Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗   วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๐๘:๓๐ น. ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานพิธีมอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานเครือข่าย โดยมี  1. นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา  2. นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  3. ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ 4. พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT 5. นายพิษณุ วานิชผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายงานพัฒนาประสิทธิภาพองค์กร) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 6. ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 7. ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์  8. ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 9. นพ.ธนกฤต จินตวร รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ 10. พ.ต.อ.วัชรพันธ์  ศิริพากย์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 11. พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 12. นางสาวอุไร นันทวโนทยาน หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี   และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ณ ห้องรับรอง ชั้น ๗ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า เนื่องในปี ๒๕๖๗ เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ รัฐบาลจึงได้กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกำหนดชื่อ พระราชพิธีว่า “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗” ภาษาอังกฤษว่า “The Celebration on the Auspicious of His Majesty the King’s ๖th Cycle Birthday Anniversary ๒๘th July ๒๐๒๔” และชื่อการจัดงานว่า “การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗” โดยกำหนดขอบเขตการจัดงานตลอดทั้งปี ๒๕๖๗ และเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมเครื่องราชสักการะ ตกแต่งสถานที่ประดับพระบรมฉายาลักษณ์ ประดับธงชาติไทยคู่กับธงตราสัญลักษณ์ฯ พร้อมประดับผ้าระบายสีเหลืองร่วมกับผ้าระบายสีขาว ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงาน และจัดการลงนามถวายพระพรภายในหน่วยงานหรือทางเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและพร้อมเพียงกัน รวมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานให้การสนับสนุนและประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ในวาระมหามงคลนี้ด้วย  

วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2567)  ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแถลงข่าวผลสำเร็จโครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล (Digital Cultural Heritage) ระยะที่ 2 เตรียมพร้อมนำกลไกการแปลงทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจเพื่อให้เป็น Soft Power ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ ด้วยการ “นำมรดกทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้แถลงผลสำเร็จในงาน ณ ห้องพระเอราวัณ ชั้น 2 โรงแรมอัศวิน แกรนต์ คอน เวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ สำหรับโครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล (Digital Cultural Heritage) ระยะที่ 2 ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่กิจกรรมหลักที่ 1) การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโดยผ่านกระบวนการห้องปฏิบัติการนโยบายสาธารณะ หรือ Policy Lab เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม Digital Content ในมุมมองด้านวัฒนธรรม เพื่อสร้าง Soft Power ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ เริ่มตั้งแต่การระดมความคิดเห็น เพื่อทำความเข้าใจสภาพปัญหาและกำหนดโจทย์ที่ชัดเจน การกำหนดเป้าหมายและออกแบบนโยบายหรือมาตรการ ตลอดจนการนำเสนอและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้มาตรการ หรือข้อเสนอแนะดังกล่าวมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นและกิจกรรมหลักที่ 2) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้และแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ (Hackathon) ในการสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่ในรูปแบบ Digital Content ภายใต้หัวข้อ “Hackulture 2023 Illuminate Thai อัปเวลแฟชั่นไทย ด้วยดิจิทัล” ที่มุ่งเน้นในการถ่ายทอดแฟชั่นไทย สู่รูปแบบดิจิทัล ทั้งสาขาเทคโนโลยี และสาขาสื่อมัลติมีเดีย จำนวน 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประเภทประชาชนทั่วไป ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันจากทั่วประเทศกว่า 60 ทีม จำนวนรวมทั้งสิ้น 287 คน ซึ่งผู้เข้าร่วมที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจำนวน 40 ทีม ได้เรียนรู้เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การสร้างสรรค์ผลงาน การถ่ายทอดเรื่องราว และฝึกปฏิบัติการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่ในรูปแบบ Digital Content โดยทีมที่คว้ารางวัลสูงสุดจากการแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่ ทีม Fash.Design โดยรับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ในสาขาเทคโนโลยี ประเภทประชาชนทั่วไป นำเสนอแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยเหลือผู้ประกอบการชุดไทยท้องถิ่นและชุดไทยดั้งเดิม ที่ขาดทักษะด้านออนไลน์และภาษาต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยี AI สร้าง Virtual Model และดิสเพลย์ที่สวยงาม แปลได้ 70 ภาษา และเชื่อมต่อ e-commerce กว่า 30 แพลตฟอร์มทั่วโลก เพื่อปลุกพลัง Soft Power แฟชั่นไทย ก้าวไกลสู่ตลาดสากล นอกจาก 2 กิจกรรมหลักตามที่กล่าวมาในข้างต้นแล้ว ภายใต้โครงการฯ ยังได้มีความร่วมมือกับแพลตฟอร์มด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ ในการส่งเสริมการนำเข้าข้อมูลวัฒนธรรมไทยสู่ระบบดิจิทัล ได้แก่ ระบบสารสนเทศด้านวัฒนธรรมและแผนที่วัฒนธรรม (Cultural Map Thailand) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และ Platform คลังข้อมูล “วัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ” (นวนุรักษ์) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) อีกด้วย _______________________



วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2567) ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า และประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการบังคับใช้และแก้ไขกฎหมายว่าด้วย การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมคณะ ในการศึกษาดูงาน ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) ในเรื่อง “การศึกษาการบังคับใช้และแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ ณ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ___________________________


31 มกราคม 2567 // ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนการตรวจราชการของ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยได้เข้าพบรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (นายกัมปนาทจักรวาล วิเวศ ศรีพุทธา) เพื่อหารือข้อราชการและขอความอนุเคราะห์ ในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ในพื้นที่จังหวัดนครพนม นอกจากนี้ ได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ภายใต้สังกัด ดศ. ประกอบด้วย นายสุมิตร ชัชวาล สำนักงานสถิติจังหวัด, นายเสกสันต์ ไชยบูรณ์ สถานีอุตุนิยมวิทยา, นายสิทธิ จิตรดาภา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จังหวัดนครพนม, นายอภิสิทธิ์ คิดโสดา หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดนครพนม และนายรัฐพล นพวงศ์ ณ อยุธยา นักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง เพื่อรับฟังสรุปผลการดำเนินงานสำคัญรวมถึงปัญหา/อุปสรรค และได้ให้ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไขปัญหาการดำเนินงานต่าง ๆ ตามความเหมาะสม หลังจากนั้นได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบลโพนทอง ตำบลโพนทอง อำเภอเรณูนคร และโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชน สำหรับประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับ เพื่อการเกษตรสำหรับการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มโคเนื้อบ้านโพนทา ตำบลกุตาไก้ อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม

1 กุมภาพันธ์ 2567 // ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนการตรวจราชการของ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ (นายสนั่น พงษ์อักษร) เพื่อหารือข้อราชการและขอความอนุเคราะห์ในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ ต่าง ๆ ของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นอกจากนี้ ได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ภายใต้สังกัด ดศ. ประกอบด้วย นางกัญญ์ลภัส มหิพันธุ์ สำนักงานสถิติจังหวัดกาฬสินธุ์, นายมณี อุทรักษ์ สถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์, นายวัชรินทร์ วรชิน บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จังหวัดกาฬสินธุ์, นายสัญญา สาระคร ผู้ช่วยไปรษณีย์จังหวัดกาฬสินธุ์ และนายประดิษฐ์ คงภูคา ผู้จัดการสาขาภาคอีสานตอนกลาง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อรับฟังสรุปผลการดำเนินงานสำคัญรวมถึงปัญหา/อุปสรรค โดยได้ให้ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไขปัญหาการดำเนินงานต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

2 กุมภาพันธ์ 2567 // ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลงาน นักเรียนด้าน Coding STEM ของ "ศูนย์การเรียนรู้หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ โรงเรียนกมลาไสย" และตรวจเยี่ยมสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดกาฬสินธุ์เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมโครงการ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเทศบาลตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ นอกจากนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน จังหวัดขอนแก่น เพื่อให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานด้วย

ดีอี ให้การต้อนรับ ผู้แทนจากออสเตรเลีย หารือการจัดการข้อมูล ข่าวปลอม และข่าวบิดเบือนของไทย (Fake news)   วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ให้การต้อนรับ Mr. Michael Growder ตำแหน่ง First Assistant Secretary กองการสื่อสารกลยุทธ์ กระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลีย และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ในการเข้าพบหารือเกี่ยวกับภารกิจของกระทรวงฯ ด้านการจัดการกับข้อมูลข่าวปลอมและ ข่าวบิดเบือนของไทย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการดำเนินงานของออสเตรเลีย ในด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการทูตสาธารณะที่เกี่ยวข้อง โดยมี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

ดีอี-BDI เดินหน้าใช้ Big Data และ Al สู่ Data-Driven Nation    วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานแถลงบทบาทใหม่ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ในการสร้างพลังแห่งอนาคตด้วยข้อมูล “Power the Future with Data - The Next Chapter of BDI” เดินหน้าหนุนใช้ Big Data และ Al ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมยุคดิจิทัล พร้อมเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยีข้อมูลนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการพัฒนากำลังคนด้านข้อมูล ตั้งเป้า 1 ปี เกิดการบูรณาการร่วมกันผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3,000 ล้านบาท และเพิ่มโอกาสการจ้างงานด้าน Big Data มากกว่า 200 ล้านบาท โดยมี ศาสตรจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ, นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯรองศาสตราจารย์, ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน   นายประเสริฐ หรือ รมว.ดีอี กล่าวว่า สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) เป็นองค์กรหลักที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ ลดปัญหาการทำงานแบบแยกส่วนกันของหน่วยงานภาครัฐ สามารถนำเอาข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ร่วมกันจนเกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน รวมทั้งมีส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านดิจิทัลและนวัตกรรมของไทย ในเวทีโลกให้ดียิ่งขึ้นได้นอกจากนี้ หนึ่งในนโยบายหลักของกระทรวงดีอี คือ โครงการพัฒนา Thai Large Language Model (ThaiLLM/) ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย โดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ BDI เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว    พร้อมด้วยปาฐกถาพิเศษ โดย ศาสตรจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในหัวข้อ “เรื่องผลักดันนโยบายการใช้เทคโนโลยีข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างมีทิศทาง” ว่าด้วย นโยบายของกระทรวงดีอี มุ่งผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัย และพร้อมที่จะปรับตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัดกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ เข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ลดความเหลื่อมล้ำ และเอื้อต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้กระทรวงดีอีกำลังดำเนินการจัดทำแนวปฏิบัติด้านจริยธรรม กฎหมาย และสังคม ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ พร้อมรับมือให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา   ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ BDI เปิดเผยว่า บทบาทที่สำคัญของ BDI คือ การส่งเสริมและประสานให้เกิดการใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจและบริการ พร้อมกันนี้ BDI ยังเป็นหน่วยงานผู้ให้บริการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลในสาขาต่างๆ ด้วยวิทยาศาสตร์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ สร้างระบบนิเวศในห่วงโซ่คุณค่าด้านข้อมูลทั้งในมิติของเทคโนโลยี และกำลังคน ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการด้านข้อมูลเพิ่มขึ้น รองรับอุปสงค์ของภาคอุตสาหกรรมไทย พร้อมด้วยพัฒนากำลังคนด้าน  Big Data อีกด้วย โดยจุดเด่นที่สำคัญของ BDI คือ การรวมตัวของคนรุ่นใหม่ด้านข้อมูลกว่า 100 คน ที่พร้อมเรียนรู้ ยืดหยุ่น คล่องตัว และมีเป้าหมายชัดเจน ที่จะพัฒนาความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ยั่งยืน และมีความโปร่งใส การพัฒนาดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ผ่านการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation) ซึ่งจะส่งผลให้การปฏิรูปประเทศเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยข้อมูลเพื่อนำทางการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม     

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานแถลงวิสัยทัศน์ Thailand Vision ที่ทำเนียบรัฐบาล มุ่งเป้าพัฒนาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวการรักษาพยาบาลและสุขภาพอาหาร การบิน การผลิตยานยนต์แห่งอนาคต เทคโนโลยี และการเงิน และยังได้เปิดเผยว่ารัฐบาลตั้งเป้าประเทศไทยจะก้าวไปเป็นที่ 1 ของภูมิภาค ด้วยข้อได้เปรียบของประเทศไทยทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยว ภูมิอากาศที่อบอุ่นตลอดปี โครงสร้างที่พร้อมต่อยอด และที่สำคัญคือ ศักยภาพของคนไทย โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล   -------------------------------------

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการใช้การติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาระหว่างประเทศ (United Nations Convention on the Use of Electronic Communications in international Contracts (New York, 2005)) ครั้งที่ 1/2567 โดยมี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดิจิทัลฯ, ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และคณะทำงาน พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะทำงาน ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เข้าร่วมการประชุมฯ ในรูปแบบผสม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   -----------------------------------------


ดีอี – pdpc  จับมือ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งใช้มาตรการ X5 ปิดช่องทางข้อมูลรั่วไหล   วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงนโยบาย "การขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" โดยการร่วมมือของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ PDPC หรือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อเร่งผลักดันการแก้ไข ป้องกัน และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 7,850 หน่วยงาน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังในงานและผ่านทางออนไลน์   นายประเสริฐ หรือ รมว.ดีอี กล่าวว่า เนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ให้มีการแต่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล PDPC Eagle Eye (“พี-ดี-พี-ซี อี-เกิ้ล-อาย”) ทำหน้าที่ตรวจสอบ ค้นหาและเฝ้าระวังการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลว่าเกิดจากหน่วยงานไหน หรือช่องทางใด และเมื่อพบข้อบกพร่องของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ เร่งประสานแจ้งเตือนการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงานนั้น เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้เกิดความเสี่ยงหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยเร็ว    ด้าน ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า “ศูนย์ PDPC Eagle Eye ได้ตรวจพบการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลประชาชนบนเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆ อย่างเกินความจำเป็นหรือไม่มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ดังนั้น จึงเป็นที่มาของนโยบายที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงในวันนี้ โดย PDPC Eagle Eye ขอเน้นย้ำและขอความร่วมมือสำหรับกรณีที่มีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยการใช้ตัวเลขพรางแทนข้อมูลส่วนบุคคล หรือ “X5” (“เอ็กซ์-ไฟฟ์”) คือ การเติมตัว X 5 ตัวเป็นอย่างน้อย เพื่อพรางไม่ให้มีการระบุตัวตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยง่ายและเพื่อป้องกันการนำข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไปใช้โดยมิชอบ   กระทรวงดีอี และ PDPC จึงมอบนโยบายการป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 7,850 หน่วยงาน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ดังนี้   1.ห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น หรือเปิดเผยโดยไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม โดยขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหาร ส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล ทั่วประเทศ ในกรณีที่จำเป็นต้องเผยแพร่หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ควรแทน หรือ พรางข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตัวอักษร X 5 ตัวเป็นอย่างน้อย เพื่อพรางไม่ให้มีการระบุตัวตนได้ง่าย และเป็นการป้องกันการนำข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไปใช้โดยมิชอบ เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน XXXXXXXXX8890 หรือ เบอร์โทรศัพท์ XXX XX61122   2.แต่งตั้งผู้ประสานงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้ทุกหน่วยงานหรือทุกจังหวัดแต่งตั้งผู้ประสานงานประจำหน่วยงานหรือประจำจังหวัดขึ้นและแจ้งมายัง PDPC เพื่อเป็นเครือข่ายในการสอดส่องดูแลและประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับ PDPC ต่อไป   3.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับดูแลหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กำกับปฏิบัติหน้าที่ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การป้องกันและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกิดประสิทธิภาพสูงสุด   4.ให้ความร่วมมือกับ PDPC ตามแผนการถ่ายทอดความรู้ ในการสร้างความตระหนักรู้การป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ อปท. ทุกหน่วยทั่วประเทศ   "หากประชาชนผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านใด ได้รับความเสียหายจากการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถร้องเรียนกับ PDPC ได้" นายประเสริฐ กล่าว

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.