Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ 1 เมษายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรหลักสูตร The Cullinan : The Making of the Digital Board รุ่น 3 ณ ห้องสตูดิโอ 2 โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ




กระทรวงดีอี เปิด Project Kick-Off 2 เม.ย. 67 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ฯ เป็นประธานประชุมเริ่มต้นโครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ANTI FAKE NEWS CENTER (AFNC) ประจำปีงบประมาณ 2567 (Project Kick-Off) ณ ห้อง AFNC War Room ชั้น 4 บริษัทเรียลสมาร์ท จำกัด

กระทรวงดีอี ดำเนินโครงการ "สู่การพัฒนาการวิเคราะห์ภูมิภาคอาเซียน" 2 เม.ย.67 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินโครงการ "สู่การพัฒนาการวิเคราะห์ภูมิภาคอาเซียน : การพัฒนาแบบจำลอง MODEST เพื่อวัดผลกระทบของดิจิทัลต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 สป.ดศ.  

เปิดภาพบรรยากาศ "Thailand Tourism 2025"   2 เม.ย.67 ดร.ณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมงานแสดงวิสัยทัศน์ Thailand Tourism 2025 การเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวของภูมิภาค หรือ Tourism Hub ถือเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ประเทศไทยที่รัฐบาลมุ่งนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในทุกมิติ โดยในปีนี้รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท และจะทวีเพิ่มมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป ด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญ การยกระดับ Experience ของการท่องเที่ยวไทยในทุก Touchpoint การโปรโมท Soft Power ด้วยเรื่องราว (Story) ที่ดึงดูดใจผ่านการนำเสนอ 5 Must Do in Thailand ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล   อ่านเพิ่มเติม>> www.thaigov.go.th/news/contents/details/81222

  3 เมษายน 2567  ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสมาคมธนาคาร เรื่อง แนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านระบบ Central Fraud Registry (CFR) เพื่อเร่งรัดกระบวนการระงับบัญชีม้าที่ได้รับจากศูนย์ AOC โดยมี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว . #ปลัดวิศิษฏ์ #กระทรวงดิจิทัล #DE #กระทรวงดีอี

นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา พร้อมนายธานี สิงหนาท เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายยอดชาย วีระพงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา นายอมรรัตน์ กริยาผล อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง และคณะผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลอาญา ศาลแพ่ง ร่วมพิธีเปิดแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา พร้อมเปิดตัวระบบยื่นคำร้องปิดเว็บได้ทันทีด้วยพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายให้การสนับสนุน ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรื่อง การจัดตั้งแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา ลงวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2567 โดยได้จัดตั้งแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีขึ้นในศาลอาญา โดยมีอำนาจหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งหมายความถึงคดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษบุคคลที่กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ คดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ (PDPA) และคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดฐานฉ้อโกง กรรโชกทรัพย์ หรือรีดเอาทรัพย์ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ (ยกเว้นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของแผนกคดียาเสพติดและแผนกคดีค้ามนุษย์) รวมทั้งมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ (PDPA) และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ จึงได้มีการเปิดทำการแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป  นอกจากนี้ ดีอี ได้ร่วมมือกับสำนักงานศาลยุติธรรม ในการเปิดตัวระบบยื่นคำร้องขอปิดกั้นเว็บไซต์ทางออนไลน์ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้มีการยื่นคำร้องอิเล็กทรอนิกส์ต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ผ่านระบบดังกล่าวด้วยพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ 100% ซึ่งศาลได้มีการพิจารณาคำร้อง พยานหลักฐาน รวมถึงการไต่สวนคำร้องทางออนไลน์ และมีคำสั่งศาลโดยใช้ Digital Signature ในการลงนาม โดยกระบวนทั้งหมดได้ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีความรวดเร็ว ทำให้สามารถรับคำสั่งศาลได้ภายในวันที่ยื่น ทั้งสอดคล้องนโยบายของดีอี ที่ลดการใช้กระดาษให้เป็นศูนย์ และจะมีการเริ่มใช้ระบบดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป “ในการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ทั้งพนัน และเว็บลามก เดิมทีจะต้องมีกระบวนการยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเดินทางไปยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐาน แต่ตอนนี้เราสามารถยื่นคำร้องต่อศาลแบบออนไลน์ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสถานะการพิจารณาคำร้องของศาลได้ และจะได้รับการแจ้งเตือนที่ส่งจากระบบเข้าสู่อีเมลที่ล็อกอินเพื่อดาวโหลดคำสั่งศาลได้เลย ซึ่งนอกจากเป็นการประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเจ้าหน้าที่ในการเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนกระบวนการทำงานของหน่วยงานราชการ เพื่อนำไปสู่รัฐบาลดิจิทัล ในมิติของการลดใช้กระดาษ ในการยื่นคำร้องขอปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายในระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นอีกหนึ่งการทำงานที่จะช่วยลดการใช้กระดาษได้จริง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ก็มีแผนการดำเนินการเชื่อมโยงเพื่อติดตามสถานการณ์ปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมตามคำสั่งศาลต่อไปในระยะที่ 2 ด้วย” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว#กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #ปลัดวิศิษฏ์

  3 เมษายน 2567 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลธนาคารกรุงไทย ในโอกาสขอเข้าศึกษาดูงานที่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) ณ ศูนย์ AOC   #กระทรวงดิจิทัล #DE #กระทรวงดีอี

 Google จับมือ ดีอี ร่วมปกป้องคนไทยจากกลโกงออนไลน์ ด้วยฟีเจอร์ Google Play Protect ใหม่ และแคมเปญเสริมสร้างความรู้ด้านดิจิทัล   -ฟีเจอร์ Google Play Protect ใหม่ ช่วยปกป้องผู้ใช้อุปกรณ์ Android จากการหลอกลวงและกลโกงทางการเงินด้วยการบล็อกการติดตั้งแอปที่อาจมีความเสี่ยงซึ่งโหลดมาจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จัก -แคมเปญ Pause Check Protect มุ่งส่งเสริมความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ให้กับคนไทยด้วยการแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าใจง่าย และสามารถส่งต่อกันได้  -งาน Safer Songkran ที่สามย่านมิตรทาวน์ อัดแน่นด้วยกิจกรรมที่มุ่งเสริมสร้างทักษะดิจิทัลและนำเสนอเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยให้ Gen Z และทุกคนปลอดภัยบนโลกออนไลน์ โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานฟรีตั้งแต่วันนี้ - 6 เมษายน ศกนี้   3 เมษายน 2567 : Google ประเทศไทย จัดกิจกรรม Safer Songkran ภายใต้โครงการ Safer with Google ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมประกาศความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการเสริมสร้างความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ให้กับคนไทยผ่านฟีเจอร์และแคมเปญใหม่ ได้แก่ -ฟีเจอร์ Google Play Protect ใหม่ เพื่อช่วยปกป้องผู้ใช้ Android จากการหลอกลวงและกลโกงทางการเงิน -แคมเปญ Pause Check Protect ที่จะชวนคนไทยตั้งสติ ตรวจสอบ ป้องกัน ด้วยการนำเสนอเคล็ดลับต่างๆ ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าใจง่าย และสามารถส่งต่อกันได้ เพื่อให้คนไทยไม่ตกเป็นเหยื่อของกลโกงออนไลน์  Google มุ่งมั่นช่วยให้คนไทยปลอดภัยบนโลกออนไลน์ โดยฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ใน Google Play Protect จะช่วยปกป้องผู้ใช้อุปกรณ์ Android จากกลลวงต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นด้วยการบล็อกการติดตั้งแอปที่อาจมีความเสี่ยงซึ่งโหลดมาจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จัก โดยจะเริ่มนำร่องการใช้งานตั้งแต่วันนี้ และจะทยอยเปิดให้บริการแก่ผู้ใช้ในประเทศไทยในลำดับต่อไป โดยไทยเป็นประเทศที่ 2 ของโลก (ต่อจากสิงคโปร์) ที่ Google ได้นำร่องฟีเจอร์นี้ ถือเป็นการยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ขึ้นไปอีกขั้นนอกเหนือจากการรักษาความปลอดภัยในตัวแบบหลายชั้นที่มีอยู่แล้วทั้งบน Android และ Google Play ซึ่งรวมถึงการป้องกันสแปมใน Google Messages, Google Safe Browsing ใน Chrome และ Google Play Protect ที่ตอนนี้มีการสแกนแอปแบบเรียลไทม์เพิ่มเข้ามาด้วย เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ประเทศไทยมีคดีหลอกลวงและกลโกงทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าในปีที่ผ่านมาผู้คนจะตระหนักถึงกลโกงทางออนไลน์กันมากขึ้น แต่กลับพบว่า 7 ใน 10 ของผู้ใช้ออนไลน์ในประเทศไทยตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์ ทั้งๆ ที่มีความมั่นใจว่าตนเองนั้นสามารถมองกลโกงออกและหลีกเลี่ยงได้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า “ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มิจฉาชีพมักมีวิธีใหม่ๆ เพื่อหลอกลวงให้คนไทยจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของกลลวงออนไลน์ ซึ่งส่งผลให้คนไทยสูญเสียเงินทองและข้อมูลที่สำคัญ ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ จึงได้ร่วมมือกับ Google บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อเสริมสร้างแนวทางการป้องกันกลลวงออนไลน์และรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของคนไทยบนสมาร์ทโฟนระบบ Android ด้วยฟีเจอร์ Google Play Protect ใหม่ ที่จะช่วยบล็อกการติดตั้งแอปที่อาจมีความเสี่ยงซึ่งโหลดมาจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จักโดยอัตโนมัติ ผมมั่นใจว่าการร่วมมือกับ Google ในครั้งนี้ จะเป็นการเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศไทยอย่างจริงจัง รวมทั้ง ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของ Google และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่คนไทยและขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตดิจิทัลที่ปลอดภัยและยั่งยืน” Mohet Saxena ผู้อำนวยการฝ่ายความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยสำหรับ Play Store, Android และ Chrome Web Store ของ Google กล่าวว่า “เนื่องจากการหลอกหลวงผ่านทางมือถือในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราจึงเดินหน้าคิดหาวิธีที่จะช่วยให้คนไทยมีความปลอดภัยบนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพของ Google Play Protect จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นให้แก่ผู้ใช้อุปกรณ์ Android เพื่อต่อต้านมิจฉาชีพและกลโกงที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการรับมือกับปัญหานี้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่คนไทยทั้งประเทศกำลังประสบอยู่ เราจะคอยติดตามผลการทำงานของฟีเจอร์นี้อย่างใกล้ชิดร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อประเมินผลกระทบและทำการปรับปรุงที่จำเป็นต่อไป”  Google ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่นี้ที่ป็อปอัพอีเวนต์ Safer Songkran โดยภายในงานอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่มุ่งให้ความรู้และนำเสนอเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยส่งเสริมความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ให้แก่คนไทย โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมและร่วมกิจกรรมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 3-6 เมษายน ศกนี้ ณ สามย่านมิตรทาวน์  แจ็คกี้ หวาง Country Director, Google ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาที่ Google ได้เข้ามาดำเนินงานในประเทศไทย เราได้มุ่งมั่นกับการลดช่องว่างดิจิทัลและการทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับคนไทยทุกคนภายใต้พันธกิจ Leave No Thai Behind มาโดยตลอด ในปัจจุบันที่ผู้คนพึ่งพาอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อความบันเทิง การตระหนักถึงภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น การหลอกลวงทางออนไลน์ รวมถึงการรับมือกับผู้ไม่ประสงค์ดี การเตรียมพร้อม รู้เท่าทัน และมีข้อมูลที่จำเป็นในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างฉลาดและรอบคอบจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าที่เคย เราหวังว่า Safer Songkran จะช่วยสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยบนโลกออนไลน์และสนับสนุนให้คนไทยหลากหลายช่วงวัยใช้ช่วงเวลาสงกรานต์ในการส่งมอบความห่วงใยและส่งเสริมความปลอดภัยทางดิจิทัลให้กับตัวเองและครอบครัว”   ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อป้องกันการหลอกลวงทางออนไลน์ นอกเหนือจากการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันการหลอกลวงทางออนไลน์แล้ว Google ยังได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐเพื่อเสริมสร้างความรู้และส่งเสริมความตระหนักด้านความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนมีข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ ในปีนี้ Google ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการจัดทำคอนเทนต์เพื่อให้ความรู้ แบ่งปันเคล็ดลับดีๆ และแนะนำเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยในการรับมือกับการหลอกลวงทางออนไลน์ประเภทต่างๆ ที่พบบ่อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Pause Check Protect ที่จะชวนคนไทยตั้งสติ ตรวจสอบ ป้องกัน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ความพยายามอย่างต่อเนื่องเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในพันธกิจ Leave No Thai Behind ของ Google ที่ต้องการส่งเสริมศักยภาพของคนไทยด้วยการให้ความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อให้พวกเขาสามารถท่องโลกออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย Google มุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศออนไลน์ที่ส่งเสริมนวัตกรรมและความปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นความเป็นส่วนตัว มีความปลอดภัยโดยค่าเริ่มต้น และให้ผู้ใช้ควบคุมประสบการณ์การใช้งานด้วยตนเอง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Google รักษาความปลอดภัยให้กับผู้คนในทุกวันได้ที่ https://safety.google#กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #Google #SaferwithGoogle





icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.