Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันนี้ (26 มีนาคม 2567) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นวิทยากรในการสัมมนา เรื่อง “ปฏิรูปสิทธิ เสรีภาพ คุ้มครองผู้บริโภค... 5ปี ที่ท้าทาย” โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยเหล่าผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเวทีเสวนา และผู้ที่สนใจเข้าร่วมทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ จัดโดยคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ณ ห้องจัดประชุมสัมนา B1-1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา   --------------------------------

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า จากการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ระหว่าง วันที่ 18 - 22 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา Thai Police Online รับแจ้งคดีออนไลน์ทั้งหมด 4,490 เรื่อง มูลค่าความเสียหาย 508,563,700 บาท และมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงผ่านเครือข่ายออนไลน์ในหลายรูปแบบจำนวน 5 คดีร้องเรียนมายัง AOC1441 ประกอบด้วย คดีที่ 1 หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 60 ล้านบาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้รู้จักมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook และได้มีการชักชวนให้ลงทุนเทรดทองคำ อ้างว่าได้รับผลตอบแทนสูงจากเปอร์เซ็นต์ที่ร่วมลงทุน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงิน เข้าร่วมกิจกรรมตามที่มิจฉาชีพแนะนำ ในระยะแรกได้ผลตอบแทนจริงและสามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ แต่ภายหลังผู้เสียหายต้องลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่สามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 2 หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 70 ล้านบาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายรู้จักมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook และได้มีการเพิ่มเพื่อนทาง Line ชักชวนให้ลงทุนเทรดตลาดหุ้นฮ่องกง https://chhlweb.tfdcdcsite/ อ้างได้รับผลตอบแทนสูง จากเปอร์เซ็นต์ที่ลงทุน ครั้งแรกได้ 20-30% ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงเพิ่มวงเงินลงทุนไป ภายหลังจะถอนเงินคืน มิจฉาชีพอ้างมีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 50 ล้านเหรียญฮ่องกง ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 3 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 9 ล้านบาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ มิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความออนไลน์จากเพจ Facebook แจ้งว่าเงินในบัญชีของผู้เสียหายถูกนำไปฟอกเงิน อยู่ระหว่างการส่งหลักฐานให้ทางทนาย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินและจะโอนเงินคืนให้ภายหลัง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงิน ตามคำแนะนำ แต่สุดท้ายไม่ได้รับเงินโอนคืนและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 4 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 109,000 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายพบโฆษณาชักชวนหารายได้พิเศษจากช่องทาง Line เป็นลักษณะงานกระตุ้นยอดขายสินค้า ผลตอบแทนรายได้ 5-20% ของราคาสินค้า ผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อพูดคุยตามคำแนะนำของมิจฉาชีพ โดยให้โอนเงินไปเพื่อเพิ่มยอดสินค้าให้มีความน่าเชื่อถือ ระยะแรกได้รับผลตอแทนจริง ภายหลังเริ่มโอนเงินเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก และ คดีที่ 5 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 5,370 บาท รายละเอียดคดี พบว่า มิจฉาชีพสร้างเพจ Facebook ปลอม ชื่อว่า Baiyoke Skye Hotel ผู้เสียหายหลงเชื่อคิดว่า เป็นเพจจริงของโรงแรมใบหยกสกายกรุงเทพ ประตูน้ำ จึงได้ติดต่อจองรับประทานอาหาร โดยในครั้งแรกโอนเงินมัดจำ และค่าประกันไป ต่อมามิจฉาชีพแจ้งว่ายังมีค่าประกันเพิ่มเติมที่ต้องชำระอีก แต่ในครั้งหลังผู้เสียหายไม่ได้โอนไปให้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี 139,114,370 บาท กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความเป็นกังวล และขอให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาผ่านโทรศัพท์ และสื่อสังคมออนไลน์ หากมั่นใจว่าปลายสายเป็นมิจฉาชีพ ให้วางสายทันที และแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแล “ดีอี ขอเตือนภัยให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาในหลากหลายรูปแบบ ให้สังเกต และงดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่หลงเชื่อหากมีการชักชวนให้ลงทุนแล้วเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง หรือเร่งรัดให้ตัดสินใจลงทุน ขอให้ท่านอย่าไว้ใจหรือตระหนักเสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันการถูกกลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพจนหมดตัวได้ รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441

วันนี้ (26 มีนาคม 2567) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ในงานเสวนา ‘จิบกาแฟแลสยาม’ ในหัวข้อ “ทางออกประเทศไทยในยุคที่มิจฉาชีพออนไลน์ เกลื่อนเมือง” (หลายรูปแบบจนแยกไม่ออก) กับ 5 Speaker ผู้เชี่ยวชาญในประเด็นดังกล่าว มาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์พร้อมพูดคุยร่วมกัน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมศูนย์นวัตกรรมทางทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ------‐---------------

วันนี้ (27 มีนาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เรียกประชุมคณะทำงานเตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ครั้งที่ 1/2567 โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ------------------------------------

วันนี้ (27 มีนาคม 67) นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นําโดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ., พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท., พล.ต.ต.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด โดย นายสุริยน ประภาสะวัต ตําแหน่งอัยการพิเศษ ฝ่ายการสอบสวน 1 เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ (AIS) โดยนายศรัณย์ ปรีชา ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดย พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลการจับกุม “JOINT CYBER OPERATION”  ใน 3 ปฏิบัติการ ดังนี้1. ครั้งแรกเก็บพยานหลักฐานนอกประเทศ ขยายผลข้ามแดนจับกุมคนไทย 154 ราย ถูกควบคุมตัวในพม่า โดยได้ประสานความร่วมมือสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เก็บรวบรวมข้อมูลและตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานเครือข่ายการพนันออนไลน์ใน จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับตำรวจสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เข้าปราบปรามบ่อนการพนันออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จ.ท่าขี้เหล็ก โดยจัดตั้งศูนย์สืบสวนสอบสวนและขยายผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อร่วมขยายผลเก็บรวบรวมข้อมูลและตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ซักถามคัดกรองปากคำบุคคล รวมทั้งการตรวจสอบพยานหลักฐานทางดิจิทัล และรายละเอียดต่าง ๆ สำหรับแนวทางการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน หลังจากได้รับโทษตามกฎหมายแล้ว จะส่งตัวกลับมาดำเนินนคดีในประเทศไทย2. ทลายแหล่งลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ใกล้สถานศึกษาดัง จ.ชลบุรี  โดยเข้าตรวจค้นและจับกุมตัว นายหัถตชัยฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวม 370 ชิ้น มูลค่าของกลางประมาณ 50,000 บาท พร้อมขยายผลการจับกุมถึงแหล่งที่มา จุดกระจายสินค้า และผู้ทำหน้าที่ค้าส่งหรือส่งสินค้าในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จึงขออนุมัติหมายจับและหมายค้นนายรัชชานนท์ฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี โดยเป็นผู้จำหน่ายและผู้จัดส่งบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยจะเป็นแหล่งเก็บ ซุกซ่อนและจําหน่าย บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 2 จุดโดยจุดที่ 1 ภายในซอยบางทราย 63 หมู่ที่ 5 ต.บางทราย อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เก็บ ซุกซ่อน สถานที่แพ็คของ จากการตรวจค้นพบนายรัชชานนท์ฯ อายุ 25 ปี แสดงตนเป็น ผู้ดูแล/เจ้าของบ้าน ตรวจยึดของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 12 ชิ้น คิดเป็นมูลค่า 1,560 บาทและอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจุดที่ 2 ในพื้นที่ ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ซึ่ง ตั้งอยู่ห่างจากสถานศึกษาชื่อดังของจังหวัดชลบุรี เพียง 300 เมตร ตรวจยึดของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า น้ำยา บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวนกว่า 5,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000,000 บาททั้งนี้ อยากฝากเตือนผู้บริโภคและประชาชนว่า การจำหน่าย ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า การลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็นความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองที่ 9/2558 เรื่อง “ห้ามขายหรือห้ามให้บริการบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้า” มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกไม่ เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย หรือรับไว้โดยประการใดโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตามมาตรา 246 วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคา สินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ3. จับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ slotpgthai.net และ uwin9.com พบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องรวม 25 เครือข่าย ตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท พบยอดเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 500 ล้านบาท โดยได้ตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหารวม 7 ราย กลุ่มผู้รับ ผลประโยชน์จำนวน 1 ราย กลุ่มผู้ดูแลการเงิน 1 ราย และบัญชีม้า 5 ราย ทั้งนี้ยังตรวจสอบพบเครือข่ายพนัน อื่น ๆ รวม 25 เครือข่าย มีสมาชิกผู้เล่นกว่า 200,000 คน โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันทาง อิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดน ในการดำเนินการขยายผลจับกุมทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ ซิมผี บัญชีม้า  โดยตั้งแต่ 1 ต.ค. 66 - 5 มี.ค. 67 กระทรวงดีอีดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์เกี่ยวกับพนันออนไลน์ จำนวน 25,571 รายการ  เพิ่มขึ้น 13 เท่าตัวจาก 2,059 เว็บ ในช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบ ระงับ ยับยั้ง หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ....................................................................................

วันนี้ (28 มีนาคม 2567) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมส่งมอบปฏิทินเก่า หนังสือเก่า และกระดาษ A4 ประจำปี พ.ศ.2567 เพื่อสำหรับผลิตสื่อการเรียนรู้ให้แก่ผู้พิการทางสายตา ณ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด (มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี   ---------------------------------------

วันนี้ (28 มีนาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตอบกระทู้สด ที่รัฐสภา กรณีการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ที่สร้างความเสียหายแก่พี่น้องประชาชน ในรูปแบบต่างๆ การหลอกลงทุน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอนเงินเพื่อทำงาน หลอกลวงเกี่ยวกับทรัพย์สินดิจิทัล หรือแม้กระทั่งการหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ และอื่นๆนายประเสริฐ หรือ รมว.ดีอี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากการได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด โดยได้ดำเนินการแล้วดังต่อไปนี้ เรื่องที่ 1 เรื่องการปราบปราม กระทรวงดีอี ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เรียกว่าศูนย์ AOC 1441 เป็นศูนย์ One Stop Service ที่ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) และสำนักงาน กสทช. จากการเปิดศูนย์ได้มีพี่น้องประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก และจากตัวเลขความเสียหายจากคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน จากการที่ได้ตั้งศูนย์ AOC 1441 แล้ว ก็มีตัวเลขความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดเมื่อ 26 มีนาคม ได้รับแจ้งจากศูนย์ AOC 1441 ในวันเดียวได้รับแจ้งคดีถึง 930 เรื่อง มูลค่าความเสียหายประมาณ 80 ล้านบาท ยังเป็นเรื่องการหลอกให้ลงทุน เรื่องการข่มขู่ทางโทรศัพท์ เรื่องแอปดูดเงิน ซื้อของไม่ตรงปก และจากการจัดตั้งศูนย์ AOC 1441 ได้มีการขยายผล การจับกุมและมีการปิดบัญชีมาซิมม้าขยายเส้นทางการเงินโดยร่วมกับ DSI และปปง. ได้ทำการปิดบัญชีม้าไปแล้วประมาณ 87,000 บัญชีในเรื่องที่ 2 ส่วนของการแจ้งข่าวสารประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ในเรื่องของอาชญากรรมออนไลน์ ก็ได้เพิ่มช่องทางการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชน โดยผ่านช่องทางศูนย์ประสานงานการแก้ไขข่าวปลอม ในช่องทาง Social Media ต่างๆแล้ว โดยมีประชาชนติดตามประมาณ 20 ล้านคนเรื่องที่ 3 ได้มีการตั้งศูนย์เฝ้าระวังเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ที่มีการทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึงช่วงต้นเดือนมีนาคม 2567 ได้ระงับข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมต่างๆ ไปแล้วประมาณ 30,000 กว่าเว็บไซต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากพอสมควรและสุดท้ายเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศ วันนี้ประเทศไทยโดยกระทรวงดีอี ได้มีการผลักดันเรื่องกรอบการประชุมประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน และได้เป็นผู้นำ การตั้งคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันและปราบปรามปัญหา หลอกลวง ทางสื่อออนไลน์ต่างๆแล้ว ได้ดำเนินการและมีความคืบหน้าไปในทางที่ดี ---------------------------------

วันนี้ (29 มีนาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกิจกรรมสัมมนาเปิดตัว Kick off ผลการพัฒนาระบบคลาวด์กลางด้านสาธารณสุข เชื่อมต่อแลกเปลี่ยนชุดข้อมูลสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศ ด้วยความร่วมมือของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช) และกระทรวงสาธารณสุข ที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพตนเองและเข้ารับบริการได้สะดวกรวดเร็ว สอดรับกับนโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาได้ทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวของรัฐบาล พร้อมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ป้องกันข้อมูลรั่วไหลและถูกโจรกรรม ตามมาตรฐานสากล ISO 27001 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะผู้บริหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงาน ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวรมว.ดีอี หรือนายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) มุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งระบบคลาวด์กลางด้านสาธารณสุขเป็นสิ่งสำคัญที่กระทรวงฯ มุ่งมั่นให้บริการแก่ประชาชน โดยจัดให้มีระบบคลาวด์กลาง GDCCเพื่อให้บริการด้านการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยสำหรับหน่วยงานภาครัฐ สนับสนุนบริการภาครัฐ ตามยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งนี้ การพัฒนาระบบสารสนเทศแพลตฟอร์มกลางบนคลาวดีมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ รพ.สต.ทั่วประเทศ ที่ขาดแคลนบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์และงบประมาณ ซึ่งระบบนี้จะได้รับการดูแล ปรับปรุง และพัฒนาจากหน่วยงานส่วนกลางแบบออนไลน์ เป็นการลงทุนสำหรับการพัฒนาและดูแลระบบที่มีต้นทุนต่ำ แต่สามารถชื่อมโยงการดูแลสุขภาพทุกระดับ ระบบสารสนเทศจะมีระบบประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) ในรูปแบบ Private Cloud ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน มีการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ช่วยลดงบประมาณให้กับภาครัฐในระยะยาวได้ โดยกระทรวงฯ จะดำเนินการจัดหา พัฒนา ดูแลระบบคราวด์กลางสำหรับข้อมูลสุขภาพที่มีความปลอดภัย พร้อมกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล"สดช. และ สธ. ในฐานะหน่วยงานรัฐผู้ดำเนินงานให้บริการโครงการคลาวด์กลาง เชื่อมั่นว่าระบบนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการดูแลสุขภาพของประชาชน และเป็นการขับเคลื่อนสู่ Health 4.0 อย่างเป็นระบบ ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงแค่เป็นการปรับปรุงการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่สำคัญในการเดินหน้าของประเทศไทยสู่ Health 4.0 ที่จะช่วยสร้างพื้นที่ในการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมในด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน" นายประเสริฐกล่าวด้านนายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายเร่งผลักดันการพัฒนาระบบสุขภาพระดับชาติ เพิ่มขีดความสามารถด้านสาธารณสุขสร้างบทบาทของนวัตกรรมด้านสุขภาพ รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนทุกคน ทุกพื้นที่ มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ใด้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ "แอปพลิเคชันหมอพร้อม" แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานกว่า 25.4 ล้านคน รวมถึงการพัฒนาโรงพยาบาลในสังกัดให้เป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการ มีการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพของประชาชนบนฐานข้อมูลที่มีความปลอดภัยช่วยให้ประชาชนเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ลดการรอคอยและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง -----------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมเกี่ยวกับสุขภาพ “9 อาการที่จะทำให้เป็นโรคหัวใจระยะแรก” ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมาเป็น “สำนักงานประกันสังคม เตรียมขยายเพดานจ่ายเงินสมทบ-อายุเกษียณ 65 ปี” และ “กระทรวงการคลัง ติดต่อประชาชนให้โหลดแอปฯ digital pention” เตือนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เช็คให้ชัวร์ ก่อนแชร์ ระวังมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินและล้วงเอาข้อมูลสำคัญ    นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่  22 - 28 มีนาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,194,823 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 162 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก  Social Listening จำนวน 157 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 5 ข้อความ  รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 140 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 68 เรื่อง   ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย   กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคง              ภายในประเทศ จำนวน 85 เรื่อง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อนุญาตใบทะเบียนพาณิชย์ให้บริษัท               เซ็นทรัล กู๊ดส์ จำกัด เป็นต้น  กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 29 เรื่อง               อาทิ การนอนคว่ำ อันตรายมากๆ ทำให้กระดูกสันหลังตึง หน้าอกกดทับเลือดไหลเวียนยากขึ้น เสี่ยงต่อ             ปัญหาหลอดเลือดและหัวใจได้ เป็นต้น  กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง อาทิ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปจะเริ่มเข้าสู่สภาวะลานีญาต่อเนื่อง โดย              ลานีญาในปีนี้จะมีกำลังแรงมากกว่าปี 65 เป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง เป็นต้น อาทิ ฮั่วเซ่งเฮง เปิดลงทุนหุ้นทองคำ เริ่มต้น 1,000 บาท กำไร 390              ต่อวัน การเงินมั่นคงรับรองจากก.ล.ต. เป็นต้น กลุ่มที่ 5 กลุ่มอาชญากรรม จำนวน 18 เรื่อง อาทิ กรุงไทยปล่อยสินเชื่อวงเงินกู้ 5 หมื่น - 2 ล้านบาท ดอกเริ่มต้น  1% ไม่เช็คเครดิตบูโร ติดต่อผ่านเพจสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น   โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่   อันดับที่ 1 : เรื่อง 9 อาการที่จะทำให้เป็นโรคหัวใจระยะแรก อันดับที่ 2 : เรื่อง สำนักงานประกันสังคม เตรียมขยายเพดานจ่ายเงินสมทบเป็น 17,500-20,000 บาท พร้อม                ขยายอายุการเกษียณเป็น 65 ปี อันดับที่ 3 : เรื่อง เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ติดต่อประชาชนผ่านไลน์ให้โหลดแอปฯ digital pention อันดับที่ 4 : เรื่อง ประกันสังคมเปิดลงทะเบียนสำหรับคนว่างงาน รับเงินชดเชยได้ 70% ของค่าจ้าง อันดับที่ 5 : เรื่อง ท้องอืด มือเท้าชา ปวดไมเกรน คือ 3 สัญญาณเตือนมีไขมันช่องท้อง อันดับที่ 6 : เรื่อง ทำงานในห้องแอร์เสี่ยงเป็นฮีทสโตรกได้ เนื่องจากร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน อันดับที่ 7 : เรื่อง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกวันให้ผลดีกว่าการออกกำลังกาย อายุยืนและละลายลิ่มเลือดให้เลือด                 ไหลเวียนได้ดี อันดับที่ 8 : เรื่อง อาการใจสั่น ประจำเดือนมาน้อย ทิ้งไว้เรื้อรัง ทำให้เสี่ยงหัวใจขาดเลือด อันดับที่ 9 : เรื่อง เดือนมิถุนายนนี้จะเริ่มเข้าสู่สภาวะลานีญาต่อเนื่อง โดยในปีนี้จะมีกำลังแรงมากกว่าปี 65  อันดับที่ 10 : เรื่อง การนอนคว่ำทำให้กระดูกสันหลังตึง หน้าอกกดทับเลือดไหลเวียนยากขึ้น เสี่ยงต่อปัญหาหลอด                  เลือดและหัวใจ      ทั้งนี้ ดีอี มีความเป็นห่วงประชาชนในเรื่องความตระหนักและรู้เท่าทันสื่อออนไลน์/โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม ดังกล่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”   ...........................................  

ดีอี-มูลนิธิกระจกเงา เร่งหารือแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านตกเป็นเหยื่อบัญชีม้า   1 เมษายน 2567 ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)หารือร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา เพื่อเร่งหารือแนวทางแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านตกเป็นเหยื่อบัญชีม้า และหาทางป้องกันการตกเป็นเหยื่อเพิ่ม โดยมีการประสานงานไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการปราบปรามต่อไป   #กระทรวงดิจิทัล #DE #กระทรวงดีอี #บัญชีม้า #ซิมม้า #การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ #AOC1441


นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่าง วันที่  25 - 29 มีนาคม 2567 ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้รายงานเคสตัวอย่าง 5 เคส ที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงผ่านเครือข่ายออนไลน์ในหลายรูปแบบ ประกอบด้วย  คดีที่ 1 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 3,215,019 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งว่าเงินในบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงิน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้โอนเงินไปเพื่อทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินและจะโอนกลับคืนให้ภายหลัง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป สุดท้ายไม่ได้รับเงินโอนคืนกลับมา และไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 หลอกลวงให้กดลิงก์ปลอมแล้วดูดเงินในบัญชี มูลค่าความเสียหาย 19,989 บาท รายละเอียดคดี พบว่าผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของสายการบินแอร์เอเชีย แจ้งว่าได้รับสิทธิ์ตั๋วฟรีให้กดลิงก์เพื่อยืนยันการรับสิทธิ์และยืนยันตัวตนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้กดลิงก์และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ภายหลังผู้เสียหายเช็คยอดเงินในบัญชีของตนเองพบว่าได้ถูกโอนออกไปผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 หลอกลวงให้กดลิงก์ปลอมแล้วดูดเงินในบัญชี มูลค่าความเสียหาย 17,740 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้รับข้อความ SMS จากมิจฉาชีพ แจ้งว่าจะได้รับเงินคืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง ตามนโยบายลดค่าไฟฟ้าของกระทรวงพลังงาน โดยส่งลิงก์มาให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้กดลิงก์ไป และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ภายหลังผู้เสียหายเช็คยอดเงินในบัญชีของตนเองพบว่าได้ถูกโอนออกไป ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 4 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อดำเนินการเงินกู้ มูลค่าความเสียหาย 2,330,564 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายต้องการกู้เงิน จึงค้นหาด้วย google และพบ Website ของมิจฉาชีพอ้างชื่อ Lucky Leasing ผู้เสียหายสนใจจึงแอดไลน์ไปสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพอ้างว่ามีค่าดำเนินการต่าง ๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปหลายครั้ง สุดท้ายผู้เสียหายไม่ได้รับเงินกู้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกและ คดีที่ 5 หลอกลวงโอนเงินมัดจำซื้อขายที่ดิน มูลค่าความเสียหาย 5,150,000 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายเจอเพจประกาศขายที่ดิน จึงเข้าไปดูรายละเอียดแล้วเกิดความสนใจที่ดินแปลงนี้ จึงแอดไลน์ไปพูดคุยสอบถามกับผู้ที่ลงประกาศขาย มิจฉาชีพอ้างว่ามีผู้สนใจที่ดินแปลงนี้หลายคน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เสียหายต้องการซื้อที่ดินแปลงนี้จริง ให้กรอกเอกสารออนไลน์และโอนเงินมัดจำจองก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้กรอกเอกสารและโอนเงินไป ภายหลังผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อเพจได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี 10,733,312 บาท จากผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่  31 มีนาคม 2567 ศูนย์ AOC 1441 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน  504,917 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,322 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 96,397 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 634 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท 1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 28,742 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 29.81 2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 20,589 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 21.36 3) หลอกลวงลงทุน 17,543 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 18.20 4) หลอกลวงให้กู้เงิน 7,995 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.29 5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 6,262 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.50 และคดีอื่นๆ 15,266 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 15.844. ยอดการอายัดบัญชี (1 พ.ย.66 – 31 มี.ค.67) ข้อมูลจาก ตร. (บข.สอท) 1) ยอดขออายัด  8,185,327,516 บาท 2) ยอดอายัดได้  3,917,696,373 บาท 3) อายัดได้ ร้อยละ  47.86“ดีอี ขอเตือนภัยให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาในหลากหลายรูปแบบ ให้สังเกต และงดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่หลงเชื่อหากมีการชักชวนให้ลงทุนแล้วเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง หรือเร่งรัดให้ตัดสินใจลงทุน ขอให้ท่านอย่าไว้ใจหรือตระหนักเสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันการถูกกลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพจนหมดตัวได้ รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าวทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441--------------------------------------------------

วันนี้ 1 เมษายน 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ร่วมกล่าวเปิดการประชุม Information Session ในหัวข้อ “Healthy Aging in Thailand through ICT” ร่วมกับ Ms. Atsuko Okuda ตำแหน่ง Regional Director for Asia and the Pacific และ Dr. Olivia Corazon Nieveras ตำแหน่ง Acting WHO Representative to Thailand โดยการประชุมดังกล่าวจัดโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union : ITU) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และมีผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) กระทรวงสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นวิทยากร เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ณ สำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ ITU ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ  การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์แนวโน้มและความท้าทายที่ประชากรกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยต้องเผชิญ บทบาทของเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ICT) ที่จะมีส่วนในการส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีสุขภาวะ (Healthy aging) และการเข้าถึงดิจิทัลอย่างครอบคลุมของประชากรกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทย ตลอดจนเพื่อเป็นเวทีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมและอำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างกันเพื่อทำความเข้าใจถึงความต้องการและความท้าทายที่ประชากรกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยเผชิญ ในโอกาสนี้ นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ ได้ร่วมแบ่งปันการดำเนินงานของกระทรวงฯ ในการสนับสนุนประชากรกลุ่มผู้สูงอายุในโลกยุคดิจิทัลปัจจุบัน อาทิ โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางด้านสาธารณสุขของประเทศไทย โครงการสร้างช่องทางการเผยแพร่สื่อดิจิทัลเพื่อรู้เท่าทันและรับมือภัยออนไลน์ “Retro OK” ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook Group และโครงการ Media for Senior ซึ่งผลิตและเผยแพร่สื่อเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป   

วันนี้ 1 เมษายน 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  เป็นประธานงานแถลงความสำเร็จโครงการ DIGITAL INFINITY: SMART LIVING สร้างเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล หลังเดินหน้ายกระดับเมืองอัจฉริยะด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ ด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะ และด้านการบริการภาครัฐอัจฉริยะใน 11 พื้นที่ 10 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 200 ล้านบาท และเตรียมพร้อมขยายผลสู่การส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศ โดยมี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ และ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมด้วย เครือข่ายพันธมิตร อาทิ นายกเทศมนตรี คณะผู้บริหาร และผู้แทนเมืองจาก 11 พื้นที่ 10 จังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนนทบุรี ราชบุรี อ่างทอง ปราจีนบุรี นครราชสีมา มหาสารคาม ตรัง ชลบุรี เชียงราย และกรุงเทพฯ ร่วมในงานโดยพร้อมเพรียง ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.