Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (7 มีนาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กบส.) โดยมี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ---------------------------------

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศราฐกิจและสังคมเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งสิ้น 70 คน ณ ห้องประชุม 803 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างความรู้ความเข้าใจในรายละเอียด ขั้นตอน วิธีการและเทคนิคในการประเมินความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567เพื่อให้หน่วยงานให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บังเกิดผลในทางปฏิบัติและช่วยปรับปรุง พัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงการทุจริต

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ( ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมีภิญโญยศ  ม่วงสมสุข เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขมิให้เกิดปัญหาในปีถัดไป สำหรับ ITA เป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการบริหารราชการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างมีคุณธรรมและความโปร่งใส และสามารถนำผลการประเมินไปปรับปรุงพัฒนางานของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยมีเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินผล ITA ภายใต้หน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมการอบรมฯ เข้าร่วม จำนวน 75 คน ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ 

วันนี้ (7 มีนาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานร่วมในการประชุมหารือ (ร่าง) โครงการภายใต้การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาประเทศไทย ระยะที่ 2 (พ.ศ.2567 - พ.ศ.2570) โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องกมลทิพย์ 3 ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร   --------------------------------------

วันที่ 2-3 มีนาคม 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุม APEC 2024 วันที่ 2 - 5 มีนาคม 2567 ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรูโดยวันที่ 2 มีนาคม 2567 มีการจัดประชุมเต็มคณะ กลุ่มงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเปค (APEC Digital. Economy Steering Group: DESG) เป็นวันแรกซึ่ง ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ในฐานะประธานกลุ่ม DESG ได้นำกล่าวเปิดประชุมเพื่อต้อนรับสมาชิกกลุ่ม  DESG และร่วมพูดคุยอัพเดตผลการดำเนินโครงการของสมาชิกกลุ่มสมาชิก DESG ภายในปี 2566 ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนหน่วยงานจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้และวันที่ 3 มีนาคม 2567 เป็นการประชุมเต็มคณะของกลุ่ม DESG เป็นวันที่ 2 ซึ่งมีการเสวนาเกี่ยวกับนโยบายและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการกำกับดูแลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)  อภิปรายเกี่ยว WTO moratorium on customs duties on electronic transmissions แลกเปลี่ยนมุมมองของสมาชิกผ่านกฎหมาย  MLER และไฮไลต์ที่สำคัญคือ การนำเสนอประเด็นการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อหาแนวทางและความร่วมมือกับสมาชิกเอเปค ซึ่ง ดร. เอกพงษ์ฯ ประธานกลุ่ม ​DESG ได้เสนอที่ประชุมเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อนี้ โดยมีสมาชิกให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก และเพื่อเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของแผน AIDER ที่กลุ่ม DESG จะร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านเอเปคอย่างเข้มแข็งต่อไป ----------------------------------

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมาได้เข้าร่วมและทำหน้าที่รองประธานการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 4 (The 4th ASEAN Digital Ministers’ Meeting: The 4th ADGMIN) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์  เพื่อหารือและผลักดันความร่วมมือด้านดิจิทัลในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดการภัยออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติระดับโลก และประเทศไทยมีบทบาทนำสำคัญในการยกระดับความร่วมมือและการดำเนินงานของอาเซียน ในการจัดการ และรับมือกับปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์  ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านการจัดตั้งคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ (Operational Framework of the Working Group on Anti – Online Scam (WG – AS)) ซึ่งมีกำหนดจะจัดการประชุมคณะทำงาน WG – AS  ครั้งที่ 1 ในเดือนมีนาคมนี้ ณ ประเทศกัมพูชาทั้งนี้ ได้มีการหารือทวิภาคีกับผู้นำอาเซียน รวมทั้งประเทศคู่เจรจาของอาเซียนหลายประเทศ โดยในส่วนของกัมพูชา ได้หารือและติดตามการดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือด้านการปราบปรามแก๊ง Call Center และ Hybrid Scam การบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันและปราบปราม ซึ่งจะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชา พร้อมหารือความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อเพิ่มโอกาสและรายได้ให้กับทั้งสองประเทศ อีกด้วย“ในเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่งด้านความมั่นคงระดับประเทศและเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เราต้องร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชนในภูมิภาคอาเซียน ผมได้พูดคุยในระดับนโยบายไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งกับฝ่ายกัมพูชาและในกรอบอาเซียน   และได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปกัมพูชาในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้  เพื่อติดตามและดำเนินการในรายละเอียดต่อไป ” นายประเสริฐกล่าวนอกจากนี้ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยคณะผู้แทนไทย จะเดินทางไปกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อหารือทวิภาคีกับหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Telecommunication Regulator of Cambodia หรือ TRC) ในวันที่ 18 มีนาคม 2567 เพื่อติดตามการดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาดังกล่าวข้างต้น เพื่อผลักดันเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และการจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย – กัมพูชาในเรื่องการหลอกลวงออนไลน์ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาฝ่ายไทยและกัมพูชาได้ดำเนินความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวในการปราบปรามแก๊ง Call Center อย่างต่อเนื่อง การประชุมหารือของทั้งสองฝ่ายในครั้งนี้จะเป็นการกระชับความร่วมมือและผลักดันการแก้ไขปัญหาแก๊ง Call Center ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นหลังจากนั้น ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะผู้แทนไทย จะเข้าร่วมการประชุม ASEAN Working Group on Anti-Online Scam ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นการประชุมภายใต้กรอบอาเซียนที่ประเทศไทย โดยกระทรวงดีอี เป็นผู้ขับเคลื่อนให้อาเซียนรับรองและจัดตั้งการประชุมคณะทำงานดังกล่าวเพื่อเป็นเวทีการหารือด้านอาชญากรรมออนไลน์ของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ทั้งนี้ ดีอีได้ผลักดันให้อาเซียนตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างความร่วมมือแบบพหุภาคีเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ประเทศสมาชิกอาเซียนเผชิญอยู่ในปัจจุบัน การประชุมในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของอาเซียนในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาคนี้อย่างเป็นรูปธรรม   -------------------------------------  



วันที่ 7 มีนาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU ความร่วมมือโครงการไปรษณีย์ไทย @ธงฟ้า ระหว่างกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อขยายจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทยสู่ร้านธงฟ้ากว่า 20,000 สาขาทั่วประเทศ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพิ่มช่องทางในการดรอปหรือส่งสินค้าผ่านร้านธงฟ้าและลดภาระค่าใช้จ่าย โดยมีนายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ และ ดร.อนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมด้วยโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า โครงการไปรษณีย์ @ธงฟ้า เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงดีอีทำงานเชิงรุก พี่น้องประชาชนจะได้รับความสะดวกสบายมาบริการให้ในเขตหมู่บ้านประหยัดเวลาประหยัดค่าใช้จ่าย ไปรษณีย์ไทยจะมีสาขาเพิ่มอีก 20,000 สาขาทันทีในการรับส่งสินค้า ช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้า สำหรับกรมการค้าภายใน ร้านธงฟ้าก็ได้รับประโยชน์ นอกจากรับส่งของยังสามารถขายของในร้านตัวเองได้อีก ในอนาคตอาจมีการต่อยอดในการขนส่งสินค้าภาคการเกษตรเพิ่มขึ้นซึ่งได้ประโยชน์ทุกฝ่ายด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ทั้ง 2 หน่วยงานบูรณาการการจัดส่งสินค้าช่วยเพิ่มรายได้สร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน ไปรษณีย์ไทยยังขาดเครือข่ายและกระทรวงพาณิชย์มีร้านธงฟ้าอยู่ในเครือข่ายกว่าหนึ่งแสนร้านค้า เราคัดมา 20,000 ร้านค้า ความร่วมมือครั้งนี้จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่เป็นคนตัวเล็ก เจ้าของร้านค้าธงฟ้า ซึ่งจะเป็นเครือข่ายประชาชนให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ใช้ไปรษณีย์ไทยและร้านธงฟ้าเพิ่มรายได้และลดภาระค่าใช้จ่าย หน่วยงานของรัฐก็มาช่วยสนับสนุนดูแลพี่น้องประชาชน สำหรับจุดบริการ “ไปรษณีย์ไทย@ธงฟ้า” ในระยะแรกจะเปิดเป็นจุดดรอปพัสดุ ผู้ฝากส่งเพียงเตรียมการฝากส่งล่วงหน้า ซึ่งผู้ให้บริการร้านธงฟ้าสแกนบาร์โค้ดหน้ากล่องผ่านแอปพลิเคชันเพื่อรับสิ่งของเข้าระบบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะเข้ามารับพัสดุไปดำเนินการเพื่อส่งต่อให้ผู้รับปลายทาง และระบบจะคำนวณรายได้ให้ร้านธงฟ้า โดยจะเริ่มให้บริการในเดือนเมษายน 2567 ตามเวลาทำการของร้านธงฟ้าแต่ละแห่ง ส่วนระยะต่อไปจะเปิดให้บริการทั้งจุดรับพัสดุและเป็นจุดรอจ่ายพัสดุให้ผู้รับปลายทาง ทั้งนี้ จากความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้ไปรษณีย์ไทยมีเครือข่ายรวมมากกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ  

วันนี้ (8 มีนาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาโครงการครั้งที่ 2/2567 เพื่อร่วมกันพิจารณาการติดตาม ประเมินผลโครงการ และสถานะการเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับทุนตามมาตรา 26 (1) (2) (3) (4) และ (6) และพิจารณาโครงการหรือกิจกรรมของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามมาตรา 26 (3) โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม ONDE 1 ชั้น 9 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   ----------------------------------------

วันนี้ (8 มีนาคม 2567) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการวันคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ประจำปี 2567 จัดโดยกรมการปกครอง เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานและประชาสัมพันธ์ผลงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างแพร่หลาย ภายในงานมีพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่หมู่บ้านที่ได้รับรางวัล ตามโครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” (หมู่บ้านอยู่เย็น) ประจำปี 2566 โดยมี นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร   -----------------------

วันนี้ (8 มีนาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับหนังสือร้องเรียนจากเพจ “เป็นหนึ่ง” ที่ได้นำผู้เสียหายจากกรณีถูกตำรวจคอมมานโดปล่อยคลิปลับ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ ดีอี เร่งระงับการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร และ หาตัวผู้แชร์ หรือส่งต่อคลิปดังกล่าวด้วย เพราะมีโทษ และอาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายได้นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า จากกรณีที่ ผู้เสียหาย ได้ยื่นหนังสือถึง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการฯ เพื่อขอให้ปิดกั้นเว็บไซต์ หลังจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้ดำเนินคดีกับสิบตำรวจโท สังกัดกองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีที่สิบตำรวจโทดังกล่าว นำคลิปวิดีโอและรูปภาพโป๊เปลือยของผู้เสียหายทั้งสอง ไปเผยแพร่เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และสื่อสังคมออนไลน์ และต่อมา และพบในหลายหลายช่องทาง อาทิ แอปพลิเคชัน VK และ X ทำให้ผู้เสียหาย ได้รับความอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียงและมีผลต่อการดำรงค์ชีวิตในปัจจุบันอย่างมาทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้รับจดหมายร้องเรียนดังกล่าวแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีประเสริฐ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ให้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ หรือลิงค์เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องที่มีคลิปและรูปภาพโป๊เปลือยไม่เหมาะสมของผู้เสียหาย รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ ทุกช่องทาง“ดีอี ขอเตือนว่า ประชาชน อย่า แชร์ ข้อมูลภาพโป๊ เปลือย ลามกและอนาจารต่างๆ เนื่องจากผู้ใดเผยแพร่ ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูลภาพโป๊ เปลือย ลามกและอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ผู้นั้น อาจจะมีความผิด มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับเงินไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับได้” นายเวทางค์ กล่าว   -------------------------------------------------

วันนี้ (8 มีนาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานระเบียบการประชุมหารือแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างบริการคลาวด์ (Cloud service) โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิด 10 ข่าวปลอม “มัสยิดกลายเป็นสาขาของธนาคารอิสลาม 1,000 แห่งทั่วประเทศ” ขึ้นแท่นคนสนใจมากสุดประจำสัปดาห์ รองลงมาแอบอ้างเป็นบริษัท การบินไทย จำกัด ผ่านเพจ Li n เปิดการอบรมระยะสั้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของน้องวัย 4-18 ปี ที่อยากเป็นนักบิน  ยังระบาดหนัก เตือนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เช็คให้ชัวร์ ก่อนแชร์   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ  ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่  1 - 7 มีนาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,198,685 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 154 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 129 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 25 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 124 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 60 เรื่อง   ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 71 เรื่อง อาทิ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินสงเคราะห์พิเศษเพิ่ม 300 บาท รอบแรก 11-13 มี.ค. 67 เป็นต้น  กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 29 เรื่อง อาทิ การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนไม่เกิน 300 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อเดือน สามารถขอเงินอุดหนุนคืนเงินได้ แอดไลน์เพื่อรับคำปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการคืนเงิน เป็นต้น  กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง  กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 19 เรื่อง อาทิ ปตท. เปิดให้ลงทุน เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ปันผลกำไรสูง เป็นต้น  โดยแบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 15 เรื่อง   นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า ข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง มัสยิดกลายเป็นสาขาของธนาคารอิสลาม 1,000 แห่งทั่วประเทศ อันดับที่ 2 : เรื่อง เปิดการอบรมระยะสั้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของน้องวัย 4-18 ปี ที่อยากเป็นนักบิน ติดต่อผ่านเพจ Lin อันดับที่ 3 : เรื่อง เหงื่อออกที่มือ-เท้าบ่อย ๆ สัญญาณบอกหัวใจทำงานหนัก เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ อันดับที่ 4 : เรื่อง ติดแอร์ที่ตำแหน่งหัวเตียงนอน จะทำให้เกิดเชื้อราในสมอง อันดับที่ 5 : เรื่อง การดื่มน้ำเย็นหรือเครื่องดื่มเย็น หลังรับประทานอาหาร เสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง อันดับที่ 6 : เรื่อง เจ้าหน้าที่จาก อย. โทรแจ้งขายผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย ให้โอนเงินเพื่อไม่ต้องถูกดำเนินคดี อันดับที่ 7 : เรื่อง SMS ลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าผ่านออนไลน์ เพื่อเข้ารับเงินที่สำนักงานการ                ไฟฟ้าสาขาใกล้บ้าน อันดับที่ 8 : เรื่อง ขอรับเอกสาร บำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาลสามารถยื่นเรื่องได้ที่เว็บไซต์                  https://dps.trth.cc อันดับที่ 9 : เรื่อง การบินไทยออกโปรโมชัน รับเงินคืนสูงสุด 8,000 บาท อันดับที่ 10 : เรื่อง สารบอแรกซ์ใช้รักษาโรคมะเร็งได้   ดีอี ตระหนักถึงผลกระทบของข่าวปลอมที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างมาก ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่มีการแพร่ระบาดในทุกช่องทาง ทั้งจากโซเชียลมีเดีย โทรศัพท์ และเอสเอ็มเอส หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติผ่านโซเชียลมีเดีย เอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอมได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้าน ข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด  24 ชั่วโมง”  


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.