Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

22เม.ย.67 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมหารือการขับเคลื่อน transshipment ร่วมกับ EEC

       นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15 - 19 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center)  ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย          คดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 4,000,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีต่างกันถึง 5 บัญชี สำหรับรายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายอยากมีรายได้เสริม จึงค้นหาอาชีพเสริมผ่านช่องทาง Facebook พบเพจชื่อ Packing Work เป็นลักษณะงานแพ็คสินค้า ซึ่งมิจฉาชีพให้โหลดแอปพลิเคชัน Telegram และอธิบายลักษณะงานและส่งลิงก์ให้เข้าร่วมกลุ่มเพื่อทำภารกิจ โดยให้โอนเงินซื้อสินค้าใส่กระตร้าและจะได้รับค่าคอมมิชชัน 10% ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังให้ลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ  และไม่ได้รับผลตอบแทน มิจฉาชีพอ้างว่าทำภารกิจที่กำหนดไม่สำเร็จ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก              คดีที่ 2 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) โดยผู้เสียหายรู้จักมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line พูดคุยกันจนสนิทใจ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงาน IMC ของประเทศสหรัฐอเมริกา พักอาศัยและทำงานที่ประเทศยูเครน แต่มีคำสั่งจะถูกส่งตัวไปยังประเทศอิสราเอลแต่ตนเองไม่อยากเดินทางไป จึงให้ผู้เสียหายช่วยเจรจากับเจ้าหน้าที่ IMC หน่วยงานของตน โดยอ้างว่ามีค่าดำเนินการต่าง ๆ เพื่อที่จะไม่ถูกส่งตัวไปยังประเทศอิสราเอล ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินรวมมูลค่า 4,849,485 บาทไป จำนวน 3 บัญชี แต่ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก              คดีที่ 3  หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ โดยผู้เสียหายเคยแจ้งความออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook ของมิจฉาชีพ ชื่อว่า “ศูนย์ช่วยเหลือฉ้อโกงออนไลน์” และได้รับการติดต่อกลับมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมทนายความ ติดตามคดีความเก่าของผู้เสียหาย โดยได้อธิบายรายละเอียดขั้นตอนการทำงาน และให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนช่องทาง Line ได้แจ้งว่าจากการตรวจสอบคดีของผู้เสียหายมีเงินเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ให้โอนเงินมาให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้เสียหายหลงเชื่อคิดว่าเป็นเพจจริง จึงได้โอนเงินจำนวน 1,800,000 บาท เข้าบัญชีทั้งหมด 5 บัญชี ภายหลังจากโอนเงินแล้วไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก        คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ ผู้เสียหายได้โอนเงินจำนวน 22,280 บาท เพื่อชำระเงินค่าห้องพักของที่พักในอ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยติดต่อผ่านช่องทาง Facebook เพจชื่อ “Ocean Dreams Pool Villa” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งภายหลังจากการโอนเงินแล้วไม่สามารถติดต่อเพจได้อีก  และยังทราบอีกว่าที่พักดังกล่าวเป็นเพจปลอมโดยนำภาพสถานที่พักและบรรยากาศมาจากที่อื่น ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก         และคดีที่ 5 มีลักษณะคล้ายกับคดีที่ 4 คือ หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ โดยผู้เสียหายตกลงซื้อขายตั๋วรถโดยสารประจำทางจากจังหวัดชลบุรี ปลายทางจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ผ่านทางร้านจำหน่ายตั๋วเดินทาง จากการค้นหาข้อมูลใน Google และเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line โดยโอนเงินชำระเต็มราคา 1,173 บาท ภายหลังจากการโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 10,672,938 บาท      ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่  19 เมษายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน  558,411 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,266 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 119,503 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 926 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ 1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 36,319 บัญชี  คิดเป็นร้อยละ 30.40 2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 25,675 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 21.48 3) หลอกลวงลงทุน 21,820 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 18.26 4) หลอกลวงให้กู้เงิน 9,866 บัญชี คิดเป็นร้อยละ  8.26 5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 7,689 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.43และคดีอื่นๆ 18,134 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 15.17 4. ยอดการอายัดบัญชี (1 พ.ย.66 - 14 เม.ย.67) ข้อมูลจาก ตร. (บช.สอท) รวมทั้งประเทศ 1) ยอดขออายัด 8,447.1 ล้านบาท 2) ยอดอายัดได้ 4,055.8 ล้านบาท 3) อายัดได้ ร้อยละ 48.01        “อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบายเร่งด่วนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยทำให้เกิดเป็นผลงานเด่นชัดภายใน 30 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบจากอาชญากกรรมออนไลน์ของประชาชน  จึงขอความร่วมมือจากประชาชนหากพบพฤติกรรมที่น่าสงสัยของมิจฉาชีพช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 ------------------------------------------------------  

https://www.mdes.go.th/procurement

https://www.mdes.go.th/procurement

- รายงานการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสงัคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - รายงานนการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้โดยธรรมจรรยา  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

ดีอี - ตำรวจไซเบอร์ เตรียมเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหาย ล่าล้างขบวนการหลอกลงทุนคริปโต ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 125 ล้าน      วันนี้ (23 เมษายน 2567) นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นําโดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3, พล.ต.ต.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 และ พ.ต.อ.ชัยยรันต์ วรุณโณ รอง ผบก.สอท.2 และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดย นายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมายและโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงปฏิบัติการ BLACK HAT ล่าล้างขบวนการหลอกลงทุนคริปโต        สืบเนื่องจาก เมื่อปลายปี 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้รับแจ้งความจากกลุ่มผู้เสียหาย จำนวน 5 ราย พบว่ามีความเชื่อมโยงหลายท้องที่และมีรูปแบบแผนประทุษกรรมในรูปแบบเดียวกันคือ โดนมิจฉาชีพสร้างโปรไฟล์ปลอมแล้วหลอกลวงให้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Cryptocurrency โดยมิจฉาชีพสร้างแพลตฟอร์มปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกผู้เสียหายว่าได้กำไรจากการลงทุน จากนั้นมิจฉาชีพจะหลอกล่อให้ผู้เสียหายนำเงินมาลงทุนเพิ่ม จนกระทั่งท้ายที่สุดไม่สามารถถอนคืนเงินลงทุนคืนได้ สร้างความเสียหายรวมกันมูลค่ากว่า 530 ล้านบาท โดยจากข้อมูลพบว่า มี 1 ในผู้เสียหายที่เป็นผู้สูงอายุโดนหลอกให้ลงทุนมากถึง 308 ล้านบาท นอกจากนี้ จากการตรวจสอบผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน เบื้องต้นยังพบว่ามีอีกจำนวน 163 เคสไอดี รวมความเสียหายอีกประมาณ 168 ล้านบาท และในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน บช.สอท. ได้เปิดปฏิบัติการทลาย 2 เว็บพนันออนไลน์ เครือข่าย ufabet-jc และ play.beer777 พบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 13,000 ล้านบาทต่อปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้หลายราย ทั้งกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ กลุ่มผู้จัดการเรื่องการเงิน จนไปถึงเจ้าของบัญชี พร้อมตรวจยึดเงินสด 117,835,200 บาท รถยนต์ PORSCHE รุ่น CAYANNE จำนวน 1 คัน  มูลค่าประมาณ 8,000,000 บาท และของกลาง อื่นๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 150 ล้านบาท ต่อมาได้ทำการสืบสวนจับกุมและขยายผลจากกรณีดังกล่าวเรื่อยมาพบเส้นทางการเงินของคดีหลอกลงทุนคริปโตดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินในคดีเว็บพนันออนไลน์ที่เคยเปิดปฏิบัติการจับกุมข้างต้นโดยพบว่าเงินที่ถูกหลอกลวงจากการการลงทุนคริปโตได้ถูกนำมาผ่านกระบวนการฟอกเงิน โดยมีกลุ่มคนร้ายแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน        โดยในคดีนี้ ชุดสืบสวนสอบสวนมีข้อมูลพยานหลักฐานว่า นายกัญจน์นิพิฐ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาในคดีเว็บพนันออนไลน์ดังกล่าวข้างต้น ยังมีหน้าที่เป็นผู้จัดการทางการเงินให้แก่กลุ่มอาชญากรข้ามชาติต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยง จากการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิดในหลายคดี จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อได้ว่า ทรัพย์สินที่ตรวจยึดในคดีนี้ได้มาจากการหลอกลงทุนทรัพย์สินดิจิทัล โดยผ่านกระบวนการฟอกเงินที่สลับซับซ้อนด้วยวิธีการใช้โพยก๊วนสมัยใหม่ (คริปโทเคอเรนซี) เพื่อแปลงสภาพทรัพย์สินที่ ได้มาจากการกระทำความผิด และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 23 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน” จนนำมาสู่ปฏิบัติการ BLACK HAT ล่าล้างขบวนการหลอกลงทุนคริปโต และสำนักงาน ปปง. ได้มีคำสั่งที่ ย.93/2567 ลงวันที่ 22 เม.ย.67 เพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง กับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวที่ เจ้าหน้าที่จึงยึดเงินสดกว่า 117 ล้านบาท พร้อมทั้งรถยนต์ Porsche จำนวน 1 คัน มูลค่า 8 ล้านบาท รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่ากว่า 125 ล้านบาท เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและนำมาเฉลี่ยทรัพย์คืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป        ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดน ในการดำเนินการขยายผลจับกุมทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ ซิมผี บัญชีม้า โดยตั้งแต่ 1 ต.ค. 66 - 9 เม.ย. 67 กระทรวงดีอีดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์เกี่ยวกับพนันออนไลน์ จำนวน 31,503 รายการ เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบ ระงับ ยับยั้ง    หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ------------------------------------------------------




กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมประชุมหารือมาตรการในการกำกับดูแลการแก้ไขปัญหา การใช้ คลิปโต และ เงินดิจิทัล ผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 23 เม.ย.67 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯพร้อมด้วย ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมประชุมหารือมาตรการในการกำกับดูแลการแก้ไขปัญหา การใช้ คลิปโต และ เงินดิจิทัล ผิดกฎหมาย ณ สำนักงาน ก.ล.ต.






icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.