Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา



วันนี้ (17 เมษายน 67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3, พล.ต.ต.จิตติพนธ์ ผลพฤกษาผบก.สอท.4, นายวิทยา เนติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย หัวหน้าโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ คุณ Akbar A. Head of Investigation - APAC (Binance) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ปฏิบัติการ “The Purge” ปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรข้ามโลก จับต่างชาติตัวการแก๊ง Hybrid Scam ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 250 ล้าน เตรียมเฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหาย    สืบเนื่องจากปฏิบัติการ “Trust No One” EP.1-5 กรณีผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนในลักษณะ  Hybrid Scam ซึ่งคนร้ายใช้วิธีการชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มปลอม จากนั้นให้ผู้เสียหายซื้อเงินสกุล USDT และโอนไปตามเลขกระเป๋าเงินดิจิทัลตามที่คนร้ายระบุ ก่อนที่จะถูกโอนเข้าบัญชีของแพลตฟอร์มเทรดเงินดิจิทัล เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์สืบสวนจนได้ข้อมูลที่เชื่อมโยงไปสู่คนร้ายตัวจริงที่ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลดังกล่าว คือ นายซู (Mr.Shaoxian Su) ชาวสัญชาติจีนกับพวก และยังพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงนอมินีที่จดทะเบียนเพื่ออำพรางการทำธุรกรรม สามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีน 3 ราย โดยยึดทรัพย์สินไว้ 15 รายการ ราคาประมาณ 600 ล้านบาท และได้ลงประกาศให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์คืน   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนขยายผล พบว่า คนร้ายใช้วิธีสุ่มติดต่อหาประชาชนผ่านแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลต่างๆ แล้วชักชวนให้เกิดความเชื่อว่าคนร้ายสอนการลงทุนเทรดคริปโตเคอเรนซีเพื่อได้ผลกำไรจริง โดยผู้เสียหายถูกชักชวนให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของบุคคลต่างๆ (บัญชีม้า) ที่คนร้ายอ้างว่า เป็นบัญชีตัวแทนรับแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัล เพื่อโอนเข้าแอปเทรดเหรียญดิจิทัล (แอปปลอม) โดยหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการเป็นกลุ่มชาวจีน และ ชาวจีนสิงคโปร์ จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องเอาไว้แล้ว จำนวน 26 คนและขอหมายค้นเพื่อเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ จำนวน 4 จุด สามารถจับผู้ต้องหารายสำคัญได้ จำนวน 4 ราย คือ นายวศิษฎ์ อายุ 31 ปี, น.ส.สิรภัทร อายุ 25 ปี, นายตงเจี้ยน สัญชาติ จีน อายุ 45 ปี  และนายเว่ย คิง เคก สัญชาติ สิงคโปร์ อายุ 41 ปี โดยได้ทำการอายัดบัญชีเงินฝาก รวมถึงตรวจยึด อายัดทรัพย์สินและบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ต้องหาและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องในคดีรวมมูลค่าประมาณ 252.5 ล้านบาท พร้อมส่งดำเนินการตามกฎหมายในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนอันเป็นปกติธุระโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,ร่วมกันเป็นอั้งยี่,ร่วมกันเป็นซ่องโจร,ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ,ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯ และร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน” นอกจากนี้ยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนสูงถึง 30,000 ล้านบาทต่อปี   ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดน ในการดำเนินการขยายผลจับกุมทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ ซิมผี และบัญชีม้า เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบ ระงับ ยับยั้ง นายประเสริฐฯ กล่าว   หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ----------------------------------------------------  

ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ประชุมหารือแนวทางการเปิดบัญชีและข้อมูลระบบ Central Fraud Registry (CFR) วันนี้ (18 เมษายน 2567) ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ฯ ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือแนวทางการเปิดบัญชีและข้อมูลระบบ Central Fraud Registry (CFR) ที่ต้องจัดส่งให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันนี้ (18 เมษายน 2567) ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้แทนรับโล่เชิดชูเกียรติองค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จัดโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม โดย ท่านลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธีและเป็นผู้มอบโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ณ อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

วันนี้ (18 เมษายน 2567) ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับโล่เชิดชูเกียรติชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จัดโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม โดย ท่านลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธีและเป็นผู้มอบโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ณ ห้องนิทรรศการ 5 ชั้น 1 อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ———————————— หน้าที่ของข้าราชการทุกฝ่ายนั้น อาจแบ่งได้เป็น ๒ ส่วน. ส่วนหนึ่งคือ การปฏิบัติงานตามภาระรับผิดชอบ ของตน ให้สำเร็จผลอย่างมีประสิทธิภาพ อีกส่วนหนึ่งคือ การร่วมกับชาวไทยทุกคน ในอันที่จะจรรโลงรักษาความดีงาม ในชาติบ้านเมือง. จึงขอให้ข้าราชการทุกคนทุกฝ่าย ตั้งใจขวนขวายปฏิบัติหน้าที่ทั้งนั้นให้ครบถ้วนสมบูรณ์. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ๑ เมษายน ๒๕๖๖ วันข้าราชการพลเรือนซึ่งในปีนี้ขอแสดงความยินดีกับ นางสาววนิดา สรรเสริญศักดิ์ นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ กองกลาง ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

พระบรมราโชวาทเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ • การเป็นข้าราชการนั้น สำคัญที่สุดคือต้องมี ความสุจริต. กล่าวคือ ต้องทำแต่สิ่งที่ดีที่ถูกต้อง พูดแต่สิ่งที่ดีที่เหมาะสม และคิดแต่สิ่งที่ดีที่เป็นธรรม. จึงขอให้ข้าราชการทุกคน ปลูกฝังอบรมคุณธรรมข้อนี้ ให้เจริญงอกงาม. • พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ซึ่งในปีนี้ขอแสดงความยินดีกับ นายศรัลก์ โคตะสินธ์ นิติกรชำนาญการพิเศษ กองกฎหมาย ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565


นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทางเทคโนโลยี ที่มี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี เป็นรองประธานกรรมการ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ และผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาหารือร่วมกันเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนเมษายนนี้ เพื่อดำเนินงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ให้มีผลงานชัดเจนใน 30 วัน ซึ่งมีมาตรการที่สำคัญ จากการหารือ ดังนี้   1. มาตรการแก้ไขปัญหาบัญชีม้า โดยสรุปมีดังนี้ - การเร่งรัดกวาดล้างบัญชีที่ต้องสงสัยและบัญชีม้าในระบบธนาคาร โดย สมาคมธนาคารไทย สถาบันการเงิน ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งทำการตรวจสอบ เหตุต้องสงสัย 19 ข้อ และทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีต้องสงสัย ระหว่างธนาคาร เพื่อระบุและทำการระงับบัญชีธนาคาร ซึ่งที่ผ่านมามีการระงับไปแล้ว 3-4 แสนบัญชี ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการปิดบัญชีม้าไปแล้ว 318,298 บัญชี และศูนย์ AOC ระงับหรือปิดไปแล้ว 112,699 บัญชี - การเพิ่มมาตรการควบคุมการเปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย โดยเพิ่มการตรวจสอบ CDD (Customer Due Diligence) เป็นการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยว กับลูกค้า โดยมีกระบวนการประเมินและบริหารความเสี่ยง ก่อนอนุมัติเปิดบัญชีลูกค้า จากเดิม ที่มีการทำ KYC (Know Your Customer) ในการเปิดบัญชีใหม่เท่านั้น - การอายัดบัญชีทันที กรณี ที่ผู้เสียหาย แจ้งเหตุ กับ AOC 1441 และ ผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์เรียบร้อยแล้ว จากเดิมระงับชั่วคราว 3 วัน และต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ - ธนาคาร ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า บัญชีต้องสงสัย หรือข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยให้ AOC 1441 และให้ AOC 1441 เป็น Platform โดยทำระบบ Automation เพื่อ AOC นำข้อมูลที่ได้ใช้ AI วิเคราะห์และใช้แก้ปัญหาโจรออนไลน์ ต่อไป   2. มาตรการแก้ไขปัญหา ซิมม้า โดยสรุปมีดังนี้ - การกวาดล้างซิมต้องสงสัยและซิมม้า กสทช. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนสำหรับ ผู้ถือครองซิมการ์ดมากกว่า 100 ซิม โดยครบกำหนดการยืนยันตัวตนเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2567 มีผู้มายืนยันตัวตน แล้วจำนวน 2.57 ล้านหมายเลข และยังไม่มายืนยันตัวตนอีกจำนวน 2.5 ล้านหมายเลข ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการระงับ 2.5 ล้านหมายเลขที่ไม่ได้มายืนยันตัวตน นอกจากนี้ ในส่วนของ สตช. และกระทรวงดีอี ได้ประสานเพื่อระงับซิมม้า หรือซิมต้องสงสัยไปแล้วกว่า 8 แสนหมายเลข - การเข้มงวดในการเปิดใช้ ซิมใหม่ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ การลงทะเบียนและยืนยันตัวตนของ กสทช. เพื่อป้องกัน การนำซิมไปใช้กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา พบการปล่อยปละละเลยการเปิดใช้ซิมใหม่ จำนวนมากๆ ตลอดจนมีการสวมรอยใช้พาสปอร์ทชาวต่างชาติ หรือขโมยบัตรประชาชนคนไทย มาเปิดซิมจำนวนมาก - กสทช. ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ซิมม้า ซิมต้องสงสัย หรือข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยให้ AOC 1441 โดยทำระบบ Automation เพื่อ AOC นำข้อมูลที่ได้ไปใช้ AI ในการวิเคราะห์ และใช้แก้ปัญหาโจรออนไลน์ ต่อไป - กสทช. และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เร่งทำฐานข้อมูล พร้อมตรวจสอบผู้ส่ง SMS จำนวนมาก (Sender Name)   3. การดำเนินการเรื่องเสาโทรคมนาคม สายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสายโทรศัพท์ ที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยร่วมกับกระทรวงกลาโหม กสทช. และ สตช. เพื่อปิดกั้น และจับกุมผู้กระทำความผิด   4. มาตรการกำกับดูแล แก้ไขปัญหาการซื้อขาย Crypto แบบ P2P (Peer to Peer) ที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการที่คนร้ายใช้สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นช่องทางโอนเงินออกนอกประเทศ ซึ่งทางสำนักงาน ก.ล.ต. ร่วมมือกับกระทรวง ดีอี สตช. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อแก้ปัญหานี้ โดยการปิดกั้นเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน Platform ให้บริการ Crypto ที่ผิดกฎหมาย และกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเข้มข้น ในการทำ KYC นอกจากนี้สำหรับการหลอกลงทุน ก.ล.ต. ดำเนินการติดตามสื่อโซเชียลและมีสายด่วนแจ้งหลอกลงทุนเพื่อรับแจ้งเบาะแส รวมถึงประสานแพลตฟอร์มต่างๆ โดยตรง เพื่อปิดกั้นช่องทางการติดต่อ และมี Sec Check First ช่วยเช็คข้อมูลถูกต้อง   5. การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ โดย สตช. ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการปราบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีเป้าหมายชัดเจน และบูรณาการแผนฯ ร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการสืบสวน สอบสวน และขยายผลการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในระยะ 2 สัปดาห์ของ เดือนเมษายนนี้ ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาคดีออนไลน์ แล้วจำนวน 207 รายโดยแบ่งเป็น เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ จำนวน 83 ราย   6. การบูรณาการข้อมูล และอื่นๆ โดยให้ AOC 1441 เป็น Platform รับและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อบูรณาการข้อมูล ทำงานแบบ Automation และใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล   ดีอี และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เร่งบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามข้อสั่งการของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายรัฐมนตรี โดยจะมีการติดตามตรวจสอบการดำเนินการในทุกสัปดาห์ เพื่อให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนต่อไป” นายประเสริฐฯ กล่าว   หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   #กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #รมวประเสริฐ #AOC1441

     กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมเกี่ยวกับสุขภาพ “ดื่มน้ำข้าวผสมไข่ขาวดิบ ช่วยบำรุงและรักษาไตเสื่อม” ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมาเป็น “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เผยเลขลับเฉพาะวงในทุกงวด” และ “ผมร่วงและปวดหลังเป็นอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม” เตือนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เช็คให้ชัวร์ ก่อนแชร์ ระวังมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินและล้วงเอาข้อมูลสำคัญ        นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ  ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่  12 – 18 เมษายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,190,937 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 124 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 109 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 15 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 110 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 51 เรื่อง   ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 กลุ่มนโยบายรัฐบาล / ข่าวสารทางราชการ / ความสงบเรียบร้อยของสังคม / ขัดศีลธรรมอันดี และ  ความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 68 เรื่อง อาทิ กรมการขนส่งทางบกเปิดให้ทำใบขับขี่ออนไลน์หรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ทางเพจ Department of Land Transport , กรมราชทัณฑ์ สร้างนักโทษชนชั้นนำ เป็นต้น กลุ่มที่ 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ / วัตถุอันตราย / เครื่องสำอาง / รวมถึงสินค้า และ บริการที่ผิดกฎหมายอื่น จำนวน 23 เรื่อง อาทิ คนที่เป็นออฟฟิศซินโดรม คือคนที่เสี่ยงที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก , ท่าบริหารมือ ทำทุกวัน ครั้งละ 200 ครั้ง ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน เป็นต้น กลุ่มที่ 3 กลุ่มภัยพิบัติ จำนวน 4 เรื่อง อาทิ กรมอุตุฯ เตือนเฝ้าระวังฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงเนื่องจากมีลมฝ่ายตะวันตกยังคงพัดปก คลุมภาคเหนือ 13-22 เม.ย. 67 เป็นต้น กลุ่มที่ 4 กลุ่มเศรษฐกิจ จำนวน 9 เรื่อง อาทิ งบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปีละ 6 หมื่นล้านบาท เป็นต้น กลุ่มที่ 5 กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 6 เรื่อง อาทิ เพจสินเชื่อ ออมสิน ปล่อยเงินกู้ด่วนถูกกฎหมาย รายเดือน 5,000 – 10,000,000 บาท , อส. ใช้เบอร์ 082-946-4808 โทรสอบถามเลขบัญชี เพื่อโอนเงินให้ 2,000 บาท เป็นต้น   โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ดื่มน้ำข้าวผสมไข่ขาวดิบ ช่วยบำรุงและรักษาไตเสื่อม อันดับที่ 2 : เรื่อง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เผยเลขลับเฉพาะวงในทุกงวด อันดับที่ 3 : เรื่อง ผมร่วงและปวดหลังเป็นอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม อันดับที่ 4 : เรื่อง รักษากรดไหลย้อน ด้วยกระเจี๊ยบเขียว อันดับที่ 5 : เรื่อง อย่าเติมน้ำมันระดับสูงสุด เพราะจะทำให้เกิดระเบิดในถังน้ำมันได้ อันดับที่ 6 : เรื่อง การบินไทยรับสมัครพนักงานกดยืนยันไฟล์ทบินทางเพจเฟซบุ๊ก THAI Catering อันดับที่ 7 : เรื่อง ยาแคปซูลมะระขี้นก ต้านเบาหวาน และลดน้ำตาลในเลือดสูง อันดับที่ 8 : เรื่อง ปัสสาวะบ่อยเป็นอาการระยะแรกของมดลูกต่ำ อันดับที่ 9 : เรื่อง กฟภ. SMS แจ้งลดค่า Ft จาก 89.55 สตางค์/หน่วย เป็น 39.72 สตางค์/หน่วย ติดต่อลงทะเบียนที่ www.vu-th.com อันดับที่ 10 : เรื่อง อันตรายการโทรทางไลน์เสี่ยงเกิดเนื้องอกในสมอง        ทั้งนี้ ดีอี มีความเป็นห่วงประชาชนในเรื่องความตระหนักและรู้เท่าทันสื่อออนไลน์/โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม ดังกล่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์  https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง” ---------------------------------------  

กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมพิธีเปิดงานใต้ร่มพระบารมี 242 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2567 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีเปิดงานใต้ร่มพระบารมี 242 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรีและเพื่อให้เด็กเยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมต่อยอดสร้างรายได้สู่ประชาชนและชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร



22 เม.ย.67 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2567 ณ ห้อง 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.