดคุยถึงความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับแฟลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดด้วย   “ผมหวังว่าการหารือในวันนี้จะเป็นโอกาสสำหรับกระทรวงดีอี และ สมาคมค้าทองคำ ในการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหามิจฉาชีพปลอมแปลงเฟซบุ๊กของเพจผู้ประกอบการร้านทอง” นายประเสริฐฯ กล่าวทั้งนี้นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 ถึงเดือนมกราคม 2567 กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับ Online Scams บนแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ไปแล้วกว่า 30,000 URLs และปิดกั้นเว็บไซต์โดยมีคำสั่งศาล กว่า 1,400 URLs” นายประเสริฐฯ กล่าว ------------------------------------  


วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานสักขีพยานและมอบนโยบาย ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ด้านการเผยแพร่ข้อมูลและรณรงค์ตระหนักรู้ เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล และงานเสวนาหัวข้อ “หลักเกณฑ์ PDPA ภาคธุรกิจและ SMEs ต้องรับมืออย่างไร” ระหว่างหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง Meeting Room 208 ชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  

รมว.ดีอี หารือผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ครั้งที่ 4/2567   วันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 4/2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2567) ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงานสัมมนาสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์ภาครัฐและเอกชน ในหัวข้อ “คดีภัยออนไลน์” ภายใต้โครงการพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนด้านคดีและภัยออนไลน์ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และเพื่อสร้างการตระหนักรู้ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงแนวทางการป้องกันภัยออนไลน์ และเพิ่มความปลอดภัยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่กระทำผิดต่อกฎหมายบนโลกออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยมี นายจักรพงษ์ ชาวงษ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ดีอี กล่าวรายงาน และให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมจามจุรี ชั้น 1 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน ถนนเยาวราช ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ______________________

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเสริมสร้างจิตสำนึกด้าน คุณธรรม จริยธรรม และการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมมอบเกียรติบัตรยกย่ององค์กรคุณธรรมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ,  นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดิจิทัลฯ, นางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้อง NT Auditorium อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)




ปลัดดีอี เปิดประชุมระดับชาติว่าด้วยการคุ้มครองเด็กในยุคดิจิทัล ประจำปี 2567  ร่วมกันหยุดเหตุล่วงละเมิดเด็กออนไลน์   วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดการประชุมระดับชาติว่าด้วยการคุ้มครองเด็กในยุคดิจิทัล ประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “สู่สภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับเด็กและเยาวชน” เนื่องในวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2567 จัดโดยยูนิเซฟ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก กฎหมาย และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนเด็กและเยาวชนร่วมกันหาแนวทางและพัฒนากลยุทธ์ด้านนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการคุ้มครองเด็กและการสร้างสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับเด็กไทย โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รองศาสตราจารย์ จุมพล รอดคำดี ประธานเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย และคุณคิม คยอง ซัน ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ พ.ต.ท. พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมพิธีเปิดงาน ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ   โดยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ หรือ ปลัดดีอี ได้กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC) เพื่อให้มีการดำเนินการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการจัดการข้อมูลที่เป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะข่าวปลอม รวมถึง เร่งสร้างความตระหนักรู้ รู้เท่าทัน สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มถูกหลอกลวงสูง ได้แก่ กลุ่มเด็กและเยาวชน นักเรียนนักศึกษา และผู้สูงอายุ  


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.